ปัญญาประดิษฐ์ส่งผลอย่างไรต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

  ความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI)กำลังเปลี่ยนแปลงโลกในหลาย ๆ ด้าน โดยนอกจาก เปลี่ยนวิถีชีวิต เปลี่ยนการทำงาน หรือเปลี่ยนวิธีปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์แล้ว พัฒนาการของปัญญาประดิษฐ์ก็ยังส่งผลอย่างมากต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วยเช่นกัน ในบทความนี้จะสำรวจผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และผลที่จะตามมา ผลกระทบที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของปัญญาประดิษฐ์ต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คือผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ปัญญาประดิษฐ์มีศักยภาพในการปฏิวัติวิธีที่ประเทศต่าง ๆ ใช้ป้องกันตนเองจากภัยคุกคาม ตัวอย่างเช่น ระบบเฝ้าระวังการก่อการร้ายที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ สามารถเฝ้าตรวจและแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของผู้ก่อการร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ และทำให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการได้ก่อนที่จะเกิดการโจมตี ปัญญาประดิษฐ์ยังสามารถช่วยตรวจจับการโจมตีทางไซเบอร์และป้องกันการโจมตีเหล่านั้น ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากประเทศต่าง ๆ ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น นอกจากนี้ ปัญญาประดิษฐ์ยังสามารถมีบทบาทด้านการทูตและการเจรจาต่อรอง ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลและระบุรูปแบบ จะช่วยนักการทูตและนักเจรจาต่อรองในการตัดสินใจได้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น ปัญญาประดิษฐ์สามารถช่วยระบุผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดของการเจรจา และช่วยเป็นแนวทางในการตัดสินใจ สิ่งนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในการเจรจาที่ซับซ้อนซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายฝ่ายและหลายประเด็น ….อีกทั้งปัญญาประดิษฐ์ยังอาจมีบทบาทสำคัญในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ การพัฒนาระบบการซื้อขายที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ สามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการค้าระหว่างประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ยังสามารถช่วยคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ทำให้ประเทศต่าง ๆ สามารถปรับนโยบายของตนให้สอดคล้องกันได้ ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนทางเศรษฐกิจและส่งเสริมความมั่นคงได้ ผลกระทบที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของปัญญาประดิษฐ์ต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คือ……ผลกระทบต่อโลกาภิวัตน์ เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินการข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ปัญญาประดิษฐ์สามารถช่วยให้ซัพพลายเชนทำงานอัตโนมัติ ลดต้นทุนการผลิต และทำให้ธุรกิจสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งนี้สามารถนำไปสู่การเติบโตทางการค้าและเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม…

Talented workers ทุนมนุษย์ที่ต้องสร้างและแย่งชิง

ท่ามกลางความกังวลว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence :AI) หุ่นยนต์ หรือระบบอัตโนมัติ จะเข้ามาแทนที่และแย่งงานจากแรงงานมนุษย์ ข่าวสารความต้องการ “คนเก่ง” ที่เป็นแรงงานทักษะสูงที่มีคุณภาพ เปี่ยมไปด้วยความสามารถ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือที่เรียกว่า Talent ของประเทศต่าง ๆ ก็ปรากฏให้เห็นเป็นระยะและดูจะเพิ่มขึ้นตามความต้องการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เห็นได้จากการประกาศมาตรการจูงใจ พร้อมกับสิทธิพิเศษต่าง ๆ เพื่อดึงดูดให้เหล่าคนเก่งเข้ามาทำงาน จนทำให้เกิดบรรยากาศการแข่งขันแย่งชิงแรงงานกลุ่มดังกล่าวระหว่างประเทศต่าง ๆ ทั้งโซนตะวันตกและเอเชีย เช่น ยุโรป แคนาดา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ รวมถึงไทย และมีแนวโน้มจะดุเดือดขึ้นจนอาจกลายเป็น war for talent โดยเฉพาะในสาขาที่ขาดแคลน        อัตราการเกิดที่ลดลงในหลายประเทศจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเข้ามาเป็นทางเลือกและเริ่มจะกลายเป็นแรงงานหลักในบางวิชาชีพของเทคโนโลยีสมัยใหม่ตามกระแสเทคโนโลยีพลิกผัน ตลอดจนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในเชิงเศรษฐกิจ และเพิ่มความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิต ส่งผลให้ภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคมต้องพลิกและผันตัวเองให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยการดึง “คนเก่ง” ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติหรือคนในชาติที่ไปอยู่ต่างประเทศ เข้ามาร่วมขับเคลื่อน ฉวยและสร้างโอกาสใหม่…

