ทิศทางดัชนี SET Index กุมภาพันธ์ 2565

ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) เผยให้เห็นถึงแนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง เมื่อนักลงทุนในต่างประเทศแสดงความตระหนักถึงอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นไปถึง 7.5% สูงสุดในรอบ 40 ปี จนคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) วางแผนที่จะเริ่มปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นในการประชุมเดือนมีนาคม 2565 ทำให้เงินทุนปริมาณมหาศาลเริ่มไหลออกจากตลาดสหรัฐฯ และทยอยเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกแทน โดยเฉพาะหุ้นไทย ซึ่งมีสัญญาณฟื้นตัวในกลุ่มหุ้นคุณค่า (value stock) เช่น อุตสาหกรรมธนาคาร และพลังงาน ที่เผยออกมาให้เห็นบ้างแล้ว ดัชนี SET Index จึงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายมกราคม-กลางกุมภาพันธ์ จากอานิสงค์ด้านเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติกว่า 20,000,000,000 บาท เข้ามาช่วยผลักดันมูลค่า โดยคาดหวังจะใช้ตลาดหุ้นไทยเป็นเครื่องมือป้องกันผลกระทบจากเงินเฟ้อที่กำลังขยายตัวในระยะนี้ ดัชนี SET Index จึงสามารถทะลุแนวต้านตามเส้นสีแดง (ภาพที่ 1) ขึ้นมาปิดเหนือ 1,680 จุด พร้อมการย่อเพื่อยืนยันการสร้างฐานราคาที่บริเวณดังกล่าวได้เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี หากกล่าวในมิติการวิเคราะห์เทคนิคัล ลักษณะการเคลื่อนที่ของกราฟ SET Index ในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่าตลาดหุ้นไทยได้หลุดออกจากกรอบสามเหลี่ยมสัญญาณกลับตัวขาลง (rising wedge) มาได้แล้วเมื่อช่วงปลายปี 2021 และยังสามารถพยุงราคาและแรงซื้อให้อยู่ในช่วงขาขึ้นต่อไปได้…

Transatlantic Quad และบทบาทในสถานการณ์ยูเครน

สถานการณ์ความตึงเครียดในยุโรปจากกรณีรัสเซีย-ยูเครนมีแนวโน้มจะยืดเยื้อไปจนถึงปลายกุมภาพันธ์ 2565 เนื่องจากการเจรจาการทูตทั้งในกรอบทวิภาคี (bilateral) และพหุภาคี (multilateral) ยังไม่บรรลุผลเป็นข้อตกลงหรือทางออกจากปัญหาดังกล่าว ที่หลายฝ่ายวิตกว่ารัสเซียจะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อยูเครน เหมือนเมื่อปี 2557 ที่เสมือนเป็น “ภาพจำ” ที่ทำให้การเคลื่อนไหวทางการทหารของรัสเซียน่าหวาดระแวงสำหรับประเทศตะวันตกหลายประเทศ หนึ่งในกลุ่มประเทศที่ติดตามสถานการณ์ในยูเครนอย่างใกล้ชิด คือ กลุ่ม “Transatlantic Quad” ซึ่งรวมกัน 4 ประเทศ คือ สหรัฐฯ ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร ที่เพิ่งจัดการหารือ 4 ฝ่ายพร้อมกันในประเด็นยูเครนเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2565 โดยผู้เข้าร่วมเป็นระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สำหรับผลการหารือดังกล่าวก็เป็นการย้ำว่า สหรัฐฯ ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร จะร่วมมือกันตอบโต้รัสเซียหากใช้กำลังทหารรุกรานยูเครน และจะร่วมกันปกป้องอธิปไตยของยูเครน รวมทั้งความมั่นคงของยุโรป การประชุมของกลุ่ม Transatlantic Quad นี้มีขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ตั้งแต่มีสถานการณ์ยูเครน ส่วนการหารือครั้งแรกจัดไปแล้วเมื่อ 20 มกราคม 2565 ที่เยอรมนี เน้นประเด็นใช้การทูตเป็นช่องทางหารือและป้องกันไม่ให้รัสเซียแสดงพฤติกรรมแข็งกร้าวต่อยูเครน กับเตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย ความร่วมมือและท่าทีของกลุ่ม…

