กลุ่มเตอร์กิก กับ Spirit ยังเติร์กที่ซ่อนอยู่? (1/2)

กรอบความร่วมมือองค์การรัฐเตอร์กิก (Organization of Turkic States-OTS) ที่ริเริ่มเมื่อปี 2535 เพียงหนึ่งปีหลังสหภาพโซเวียตล่มสลายเมื่อปี 2534 คงจะถูกมองว่าเป็นร่มใหม่ของเหล่าประเทศสมาชิกสหภาพโซเวียตที่มีการใช้ภาษาเติร์กก็ได้ โดยองค์กรนี้มีพัฒนาการยกระดับรูปแบบการรวมกลุ่มเรื่อยมา กว่าจะมาได้ชื่อเป็น OTS เมื่อปี 2564 และสำหรับปีนี้ตุรกีดำรงตำแหน่งประธานประจำปี 2565 โดยมีอีก 4 ประเทศสมาชิก ได้แก่ อาเซอร์ไบจาน คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน และอุซเบกิสถาน ซึ่งล้วนเป็นอดีตประเทศสหภาพโซเวียต

47 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน ประวัติศาสตร์และโอกาสในความร่วมมือ

1 กรกฎาคม 2518 ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์การต่างประเทศของไทย เพราะเป็นวันที่รัฐบาลไทยภายใต้การนำของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมชในขณะนั้น ตัดสินใจเจริญสัมพันธไมตรีอย่างเป็นทางการกับสาธารณรัฐประชาชนจีน และลดระดับความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ซึ่งนำไปสู่การก่อเกิดจุดเริ่มต้นทางความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับไทย . ตลอดเกือบ 5 ทศวรรษที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างปักกิ่งและกรุงเทพฯ มีพลวัตรสูงในทุกมิติ ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยมีคนไทยเชื้อสายจีนเป็นโซ่ใจสำคัญที่ช่วยประคับประคองให้ความสัมพันธ์ของสองประเทศเจริญรุดหน้ามาอย่างต่อเนื่อง . โดยเฉพาะภายหลังจีนเปลี่ยนนโยบายทางด้านเศรษฐกิจในยุคสมัยของเติ้งเสี่ยวผิง เพื่อเปิดรับการลงทุนจากภายนอกประเทศ ก่อเกิดเป็นระบบเศรษฐกิจแบบจีนขึ้น ซึ่งกลุ่มทุนข้ามชาติแรก ๆ ที่เข้าไปลงทุนในจีนในห้วงเวลานั้นก็คือบรรดาคนจีนโพ้นทะเลที่อยู่ทั่วทุกมุมโลก และนั่นก็รวมถึงกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีนด้วย . รากฐานทางด้านความสัมพันธ์ที่ครอบคลุมทั้งมิติระดับประชาชนกับประชาชน ไปจนถึงระดับรัฐบาลกับรัฐบาลช่วยส่งเสริมให้ไทยและจีนมีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา เราได้เห็นแนวนโยบายต่างประเทศของไทยที่ส่งเสริมความสัมพันธ์กับจีนมากขึ้น . เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็ต้องยอมรับว่าปัจจัยสำคัญมาจากการที่มูลค่าการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีนเติบโตอย่างต่อเนื่อง จีนถือเป็นประเทศสำคัญที่ไทยนำเข้าสินค้าเข้ามาใช้เพื่อผลิตสินค้าภายในประเทศเพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ . เช่นเดียวกันจีนกลายเป็นตลาดสำคัญของสินค้าเกษตรของประเทศไทย โดยเฉพาะผลไม้ขึ้นชื่ออย่างทุเรียนที่ถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่มีความต้องการอย่างมากภายในประเทศจีน . นอกจากนี้การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของไทยเองก็มีเป้าหมายสำคัญในการดึงกลุ่มทุนและอุตสาหกรรมจีนให้เข้ามาลงทุนภายในประเทศไทย เพื่อกระตุ้นภาคการลงทุนและตลาดการจ้างงาน รวมถึงเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับประเทศไทย . ในทางเดียวกันจีนเองก็ให้ความสำคัญต่อสถานะของประเทศไทยในแนวนโยบายต่างประเทศของตนเองเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น การอนุญาตให้นักเรียนและนักศึกษาชาวไทยเดินทางกลับไปศึกษาต่อที่ประเทศจีน เป็นชาติแรกของโลกในห่วงเวลาที่จีนยังคงนโยบายโควิด-19 เป็นศูนย์ (ยกเว้นเกาหลีใต้ที่มีข้อตกลงระหว่างกัน) . และในช่วง10ปีที่ผ่านมานี้ จีนได้ส่งผู้นำระดับสูงหลากหลายตำแหน่งเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการอย่างสม่ำเสมอ…

