รู้จัก 5 หลักการที่ทำให้จีนรักษาสันติภาพมาได้นานกว่า 70 ปี

รัฐบาลจีนจัดงานพิธีฉลองครบรอบ 70 ปีที่ศาลามหาประชาชน กรุงปักกิ่ง เนื่องจากประเทศจีนได้สร้างและส่งเสริมหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ 5 ข้อ หรือ Five Principles of Peaceful Coexistence ที่รัฐบาลจีนทุกยุคสมัยยึดมั่นมาตลอด เพื่อรักษาสันติภาพและทำให้จีนอยู่ร่วมกับประเทศอื่น ๆ ได้โดยปราศจากสงคราม ………….หลักการนี้เป็นแนวปฏิบัติสำคัญในการกำหนดนโยบายต่างประเทศ และเมื่อ 29 มิถุนายน 2567 ก็ครบเวลา 70 ปีพอดีที่หลักการดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นแนวทางร่วมมือและรับมือกับสถานการณ์ต่างประเทศของจีน ขณะเดียวกันก็เป็น “ข้อความ” ส่งต่อให้นานาชาติรับรู้ว่าจีนเป็นประเทศที่ต้องการสันติภาพมาโดยตลอด บทความนี้จึงอยากชวนทำความรู้จัก เข้าใจ และวิเคราะห์ต่อไปว่า…ประเทศจีนที่กำลังก้าวเป็นมหาอำนาจโลกในปัจจุบันนี้ จะยังคงส่งเสริมสันติภาพและลดความขัดแย้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ได้ยังไง เพราะโลกอยู่ในยุคที่มีความขัดแย้งที่ตึงเครียดมากมาย หลาย ๆ เรื่องก็มีประเทศจีนเข้าไปเป็นตัวแสดงหลักเสียด้วย! หรือว่า…หลักการนี้กำลังกลายเป็นเครื่องมือที่จีนใช้สร้างเกราะป้องกันตนเองกันแน่!? ย้อนกลับไปเมื่อ 70 ปีก่อน ทำไมจีนจะต้องริเริ่มและส่งเสริมหลักการนี้ขึ้นมาด้วย?… ดูเหมือนว่าจุดเริ่มต้นของการคิดหลักการนี้ขึ้นมา จะเป็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลจีน สมัยอดีตนายกรัฐมนตรีโจว เอินไหล ที่จะแก้ไขปัญหาขัดแย้งกับอินเดียเรื่องดินแดนทิเบต เพราะมีข้อมูลว่าหลักการนี้ หรือในภาษาจีนเขียนว่า 和平共处五项原则 อยู่ในข้อตกลงระหว่างจีนกับอินเดียเมื่อปี  2497 ซึ่งในส่วนของอินเดียจะเข้าใจหลักการนี้ คือ “ปัญจศีล” นั่นเอง…

ก้าวต่อไปของ G7 และความท้าทายเมื่อ BRICS+ เติบโต

          การประชุมสุดยอดของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลกหรือ G7 เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 13-15 มิถุนายน 2567 ที่เมืองอาปูเลียของอิตาลี ผลการประชุมของกลุ่ม G7 ที่ผ่านมามักจะมีประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาของโลก เนื่องจากกลุ่มประกอบด้วยประเทศสมาชิกที่เป็นมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจทั้งจากภูมิภาคอเมริกา ยุโรป และเอเชีย ซึ่งจะส่งผู้นำไปรวมตัวกันเพื่อพูดคุยประเด็นโอกาสและความท้าทายในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาในต่างประเทศ ที่จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินนโยบายของ G7 ต่อไป            จากจุดเริ่มต้นของ G7 ที่รวมตัวกันอย่างไม่เป็นทางการเมื่อช่วงที่โลกเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงานในปี 2516 ปัจจุบัน G7 ยังคงเป็นการรวมตัวของประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่สำคัญแม้ว่าจะมีกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นตามมา หรือจะมีการขยายกรอบการพูดคุยไปเป็น G20 แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้อิทธิฤทธิ์ของ G7 น้อยลง เพราะแต่ละสมาชิกยังมีอำนาจทางเศรษฐกิจ และมี GDP รวมกันคิดเป็นร้อยละ 25.8 ของโลก โดยสมาชิกของ G7 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี…

