สงครามการค้ารอบใหม่ สหรัฐฯ VS จีนเริ่มขึ้นแล้ว

สงครามการค้ารอบใหม่ สหรัฐฯ VS จีนเริ่มขึ้นแล้ว จากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่ยอมยุติเก็บภาษีตอบโต้สินค้านำเข้าจากจีน หลังจากเมื่อ 9 เมษายน 2568 ประกาศให้จีนยังเป็นประเทศที่ต้องถูกเก็บภาษีตอบโต้จากสหรัฐฯ ขณะประเทศคู่ค้าอื่น ๆ ชะลอการจัดเก็บภาษีตอบโต้กับประเทศที่จะเจรจากับสหรัฐฯ ไว้ 90 วัน (แต่ยังอยู่พื้นฐานจัดเก็บที่ร้อยละ 10) ดังนั้น ภาพสงครามการค้ารอบใหม่ด้วยการใช้การขึ้นภาษีตอบโต้ ระหว่างสหรัฐฯกับจีนชัดเจนมากขึ้น โดยในชั้นนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์จะจัดเก็บภาษีสินค้าจากจีนถึง ร้อยละ 125 หากนับรวมที่มีการขึ้นภาษีที่จีนไม่ยอมสกัดกั้นยาแก้ปวดเฟนทานีล (Fentanyl) จะขึ้นสูงถึงร้อยละ 145   นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังจะเพิ่มภาษีจัดเก็บพัสดุขนาดเล็กจากจีนที่ส่งออกไปสหรัฐฯ อีกด้วย ซึ่งมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐ จะถูกเก็บภาษีตั้งแต่ 2 พฤษภาคม 2568 ซึ่งปกติกไม่ถูกเก็บภาษี  ซึ่งเท่ากับสกัดกั้นธุรกิจ e-commerce ของจีนไปยังสหรัฐฯ ขณะที่จีนตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ เป็นร้อยละ 84  โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 10 เม.ย.68 รวมทั้งเพิ่มรายชื่อบริษัทสหรัฐฯ 6…

ไทยเสนอแนวทางใช้หารือกับสหรัฐฯ : สะเทือนส่งออก 9 แสนล้านบาท

หลายภาคส่วนในไทยได้มีการหารือ และเสนอแนวทางการรับมือกับการประกาศภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรีให้ข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางการเจรจากับสหรัฐฯ ว่าเป้าหมายของสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มภาษี ได้แก่ 1) ลดการถูกเอาเปรียบจากการขาดดุลทางการค้า และสร้างสมดุลทางการค้าให้กับสหรัฐฯ 2) นำรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเก็บภาษี ไปลดภาระการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯ และ 3) ดึงผู้ประกอบการและกลุ่มบริษัทของสหรัฐฯ ให้ย้ายฐานการผลิตกลับไปสหรัฐฯ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด ทั้งก่อนและหลังการการประกาศภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งขอหยิบยกข้อประเมินของนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. ที่ได้ระดมสมองหามาตรการรับมือกับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐ ซึ่งมูลค่าเสียหายจากการขึ้นภาษีดังกล่าว คาดว่าประมาณ  800,000-900,000 ล้านบาท กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน อาหาร พลาสติก และเคมีภัณฑ์ ซึ่งอัตราภาษีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้าไทยในสหรัฐฯ เสียเปรียบคู่แข่ง ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้า อาจได้รับประโยชน์จากสถานการณ์นี้ เนื่องจากประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามและกัมพูชา ถูกเก็บภาษีสูงกว่า ทำให้สินค้าไทยแข่งขันในตลาดสหรัฐได้ดีขึ้น นายเกรียงไกร ประธาน ส.อ.ท.ได้เสนอมาตรการและหนทางที่จะหารือกับสหรัฐ เช่น 1) เจรจาสร้างความสมดุลการค้า ทั้งการนำเข้า และส่งออก เช่น นำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ เพื่อมาแปรรูป และส่งออกให้มากขึ้น…

เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงมากจากนโยบายขึ้นภาษีของสหรัฐฯ