รู้จักนาอูรู อดีต ‘Pleasant Island’ ที่เปลี่ยนความสัมพันธ์กับไต้หวัน

ข่าวใหญ่ข่าวสำคัญหลังจากการเลือกตั้งไต้หวันเมื่อ 13 มกราคม 2567 นอกเหนือจากการประกาศผู้ชนะการเลือกตั้ง เป็นนาย Lai Ching-te ผู้แทนจากพรรค Democratic Progressive Party ที่ได้ครองตำแหน่งผู้นำรัฐบาลต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 3 ก็คือ การที่สาธารณรัฐนาอูรู ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ประกาศเปลี่ยนแปลงรูปแบบความสัมพันธ์กับไต้หวันเมื่อ 15 มกราคม 2567 ด้วยการตัดความสัมพันธ์ทางการทูต โดยจะไม่มีการแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการกับไต้หวันอีกต่อไป ไม่ยอมรับว่าไต้หวันเป็นประเทศ แต่เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน ที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ พร้อม ๆ กับการที่นาอูรูประกาศฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับจีน การเปลี่ยนแปลงในนโยบายของนาอูรู ทำให้ปัจจุบัน ไต้หวันมีประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการด้วย 12 ประเทศ ส่วนมากเป็นประเทศในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ และละตินอเมริกา การตัดสินใจของสาธารณรัฐนาอูรู อาจไม่ได้สร้างความตกใจให้ไต้หวันสักเท่าไหร่ เพราะสาธารณรัฐนาอูรูเคยเปลี่ยนท่าทีแบบนี้มาแล้วเมื่อปี 2545 แล้วก็กลับไปสถาปนาความสัมพันธ์กันใหม่เมื่อ 2548 นอกจากนี้ ไต้หวันเองก็ประกาศตัดความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐนาอูรูทันทีด้วยเช่นกัน เพื่อปกป้องเกียรติภูมิของชาติ สำหรับในช่วงเวลา 8 ปีที่พรรค Democratic Progressive Party หรือ DPP เป็นรัฐบาลไต้หวันนั้น ต้องเผชิญกับการที่ประเทศต่าง…