โรค PTSD บาดแผลทางใจที่เกิดขึ้นได้แม้แต่กับเทพเจ้า

“Thor: Love and Thunder” ที่เข้าฉายไปเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2565 นับว่าเป็นการกลับมาในภาพยนตร์เดี่ยวของตัวเองเป็นภาคที่ 4 สำหรับตัวละครเทพเจ้า Thor ของ Chris Hemsworth ซึ่งน่าจะเป็นการดีที่เราจะได้กลับไปทบทวนว่าเทพเจ้าสายฟ้าคนนี้ผ่านการเดินทางอะไรมาบ้างในจักรวาลภาพยนตร์ Marvel Cinematic Universe (MCU) โดยเฉพาะหลังจากที่ผ่านสภาพหุ่นถังเบียร์สุดโทรมจาก “Avengers: Endgame” (ปี 2562) “การสูญเสีย” มักจะเป็นบททดสอบสำคัญที่ทีมงานผู้สร้างเขียนบทส่งให้กับตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ เพื่อให้เห็นการเติบโตของตัวละครที่ต้องก้าวผ่านจุดโศกเศร้าในชีวิตมา แต่สำหรับ Thor นั้น หากพิจารณาไล่เรียงมาในภาพยนตร์แต่ละเรื่องที่ปรากฏตัว เขาได้เจอกับบททดสอบนี้หลายครั้ง และน่าจะสูญเสียสิ่งที่รักไปมากกว่าผองเพื่อน Avengers คนอื่น ๆ เสียอีก สิ่งแรกที่ Thor รักมากและสูญเสียไปก็คือแม่ของเขาเอง ราชินี Frigga แห่ง Asgard (รับบทโดย Rene Russo) ระหว่างศึกกับพวกวายร้าย Dark Elves ใน “Thor: The Dark…