อาชีวะ+สามัญ: สูตรสำเร็จเพื่อสร้าง hybrid workers ทักษะสูง

          ท่ามกลางกระแสข่าวการแย่งตัวคนเก่ง (Talent) มาร่วมงานทั้งระดับประเทศและองค์กร พร้อม ๆ กับกระแสสุดฮิตที่ว่าทุกองค์กรต้องปรับตัวให้เท่าทันเทคโนโลยีดิจิทัลและต้องนำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง AI หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้งาน เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันที่เราได้ยินกันแทบทุกวัน……ก็ปรากฏรายงานข่าวในจีนที่น่าสนใจข่าวหนึ่งคือ ปัจจุบันนักศึกษาจีนระดับมหาวิทยาลัยกลับเข้าไปเรียนสายอาชีวะเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่าเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสให้ตัวเองเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับตลาดแรงงาน ที่ไม่เพียงมีความรู้ในสายวิชาการ แต่ยังมีประสบการณ์ที่พร้อมทำงานจากการฝึกงาน ​          เมื่อพูดถึงระบบการศึกษา ปฏิเสธไม่ได้ว่าสายหลักที่หลายประเทศปักหมุดไว้คือสายสามัญ เพื่อเป็นหนทางในการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นช่องทางหลักในการสร้างหลักประกันทางอาชีพในอนาคต ทั้งการเข้าถึงโอกาสในการได้งานและการได้รับการยอมรับทางสังคม โดยการให้ค่าหลักสูตรสายสามัญเหนือกว่าหลักสูตรอื่น…ส่งผลให้การเรียนสายอาชีวะไม่เป็นที่นิยม และผู้เรียนก็มักจะมีภาพลักษณ์เป็นรองในด้านวิชาการ เมื่อเรียนจบส่วนใหญ่ก็เป็นพนักงานระดับปฏิบัติหรือใช้แรงงาน (Blue-collar) มากกว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศ (White-collar) …ซึ่งจีนก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีค่านิยมทำนองนี้เช่นกัน ​………..แต่ที่น่าสนใจคือ รายงานเรื่อง “2024 Blue-collar Talent Development Report” ที่เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มจัดหางาน Zhaopin ของจีน ระบุว่า ปัจจุบันมีความต้องการตำแหน่งงาน Blue-collar ในจีนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสายเทคนิค ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้ค่าแรงปรับขึ้นในทิศทางเดียวกัน เฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีทักษะสูงตรงตามที่ตลาดต้องการก็ยิ่งได้ค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี…

เกาหลีเหนือหารายได้เข้าประเทศได้อย่างไร??

เกาหลีเหนือประเทศเล็กๆ แต่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ และเกาหลีเหนือยังอ้างว่าเป็นประเทศเดียวในโลกที่ไม่เก็บภาษีกลายเป็นสังคมไม่ใช้เงิน ทุกคนทำงานให้รัฐและรัฐจัดสรรทรัพยากรให้ทุกคนผ่านระบบปันส่วนในบริบทของคอมมิวนิสต์ เมื่อปี 2532 ชาวเกาหลีเหนือมีฐานะร่ำรวยมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนถึง 2 เท่า

ART TOY พระพิฆเนศ : คติความเชื่อและรูปเคารพบูชาในประเทศไทย

                  พระพิฆเนศ หรือ พระคณปติ หรือ พระคเณศ (สันสกฤต: गणेश ทมิฬ: பிள்ளையார் อังกฤษ: Ganesha) เป็นเทพในศาสนาฮินดูของอินเดีย เป็นโอรสของพระศิวะ เป็นที่เคารพนับถือมากที่สุดองค์หนึ่ง จากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบรูปเคารพเป็นจำนวนมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และมีคติความเชื่อที่เป็นเทพแห่งอุปสรรค ผู้สามารถบันดาลให้เกิดหรือขจัดอุปสรรคเพื่อให้เกิดผลสำเร็จก็ได้ ชาวฮินดูสมัยก่อนจะนิยมการประกอบพิธีบูชาพระพิฆเนศก่อนการเริ่มเรียนศาสตร์แห่งศิลปวิทยา โดยรูปเคารพพบได้ทั่วไปในอินเดีย และแพร่หลายในเอเชีย เช่น เนปาล จีน เตอรกีสถาน ชวา บาหลี บอร์เนียว ทิเบต เมียนมา ไทย ญี่ปุ่น และคาบสมุทรอินโดจีน ทั้งนี้คติความเชื่อข้างต้นได้แพร่หลายไปพร้อมกับชาวฮินดูที่อพยพไปยังถิ่นฐานอื่น โดยรูปแบบที่สำคัญของพระพิฆเนศ ตามคัมภีร์อการาทิ-กษการรานุต มหาสรสวตี ได้กล่าวว่า พระพิฆเนศ มีทั้งสิ้น 51 ปาง แต่ที่พบเห็นทั่วไปมีเพียง 14 ปางเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับพระพิฆเนศในศาสนาอื่น ๆ ได้แก่ 1) ศาสนาเชน ที่จัดให้พระพิฆเนศเป็นเทพองค์หนึ่งที่มี 2, 4, 6, 8,18…

