ทำไมเกาหลีจึงแบ่งแยกดินแดนและความคิด

         การแบ่งแยกดินแดนบนคาบสมุทรเกาหลีเป็นเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในปัจจุบันนี้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นผลพวงของการแข่งขันอิทธิพล อำนาจและแย่งชิงผลประโยชน์เป็นระยะๆมายาวนานของจีน ญี่ปุ่น รัสเซีย รวมถึงสหรัฐอเมริกา ตลอดจนผลจากความแตกต่างทางความคิดของผู้นำทางการเมือง……… ทั้งนี้…..เมื่อปี ค.ศ. 1864 พระเจ้าโกจง แห่งราชวงศ์โซซอน ที่ครองราชย์ด้วยวัยเพียง 11 พรรษา ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางประวัติศาสตร์อย่างมาก แม้ว่าจะมีพระราชินีมินจายองเป็นผู้สำเร็จราชการแทนหลังบัลลังก์ แต่ก็ทำให้ราชสำนักขณะนั้นต้องเผชิญกับความท้าทายจาก 3 มหาอำนาจ คือ จีน ญี่ปุ่น และรัสเซีย โดยความสัมพันธ์ของเกาหลีกับจีนอยู่ในแบบบรรณาการ ที่รับปากกันว่าเมื่อเกาหลีเกิดความวุ่นวายจีนต้องเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้ญี่ปุ่นไม่พอใจเนื่องจากญี่ปุ่นต้องการเข้ามามีอิทธิพลในเกาหลี สงครามระหว่างจีนและญี่ปุ่นจึงเริ่มขึ้นช่วง ค.ศ.1894-1895 ซึ่งตอนนั้นญี่ปุ่นเป็นฝ่ายชนะ ทำให้เกาหลีหลุดลอยไปจากอำนาจของจีน แต่สงครามก็ยังไม่จบเพราะในปี ค.ศ.1910 ญี่ปุ่นรุกหนักมากจนสามารถเอาชนะกองทัพรัสเซียได้ ทำให้ญี่ปุ่นยึดครองเกาหลีมาเป็นอาณานิคมได้อย่างเป็นทางการ จากนั้นได้ปลดพระเจ้าโกจงออกจากราชบัลลังก์  และสถาปนาพระเจ้าซุกจงซึ่งเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าโกจงเป็นจักรพรรดิเกาหลี แต่เพียงแค่ในนามเพราะว่าข้าหลวงใหญ่ของญี่ปุ่นต่างหากที่เป็นผู้ครองเกาหลี แต่แล้วในปี ค.ศ. 1945 ญี่ปุ่นก็แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม เกาหลีจึงได้รับเอกราชตามคำประกาศของฝ่ายสัมพันธมิตร ทำให้เกาหลีถูกแบ่งแยกออกเป็น 2 เขตการยึดครอง คือเขตการยึดครองของโซเวียตและเขตยึดครองของสหรัฐฯ โดยมีเส้นขนานองศาที่ 38…

จักรพรรดิกวงสู : จักรพรรดิหัวสมัยใหม่ที่สุดเท่าที่จีนเคยมี

          เมื่อคริสต์ศักราช 1898 ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในจักรวรรดิจีน ถือเป็นปีสำคัญที่ฮ่องเต้กวงสู จักรพรรดิของประเทศจีนได้เริ่มการปฏิรูปรื้อระบบและโครงสร้างของอำนาจการบริหารประเทศ ท่ามกลางสังคมที่มีระเบียบแบบแผนตามคติขงจื้ออันมีสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับอำนาจและผลประโยชน์มหาศาลของชนทุกชั้น ก่อนที่การปฏิรูปดังกล่าวจะถูกยกเลิกด้วยการรัฐประหารยึดอำนาจจักรพรรดิโดยพระนางซูสีไทเฮา โดยมีช่วงเวลาแห่งการปฏิรูปการปกครองรูปแบบใหม่เพียง 103 วัน (ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน –21 กันยายน) จักรพรรดิกวงสูได้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์การปฏิรูป พระองค์ขึ้นครองราชย์ในขณะที่มีพระชนม์เพียง 3 พรรษา จึงมีพระนางซูสีและพระนางซูอันเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จนภายหลังจากที่จักรพรรดิบรรลุนิติภาวะ ก็เริ่มดำเนินพระราชกรณียกิจด้วยตัวพระองค์เอง แต่กระนั้นพระนางซูสียังคงดึงอำนาจในการตัดสินพระทัยและดำเนินกรณีกิจแทนองค์จักรพรรดิอยู่เสมอ            พระองค์มีหัวสมัยใหม่และมีความสนใจใคร่รู้ ในช่วงที่มีการดำเนินการวางแผนการปฏิรูป จักรพรรดิกวงสูได้มีบรรดานักคิดคนสำคัญคอยช่วยเหลือเสนอแนวคิด ซึ่งได้แก่ คังโหย่วเว่ย เหลียงฉีเฉา ถานซื่อถง และนักคิดหลักอีก 4 ท่านที่ช่วยกันทำให้การปฏิรูปนี้เป็นรูปร่างขึ้นมาได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาประเทศจีนให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมอารยธรรมตะวันตกและต้องการจะเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศเพื่อให้จีนรอดพ้นภัยที่ชาติมหาอำนาจคุกคาม ดังนั้นบทบาทของจักรพรรดิกวงสูจึงมีความสำคัญต่อประเทศจีนอย่างมาก และอาจเรียกได้ว่าเป็นผู้ปฏิรูปจีนคนแรก ๆ ที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก จึงอยากจะแนะนำให้ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และการพัฒนาของประเทศจีน เข้าใจบทบาทของอดีตผู้นำจีนคนนี้ และศึกษารูปแบบแนวคิดการปฏิรูปจากอดีตจักรพรรดิจีน ที่ทำให้เห็นพัฒนาการการปฏิรูปของประเทศจีน ที่มีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว    …