พญานาค : soft power แบบอีสาน

บนถนนที่วิ่งตรงสู่แม่น้ำโขง รูปปั้นพญาศรีสัตนาคราชปรากฏให้เห็นตั้งแต่ไกล และเมื่อฝ่าแผงจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลและบรรดาผู้มีจิตศรัทธาที่กำลังกราบไว้และถ่ายรูป เข้าไปยืนที่ลานริมแม่น้ำโขงกลางเมืองนครพนม ก็จะเห็นชัดเจนว่าพญานาคพ่นน้ำเป็นสายไหลลงแม่น้ำโขง ในลักษณะเดียวกับที่เมอร์ไลออนพ่นน้ำลงอ่าวมารีนาที่สิงคโปร์ “พญานาค” เป็นความศรัทธาแต่โบราณที่ชาวอีสานรับเอาตำนานพญานาคของพุทธและพราหมณ์มาเป็นความเชื่อท้องถิ่น ความเชื่อเรื่องพญานาค ก่อให้เกิดเป็นอำนาจของพญานาค ที่มนุษย์แอบอิงเอาอำนาจนั้นไปใช้กำหนดพฤติกรรมของคนในสังคมให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ทางสังคมที่พึงประสงค์ งานวิจัยเรื่อง “พญานาค: จากอุดมการณ์ที่เมืองคำชะโนด สู่กระบวนการทำให้เป็นสินค้า” ของพลธรรม์ จันทร์คำ จัดแบ่งประวัติศาสตร์อีสานสมัยใหม่ออกเป็น 3 ยุค ยุคแรกคือยุคเฮ็ดอยู่เฮ็ดกิน ช่วงปี 2472-2519 ที่วิถีชีวิตของชาวอีสานยังผูกพันพึ่งพาธรรมชาติ “ความอุดมสมบูรณ์” จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการมีชีวิตอยู่รอด อำนาจของพญานาคจึงเป็นเรื่องของความลึกลับ ความน่าเกรงขาม จากการที่พญานาคสามารถอำนวยความอุดมสมบูรณ์ และให้บทลงโทษแก่บุคคลที่ไม่ประพฤติตนตามกฎเกณฑ์ของสังคม แต่เมื่อสังคมอีสานสมัยใหม่เข้าสู่ยุคที่ 2 คือยุคเฮ็ดอยู่เฮ็ดขาย ช่วงปี 2520-2536 โครงสร้างสังคมของอีสานเริ่มเปลี่ยนไปจากการเข้ามาของแนวทางการพัฒนาแบบทุนนิยม ที่รัฐบาลต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ด้วยการพยายามสร้างความเจริญและการพัฒนาทางเศรษฐกิจให้กับอีสาน เช่น การพัฒนาถนนหนทาง และส่งเสริมการปลูกพืชพาณิชย์ การเข้ามาของคนต่างถิ่น เมื่อผสมเข้ากับความเชื่อดั้งเดิมของคนในพื้นที่ ทำให้บทบาทของพญานาคเริ่มเพิ่มจากการเป็นผู้ให้คุณให้โทษที่น่าเกรงขาม เป็นผู้อำนวยโชคลาภให้กับผู้บนบาน ที่เป็นคนที่เข้ามาตั้งรกรากในพื้นที่เพื่อทำมาหากิน คำชะโนดเป็นเกาะเล็ก ๆ มีสะพานรูปพญานาคที่เชื่อว่าเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์และโลกบาดาลที่อาศัยของพญานาค การจะข้ามสะพานแห่งนี้ต้องถอดรองเท้าและเดินเท้าเปล่า เข้าไปเหยียบดินเย็นและอาบเอาบรรยากาศเงียบสงบบนเกาะ แต่ก่อนจะข้ามไปเจอความสงบบนเกาะนั้น บนถนนที่วิ่งตรงสู่เกาะคำชะโนด จ.อุดรธานี สองข้างทางเรียงรายด้วยพานบายศรีพญานาค ที่ชาวบ้านตั้งแผงขายยาวตลอดถนนเพื่อบริการผู้มีจิตศรัทธาสำหรับนำไปถวายพญานาคราชเพื่อแก้บน…

สะพาน กับมายาคติของมิตรภาพ

ทันทีที่รถโดยสารระหว่างประเทศเส้นทางนครพนม-ท่าแขกวิ่งผ่านจุดกึ่งกลางของสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 มนุษย์ทั้งคันรถก็หลุดพ้นจากเขตอธิปไตยของไทยเข้าสู่ดินแดนลาว ฟังดูเหมือนว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ เพียงแค่ล้อรถเคลื่อน แต่เปล่าเลย นอกจากเราจะประดิษฐ์สิ่งที่เรียกว่าเส้นเขตแดนมาแบ่งกั้นฝักฝ่าย ยังมีพิธีกรรมอีกมากมายเพื่อเสริมสร้างความศักดิ์สิทธิ์ให้กับประดิษฐกรรมนี้

soft power ของไทย ไปให้ไกล … และไปให้ถึง ….