Medical Hub เขตร้อน

ประเทศไทยประกาศนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) เพื่อเป็นศูนย์กลางการแพทย์ด้านการรักษาสุขภาพทั้งเชิงรับและเชิงรุก อุตสาหกรรมนี้น่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับประเทศ…… แต่!!…ไม่ใช่มีแค่ประเทศไทยเท่านั้นที่ตั้งเป้าหมายนี้ ยังมีประเทศแคนาดา อังกฤษ สเปน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ญี่ปุ่น และอินเดีย

การจัดการกับชีวิตหลังและใกล้ความตาย: เรื่องควรเตรียมการในวันที่ไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์และต่างชาติเริ่มจะล้นเมือง

            ความตายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่คนส่วนใหญ่ไม่อยากคิดถึง เพราะเมื่อเกิดขึ้นย่อมหมายถึงความสูญเสีย พลัดพราก และการจากลาอย่างถาวร รวมถึงเงินก้อนโตในกระเป๋าที่ต้องใช้สำหรับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งปัจจุบันทำได้ง่ายดาย รวดเร็ว ทั้งยังสวยงามตามความสามารถในการดีไซน์และทุนทรัพย์ของเจ้าภาพ  ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ พวงหรีด และของชำร่วยเพื่อเป็นที่ระลึกถึงผู้วายชนม์ จึงไม่แปลกที่บริการจัดงานศพและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องจะเฟื่องฟู …และจะยิ่งเติบโตในห้วงที่ไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) และกลายเป็นสังคมสูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในราวปี 2573 เนื่องจากเมื่อคิดเผิน ๆ ตามช่วงอายุก็อาจตีความได้ว่าอายุที่มากขึ้น..ย่อมหมายถึงมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะเสียชีวิต ไม่เพียงโครงสร้างประชากรของไทยที่เปลี่ยนไปจะเป็นโอกาสให้ธุรกิจการจัดงานศพครบวงจรขยายตัว แต่ธุรกิจดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นขนาดย่อย ขนาดย่อม และขนาดกลาง (Micro, Small and Medium Enterprise – MSME) ยังน่าจะได้รับผลพลอยได้จากจำนวนคนต่างชาติที่เข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นตามนโยบายดึงดูดคนต่างชาติของรัฐบาล ทั้งผู้ที่เข้ามาอยู่ในระยะสั้นเพื่อท่องเที่ยว ติดต่อธุรกิจ หรือทำงาน โดยได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตราที่สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 60 วัน หรือผู้ที่ประสงค์จะพำนักในไทยระยะยาว เพื่อทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน (Workcation) ทั้งกลุ่มที่มีทักษะสูง (High-skilled/Talent Labors) กลุ่มทำงานทางไกลและกลุ่มอาชีพอิสระ…

การพลิกโฉม ? ; เมื่อกระทรวงการต่างประเทศของยูเครนมี AI เป็นโฆษก

            สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนสร้างปรากฏการณ์ต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนใช้การสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ทรงพลังแสวงประโยชน์แห่งยุคสมัยได้อย่างดี หลังจากเราได้เห็นการทดลองใช้โดรนและประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) ในปฏิบัติการทางทหารมากมายในห้วงเวลา 2 ปีกว่า โดยอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2567 คือการที่นาย Dmytro Kuleba โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของยูเครน แถลงเปิดตัวนาง Victoria Shi โฆษกประจำกิจการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศยูเครน ที่สร้างมาจาก AI เพื่อใช้ในการสื่อสารต่อสาธารณะ ประหยัดเวลาให้กับนักการทูตที่เป็นมนุษย์จะได้มีเวลาไปทำเรื่องที่สำคัญและซับซ้อนมากขึ้น อย่างไรก็ดี ในส่วนของแถลงการณ์หรือการตอบคำถามสำคัญอ่อนไหวมนุษย์จะยังคงอยู่เบื้องหลังการผลิตและกลั่นกรองเนื้อหาอยู่ โดย AI ตัวแรกนี้เป็นผลงานร่วมกันระหว่างกระทรวงการต่างประเทศของยูเครน กับทีมงานของ The Game Changers องค์กรไม่แสวงกำไร และบริษัท Nazovni Tech ของยูเครน ความน่าสนใจของปรากฏการณ์นี้มีอย่างน้อย 4 มุม           …มุมแรก…