ความสัมพันธ์ลาว-สิงคโปร์ ห่างไกลแต่ทำไมใกล้ชิด!?

สมาชิกอาเซียนมีอยู่ 10 ประเทศ และความสัมพันธ์ของแต่ละประเทศก็มีรายละเอียดและความซับซ้อนมากกว่าความร่วมมือในกรอบอาเซียนเท่านั้น แต่ละสมาชิกยังมีการสร้างความสัมพันธ์กันแบบตัวต่อตัว หรือ Bilateral ซึ่งเป็นแนวทางสร้างความสัมพันธ์ที่ว่ากันว่าจะสามารถพูดคุยและทำความตกลงได้ง่ายกว่า ถ้าเทียบกับการดำเนินการแบบเป็นกลุ่มหรือ Multilateral

เที่ยว (ปลูก) ป่าเพื่อบำบัดใจ

  ในยุคสมัยนี้ …ต่อให้คุณเป็นนักธุรกิจผู้ร่ำรวย นักการเมืองที่มีอำนาจล้นเหลือ หรืออาจเป็นนักศึกษาที่ร่ำเรียนอย่างเคร่งเครียด พวกคุณและพวกเขาเหล่านั้นก็ต้องการการพักผ่อนฟื้นฟูร่างกายและจิตใจที่เหนื่อยล้า และไม่มีอะไรที่จะทำได้ดีมากไปกว่า “การเดินเข้าป่า” เพื่อไปพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ สำหรับบางคน การเดินเข้าป่า..ฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ปัจจุบัน เรากำลังเห็นแนวโน้มที่คนสนใจกิจกรรมนี้มากขึ้น เพราะในทุกวันหยุดยาวจะมีรถจำนวนมากหลั่งไหลออกจากเมืองหลวง เพื่อมุ่งไปสู่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่ในหลายเมืองสำคัญทั่วโลกก็ให้มีแนวคิดที่จะพัฒนาเมืองให้เป็น “เมืองสีเขียว” (City in the garden) เพราะทุกครั้งที่มนุษย์กลับไปอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ในบรรยากาศที่โอบล้อมประสาทสัมผัสในภาวะสบาย มีเสียงจากน้ำตกที่ทำให้สมองอยู่ในช่วงความถี่ 7-14 รอบต่อวินาที แสงสีน้ำเงินที่เกิดจากการสะท้อนเข้าตาทำให้รู้สึกสดใสสบายตา และอุณหภูมิในช่วง 22-29 องศาเซลเซียส พอเหมาะกับความชื้นสัมพัทธ์ระหว่าง 20-75% ….สิ่งแวดล้อมเหล่านี้ตามหลักทางวิทยาศาสตร์ จะทำให้มนุษย์รู้สึกสบาย สงบ ปลอดภัย พร้อมที่จะพักผ่อนให้ร่างกายและจิตใจได้ปล่อยวางจากความวุ่นวายจากสังคมเมือง แม้มนุษย์จะเริ่มใช้ชีวิตห่างไกลจากธรรมชาติจากป่าไม้เข้าสู่ป่าคอนกรีตในเมืองอันหนาแน่น เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกต่างๆ แต่อันที่จริง….การแยกทางจากธรรมชาตินี้เพิ่งเกิดขึ้นเพียง 500 กว่าปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ยุคสมัยใหม่ที่เริ่มมีการใช้วิทยาศาสตร์ในการทำความเข้าใจธรรมชาติ ซึ่งคิดเป็นเพียงร้อยละ 0.1 ของวิวัฒนาการของการเป็นมนุษย์ที่มีมายาวนานกว่า 500,000 ปี ดังนั้น การเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหินห่างหรือตัดขาดจากการดำรงอยู่ท่ามกลางธรรมชาตินั้นยังคงเป็นกระบวนการที่ดำเนินอยู่เรื่อย ๆ กระบวนการที่ยังไม่เสร็จสิ้นนี้ ทำให้มนุษย์เกิดความโหยหาความสบายใจและพลังบวกจากธรรมชาติ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก!!…ที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ…