ผู้นำฟินแลนด์กับฉายา Putin whisperer

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดรัสเซีย-ยูเครน เราได้เห็นความพยายามของผู้นำในยุโรปที่แสดงบทบาทเป็น “ตัวกลาง” ในการไกล่เกลี่ยปัญหา เพราะฝ่ายที่ดูเหมือนว่าพูดคุยด้วยยาก เนื่องจากเก็บงำความรู้สึกนึกคิดในเรื่องนี้ได้ดีเหลือเกิน ก็คือ “ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน” ของรัสเซีย ที่นอกจากจะย้ำซ้ำ ๆ ว่าไม่มีแผนการจะบุกรุกยูเครน และยืนยันความต้องการให้เนโตยืนยันว่าจะไม่รับยูเครนเป็นสมาชิกใหม่แล้ว ประธานาธิบดีปูตินก็ยังมีท่าทีที่สงบเยือกเย็น จึงทำให้ผู้นำประเทศอื่น ๆ ต้องเข้าหาเพื่อทำความเข้าใจและหาข้อตกลงร่วมกันให้ได้ กรณีที่เป็นข่าวใหญ่เมื่อต้นกุมภาพันธ์ 2565 คือ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศสเดินทางไปหารือแบบตัวต่อตัวกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินที่มอสโกเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2565 จนได้ผลลัพธ์ออกมาบอกกับประชาคมระหว่างประเทศว่า “ประธานาธิบดีปูตินให้คำมั่นว่าจะไม่คงกำลังทหารไว้ใกล้ยูเครน และจะถอนทหารออกจากเบลารุสทันทีที่เสร็จสิ้นการฝึกร่วม” นั้น ทำให้สื่อต่างประเทศมองว่า ประธานาธิบดีมาครงอาจกลายเป็นผู้ดำเนินบทบาท “Putin whisperer” หรือผู้ที่จะพูดคุยกับประธานาธิบดีรัสเซียได้อย่างราบรื่น แทนนางแองเคลา เมเคิล ที่ยุติบทบาทในฐานะผู้นำเยอรมนีไปเมื่อปลายปี 2564 อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าฝ่ายรัสเซียจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ประธานาธิบดีมาครงประกาศ โดยโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียออกมาปฏิเสธแทบจะทันทีว่า ประธานาธิบดีปูตินไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะไม่คงกำลังทหารและยุทโธปกรณ์ไว้ใกล้ยูเครน และไม่ได้ให้สัญญาว่าจะถอนทหารออกจากเบลารุสด้วย บทบาทของประธานาธิบดีมาครงทำให้เราสนใจขึ้นมาว่า นอกจากฝรั่งเศส และเยอรมนี 2 มหาอำนาจในยุโรปแล้ว จะพอมีผู้นำคนไหนในยุโรปที่พูดคุยและหารือกับประธานาธิบดีปูตินได้อีกบ้าง? ในที่สุด…เราก็พบว่า หนึ่งในผู้นำที่ได้รับการยอมรับว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้นำรัสเซีย จนได้รับฉายาว่า…