เศรษฐกิจโลกในปี 2568 จากที่ไม่ค่อยสดใสอยู่แล้ว มีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวลงไปอีก จากผลกระทบของการขึ้นนโยบายภาษีตอบโต้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเมื่อ 2 เมษายน 2568 แม้สหรัฐฯ จะเลื่อนการตอบโต้ทางภาษีออกไปอีก 90 วันขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวลง หรืออาจเข้าสู่ภาวะถดถอย เพราะสินค้าที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ราคาแพงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อ และส่งผลให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวอเมริกันที่คิดเป็นร้อยละ 70 ของ GDP ของประเทศอ่อนแอลง  อย่างไรก็ดี สถาบันการเงินระหว่างประเทศ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF หรือสถาบันการเงินชั้นนำก็ยังเชื่อว่ามาตรการขึ้นภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ จะไม่ทำให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2568  เข้าสู่ภาวะถดถอย Kristalina Georgieva กรรมการจัดการของ IMF เตือนการขึ้นภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดีทรัมป์ว่าจะทำให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลก พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าหลีกเลี่ยงที่ทำให้เกิดสงครามการค้า และหาทางออกร่วมกัน ส่วนการประเมินผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจโลกนั้น IMF กำลังประเมินอยู่ และจะเผยแพร่รายงานที่จัดทำร่วมกับธนาคารโลกในภาพรวมในการประชุมเดือนเมษายน 2568 นี้ แต่ยืนยันว่าส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดี น่าจะยังไม่ทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยอันใกล้นี้ แต่ชะลอตัวลงจากที่คาดไว้ที่ร้อยละ 3.3 แน่นอน…

ประเทศสมาชิกอาเซียนจะหารือร่วมกันลดผลกระทบการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ

มาเลเซียแสดงบทบาทในฐานะประธานอาเซียนในปี 2568 ด้วยการเร่งหารือกับประเทศสมาชิก เพื่อหาทางออกร่วมกันในการลดผลกระทบจากกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศ Liberation Day เมื่อ 2 เมษายน 2568 ให้กับชาวอเมริกัน ด้วยการขึ้นภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) สินค้านำเข้าประเทศคู่ค้า 185 ประเทศ ที่ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนมีประเทศที่ถูกเก็บภาษีสูงที่สุดที่สหรัฐฯ กำหนด คือกัมพูชาที่ร้อยละ  49 และต่ำสุดคือสิงคโปร์ที่ร้อยละ 10 นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนยังส่งสินค้าออกไปยังตลาดสหรัฐฯ เป็นหลักเลยทีเดียว มาเลเซียโดยดาโตะ เชอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีได้โพสต์เฟซบุ๊คเมื่อ 5 เมษายน 2568 ว่า ได้โทรศัพท์หารือกับผู้นำ สมาชิกอีก 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน และสิงคโปร์ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นให้ได้ข้อมติร่วมกันในหลักการไปเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งรวมทั้งใช้กรอบ ASEAN-US Dialogue ซึ่งอาเซียนก็พร้อมจะเปิดกว้าง และยืดหยุ่นในเรื่องห่วงโซ่การผลิต และเมื่อ 7 เมษายน 2568…

กรอบความร่วมมือ“วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030″ ในการประชุม BIMSTEC ครั้งที่ 6

การประชุมผู้นำความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (The Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation-BIMSTEC) ครั้งที่ 6 และการประชุมที่เกี่ยวข้องที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดที่กรุงเทพฯ ได้สิ้นสุดลงเมื่อ 4 เมษายน 2568 แล้วด้วยความราบรื่น และประสบความสำเร็จ  ซึ่งมีทั้งการเปิด “วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030″ โดยนายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งเป็นประธานการประชุมฯ และมีการลงนามในปฏิญญาการประชุมฯ  การประชุมฯ ครั้งนี้ ยังเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ที่มีการชุมแบบพบปะกันโดยตรง สำหรับประธาน BIMSTEC ลำดับถัดไปคือบังกลาเทศ “วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030” เป็นไฮไลท์สำคัญที่นายกรัฐมนตรีไทยกล่าวในเปิดการประชุมฯ หลังจากผู้เข้าร่วมประชุมฯ ได้รำลึกถึงผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไวเมื่อ 28 มีนาคม 2568   “วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030” ที่นายกรัฐมนตรีไทยเสนอ จะเป็นกรอบความร่วมมือ ที่จะนำสมาชิก BIMSTEC ไปสู่อนาคตที่มีความเจริญรุ่งเรือง ยืดหยุ่น และเปิดกว้าง เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ส่งเสริมความเชื่อมโยง…

จับตา 16 รอยเลื่อนมีพลังในไทยกับความเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหว

  สืบเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 ในเมียนมา จากรอยเลื่อนสะกายในเมืองมัณฑะเลย์ ระดับความลึก 10 กิโลเมตร เมื่อ 28 มีนาคม 2568 เวลา 13.20 น. จากนั้นอีก 12 นาที เกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาด 6.4 ตามมา เมื่อเวลา 13.32 น. และอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 1,100 กิโลเมตร (ตามรายงานของสำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ หรือ USGS) สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนและสร้างความเสียหายในหลายจังหวัดโดยเฉพาะอาคารสูงในกรุงเทพฯ ซึ่งจนถึง 3 เมษายน 2568 มีผู้เสียชีวิตในไทยแล้ว 22 ราย บาดเจ็บ 35 ราย และสูญหาย 72 ราย ส่วนเมียนมามีรายงานมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3,085 ราย บาดเจ็บ 4,715 ราย และสูญหาย 341 ราย   ที่มา…

อันดับ 1 ใน 3 ของศูนย์กลางการเงินโลกอยู่ที่ฮ่องกง

โลกเราในยุคเชื่อมต่อกันได้โดยไม่ติดขัด หรือไร้รอยต่อ (seamless) สถานที่ใดเป็นการศูนย์กลางการเงินโลกก็จะควบคุมทิศทางการเงิน และเศรษฐกิจของโลกได้ รวมทั้งจะเป็นแหล่งดึงดูดการลงทุนของโลกได้ดีเช่นกัน ซึ่งในความเป็นจริงในปัจจุบันก็ดูเหมือนจะหนีไม่พ้นว่าศูนย์กลางการเงินโลกส่วนใหญ่จะอยู่ที่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นมหาอำนาจในทุกด้านอันดับ 1 ของโลก แต่ฮ่องกง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจีนและเป็นประเทศในเอเชีย-แปซิฟิก

“ยุทธศาสตร์ฟ้าใส” ความร่วมมือไทย – สปป.ลาว – เมียนมา

วิกฤตมลพิษจากหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5  ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น  แก้ไขไม่ได้เพียงประเทศเดียว สำหรับไทย ปัญหานี้ส่งผลกระทบวงกว้างลุกลามทั่วประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการเผาในที่โล่งจากทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการพบจุดความร้อนหรือ hotspot ที่ทำให้เกิดฝุ่นควันข้ามพรมแดนไปยังไทย โดยเฉพาะในห้วงกุมภาพันธ์-เมษายน ของทุกปี ปัญหานี้ต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วนร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้านของเราในหลาย ๆ ช่องทาง ประเทศไทยได้เสนอ “ยุทธศาสตร์ฟ้าใส” (CLEAR Sky Strategy) ปี 2567-2573 ในการประชุมระดับผู้นำสามฝ่ายระหว่างไทย – สปป.ลาว – เมียนมา ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในการประชุมทางไกล เมื่อ  7 เมษายน 2566  ที่ประชุมได้ตกลงร่วมกันที่จะจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อขับเคลื่อน และแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนอย่างยั่งยืน ซึ่งไทยพร้อมจะให้การสนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิชาการ การใช้เทคโนโลยีดาวเทียมติดตามตรวจวัดจุดความร้อน และการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมถึงถ่ายทอดประสบการณ์ในการบริหารจัดการเกษตรในพื้นที่สูงให้กับ สปป.ลาว และเมียนมา CLEAR Sky Strategy มีความคืบหน้า โดยมีแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน แล้ว ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีของไทยเมื่อ 2 เมษายน 2568 ได้เห็นชอบในแผนปฏิบัติการร่วมกันไปแล้ว ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกัน บนพื้นฐานผลประโยชน์ที่เท่าเทียมกัน…