รู้จักมูลค่าของ “ข้อมูล” ในยุค Big Data Hype

        ร้านขายโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันมีการเปิดบริการรับจำนำ iCloud โดยเป็นการนำรหัสการเข้าถึง iCloud ของมือถือซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บข้อมูล เอกสาร ไฟล์ และรหัสต่างๆ ไว้ ภายใต้เงื่อนไขการผ่อนชำระ ที่แทบจะไม่แตกต่างจากการจำนำทรัพย์สินอื่นๆ หากไม่สามารถผ่อนชำระได้ตามที่กำหนด เจ้าของข้อมูลก็จะไม่สามารถใช้งาน iPhone ได้ แม้ตอนที่ระหว่างการจำนำจะใช้งานได้ปกติ แต่หากผ่อนจ่ายไม่ครบ รหัส iCloud จะถูกยึดไว้และไม่สามารถใช้งานได้ เมื่อโทรศัพท์มือถือ iPhone ใช้ iCloud ไม่ได้ ก็เท่ากับถูกลดประสิทธิภาพการใช้งานลง เพราะไม่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลส่วนตัวและทำธุรกรรมต่างๆ ได้จนกว่าจะผ่อนชำระจนครบถ้วนตามสัญญาที่ระบุไว้ ถ้านิยาม iCloud ว่าเป็นแหล่งข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ และมีมูลค่าสามารถใช้ในการจำนำได้ เท่ากับว่า แหล่งข้อมูลดังกล่าวมีมูลค่า (value) ทางเศรษฐกิจมากกว่าที่คิด ……….และนั่นคือ…ความสำคัญของแหล่งข้อมูล!! ที่เริ่มมีมูลค่ามากขึ้นจนมีค่าเท่าทรัพย์สิน แตกต่างจากการจำนำเครื่องโทรศัพท์มือถือ แต่จำนำเพียงแค่รหัสการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลก็จะสามารถแลกเงินหลักหมื่นได้ ที่น่าสนใจก็คือ แนวโน้มของการจำนำข้อมูลในรูปแบบนี้มีโอกาสจะเติบโตมากขึ้น เพราะข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีความสำคัญตามพฤติกรรมของผู้ใช้งาน สังคมปัจจุบันการเข้าถึงโลก social ผ่านอินเทอร์เนต และมีการทำธุรกรรมทางการเงินอยู่บนโลกออนไลน์ที่เข้าถึงได้จากการกรอกรหัสมือถือ ดังนั้น มูลค่าของธุรกิจออนไลน์อาจถูกประเมินจากรายได้หรือกำไรที่สร้างได้จากการค้าขายและบริการผ่านแฟลตฟอร์มต่างๆ และถูกประเมินเป็นมูลค่าของรหัสที่ใช้ login พฤติกรรมนี้ทำให้ “รหัสเพียงไม่กี่ตัว” มีมูลค่าสูงไม่ต่ำกว่าหลักล้าน…