ผู้นำเกาหลีเหนือฉลองวันเกิดอย่างไร….ในวัย 40 ปี

หนึ่งในผู้นำประเทศที่มีความเป็นตัวของตัวเอง มีสไตล์ มีความลับ และมีนโยบายที่ทั่วโลกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่ง คือ นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งเมื่อ 8 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศรายงานว่าตรงกับครบรอบวันเกิด 40 ปีของเขา ในฐานะผู้นำประเทศ ..ปกติก็น่าจะมีการเฉลิมฉลองหรือกิจกรรมเพื่อแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันเกิดให้กับนายคิม จอง-อึน บ้าง เพราะว่าเขาคนนี้ก็เป็นที่รักและนิยมชมชอบของประชาชนชาวเกาหลีเหนือ และมีบทบาทสำคัญในการทำให้นานาชาติเห็นแสนยานุภาพทางการทหารของเกาหลีเหนือมาโดยตลอด แต่ทั่วโลกมีข้อสังเกตว่าการฉลองวันเกิดให้กับผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือในปีนี้นั้น ออกจะเรียบง่ายและเงียบ ๆ ไปสักหน่อย ไม่มีการจัดงานฉลอง ไม่มีการประกาศให้เป็นวันหยุดของประเทศอย่างเป็นทางการ รวมทั้งไม่มีการเผยแพร่ภาพและเรื่องราวของผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือคนนี้ ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากวันครบรอบวันเกิดอดีตผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ 2 รุ่นก่อนหน้านี้ที่เป็นรุ่นคุณปู่และคุณพ่อ ที่กำหนดให้วันเกิดของผู้นำเป็นวันหยุดอย่างเป็นทางการ นายคิม จอง-อึน ทำอะไรในวันครบรอบวันเกิดที่ผ่านมา?… แล้วเรื่องนี้สำคัญยังไง!? บทความนี้ขอเสนอว่าประเด็นนี้น่าสนใจและค่อนข้างสำคัญ เพราะถ้าย้อนกลับไปเมื่อ ตุลาคม 2564 หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้รายงานว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือกำลังโปรโมทหลักคิดและอุดมการณ์ “Kimjongunism” (หรือ김정은주의 ในภาษาเกาหลี) ที่เน้นเชิดชูคุณงานความดีของนายคิม จอง-อึน ผู้นำหนุ่มที่ปกครองประเทศมาตั้งแต่ปี 2554 ตอนนั้นมีรายงานถึงขนาดที่ว่า นายคิม จอง-อึน ต้องการสร้างระบบและประเพณีการเมืองเกาหลีเหนือใหม่ รวมทั้งพยายามปรับปรุงภาพลักษณ์ของตัวเองให้ดูยิ่งใหญ่…

Crowdfunding กับต้นทุนทางสังคมแบบไทยไทย

ในช่วงปี 2561 คนไทยเริ่มคุ้นเคยกับคำว่า Crowdfunding ซึ่งเป็นการระดมทุนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เสมือนตลาดสำหรับหานักลงทุนของเหล่าสตาร์ทอัพ ที่ต้องการเงินทุนในการขยายธุรกิจ Crowdfunding ทำให้ตัวเลือกของแหล่งเงินทุนนั้นมีมากกว่าการกู้ยืมจากธนาคาร ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนที่ซับซ้อนยุ่งยาก โดยเฉพาะการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านระบบบัญชี เพราะแน่นอนว่า “เหล่านักธุรกิจรุ่นใหม่” มักให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์สินค้าและบริการ มากกว่าการจัดระเบียบการเงินและการบัญชี ทำให้ข้อมูลทางการเงินของธุรกิจนั้นไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะให้เกิดความน่าเชื่อถือ จนจะทำให้นักลงทุนรายใหญ่ตัดสินใจร่วมลงทุนได้ อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่แพลตฟอร์มการลงทุนออนไลน์ในรูปแบบ Crowdfunding ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นอิสระ เพราะการคัดกรองธุรกิจที่สามารถระดมทุนได้อย่างอิสระนั้นยังต้องการตรวจสอบข้อมูล มีเพียงไม่กี่รายที่สามารถทำได้อย่างถูกต้อง ทำให้ Crowdfunding ในประเทศไทยนั้น ยังไม่สามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมาย สำหรับสหรัฐอเมริกา ยุโรป และในเอเชีย crowdfunding ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สามารถระดมทุนได้ไม่ต่ำกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก และยังมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งในรูปแบบของการบริจาคโดยไม่มีผลตอบแทน หรือการให้ตอบแทนเป็นสินค้า ดอกเบี้ยจากการกู้ยืม และหุ้น ความหลากหลายของ Crowdfunding รูปแบบนี้ทำให้นักธุรกิจรายย่อยมีข้อเสนอในการลงทุนได้อย่างกว้างขวางและระดมทุนได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนรูปแบบไหน ต้องยอมรับว่า “ความน่าเชื่อถือ” จึงเป็นปัจจัยสำคัญของการระดมทุน ไม่แตกต่างจากความน่าเชื่อถือของการฝากเงินในธนาคารที่มีสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือเป็นผู้การันตี โดยหากเปรียบเทียบกับบริบททางสังคม ความน่าเชื่อถือหรือความไว้ใจที่เกิดขึ้นในระหว่างบุคคลหมู่มากหรือความสัมพันธ์ของชุมชน นั่นคือ หลักการสำคัญที่จะทำให้เกิดการรวมทุนหรือระดมทุนในระดับท้องถิ่น เพื่อรวบรวมเงินก้อนใหญ่ในการกระทำการต่างๆ แม้จะไม่ได้เปิดกว้างเท่ากับ Crowdfunding แต่การระดมทุนกันในระดับชุมชนที่อาศัย…