บุก… ไม่บุก ยูเครน (ภาคต่อ) ยูเครนอาจต้องเป็นฝ่ายตัดสินใจ

ล่าสุดประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียได้ตอบผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซียแล้วว่า “ไม่บุก” และกำลังทยอยถอนกำลังที่ซ้อมรบร่วมกับเบลารุส และทำให้ยูเครนที่ไม่สบายใจ หายใจออกได้มากขึ้นแล้ว ส่วนเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2565 ที่สื่อตะวันตกอ้างข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาว่ารัสเซียจะบุกยูเครนก็ผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกฝ่ายน่าจะสบายใจ แต่ก็ยังไม่เป็นตามนั้น เพราะสหรัฐอเมริกา และคู่หูคือสหราชอาณาจักร รวมทั้งเลขาธิการเนโต ตอบว่า…. “ยังไม่เชื่อ” สรุปคือยังเชื่อว่ารัสเซียพร้อมบุก พร้อมกับมีหลักฐานประกอบจากภาพถ่ายดาวเทียมจากฝั่งสหรัฐอเมริกาอีกแล้วว่า รัสเซียไม่ได้ทยอยถอนทหาร แต่กลับเพิ่มเข้าไปอีก ซึ่งทำให้ตอนนี้ คนติดตามข่าวต่างประเทศอย่างเรา ๆ งงไปหมดว่าจะเชื่อฝ่ายไหนดี คำว่า information operation, misinformation และ fake news หลั่งไหลเข้ามากระแทกความคิดทันที สิ่งที่กระแทกความคิดอีกก็คือ ข่าวที่รัสเซียใช้ปฏิบัติการทางไซเบอร์ โจมตีเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับระบบโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนมาต่อเนื่องเช่นกัน ข่าวนี้จริงหรือปลอม ไม่ทราบได้ แต่ยูเครนออกมาพูดแล้วว่า รัสเซียทำจริง และเคยทำแบบนี้กับยูเครนเมื่อครั้งจะผนวกไครเมียด้วย แถม ๆ ข้อมูลเพิ่มอีกด้วยว่าหน่วยข่าวรัสเซียอาจอยู่เบื้องหลัง แต่รัสเซียหรือจะยอมอยู่เฉย ๆ โดยบอกว่า หากถูกโจมตีทางไซเบอร์กลับ หรือถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐอเมริกาหรือพันธมิตรที่ช่วยยูเครน ก็พร้อมเพิ่มการปฏิบัติการไซเบอร์ต่อสหรัฐอเมริกากับประเทศตะวันตกเช่นกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปนี้ ไม่ใช่ fake…

ทิศทางราคาทองคำ เดือนกุมภาพันธ์ 2565

ตั้งแต่ราคาทองคำตามตลาดโลก (รหัส XAUUSD) พุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) ที่ประมาณเกือบ $2,100 ต่อทรอยออนซ์ เมื่อช่วงกลางปี 2563 จากเหตุการณ์ไวรัส COVID-19 ระบาดในระลอกแรก จนนักลงทุนทั่วโลกพยายามหันกลับมาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวน และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายปิดประเทศ และความเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (global supply chain) แต่ไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านที่บริเวณ $2,050-$2,100 ได้ จึงเข้าสู่ระยะพักตัว (continuation pattern) แล้วขยับอยู่ในกรอบราคาระหว่าง $1,675 และ $1,950 เป็นเวลามากกว่า 1 ปีจนถึงปัจจุบัน โดยยังไม่หลุดออกจากแนวรับสำคัญของกรอบสามเหลี่ยมพักตัว (ตามภาพที่ 1) ซึ่งจะเห็นได้ว่าทองคำมีการปฏิเสธราคาอย่างรุนแรงทุกครั้งที่ถูกเทขายจนราคาดิ่งลงไปบริเวณแนวรับของกรอบสามเหลี่ยม ทั้งบริเวณ $1,150 $1,300 $1,675 และ $1,745 เป็นสิ่งสะท้อนได้ดีว่าทองคำยังไม่หลุดออกจากตลาดขาขึ้น (bull trend) และยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อีกในอนาคต หากสามารถทะลุแนวต้านกรอบสามเหลี่ยมออกไปได้ เมื่อช่วงมกราคม 2565 ที่ผ่านมาทองคำได้พยายามทะลุแนวต้านที่ $1,830 แล้วขึ้นไปแตะแนวต้านที่ $1,850…

