อำนาจละมุน (soft power) ของจีนน่าสนใจ น่าชื่นชม หรือน่าหวาดระแวง

            ไม่ว่าจีนจะขยับตัวทำอะไร ก็มักเผชิญกับการหรี่ตามองของหลายประเทศอย่างหวาดระแวงและไม่ไว้วางใจ จึงไม่แปลกที่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ของจีน เฉพาะอย่างยิ่งสินค้านวัตกรรม และเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใดก็มักจะทำให้เกิดความรู้สึก “เอะ” หรือฉุกคิดในทำนองว่าจะเป็นภัยคุกคามหรือไม่ โดยเฉพาะจากบรรดาชาติตะวันตก ตั้งแต่โดรน รถยนต์ไฟฟ้า แอปพลิเคชันยอดนิยมเช่น TikTok แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซน้องใหม่ที่ตีตลาดไปทั่วโลกอย่าง Temu จนถึง DeepSeek ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สัญชาติจีนที่มาแรงและกำลังแซง AI ของสหรัฐฯ รุ่นก่อนหน้า ยิ่งในยุคปัจจุบันที่จีนปล่อยนวัตกรรมที่มาจากการรังสรรค์ของคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่เป็นระยะและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาดในและต่างประเทศ จนสั่นคลอนประเทศตะวันตกที่เป็นเจ้าตลาดเดิม ไม่เพียงสินค้าไฮเทคที่มีต้นกำเนิดในจีนที่ตกผู้บริโภคได้ทั้งในและต่างประเทศ แต่ผลงานการสร้างสรรค์ของจีนที่ออกมาในรูปศิลปะ วัฒนธรรม ภาพยนตร์แอนิเมชัน ซีรีส์ เกมส์ หรือแม้แต่อาร์ตทอย Pop Mart ก็ได้รับความนิยมและตอบรับจากผู้บริโภคชาวจีนและทั่วโลกไม่แพ้กัน จนอาจกล่าวได้ว่าวัฒนธรรม C-Pop (Chinese pop culture) กำลังขึ้นมาท้าชนเจ้าตลาดสินค้าที่ว่ากันว่าเป็นอำนาจละมุน (soft power) เดิมทั้ง J-Pop และ K-Pop รวมถึง Hollywood กระแสตอบรับ “Ne…

ทิศทางการดำเนินนโยบายด้านข่าวกรองของรัฐบาลสหรัฐฯ

งานข่าวกรองเป็นงานที่สำคัญอย่างมากต่อภารกิจด้านความมั่นคง แต่ในการบริหารประเทศสมัยแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจกล่าวได้ว่า ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับงานข่าวกรองมากนัก จึงต้องจับตามองต่อไปว่าในสมัยรัฐบาลทรัมป์ 2.0 งานข่าวกรองจะมีบทบาท และทิศทางอย่างไรต่อภารกิจด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ที่ต้องการคุมทิศทางโลกมาทุกยุคทุกสมัย เริ่มรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ประธานาธิบดีทรัมป์มุ่งเน้นปฏิรูปการทำงานของหน่วยงานภายในประชาคมข่าวกรองสหรัฐฯ จากเดิมที่ในสมัยรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน เน้นใช้การทูตข่าวกรอง เป็นการทำงานเชิงรุกและแข็งกร้าวมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่ง สำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (Central Intelligence Agency-CIA)  เพื่อป้องปรามภัยคุกคามจากจีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ความมั่นคงบริเวณชายแดน และพร้อมรับมือกับความเสี่ยงจากเทคโนโลยีอุบัติใหม่ เป็นต้น การเปลีี่ยนแปลงนโยบายสำคัญ ๆ ที่รัฐบาลทรัมป์ 2.0 จะดำเนินการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายข้างต้น เช่น การปรับขนาดและโครงสร้างองค์กร เช่น การควบรวมสำนักต่าง ๆ ที่มีภารกิจคล้ายกันและกำหนดภารกิจให้ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี ที่มีถึง 5 สำนัก การเสนอเงินชดเชยให้ จนท.ลาออกก่อนอายุครบเกษียณ รวมทั้งชักชวน และคัดเลือกบุคลากรรุ่นใหม่ที่สามารถทำงานได้หลากหลายและรอบด้าน ทั้งปฏิบัติการและวิเคราะห์ข่าวกรอง การเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงาน ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติการลับอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะต่อจีน รวมทั้งเป้าหมายใหม่ตามข้อสั่งการของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากทั่วโลก…

รับรู้-รู้จัก-เข้าใจปราสาทตาเมือนธม

  อยากจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับปราสาทตาเมือนธมกันสักหน่อยค่ะ จากที่เมื่อห้วงกุมภาพันธ์ 2568 ประเด็นขัดแย้งปัญหาเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชากลับมาเป็นประเด็นร้อนแรงในสื่อสังคมออนไลน์ของไทยอีกครั้ง จากที่มีภาพคลิปวิดีโอที่กลุ่มชาวกัมพูชาร่วมร้องเพลงปลุกใจในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ในจังหวัดสุรินทร์ของไทย ซึ่งอยู่ข้ามกับจังหวัดอุดรมีชัยของกัมพูชา เมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2568  ทำให้ทหารของไทยที่ตรึงกำลังอยู่ในพื้นที่ต้องเข้าห้ามปราม และขัดขวางก่อนจะเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันกับกองกำลังของกัมพูชา …….แต่ท้ายที่สุด ทั้งสองฝ่ายออกมาบอกว่าเป็นเพียงความเข้าใจผิดระหว่างกันเล็กน้อย และก็จัดการไปได้เรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่า กองกำลังของทั้งสองฝ่ายยังร่วมมือกันได้และไม่มีปัญหากันในพื้นที่ แต่หลายฝ่ายยังไม่ไว้วางใจกลัวปัญหาจะลุกลามจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ระหว่างกัน แต่วันนี้เราขอไม่พูดคุยกันถึงประเด็นเส้นเขตแดนที่ค่อนข้างจะซับซ้อน แต่มารู้จักปราสาทที่ขึ้นต้นด้วยปราสาทตาเมือน…. กันดีกว่า ปราสาทตาเมือนธม ตั้งอยู่ในช่องเขาตาเมือน (ช่องเขาตาเมียง) เทือกเขาพนมดงรัก ในเขตบ้านหนองคันนาสามัคคี ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ปราสาทตาเมือนธม เป็นปราสาทหิน 1 ใน 3 แห่งของกลุ่มปราสาทตาเมือน ซึ่งประกอบด้วยปราสาทหินสามหลังเรียงลำดับจากขนาดใหญ่ไปขนาดเล็ก คือ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาเมือน ปราสาทตาเมือนธม เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สุด (ธม ภาษาเขมร แปลว่า ใหญ่) เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย สร้างโดยพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 กษัตริย์แห่งอาณาจักรพระนคร ตัวปราสาทสร้างบนเนินเขาคร่อมโขดหินธรรมศักดิ์สิทธิ์ในรูปของสยัมภูศิวลึงค์ และเป็นที่สำหรับประกอบพิธีกรรม…

ยุคกำเนิดทะเลทรายแห่งประเทศไทย

ภาวะโลกรวนทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้น จนส่งผลให้พื้นที่ชายฝั่งของประเทศไทยถูกน้ำท่วมไปกว่า 16,000 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 17 จังหวัด ซึ่งจะกลายเป็นพื้นที่ทะเล ปรากฏการณ์นี้เป็นการเปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์ครั้งใหญ่ ที่เป็นผลจากธรรมชาติ แต่ยังมีการเปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์อีกรูปแบบที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์โดยไม่รู้ตัว นั่นคือ “การกลายเป็นทะเลทราย” นั่นเอง การกลายเป็นทะเลทรายโดยมือมนุษย์ คือ ผลจากการที่พื้นห่างไกลชายฝั่ง ไม่ได้รับอิทธิพลจากลมทะเล ซึ่งปกติแล้วจะคอยพัดเอาความชุ่มชื้นไปให้ ทำให้บริเวณเหล่านั้นมักจะกลายเป็นพื้นที่แห้งแล้ง มีพืชหรือสัตว์ไม่เพียงกี่ชนิดที่จะดำรงชีวิตอยู่ในสภาพที่ทรหดดังกล่าวได้ เนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนที่น้อยกว่า 250 มิลลิเมตรต่อปี พื้นที่เหล่านั้นเรารู้จักกันดีในชื่อ “ทะเลทราย” …ดินแดนทะเลทรายเหล่านี้มักอยู่ใจกลางแผ่นดินใหญ่ เช่น ที่ราบขนาดใหญ่ของจีน ภูมิภาคตะวันออกกลาง ใจกลางทวีปออสเตรเลียและอเมริกา แม้แต่ในมหาทวีปพันเจีย (Pangaea) เมื่อ 335 ล้านปีก่อน ก็มีทะเลทรายขนาดใหญ่อยู่กลางทวีป ซึ่งเป็นทะเลทรายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในขณะนั้น ก่อนที่มหาทวีปพันเจียจะถูกแยกออกเป็นทวีปต่าง ๆ จนมีสภาพใกล้เคียงกับปัจจุบัน ส่วนทะเลทรายชื่อดังขนาดใหญ่ในยุคปัจจุบัน มีนามว่า ซาฮารา (Sahara) ซึ่งมีการพบภาพเขียนสีบนผนังที่เล่าเรื่องของการตั้งถิ่นฐานบนพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ตรงนี้ และเมื่อเวลาผ่านไป ซาฮาราถูกธรรมชาติและการหมุนตัวของแกนโลกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่แห้งแล้ง จนกลายเป็นทะเลทรายแบบที่คุ้นเคยในปัจจุบัน และในอนาคตพื้นที่แห่งนี้มีแนวโน้มว่าจะกลับมาเป็นสีเขียวอีกครั้ง!! …จากสถานการณ์ความแปรปรวนของสภาพอากาศจนทำให้เกิดน้ำท่วมจากปริมาณน้ำฝนที่มากกว่าปกติในปี 2567 ที่ผ่านมา โดยมีงานวิจัยในต่างประเทศบอกว่า สภาพอากาศในซาฮาราจะเปลี่ยนแปลงทุก…