มองประโยชน์ของ supply chain เกษตรกรรมด้วยมุมใหม่

          แม้เกษตรกรรมจะไม่ใช่กิจกรรมที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง เมื่อเทียบกับภาคส่วนอื่น ๆ แต่การเกษตรยังคงมีความสำคัญต่อประเทศ เพราะอาหารมาจากภาคการเกษตรทั้งสิ้น รวมทั้งยังเป็นวัตถุดิบในการผลิตของภาคอุตสาหกรรมอีกด้วย แต่ด้วยมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าภาคธุรกิจ การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรม การเกษตรจึงถูกผลักออกจากประเทศพัฒนาแล้วให้กับ “ประเทศที่กำลังพัฒนา” ให้รับบทเป็นฐานการผลิตส่งออกสินค้าเกษตรให้ เพราะเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทำได้ง่าย ไม่ได้ใช้เครื่องจักรหรือความเชี่ยวชาญที่ซับซ้อน จึงมีต้นทุนต่ำ…แต่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติสูง           หากมองการเกษตรเป็นแค่ส่วนของการเพาะปลูก อาจจะทำให้ภาพลักษณ์ของการทำเกษตรกรรมดูล้าหลัง ไม่มีการต่อยอดและโอกาสทางเศรษฐกิจสักเท่าไหร่ แต่หากพิจารณาระบบการผลิต การแปรรูปและการขายแล้ว ภาคการเกษตรจะมีกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วนที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้มากมาย ทั้งส่วนต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ            ส่วน “ต้นน้ำ” ของการเกษตร หรือหัวใจหลักของกระบวนการนี้ คือ การเพาะปลูก ซึ่งปัญหาของเกษตรกรที่มีมานานหลายยุคสมัย คือ ราคาผลผลิตที่ไม่คงที่ ปรับขึ้นลงโดยพ่อค้าคนกลาง และยังต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและสภาพอากาศที่แปรปรวนจนทำให้ผลผลิตเสียหาย แต่หากเกษตรกรมีการรวมกลุ่มกัน เพื่อสร้างอำนาจในการต่อรองก็จะสามารถควบคุมความต้องการของตลาด และวางแผนการผลิตได้ดียิ่งขึ้น จนสามารถเพาะปลูกได้ตรงกับความต้องการของตลาด และส่งเสริมรูปแบบการปลูกที่ดีกับสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยกับผู้บริโภค…

รู้จัก 5 หลักการที่ทำให้จีนรักษาสันติภาพมาได้นานกว่า 70 ปี

รัฐบาลจีนจัดงานพิธีฉลองครบรอบ 70 ปีที่ศาลามหาประชาชน กรุงปักกิ่ง เนื่องจากประเทศจีนได้สร้างและส่งเสริมหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ 5 ข้อ หรือ Five Principles of Peaceful Coexistence ที่รัฐบาลจีนทุกยุคสมัยยึดมั่นมาตลอด เพื่อรักษาสันติภาพและทำให้จีนอยู่ร่วมกับประเทศอื่น ๆ ได้โดยปราศจากสงคราม ………….หลักการนี้เป็นแนวปฏิบัติสำคัญในการกำหนดนโยบายต่างประเทศ และเมื่อ 29 มิถุนายน 2567 ก็ครบเวลา 70 ปีพอดีที่หลักการดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นแนวทางร่วมมือและรับมือกับสถานการณ์ต่างประเทศของจีน ขณะเดียวกันก็เป็น “ข้อความ” ส่งต่อให้นานาชาติรับรู้ว่าจีนเป็นประเทศที่ต้องการสันติภาพมาโดยตลอด บทความนี้จึงอยากชวนทำความรู้จัก เข้าใจ และวิเคราะห์ต่อไปว่า…ประเทศจีนที่กำลังก้าวเป็นมหาอำนาจโลกในปัจจุบันนี้ จะยังคงส่งเสริมสันติภาพและลดความขัดแย้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ได้ยังไง เพราะโลกอยู่ในยุคที่มีความขัดแย้งที่ตึงเครียดมากมาย หลาย ๆ เรื่องก็มีประเทศจีนเข้าไปเป็นตัวแสดงหลักเสียด้วย! หรือว่า…หลักการนี้กำลังกลายเป็นเครื่องมือที่จีนใช้สร้างเกราะป้องกันตนเองกันแน่!? ย้อนกลับไปเมื่อ 70 ปีก่อน ทำไมจีนจะต้องริเริ่มและส่งเสริมหลักการนี้ขึ้นมาด้วย?… ดูเหมือนว่าจุดเริ่มต้นของการคิดหลักการนี้ขึ้นมา จะเป็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลจีน สมัยอดีตนายกรัฐมนตรีโจว เอินไหล ที่จะแก้ไขปัญหาขัดแย้งกับอินเดียเรื่องดินแดนทิเบต เพราะมีข้อมูลว่าหลักการนี้ หรือในภาษาจีนเขียนว่า 和平共处五项原则 อยู่ในข้อตกลงระหว่างจีนกับอินเดียเมื่อปี  2497 ซึ่งในส่วนของอินเดียจะเข้าใจหลักการนี้ คือ “ปัญจศีล” นั่นเอง…