ภาษีแบบสังคมนิยมและกระจายอำนาจแบบ web3.0

มนุษย์เราเกิดมาไม่เท่าเทียมกัน ทั้งรูปลักษณ์ หน้าตา สีผิว ความสมบูรณ์ของร่างกาย และฐานะ …สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อโอกาสในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นโอกาสทางการศึกษา ไปจนถึงหน้าที่การงานและการสร้างรายได้ อย่างไรก็ตาม รัฐมีเครื่องมือลดความแตกต่างนี้ลงด้วยสิ่งที่เรียกว่า “สวัสดิการ” จากรัฐ ที่เปลี่ยนบริการบางอย่างให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างสาธารณะ หรือควบคุมไว้ไม่ให้เกิดการผูกขาด ภายใต้การบริหารงบประมาณจากการเก็บภาษีตามอัตราส่วนต่าง ๆ แนวคิดของการบริหาร “ภาษี” ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการรวบรวมงบประมาณ ทั้งจากผู้มีรายได้สูงและรายได้ต่ำ โดยใช้ในการบริการประชาชนทุกระดับ ดังนั้น ภาษีจึงมีส่วนช่วยในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ โดยเฉพาะในลักษณะของ “รัฐสวัสดิการ” ที่จะมีการเก็บภาษีจากโอกาสต่างๆ มาชดเชยค่าเสียโอกาสต่างๆ เช่น การเก็บภาษีสิ่งแวดล้อม (ECO TAX) จากผู้ก่อมลพิษเพื่อจูงใจให้ลดการก่อมลพิษที่จะส่งผลกระทบต่อคนทั่วไป การเก็บภาษีน้ำจากการทำเกษตรเพื่อสร้างรายได้สำหรับการอนุรักษ์ระบบนิเวศในระดับลุ่มน้ำ ภาษีถือเป็นการให้มูลค่ากับสิ่งต่างๆ เป็นการตีความทางตัวเลขเพื่อเปรียบเทียบค่าเสียโอกาสต่างๆ และเพิ่มเติมชดเชยให้เหมาะสม จากแนวคิดดังกล่าว ในอนาคตมนุษย์หากคนคนหนึ่งเกิดมามีความพิการ 60% จะได้รับการชดเชยเพื่อสร้างโอกาสให้เท่าเทียมกับคนที่เกิดมาสมบูรณ์ 100% นั่นหมายความว่า คนที่เกิดมาสมบูรณ์จะต้องทำ 140% เพื่อชดเชยให้คนพิการ หรือแบ่งให้เป็น 80% เท่ากันทั้งสองคน ถือเป็นความรับผิดชอบของส่วนรวมทางสังคมภายใต้แนวคิดแบบอำนาจนิยมที่จัดสรรให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกันในยุคที่ทุกอย่างสามารถตีค่าชี้วัดออกมาเป็นตัวเลขได้ ซึ่งในสังคมรูปแบบนี้ บริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ก็จะต้องเสียภาษีคืนกำไรให้กับสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะรับผิดชอบต่อกลุ่มคนที่อยู่ในกระบวนการหรือได้รับผลกระทบจากธุรกิจนั้นๆ ไม่ใช่แค่ภาษีและการตีมูลค่าตัวเลขเท่านั้น แต่…