ชวนทำเกษตรกรรมแบบโปร่งใส เพื่อสร้างโอกาสในตลาดผู้บริโภค

ความต้องการในการบริโภคผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดภัย เช่น ผักปลอดสารพิษและผักอินทรีย์ มีมากขึ้น เนื่องจากผู้คนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงรุก ขณะที่ในร้านค้า ห้างสรรพสินค้า และตลาดก็มีผักผลไม้ที่บ่งบอกถึงการเป็นสินค้าอินทรีย์อยู่มากมาย ที่น่าสนใจ คือ ผลผลิตเหล่านี้จะมีราคาสูงกว่าผักผลไม้ทั่วไปอีกด้วย และด้วยองค์ความรู้ในการทำการเกษตร ทำให้พืชผักอินทรีย์มีความสวยงาม ไม่แตกต่างจากที่มีการฉีดพ่นยาฆ่าแมลง หรือพูดกันได้ว่า ผู้บริโภคแทบจะแยกกันไม่ออกว่า อันไหนคือผลผลิตอินทรีย์ หรือผลผลิตทั่วไปที่ปลูกโดยใช้ปุ๋ยเคมี และพ่นยาฆ่าแมลง เพื่อให้ผักดูสวยงาม ดังนั้น ผู้บริโภคจะมั่นใจในผลผลิตทางเกษตรกรรมที่วางอยู่บนชั้นหรือตู้แช่ตามห้างสรรพสินค้าได้อย่างไร!? ….ว่าเป็นผักอินทรีย์ที่ปลอดสารพิษ ไม่ใช่เพียงแค่งดใช้สารเคมีในก่อนการเก็บเกี่ยวไม่นาน หรือมีการใช้สารพิษในปริมาณที่ร่างกายพอรับได้ เพราะสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ หรือมองหา คือ พืชผักและอาหารที่ปราศจากสารเคมีตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ กระบวนการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว จนไปถึงการคงสภาพระหว่างการขนส่ง  ผักปลอดสารพิษต้องปราศจากสารพิษจริง ๆ ตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นจนออกมาเป็นผลผลิตได้ เพราะฉะนั้น …เพียงแค่ตราประทับ ฉลาก หรือสติกเกอร์ที่แปะไว้บนบรรจุภัณฑ์ จะเพียงพอต่อการสร้างความเชื่อมั่นและการันตีความปลอดภัยของวัตถุดิบเหล่านั้นได้หรือไม่ พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันยอมเสียค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น เพื่อให้ได้รับประทานอาหารที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ แต่ความไว้วางใจผลิตภัณฑ์นั้นกลับไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน ผู้บริโภคต้องการที่จะเข้าถึง “แหล่งข้อมูล” ที่จะสามารถบอกถึงแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่พวกเขาเลือกซื้อ และนี่คือระบบการตรวจสอบย้อนหลังที่จะช่วยให้สินค้าได้รับการยอมรับมากขึ้นว่าเป็นสินค้าคุณภาพในระดับที่ลูกค้าพึงพอใจ แล้วอะไรที่จะทำให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ สบาบใจและมั่นใจได้ …..แม้ว่าไม่มีอะไรจะทำให้รู้สึกมั่นใจได้ เท่ากับการปลูกผักที่กินเอง!!  แต่ไม่ใช่ทุกคนพร้อมจะปลูกผักไว้รับประทานเอง ดังนั้น ข้อเสนอแนะสำหรับในระบบอุตสาหกรรมการเกษตรที่เป็นการผลิตผลผลิตจำนวนมาก เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดจึงจำเป็นต้องมีการสื่อสารข้อมูลจำนวนมาก เกี่ยวกับกระบวนการผลิตให้ผู้บริโภคตรวจสอบได้…

“SINBAD” เมื่อความโสดไม่น่ากลัวเท่าความจน

  ควันหลงส่งท้ายเดือนแห่งความรัก เดือนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของคนมีคู่ที่อวดดอกไม้ช่อสวย ดินเนอร์หรู หรือใช้เวลาโรแมนติกไปกับคนรัก ที่เมื่อก่อนถ้าใครไม่มีแฟนก็คงจะรู้สึกแปลกแยก แต่ในยุคปัจจุบัน มีคนอีกกลุ่มที่ไม่ได้ “อิน” กับเทศกาลแห่งความรัก หรือมองว่าคนรักเป็นสิ่งที่จำเป็นอีกต่อไป เรากำลังพูดถึงกลุ่มคนที่เรียกว่า “SINBAD” หรือที่ย่อมาจาก “Single Income, No Boyfriend Absolutely Desperate” หากแปลตรงตัว หมายถึง คนที่มีรายได้หลักช่องทางเดียวจากการทำงาน และดูเป็นคนน่าสิ้นหวังที่ไร้คู่ชีวิตเคียงข้าง SINBAD คืออะไร?? SINBAD เริ่มเป็นที่รู้จักแรก ๆ ในแวดวงการตลาด เป็นคำที่ใช้นิยามกลุ่มคนวัยทำงานที่ยังโสด มีรายได้จากการทำงาน ไม่มีความทะเยอทะยานหรือความอยากจะหาแฟนให้ตัวเอง มีความสุขกับการใช้ชีวิตโสด คำว่า SINBAD ในอดีตอาจจะมีความหมายไปในเชิงลบ แต่บริบทให้สังคมปัจจุบันเปิดกว้างและยอมรับการใช้ชีวิตแบบโสดมากขึ้น SINBAD เริ่มมีความหมายในเชิงบวก แวดวงการตลาดมองว่ากลุ่ม SINBAD ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี มีความสุขด้วยตัวเอง ไม่ต้องกังวลเรื่องของความสัมพันธ์ มุ่งเน้นการทำงานและความก้าวหน้าในอาชีพ ปัจจุบันในไทยเองกลุ่ม SINBAD มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เฉพาอย่างยิ่งในกลุ่มคนวัยทำงานที่มีการศึกษาและมีรายได้สูง ถามว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น อาจจะเป็นเพราะความโสดไม่น่ากลัวเท่ากับความจน ด้วยสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ที่ค่าครองชีพสูง การแข่งขันและความหวังทางสังคมพยายามผลักดันให้ทุกคนต้องประสบความสำเร็จ…