ก้าวต่อไปของ G7 และความท้าทายเมื่อ BRICS+ เติบโต

          การประชุมสุดยอดของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลกหรือ G7 เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 13-15 มิถุนายน 2567 ที่เมืองอาปูเลียของอิตาลี ผลการประชุมของกลุ่ม G7 ที่ผ่านมามักจะมีประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาของโลก เนื่องจากกลุ่มประกอบด้วยประเทศสมาชิกที่เป็นมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจทั้งจากภูมิภาคอเมริกา ยุโรป และเอเชีย ซึ่งจะส่งผู้นำไปรวมตัวกันเพื่อพูดคุยประเด็นโอกาสและความท้าทายในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาในต่างประเทศ ที่จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินนโยบายของ G7 ต่อไป            จากจุดเริ่มต้นของ G7 ที่รวมตัวกันอย่างไม่เป็นทางการเมื่อช่วงที่โลกเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงานในปี 2516 ปัจจุบัน G7 ยังคงเป็นการรวมตัวของประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่สำคัญแม้ว่าจะมีกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นตามมา หรือจะมีการขยายกรอบการพูดคุยไปเป็น G20 แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้อิทธิฤทธิ์ของ G7 น้อยลง เพราะแต่ละสมาชิกยังมีอำนาจทางเศรษฐกิจ และมี GDP รวมกันคิดเป็นร้อยละ 25.8 ของโลก โดยสมาชิกของ G7 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี…

อาชีวะ+สามัญ: สูตรสำเร็จเพื่อสร้าง hybrid workers ทักษะสูง

          ท่ามกลางกระแสข่าวการแย่งตัวคนเก่ง (Talent) มาร่วมงานทั้งระดับประเทศและองค์กร พร้อม ๆ กับกระแสสุดฮิตที่ว่าทุกองค์กรต้องปรับตัวให้เท่าทันเทคโนโลยีดิจิทัลและต้องนำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง AI หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้งาน เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันที่เราได้ยินกันแทบทุกวัน……ก็ปรากฏรายงานข่าวในจีนที่น่าสนใจข่าวหนึ่งคือ ปัจจุบันนักศึกษาจีนระดับมหาวิทยาลัยกลับเข้าไปเรียนสายอาชีวะเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่าเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสให้ตัวเองเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับตลาดแรงงาน ที่ไม่เพียงมีความรู้ในสายวิชาการ แต่ยังมีประสบการณ์ที่พร้อมทำงานจากการฝึกงาน ​          เมื่อพูดถึงระบบการศึกษา ปฏิเสธไม่ได้ว่าสายหลักที่หลายประเทศปักหมุดไว้คือสายสามัญ เพื่อเป็นหนทางในการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นช่องทางหลักในการสร้างหลักประกันทางอาชีพในอนาคต ทั้งการเข้าถึงโอกาสในการได้งานและการได้รับการยอมรับทางสังคม โดยการให้ค่าหลักสูตรสายสามัญเหนือกว่าหลักสูตรอื่น…ส่งผลให้การเรียนสายอาชีวะไม่เป็นที่นิยม และผู้เรียนก็มักจะมีภาพลักษณ์เป็นรองในด้านวิชาการ เมื่อเรียนจบส่วนใหญ่ก็เป็นพนักงานระดับปฏิบัติหรือใช้แรงงาน (Blue-collar) มากกว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศ (White-collar) …ซึ่งจีนก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีค่านิยมทำนองนี้เช่นกัน ​………..แต่ที่น่าสนใจคือ รายงานเรื่อง “2024 Blue-collar Talent Development Report” ที่เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มจัดหางาน Zhaopin ของจีน ระบุว่า ปัจจุบันมีความต้องการตำแหน่งงาน Blue-collar ในจีนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสายเทคนิค ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้ค่าแรงปรับขึ้นในทิศทางเดียวกัน เฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีทักษะสูงตรงตามที่ตลาดต้องการก็ยิ่งได้ค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี…

เกาหลีเหนือหารายได้เข้าประเทศได้อย่างไร??

เกาหลีเหนือประเทศเล็กๆ แต่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ และเกาหลีเหนือยังอ้างว่าเป็นประเทศเดียวในโลกที่ไม่เก็บภาษีกลายเป็นสังคมไม่ใช้เงิน ทุกคนทำงานให้รัฐและรัฐจัดสรรทรัพยากรให้ทุกคนผ่านระบบปันส่วนในบริบทของคอมมิวนิสต์ เมื่อปี 2532 ชาวเกาหลีเหนือมีฐานะร่ำรวยมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนถึง 2 เท่า