อำนาจละมุน หรืออำนาจอ่อน ไม่คุ้นเลย แต่หากเป็น soft power ก็ต้องร้องอ๋อกันทีเดียว เพราะไทยเรามีหลายอย่างที่จะใช้ได้ แต่จะทำอย่างไรที่ทำให้ soft power ของไทย ไปให้ไกล … และไปให้ถึง …. ไม่ยาก แต่ก็คงไม่ง่าย…. ใครว่า soft power เป็นเรื่องใหม่ และรัฐบาลไม่สนใจ แต่เท่าที่เห็น..ก็ดูสนใจนะ เพียงยังไม่เร่งเครื่องดูได้จากที่ไทยมีทั้งกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงวัฒนธรรมที่เป็นหน่วยงานหลักส่งเสริม soft power ของไทย ซึ่งเป้าหมายที่จะออกแรงส่งเสริมจากที่อ่าน ๆ มาก็มี 5 F ได้แก่ 1) อาหาร (Food) 2) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) 3) การออกแบบแฟชั่นไทย (Fashion) 4) ศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย (Fighting) และ 5) เทศกาลประเพณีไทย (Festival) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ก็ตั้งเป้าหมายผลักดันการส่งออกใน 4 กลุ่มสินค้าเกี่ยวข้อง ได้แก่…

สวีเดนและฟินแลนด์จะเข้าร่วมนาโต้ได้หรือไม่ : บทบาทของตุรกีในสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ขณะที่สงครามรัสเซีย-ยูเครนกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุดลงในเร็ววัน ประเทศโลกตะวันตกก็ผนึกกำลังกันอย่างเข้มแข็งในการต่อต้านการกระทำของรัสเซีย อีกทั้งประเทศที่เคยเป็นกลางอย่างสวีเดนและฟินแลนด์ยังได้ประกาศสมัครเข้าร่วมนาโต้อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งถือเป็นข่าวดีของกลุ่มประเทศตะวันตก อย่างไรก็ดี ภาพข่าวดีดังกล่าวกำลังเผชิญกับความท้าทายจากประเทศสมาชิกนาโต้ด้วยกัน นั่นคือประเทศตุรกี นับตั้งแต่ที่รัสเซียเริ่มปฏิบัติการทางทหารต่อยูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 กลุ่มประเทศตะวันตกนำโดยนาโต้และอียูได้ร่วมกันตอบโต้รัสเซียอย่างแข็งขัน ทั้งในรูปแบบของการให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธแก่ยูเครน การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย หรือการประณามบทบาทของรัสเซียในเวทีการทูต เป็นต้น สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนในครั้งนี้ส่งผลให้สวีเดนและฟินแลนด์ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมนาโต้พร้อมกัน อย่างไรก็ตาม ตุรกีประกาศอย่างชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการให้สวีเดนและฟินแลนด์เข้าร่วมนาโต้ เนื่องจากมองว่าทั้งสองประเทศให้การสนับสนุนกลุ่ม Kurdistan Workers’ Party (PKK) ซึ่งตุรกีมองว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายและเป็นปัญหาความมั่นคงที่สำคัญของตุรกี และไม่เห็นด้วยกับนโยบายของทั้งสองประเทศที่ระงับการส่งออกอาวุธให้ตุรกีตั้งแต่ปี 2562 ประเด็นปัญหาหลักอยู่ที่กลไกการรับประเทศเข้าเป็นสมาชิกของนาโต้ เพราะหากประเทศใดสมัครเข้าเป็นสมาชิกได้นั้น จะต้องได้รับการยินยอมจากประเทศสมาชิกทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 30 ประเทศ รวมถึงตุรกี สำหรับกลุ่ม PKK นั้น เป็นกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองของชาวเคิร์ด โดยถูกจัดเป็นกลุ่มก่อการร้ายในหลายประเทศ ทั้งตุรกี สหรัฐฯ อียู อังกฤษ แคนาดา รวมถึงออสเตรเลีย ทั้งนี้ สวีเดนให้ที่พักพิงกับผู้อพยพชาวเคิร์ดจำนวนมากในประเทศ ซึ่งคาดว่ามีประมาณ 100,000 คน โดยสวีเดนมองว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม PKK อย่างไรก็ตาม ตุรกียืนยันว่ามีชาวเคิร์ดที่เป็นผู้ก่อการร้ายแฝงตัวอยู่ในสวีเดนและฟินแลนด์ และเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศส่งกลุ่มคนดังกล่าวกลับมาที่ตุรกี รวมถึงเรียกร้องให้หยุดการสนับสนุนกลุ่ม…

ชวนมองสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ตอนที่ 2 : นี่หรือ…เสรีนิยม

ในตอนที่ 2 จะชวนทุกคนมามองสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ผ่านแว่นตาของทฤษฎีกระแสหลักทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อย่างทฤษฎีเสรีนิยม (Liberalism) ซึ่งเป็นทฤษฎีที่เป็นที่มักนำมาอธิบายปรากฎการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 21 โดยมีคำอธิบายของตัวบททฤษฎีที่เป็น “ขั้วตรงข้าม” กับทฤษฎีสัจนิยมเชิงรุกรานในบทความตอนที่ 1 อย่างสิ้นเชิง และทฤษฎีเสรีนิยมมีสหรัฐฯ เป็นผู้นำทางความคิด การปฏิบัติ และเผยแพร่แนวความคิดไปสู่ประชาคมโลก ทฤษฎีเสรีนิยม ให้ความสำคัญกับหลักการพึ่งพาระหว่างรัฐ (interdependence) โดยเชื่อว่า “รัฐ” ไม่สามารถอยู่โดดเดี่ยวในโลกได้ จำเป็นที่จะต้องมี “ความร่วมมือ” ระหว่างรัฐเพื่อความอยู่รอด แม้ว่าแต่ละรัฐจะมีผลประโยชน์แห่งชาติที่ต่างกัน แต่ก็สามารถมาร่วมมือกันได้ด้วยหลักการผลประโยชน์ร่วม (harmony of interests) และแต่ละรัฐจะเห็นความสำคัญของความมั่นคงร่วมกัน ทำให้เมื่อรัฐใดรัฐหนึ่งมีท่าทีว่าจะเป็นภัยต่อความมั่นคง เข้าทำนองที่ว่า “มีศัตรูร่วมกัน” รัฐต่าง ๆ ก็จะร่วมมือกันตอบโต้รัฐที่เป็นภัยคุกคามนั้นทันที และรัฐที่เป็นประชาธิปไตยมักใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจเป็น “อาวุธ” จัดการกับรัฐที่เป็นเผด็จการหรือรัฐที่เป็นภัยคุกคาม ความร่วมมือระหว่างประเทศ จึงจะมีเครื่องมือทางการทูตเป็นตัวกลางในการประสานความร่วมมือ และอาศัยองค์การระหว่างประเทศเป็นเวทีกลางในการปรึกษาหารือ ทำให้องค์การระหว่างประเทศมีความสำคัญและเป็นพื้นที่ที่คอยสอดส่องดูแลพฤติกรรมของรัฐต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างกันอย่างเคร่งครัด สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน เป็นหนึ่งสถานการณ์ที่ทำให้เราเห็น “ตัวแบบ” ของชุดความเชื่อแบบ “เสรีนิยม” ที่มีสหรัฐฯ…

ชวนมองสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ตอนที่ 1 : ผ่านแว่นตาของทฤษฎีสัจนิยมเชิงรุกราน (Offensive Realism)

สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ได้รับความสนใจและวิเคราะห์ออกมาหลากหลายรูปแบบ ในบทความนี้อยากจะชวนทุกคนมามองสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ผ่านแว่นตาของทฤษฎีทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ “ทฤษฎีสัจนิยมเชิงรุกราน (Offensive Realism)” ของ John J. Mearsheimer ซึ่งเป็นทฤษฎีที่มองระบบโลกแบบอนาธิปไตย (anarchy) คือ สภาวะที่ปราศจากศูนย์กลางอำนาจในการปกครองดูแลระบบโลกทำให้สามารถนำไปสู่ความขัดแย้งหรือความร่วมมือกันระหว่างประเทศได้ ในระบบโลกแบบนี้ รัฐต่าง ๆ ต้องแสวงหาอำนาจให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “แสนยานุภาพทางทหาร” เพื่อที่จะป้องกันการรุกรานและการโจมตีจากรัฐอื่นและเชื่อในระบบสองขั้วอำนาจ ร้อยวันผ่านไป หากมองสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ผ่านแว่นตาของทฤษฎีนี้ จะเห็นได้ว่าการที่รัสเซีย บุกยูเครนและยังคงใช้กำลังทหารรุกรานอย่างต่อเนื่อง สื่อให้เห็นถึงระบบโลกแบบอนาธิปไตย ที่แม้แต่องค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) ซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่แก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ ยังไม่สามารถเป็นตัวกลางในการแก้ไขปัญหานี้ได้ และเมื่อเมษายนที่ผ่านมา สำนักข่าว BBC รายงานว่า เลขาธิการ UN ยอมรับว่า UN ไร้ความสามารถในการป้องกันและยุติสงครามในยูเครน ถือเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council – UNSC) รวมทั้งบทบาทของหน่วยงานยุติธรรมระหว่างประเทศก็เผชิญความท้าทายในการยับยั้งการรุกรานของรัสเซีย เช่น ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International…

คำถามต่อระบบการเงินกระจายศูนย์ ในวันที่ตลาดคริปโตฯ ถล่ม

จริงอยู่ที่ว่าการลงทุนรูปแบบดังเดิมอย่างตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงปรับลดลงอย่างหนัก แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตลาดคริปโตเคอเรนซีนั้นหนักกว่ากันมาก ราคา Bitcoin (BTC) ที่เคยดีดขึ้นไปสูงสุดที่เหรียญละ 69,044 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ใช้เวลาเพียง 7 เดือนเท่านั้นในการปรับลดลงมาเหลือเพียงเหรียญละ 21,084 ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน (17 มิถุนายน 2565) หรือมูลค่าลดลงเกือบร้อยละ 70 เลยทีเดียว พูดอีกอย่างหนึ่งคือถ้ามีใครใช้เงินเก็บทั้งหมดซื้อ Bitcoin ไว้เมื่อ 7 เดือนที่แล้ว ถ้าตัดสินใจขายไปตอนนี้ก็จะเหลือเงินไม่ถึง 1 ใน 3 !!! การเสื่อมมูลค่าลงฮวบ ๆ ในเวลาสั้น ๆ สะท้อนธรรมชาติการเป็นสินทรัพย์เสี่ยงและผันผวนสูงของคริปโตเคอเรนซี ซึ่งเอาเข้าจริงก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนเริ่มจะคุ้นเคยจนไม่ได้ตื่นเต้นกับปรากฏการณ์นี้เท่าไหร่นัก เพราะที่ผ่านมา Bitcoin ก็ปรับตัวขึ้นลงวูบวาบเป็นวงจรมาแล้ว 2 รอบใหญ่ ๆ และนักลงทุนที่เชื่อมั่นใน Bitcoin ก็มั่นใจว่าเดี๋ยวตลาดหมีและฤดูหนาวคริปโตฯ (crypto winter หรือช่วงภาวะที่ตลาดคริปโตเคอเรนซีซบเซาต่อเนื่องยาวนาน) ก็จะผ่านพ้นไป แล้ว Bitcoin ก็จะพุ่งขึ้นไปทำราคาสูงสุด (new high) อีกครั้ง…