พหุวัฒนธรรมในอยุธยา มรดกทางสังคมจากอดีตถึงปัจจุบัน

ธรรมชาติของมนุษย์ส่วนใหญ่มีรูปแบบการอยู่อาศัยร่วมกันเป็นสังคม โดยตามหลักมานุษยวิทยาสังคม (Social Anthropology) และมานุษยวิทยาวัฒนธรรม (Cultural Anthropology) อธิบายเอาไว้ว่า มนุษย์ส่วนใหญ่จะเลือกอยู่กับกลุ่มที่มีวัฒนธรรมเหมือนกัน

ดวงตาเอไอ..เมืองอัจฉริยะและโอกาสของไทย

  สังคมทั้งตื่นเต้นและวิตกกังวล เมื่อรู้ว่าหุ่นยนต์ได้รับพัฒนามากขึ้น จนมีการคาดการณ์ว่าหุ่นยนต์อาจจะเข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์หลายล้านตำแหน่ง เพราะหุ่นยนต์ที่มีระบบการปฏิบัติการเอไอ (Artificial Intelligence-AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ จะสามารถเรียนรู้คำสั่งจากมนุษย์ได้ และยังทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตราบใดที่ยังมีการป้อนพลังงานอย่างต่อเนื่อง ก็จะประมวลผลข้อมูลจำนวนมากได้อย่างเถรตรง!! ความสามารถของเทคโนโลยีเอไอ ทำให้นึกย้อนไปถึงช่วงยุคสมัยที่มนุษย์เราคิดค้นและผลิตเครื่องยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมได้ยุคแรก ๆ ต่อมา เทคโนโลยีก็เข้าไปแทนที่แรงงานมนุษย์  อุตสาหกรรมต่าง ๆ นำเครื่องจักรเข้าไปแทนที่แรงงานมนุษย์ ทั้งในโรงงานผลิตสินค้า รวมทั้งในภาคเกษตรกรรม… ความเปลี่ยนแปลงในตอนนั้นยังไม่มีสื่อสังคมออนไลน์มาสร้างความตระหนักรู้ให้มนุษย์เราตื่นตัวเรื่องความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้น ความกังวลของมนุษย์ในยุคนั้นสะท้อนผ่านการรวมกลุ่มแรงงานเป็นสหภาพปกป้องสิทธิแรงงาน แนวคิดความมั่นคงมนุษย์ที่เติบโตขึ้นในวงการวิชาการความมั่นคง และภาพยนตร์แนวไซไฟ (Sci-fi) ที่ทำให้เราเห็นความเป็นไปได้ที่หุ่นยนต์หรือเครื่องจักรจะเข้าไปแทนที่มนุษย์ได้ แต่ในภายหลัง…มนุษย์เราเคยชินกับการอยู่กับเครื่องจักรเหล่านั้น และยังสามารถควบคุมความสามารถส่วนใหญ่ของเครื่องจักรเหล่านั้นได้ จึงเกิดความสบายใจและยุคสมัยของการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น แต่สถานการณ์ในตอนนี้ได้เปลี่ยนไป …ความกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ที่มีความสามารถมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการเรียนรู้ ทำให้ “เอไอ” กลายเป็นทั้งเรื่องสนุกและเรื่องท้าทายมากขึ้นกว่าเดิม ความน่าสนใจของเอไอและหุ่นยนต์มีมากกว่าเรื่องความสามารถ เพราะหน้าตา หรือ design ที่เป็นได้หลายแบบ ไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาเหมือนมนุษย์ เดิน 2 ขา เปล่งเสียงจากปากเพื่อการเจรจา หรือเฝ้ามองมนุษย์ด้วยดวงตา ซึ่งเสมือนการรวมลำโพง กล้อง และคอมพิวเตอร์มาอยู่ในร่างเดียว ลองคิดดูดี…

ทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างภูมิภาคเอเชียใต้กับรัฐบาลทรัมป์ 2.0

ภูมิภาคเอเชียใต้ที่มีอินเดียเป็นประเทศแสดงบทบาทนำของภูมิภาค และยังมีประเทศอื่น ๆ อีก จะมีแนวโน้มอย่างไรบ้างจากการกลับมาของโดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2 แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบในหลายมิติ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคง ทั้งยังมีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์โลกของสหรัฐฯ เฉพาะอย่างยิ่งการแข่งขันกับจีน นโยบายต่างประเทศของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ยังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางความมั่นคงและเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียใต้ จะขอเริ่มจากอินเดียที่เป็นเสาหลักของการดำเนินยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ เพราะมีสิ่งท้าทายร่วมกันในการสกัดกั้นอิทธิพลจีนออกไปจากภูมิภาค ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลทรัมป์ 2.0 น่าจะทำคือผลักดันให้อินเดียเพิ่มบทบาทสำคัญด้านความมั่นคงในภูมิภาค ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือด้านการป้องกันและการขยายการฝึกร่วมทางทหาร เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางทะเล การซื้ออาวุธ และการติดตามกิจกรรมของเรือดำน้ำจีนในมหาสมุทรอินเดีย รวมทั้งอินเดียมีแนวโน้มจะต่อรองกับสหรัฐฯ ได้ หากถูกสหรัฐฯ ขู่จะขึ้นภาษีสินค้าที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ปากีสถานกับอัฟกานิสถานจะเป็นประเทศที่รัฐบาลทรัมป์ 2.0 จับตามองอย่างมาก เฉพาะอย่างยิ่ง ปากีสถานที่ใกล้ชิดจีน และสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธต่อต้านอินเดีย โดยสหรัฐฯ อาจกดดันปากีสถานให้ลดความร่วมมือกับจีน เช่น ลดการพึ่งพาการลงทุนจากโครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน (China-Pakistan Economic Corridor – CPEC) และเพิ่มความจริงจังในการต่อต้านการก่อการร้ายในภูมิภาค และเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะใช้มาตรการลงโทษปากีสถาน เช่น การจำกัดการค้า ขณะที่อัฟกานิสถาน ภายใต้การปกครองของรัฐบาลตอลิบัน…

DeepSeek: สิ่งที่ทำให้วงการเอไอในสหรัฐฯ ปั่นป่วน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกได้เห็นความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและการแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจ แต่หนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการ AI ของสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญคือการปรากฏตัวของ “DeepSeek” ซึ่งเป็นโครงการพัฒนา AI จากจีนที่มีความสามารถทัดเทียมหรืออาจจะเหนือกว่าโมเดล AI ชั้นนำของสหรัฐฯ ความก้าวหน้าของ DeepSeek ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงพลังทางเทคโนโลยีของจีนที่เพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจในอุตสาหกรรม AI โลก DeepSeek เป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model–LLM) ที่ได้รับการพัฒนาโดยทีมนักวิจัยจากจีน ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การสร้าง AI ที่สามารถเข้าใจและใช้ภาษาธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทียบได้กับ GPT-4 ของ OpenAI หรือ Claude ของ Anthropic แม้ว่าผลิตภัณฑ์ AI จากจีนจะถูกมองว่าอยู่ในระดับรองจากเทคโนโลยีของตะวันตกมาโดยตลอด แต่ DeepSeek กลับแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่น่าทึ่ง ทั้งในด้านความแม่นยำของการวิเคราะห์ข้อมูล ความสามารถในการสร้างเนื้อหา และการทำความเข้าใจบริบทของภาษาที่หลากหลาย สิ่งที่ทำให้วงการ AI ในสหรัฐฯ ต้องจับตามอง DeepSeek อย่างใกล้ชิดคือการที่มันถูกพัฒนาโดยใช้ทรัพยากรของจีนอย่างเต็มที่ ตั้งแต่ข้อมูลที่ใช้ในการฝึกโมเดลไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นเอง นอกจากนี้…