ฟื้นฟูสุขภาพป่าด้วยโปรตีนจากถั่ว

“สุขภาพ (healthy) สิ่งแวดล้อม (environment) การทารุณกรรมต่อสัตว์ (Cruelty to Animals)” แนวคิดเหล่านี้ทำให้ผู้คนต่างเริ่มมีความคิดที่จะลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง และในขณะเดียวกันก็ทำให้พืชกลายเป็นทางเลือกในการบริโภคที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการทำปศุสัตว์ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมาก ทั้ง “พื้นที่” ในการเลี้ยงและการเพาะปลูกพืชเป็นอาหารสัตว์ จนทำให้เกิดการขยายพื้นที่ปลูกข้าวโพดสำหรับผลิตอาหารสัตว์รุกคืบเข้าไปในพื้นที่ป่าในประเทศไทย ปัจจุบัน พื้นที่การเกษตรกว่า 80% เป็นพื้นที่สำหรับการเพาะปลูกพืชอาหารสัตว์ และท้ายที่สุดมักมีการทำเกษตรกรรมด้วยการปลูกพืชแบบเดิม ๆ ทำให้เกิดพื้นที่ “เขาหัวโล้น” มากกว่า 8.6 ล้านไร่ ดังนั้น…การตัดวงจรการสร้างเขาหัวโล้นดังกล่าวด้วยการหันมาบริโภคพืช จึงมีส่วนช่วยในการรักษาสภาพแวดล้อมได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะจะช่วยลดขั้นตอนการผลิต จากการปลูกพืชเพื่อเป็นอาหารสัตว์ ก็กลายเป็นการบริโภคพืชโดยตรง นอกจากนี้ การรณรงค์เรื่องการบริโภคพืชแทนเนื้อสัตว์ยังสร้างความตระหนักรู้ในการเลือกวิธีการปลูกพืชที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพราะผู้บริโภคต้องการความมั่นใจว่าจะไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ในอาหาร ไม่ว่าจะเริ่มตั้งแต่การใช้พืชตัดแต่งพันธุกรรม ปลูกบนพื้นที่ที่ราดด้วยยาฆ่าหญ้า เร่งการโตด้วยปุ๋ยเคมี และป้องกันด้วยยาฆ่าแมลง ซึ่งที่ผ่านมา…พืชที่เต็มไปด้วยสารเคมีเหล่านี้ถูกป้อนให้กับสัตว์จำนวนมากเพื่อทำน้ำหนักให้โตไว และกลายมาเป็นเนื้อสัตว์บนโต๊ะอาหารของเรา แม้ผู้ผลิตจะยืนยันว่าสัตว์เหล่านั้นได้รับการเลี้ยงดูอย่างปลอดภัย แต่อาหารสัตว์ก็ยังมีสารเคมีปนเปื้อนอยู่ดี ในทางกลับกัน….การเลือกบริโภคผักปลอดสารพิษทำให้เราได้รับสารพิษจากกระบวนการผลิตวัตถุดิบลดลง ผู้คนจึงนิยมที่จะบริโภคพืชผักกันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ปลูกโดยวิธีธรรมชาติ ปลอดสารเคมี เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร (food safety) และการบริโภคพืชผักเป็นหลักจะช่วยทำให้ร่างกายดูดซับสารอาหารและย่อยได้ง่ายกว่า ทำให้สุขภาพดีขึ้นด้วย เมื่อค่านิยมในการบริโภคอาหารเปลี่ยนไป ความต้องการเนื้อสัตว์ลดลงสวนทางกับความต้องการบริโภคโปรตีนทางเลือกจากพืช (plant-based protein)…

นวัตกรรมเพื่อป้องกันการก่อการร้าย : สหรัฐฯ เปิดตัวแอปพลิเคชั่น “aCTknowledge”

ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ (National Counterterrorism Center – NCTC)ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยข่าวกรองประกาศเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2565 ว่าได้จัดทำและเริ่มใช้งานแอปพลิเคชั่นแจ้งเตือนภัยคุกคามเกี่ยวกับการก่อการร้าย ชื่อว่า “aCTknowledge” เพื่อแชร์ข้อมูลและรายงานวิเคราะห์เกี่ยวกับการก่อร้ายให้หน่วยงานราชการและหน่วยความมั่นคงของสหรัฐฯ เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการกำหนดนโยบาย รวมทั้งหาแนวทางป้องกันการก่อการร้ายได้อย่างรวดเร็ว การเปิดตัวแอปพลิเคชั่น aCTknowledge ที่มีจุดโฟกัสที่เรื่องการต่อต้านการก่อการร้าย เป็นการบอกชาวอเมริกันและทั่วโลกว่า สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ไม่น้อยไปกว่าประเด็นภัยคุกคามอื่น ๆ เพราะในห้วง 2 ปีที่ผ่านมามีรายงานว่า สหรัฐฯ เผชิญความเสี่ยงจากการก่อการร้ายภายในประเทศ หรือประเภท homegrown มากกว่าจากกลุ่มก่อการร้ายต่างประเทศอย่างกลุ่ม Islamic State (IS) และอัลกออิดะฮ์ (Al-Qaeda-AQ) ทำให้หน่วยความมั่นคงสหรัฐฯ ต้องปรับตัวเพื่อติดตามและป้องกันทุกความเสี่ยง พร้อมกันนี้ ความพยายามของ NCTC ยังสะท้อนว่า หน่วยงานของสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุก่อการร้ายที่จะเป็นผลเสียต่อความปลอดภัยของชาวอเมริกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งในส่วนของ NCTC เองก็เป็นหน่วยงานที่สหรัฐฯ ก่อตั้งขึ้นหลังเกิดเหตุวินาศกรรม 9/11 เมื่อปี 2544 เพราะต้องการลดจุดอ่อนในงานความมั่นคงของสหรัฐฯ ที่ไม่ได้ประสานงานกันมากพอจนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ก่อการร้ายประสบความสำเร็จในการก่อเหตุดังกล่าว…