สิงคโปร์พลิกวิกฤติจากเมืองร้อนสู่เมืองเย็น

​             เมื่ออากาศที่ร้อนจัดระดับ 40 – 50 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นความร้อนที่กลายเป็นความท้าทายด้านสุขภาพครั้งใหญ่ของโลกรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตอาจจะกลายเป็นปกติของฤดูร้อนไปแล้ว แต่ก็ช่วยตอกย้ำว่าเรากำลังเดินหน้าไปสู่จุดที่อาจร้อนเกินกว่ามนุษย์จะอาศัยอยู่ได้…… และนั่นถือเป็นคำเตือนว่าเราคงจะหนีไม่พ้นถึงความรุนแรงของสภาพอากาศที่สุดขั้วมากยิ่งขึ้น หลายเมืองจึงเริ่มตั้งคำถามว่า “จะปกป้องผู้คนจากความร้อนที่คาดว่าจะเลวร้ายยิ่งกว่านี้ได้อย่างไร” กับ..มีเมืองหนึ่งที่ก้าวหน้าเป็นอย่างมากในการต่อสู้กับความร้อน เมืองนั้นคือ “สิงค์โปร์” ประเทศที่อยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรเพียง 137 กิโลเมตร เท่านั้น ทำให้เป็นเมืองที่ร้อนชื้นเกือบตลอดทั้งปี อีกทั้งยังต้องเจอกับความร้อนจากปรากฎการณ์เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island) ทำให้อากาศที่ร้อนอยู่แล้วยิ่งร้อนขึ้นไปอีก……. ……….  แต่เหตุใดสิงคโปร์จึงสามารถพลิกเมืองร้อนให้กลายเป็นเมืองที่เย็นได้ ซึ่งอาจจะเป็นโมเดลให้ประเทศอื่นเดินตาม!! ​            ความท้าทายที่สิงคโปร์เผชิญนี้ ก่อเกิดเป็นโครงการ “Cooling Singapore Project” ระยะแรกของโครงการทีมนักวิจัยได้ค้นพบถึง 86 วิธีในการลดอุณหภูมิ  โดยวิธีที่สิงคโปร์ทำไปบ้างแล้วและเป็นวิธีที่เรียบง่ายคือการทาสีหลังคาด้วยสีขาว เพื่อสะท้อนความร้อนจากดวงอาทิตย์ วิธีนี้ลดอุณหภูมิโดยรอบอาคารได้ถึง 2 องศาเซลเซียส หรือวิธีการออกแบบอาคารใหม่ให้สอดคล้อง รับกับธรรมชาติโดยคำนึงถึงการถ่ายเทของลม เช่น อาคาร…

การใช้จารชนในยามสงคราม

            ปัจจุบัน มีสงครามหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการสู้รบภายในประเทศมากมายทั่วโลก ผู้ที่ทำสงคราม…ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะ “ผู้นำประเทศ” หรือ “แม่ทัพ” ย่อมใช้ทุกเครื่องมือและวิธีการเพื่อเอาชนะฝ่ายตรงข้าม ศัตรู หรือคู่อริ เพราะเมื่อตัดสินใจเข้าสู่ภาวะสงครามแล้ว เป้าหมายย่อมมีแต่ต้องเอาชนะให้ได้เท่านั้น มนุษยชาติผ่านห้วงเวลาที่มีสงครามเกิดขึ้นหลายครั้ง ได้รู้จักวิธีการและกลยุทธ์ในการทำสงครามหลากหลายรูปแบบ และสิ่งหนึ่งที่เป็นเครื่องมือสร้างประโยชน์หรือสร้างความได้เปรียบในการทำศึกสงครามได้เสมอ ก็คือ “การรู้ข้อมูลที่สำคัญล่วงหน้า” ซึ่งมักจะได้มาจากการใช้จารชน เพื่อให้ได้ข้อมูลมาทำข่าวกรองเสนอสำหรับตัดสินใจบัญชาการรบต่อไปนั่นเอง               ในตำราพิชัยสงครามฉบับที่โด่งดัง และเป็นคัมภีร์สำหรับการทำศึกสงครามไม่ว่าในยุคที่มีสันติภาพ หรือยุคที่มีสงคราม ก็จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับหลักการใช้ข้อมูลข่าวสาร และการใช้สายลับ หรือจารชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเอาชนะสงครามด้วย              เราอาจจะคุ้ยเคยกับชื่อหนังสือ “ตำราพิชัยสงครามซุนวู” หรือ The Art of War ที่แทบจะเป็นปรัชญาการทำสงครามที่นักเรียนทหารหลายประเทศต้องศึกษา วลีหรือข้อเสนอแนะที่เป็นที่รู้จัก เช่น…