BRICS เพิ่มสมาชิกแล้วจะเป็นยังไงต่อไป?

เมื่อต้นปี 2567 เกิดการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศครั้งสำคัญ เมื่อกลุ่มประเทศ BRICS หรือกลุ่มประเทศกําลังพัฒนาที่มีการพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว (Emerging Market) ต้อนรับสมาชิกใหม่เพิ่มอีก 5 ประเทศ ทำให้เดิมที่กลุ่ม BRICS ที่มีบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีนและแอฟริกาใต้เป็นสมาชิก ได้มีเพื่อนร่วมกลุ่มเพิ่มเป็น 10 ประเทศ สำหรับสมาชิกใหม่ของ BRICS ได้แก่ อียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (UAE) ความคืบหน้านี้ถือว่าเป็นความสำเร็จในกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ ในยุคที่ทั่วโลกเผชิญปัญหาและความขัดแย้ง แต่กลุ่ม BRICS …ซึ่งต่อไปนี้อาจจะต้องเรียกว่า BRICS พลัส (BRICS+) กลับมีความคืบหน้าที่สำคัญ เพราะการขยายสมาชิก แปลว่า สมาชิกเดิมพร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่ ขณะที่สมาชิกใหม่ก็พร้อมเพิ่มความร่วมมือตามแนวทางของสมาชิกเดิมด้วย …..สำหรับการเพิ่มสมาชิกกลุ่ม BRICS ครั้งล่าสุด คือ การรับแอฟริกาใต้เป็นสมาชิกเมื่อปี 2553 การเพิ่มสมาชิกของกลุ่ม BRICS ครั้งนี้มีผลทันที และทั่วโลกก็สนใจความร่วมมือของกลุ่มนี้ที่กลายเป็นกลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่ มีประชากรจำนวนมาก และอาจกลายเป็น “ความหวัง”…

เกือบ 2 ปี แล้ว : สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน

ก.พ.67 ก็จะครบ 2 ปี ที่รัสเซียปฏิบัติการทางทหารในยูเครน แต่ก็ยังยึดครองยูเครนไม่ได้  การตอบโต้ระหว่างกันไม่มีสัญญาณจะยุติ ความสูญเสียทั้งสองฝ่ายจะยังมีต่อไป เพราะรัสเซียมีเป้าหมายที่จะครอบครองดินแดนในภาคตะวันออกของยูเครนให้ได้ ขณะที่ยูเครนก็ยืนหยัดว่ารัสเซียต้องถอนทหารออกจากยูเครน และยังเลือกใช้ ประเทศตะวันตก เฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร หนุนหลัง และยุโรป ในการสู้รบกับรัสเซีย  

ห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยวใหม่ กรุงเทพมหานคร

ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือเพื่อชมเมือง เดินเล่นกับสิงโตเผือก ขับรถซุปเปอร์คาร์บนถนนริมชายหาด รับประทานอาหารในภัตตาคารที่สูงที่สุดในโลก ชมการแสดงระดับโลก หรือแม้แต่การเล่นสกี.ก็เกิดขึ้นได้กลางทะเลทรายในนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นแผนการท่องเที่ยวที่ผ่านการวางกลยุทธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับ high-end ทั่วโลกเพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศแทนการค้าน้ำมันที่ค่อยๆ ถูกลดบทบาทลงไปในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ปรากฏการณ์ China Chic โอกาสทางเศรษฐกิจที่มาพร้อมความภูมิใจในความเป็นจีน

ท่ามกลางการตอบรับการแต่งตัวตามสไตล์เกาหลีในกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ไม่มีทีท่าจะถดถอย และความนิยมเสื้อผ้าแนวสตรีทที่ไม่เสื่อมคลายในกลุ่มวัยรุ่นทั่วโลก ก็ปรากฏวิถีการแต่งกายสไตล์ China Chic และการเติบโตของสินค้าแบรนด์จีนหลากหลายประเภท ที่ได้รับความนิยมจากหนุ่มสาวชาวจีน Gen Z อย่างน่าแปลกใจ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ผู้บริโภคชาวจีนเป็นกลุ่มลูกค้าระดับ top spender ที่สร้างรายได้ให้สินค้าแบรนด์หรู จนกลายเป็นตลาดหลักที่ทุกแบรนด์ต้องการ China Chic หรือ Guochao ในภาษาจีน เริ่มเป็นที่รู้จักและมีการพูดถึงหนาหู …หลังจากที่เสื้อผ้านักกีฬาภายใต้แบรนด์ Li-Ning ของอดีตนักยิมนาสติกทีมชาติจีน เข้าร่วมการแสดงแฟชั่นโชว์ New York Fashion Week เมื่อปี 2561 ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของกระแส China Chic และจุดประกายความนิยมต่อสินค้าแบรนด์จีน ที่ออกแบบโดยมีพื้นฐานจากประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีนเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ China Chic คืออะไร….. นักวิชาการจาก Institute of Journalism and Communication ของ Chinese Academy of Social Sciences ให้ความเห็นว่า China Chic…

ค่านิยมในการทำงาน ที่ทำให้มหานครล่มสลาย

ไม่ว่าจะ Work Life Balance หรือ Work From Home ก็ดูเหมือนเป็นค่านิยมที่ทำให้วิธีการทำงานของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมการทำงานของวัยแรงงานยุค Baby Boom (ปี 2489 – 2507) ที่เป็นยุคสร้างตัว สร้างเศรษฐกิจภายหลังสงครามโลก คนในช่วงก่อนหน้านี้เน้นการทำงานหนักเพื่อสร้างความสำเร็จ สร้างรายได้เป็นเงินเก็บก้อนโตเพื่อใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายหลังเกษียณอายุการทำงาน ถือเป็นยุคที่ธุรกิจใหม่ๆ เกิดและเติบโตขึ้นอย่างมั่นคงและกลายเป็นรากฐานของเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่แน่นอนว่าความคิดต่อการทำงานแบบนั้นได้เปลี่ยนแปลงไป เมื่อคนยุคหลังเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่คนรุ่นพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ได้ทำ จนเกิดแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานที่อาจกล่าวได้ว่าส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างมาก “ทำไมจะต้องทุ่มเทกำลังแรงกายทำงานเก็บเงินก้อนโต เพื่อนำไปใช้ในตอนชรา ทั้งที่สามารถแบ่งรายได้มาสร้างความสุขได้เลย” นี่เป็นแนวคิดของคนในรุ่น Gen X และ Gen Y ทำให้พวกเขาเริ่มมองหารูปแบบการใช้ชีวิตในวัยทำงานที่ไม่ได้มีแต่เรื่องงานอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการแบ่งเวลาไปท่องเที่ยว ทำงานอดิเรก สร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ ดูแลสุขภาพ เลือกการทำงานที่มีเวลาชั่วโมงในการทำงานชัดเจน หรืองานที่ไม่มีข้อกำหนดเรื่องเวลา แต่มีการประเมินผลจากผลงาน ทำให้สามารถบริหารจัดการเวลาได้อย่างมีอิสรภาพ จนทำให้วัยแรงงานรุ่นใหม่มองหางานที่สามารถทำให้ Work Life Balance ได้ มากกว่าเรื่องค่าตอบแทนเป็นหลัก…