บุก… ไม่บุก ยูเครน

แวดวงข่าวต่างประเทศตอนนี้ พบกันเจอกันก็ถามกันแต่ว่า รัสเซียจะบุกหรือไม่บุกยูเครน ซึ่งเราก็อาจจะตอบได้แต่เพียงว่า ขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีปูตินเขาแหละ ….. ส่วนข่าวคราวการเตือนไม่ให้เดินทางไปยูเครน มีบางประเทศอพยพเจ้าหน้าที่ออก ไทยก็พร้อมนะ ไม่ต้องห่วง กระทรวงการต่างประเทศ หรือ กต.ไทยแถลงข่าวประจำสัปดาห์ว่า ได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว เฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางอพยพสำหรับคนไทยที่อยู่ในยูเครน ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 200-300 คน ที่ไปทำงานร้านสปา นวดไทย และสมรสกับชาวยูเครน นอกจากนี้ ไทยยังมีช่องทางให้ติดต่ออีกหลายช่องทาง ทั้งทางโทรศัพท์ และสื่อสังคมออนไลน์ เช่น facebook line และ telegram รัสเซียจะบุกหรือไม่บุกยูเครน หากถามประธานาธิบดีไบเดน หรือประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา ก็ตอบได้เลยว่า “บุก” ซึ่งทีมงานฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา ก็ยังต้องตอบให้ตื่นเต้น เช่น จะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ หรืออาจจะเกิดขึ้นก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่ปักกิ่งจะจบลง ใน 20 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ และเมื่อปลาย ๆ สัปดาห์ที่แล้ว สื่อต่างประเทศก็เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมของบริษัท Maxmar ของสหรัฐอเมริกาให้เห็นศักยภาพทางทหารของรัสเซียที่วางกำลังทหาร และยุทโธปกรณ์ไว้รอบ ๆ…

ทิศทางราคาหุ้น FACEBOOK ในไตรมาส 1 ปี 2565

หุ้น Facebook หรือ Meta Platform ถูกกระหน่ำเทขายอย่างรุนแรงจนมูลค่าหายไปเกือบ 30% เมื่อต้นกุมภาพันธ์ 2565 จากการชะลอในการเติบโตของบริษัท และการทุ่มเงินลงทุนไปกับกิจการด้านโลกเสมือนจริง (metaverse) มากจนเกินไป โดยยังไม่มีแผนที่เป็นรูปธรรมคลอดออกมาเป็นหลักประกันให้แก่นักลงทุน ทำให้นักลงทุนในตลาดขาดความเชื่อมั่น และกังวลว่าหุ้น Facebook อาจมีแนวโน้มการเติบโต (potential upside) ต่ำลง อีกทั้งยังมีประเด็นเรื่องผลกระทบจากการแข่งขันแย่งชิงลูกค้าในตลาด Social Media ที่มีทั้ง Twitter, และ Tiktok เข้ามา โดยมีจุดขาย คือ ให้ความสำคัญกับการป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ (fake news) และเอื้อต่อพฤติกรรมการใช้-ผลิตสื่อสมัยใหม่มากกว่า Facebook ทำให้ผู้ใช้งานจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น (Gen Z และ Millennials) เลือกที่จะเข้าหาคู่แข่งทางการตลาดของ Facebook แทน จำนวนผู้ใช้งาน (Daily active users) ของ Facebook จึงทยอยลดลงอย่างเห็นได้ชัดถึงกว่า 1,000,000 คน ภายใน…