พายุไซโคลนบุกออสเตรเลีย : ภัยธรรมชาติที่ต้องรับมือ

  ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากพายุไซโคลนเป็นประจำ โดยเฉพาะในพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน พายุไซโคลนที่พัดขึ้นฝั่งสามารถสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ และชีวิตของประชาชนภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและภาวะโลกร้อนยังเพิ่มโอกาสให้พายุไซโคลนมีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลออสเตรเลียต้องลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแรงขึ้น รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเตือนภัยและการให้ความรู้แก่ประชาชน ความสำคัญอีกประการหนึ่งคือด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากอุตสาหกรรมหลักของออสเตรเลีย เช่น การทำเหมืองแร่ การประมง และการท่องเที่ยว ล้วนพึ่งพาสภาพอากาศที่ปลอดภัย หากเกิดภัยพิบัติอย่างรุนแรง สิ่งเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง นอกจากนี้ การฟื้นฟูหลังพายุก็ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ทำให้การเตรียมพร้อมรับมือเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า ลักษณะของพายุไซโคลนในออสเตรเลีย พายุไซโคลนเขตร้อนมักก่อตัวในมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ โดยมีฤดูพายุหลักอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน พายุไซโคลนถูกจัดระดับความรุนแรงตั้งแต่ระดับ 1 (อ่อนที่สุด) ไปจนถึงระดับ 5 (รุนแรงที่สุด) พายุระดับสูงสุดสามารถทำให้เกิดลมกระโชกแรงมากกว่า 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ฝนตกหนักหลายร้อยมิลลิเมตร และทำแลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน คลื่นพายุซัดฝั่ง (storm surge) ซึ่งเป็นคลื่นขนาดใหญ่ที่เกิดจากแรงลมของพายุ อาจทำให้พื้นที่ชายฝั่งถูกน้ำทะเลท่วมอย่างรุนแรง ในเรื่องของผลกระทบของพายุไซโคลน เมื่อพายุไซโคลนขึ้นฝั่ง จะส่งผลกระทบในหลายด้าน  ได้แก่ ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน เช่น บ้านเรือน อาคาร ถนน และสะพานที่ไม่ได้ออกแบบให้ทนต่อแรงลมสูงได้รับความเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้ ฝนที่ตกหนักจากพายุอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ส่งผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม อีกทั้งกระแสลมแรงยังอาจพัดเสาไฟฟ้าและเสาสัญญาณโทรศัพท์ล้มลง ทำให้ไฟฟ้าดับและการสื่อสารถูกตัดขาด…

วิกฤตละครไทย เมื่อคนไทยนิยมละครต่างประเทศ และรับอิทธิพลต่างชาติผ่านละคร

กว่าหลายทศวรรษที่ผ่านมา ละครโทรทัศน์ไทยนั้นเป็นสื่อบันเทิงอันทรงอิทธิพลที่สุดในสังคมไทยมายาวนานหลายปี คนไทยเติบโตมากับละครโทรทัศน์ซึ่งแทรกซึมเข้าไปในสายเลือดและจิตวิญญาณ เห็นได้จากข่าวบันเทิง วงสนทนาในสังคมไทย จะหนีไม่พ้นประเด็นกระแสละครและข่าวของศิลปินดาราไทย ที่มักจะเป็นหัวข้อหลักที่มีการพูดคุยสม่ำเสมอ รวมถึงการรับอิทธิพลจากละครมาเป็นแนวคิดในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น แฟชั่นการแต่งกาย การเลือกซื้อสินค้า คำพูดหรือวลีจากละคร เป็นต้น ละครไทยมีชื่อในด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและการท่องเที่ยวไทย สร้างความนิยมทั้งในประเทศไทยและดังไปไกลในหลายประเทศ เช่น เมียนมา ลาว กัมพูชา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และจีนแสดงให้เห็นถึงพลังของละครไทยในฐานะ Soft Power ส่งออกสื่อบันเทิง ต่อยอดให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศไทย สินค้าไทยอย่าง อาหาร ขนม เสื้อผ้า ของใช้ รวมถึงภาคบริการ ขายดีมากจากการที่แฟนคลับนิยมเที่ยวตามรอยละครไทย แต่ในอีกมุมหนึ่งละครไทยมักจะถูกแฟนคลับวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอว่ามีการนำเสนอเนื้อหาสื่อถึงความรุนแรงต่อร่างกาย จิตใจ เพศ และวาจา โดยเกิดจากปมขัดแย้งเรื่องความรักมากที่สุด ซึ่งส่งผลให้ละครไทยมีภาพลักษณ์ติดลบในสายตาสังคมไทย คนไทยดูละครไทยน้อยลง….อย่างไร?…ในประเทศไทย การประเมินจำนวนคนที่รับชมละครโทรทัศน์สำรวจโดยบริษัทวิจัยการตลาด The Nielsen Company (Thailand) หรือนีลเส็น โดยนำตัวเลขมาใช้อ้างอิงสำหรับการลงโฆษณาของสปอนเซอร์  ในปัจจุบันนีลเส็นมีการวัดเรตติ้งละครผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลไทยและต่างประเทศพบว่าตัวเลขการรับชมคอนเทนต์ผ่านระบบสตรีมมิ่งมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่เรตติ้งละครผ่านโทรทัศน์ไทยกลับน้อยลง นีลเส็นเปิดเผยข้อมูลเดือนตุลาคม 2566 ระบุว่า เรตติ้งจากการดูรายการผ่านโทรทัศน์มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ…