“No good options” จุดยืนที่เลือกไม่ได้ของอินเดียในสหประชาชาติว่าด้วยปัญหารัสเซีย-ยูเครน

นับตั้งแต่เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน จนนำมาซึ่งการยกกำลังทางทหารจำนวนมากเข้าไปในยูเครนของรัสเซีย แต่ละประเทศต่างมีท่าทีต่อกรณีดังกล่าวที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะการประณามการกระทำของรัสเซีย ที่จนถึงวันนี้หลายประเทศใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญยังคงเลือกที่จะงดออกเสียง โดยเฉพาะจีน และอินเดีย อินเดียถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากถูกคาดหวังอย่างมากจากนานาชาติว่าจะแสดงบทบาทต่อเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะชาติตะวันตกที่ต้องการให้อินเดียมีจุดยืนกับเรื่องนี้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามตลอดการลงมติในเวทีสหประชาชาติ ทั้งในคณะมนตรีความมั่นคง และสมัชชาใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการประณามหรือกดดันให้รัสเซียถอนทหารออกจากยูเครนนั้น อินเดียกลับตัดสินใจโหวต “งดออกเสียง” ทุกครั้ง จนหลายฝ่ายมองว่าอินเดียนั้นอาจเลือกข้างรัสเซียไปแล้ว ความลังเลที่จะตัดสินใจประณามหรือโจมตีรัสเซียอย่างตรงไปตรงมาของอินเดียนี้ ยังส่งผลอย่างมากต่อกลุ่ม QUAD ( Quadrilateral Security Dialogue 4 ชาติ ได้แก่ สหรัฐ ฯ ออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น) ที่เพิ่งประชุมเกี่ยวกับวิกฤตยูเครนไป ซึ่งด้วยความไม่สบายใจของอินเดียส่งผลให้การประชุมดังกล่าวไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อประณามรัสเซียออกมาได้ ในจุดนี้ก็อาจต้องบอกว่าเป็นเรื่องยากสำหรับอินเดียเช่นเดียวกันในวิกฤตนี้ เห็นได้จัดจากถ้อยแถลงในเวทีสหประชาชาติของอินเดีย ที่ไม่กล่าวถึงประเทศใดเป็นการเฉพาะ และยังคงเน้นย้ำให้ทั้งโลกหาทางเพื่อให้เกิดการพูดคุยทางการทูตระหว่างรัสเซียและยูเครน อันเป็นการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด ทั้งนี้อดีตนักการทูตและนักวิชาการด้านการต่างประเทศของอินเดียหลายคนมองว่าความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนนี้ ส่งผลให้อินเดียไม่มีทางเลือกที่ดีเลย (No good options) เพราะไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็มีแต่เสียมาก หรือเสียน้อยเท่านั้นเอง และการตัดสินใจ “งดออกเสียง” ก็มาจากเหตุปัจจัยเหล่านี้ แน่นอนว่าเหตุผลสำคัญที่อินเดียต้องพยายามในการรักษาสมดุลทางการทูตของตัวเองเหนือวิกฤตยูเครนนี้ เป็นผลมาจากสายสัมพันธ์ทางการทูตและการทหารที่ยาวนานระหว่างอินเดียและรัสเซีย เพราะในอดีตนั้นรัสเซียเคยใช้อำนาจ “วีโต้” ของตัวเองเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องแคชเมียร์ให้กับอินเดีย โดยผลักให้เรื่องนี้เป็นปัญหาระดับทวิภาคีแทน…

ทิศทางราคา Bitcoin เดือนมีนาคม 2565

Cryptocurrency กำลังจะกลายเป็นที่ต้องการอีกครั้ง เมื่อประชาคมโลก โดยเฉพาะกับภาคีของกลุ่มประเทศฝั่งยุโรปและสหรัฐฯ ที่วางแผนจะใช้มาตรการทางการค้า และการเงินในการตัดทอนรัสเซียออกจากระบบการเงินหลักของโลก ภายหลังใช้กำลังทางทหารบุกเข้ายูเครน ทำให้รัฐบาลรัสเซียและประชาชนมีแนวโน้มที่จะเพิ่มความต้องการใช้งานระบบการเงินไร้ศูนย์กลางของ Cryptocurrency และแปลงเงินสดให้เป็น Bitcoin เพื่อลดความเสียหายจากมูลค่าของเงินรูเบิล (RUB) ที่ลดลงอย่างรุนแรงไปกว่า 80% ส่งผลให้ Bitcoin ตอบสนองต่อสถานการณ์สงครามในยูเครนด้วยการพุ่งขึ้นจากแนวรับบริเวณ $35,000 ไปมากกว่า 10% หรือกว่า 10,000 จุด ถึงบริเวณแนวต้านไฮเดิม (previous high) ตามเส้นสีน้ำเงิน (ในภาพที่ 1) ที่ $45,000 ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญสำหรับการกลับตัวไปสู่ตลาดขาขึ้นในรอบถัดไปนี้ โดยมีเป้าหมายระยะสั้นอยู่ที่แนวต้านเส้นสีเขียวบริเวณ $52,500-$55,000 ภายในปลายเดือนมีนาคม 2565 นี้ ในกรณีที่ราคา Bitcoin ไม่ได้ร่วงลงไปต่ำกว่าโซนราคา $35,000 อีกจนกราฟเสียรูปทรง ในมุมเชิงเทคนิคัลนั้น ปัจจุบันแท่งเทียนแสดงผลราคานั้นกำลังสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะการปฏิเสธราคาจากแนวรับหลักที่บริเวณ $33,000-$35,000 บ่งชี้ว่าแนวรับดังกล่าวค่อนข้างแข็งแรง มีนักลงทุนในตลาดรอช้อนซื้อกันเยอะ และที่สำคัญ คือ อาจเป็นฐานราคาที่กลุ่มทุนใหญ่ หรือ นักลงทุนระดับสถาบัน (institutional investors)…

การเมืองมหาอำนาจ 101

“Great Power” หรือ “มหาอำนาจ” เป็นคำที่ใช้เรียกประเทศ ๆ หนึ่งที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ทหาร การเมือง และวัฒนธรรมที่เยอะกว่าประเทศอื่น จึงได้ชื่อนำหน้าว่า “มหา” หรือ “Great” แต่คำถามที่ตามมาก็คือว่าแล้วเรามีเกณฑ์อะไรที่จะเรียกประเทศ ๆ หนึ่งว่าเป็น “มหาอำนาจ” ขอบข่ายหรือศักยภาพทางอำนาจต่าง ๆ ขนาดไหน จึงจะเรียกประเทศนั้นได้ว่าเป็น “มหาอำนาจ” มากไปกว่านั้นคำถามที่ตามมาต่อคือ ทำไม “มหาอำนาจ” ถึงสำคัญ แล้วการเมืองมหาอำนาจคืออะไรและเป็นอย่างไร ภายใต้คำถามข้างต้น สถานการณ์ ณ รุ่งเช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 อาจช่วยทำให้เราพอเห็นได้ว่าคำตอบคืออะไร สำหรับรุ่งเช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ดูเหมือนจะเป็นเช้าปกติของคนส่วนใหญ่ แต่สำหรับคนยูเครนและรัสเซียกลับเป็นเช้าที่แตกต่างไปจากหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา เมื่อประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียได้สั่งการ “ปฏิบัติการทางการทหารพิเศษ” หรือหากพูดทั่วไปแล้วก็คือการบุกยูเครนโดยรัสเซีย คำถามต่อมาก็คือเกิดอะไรขึ้น ? ทำไมปูตินถึงสั่งบุกยูเครน อะไรคือเบื้องหลังหรือบริบทที่นำไปสู่รุ่งเช้าที่แตกต่างในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อที่จะสืบสวน…เพื่อหาเหตุที่นำไปสู่เหตุการณ์ครั้งนี้…

ทิศทางราคาหุ้น ZIGA ไตรมาส 1 ปี 2565

หุ้น Ziga กลายเป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวางในทันทีหลังมีการเจริญเติบโตขึ้นมากกว่า 400% ภายใน 1 เดือน จากเดิมราคาเพียง 3.75 บาทในปลายปี 2564 แต่สามารถพุ่งขึ้นมาถึง 24 บาทได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับกระแสข่าวเหมืองขุด Bitcoin ของตัวบริษัท Ziga Innovation ก่อนจะร่วงลงอย่างรุนแรงจนปิดแท่งสัปดาห์ล่าสุดที่ 8.5 บาท (ติดลบมากกว่า 60%) เพราะไม่สามารถยืนเหนือราคา 21.1 บาท ที่เป็นแนวต้านตามอัตราส่วน 423.6% Fibonacci ได้ (ภาพที่ 1) แท่งเทียนสีแดงขนาดใหญ่ เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2565 จึงนำมาซึ่งคำถามแก่นักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดว่าสภาวะขาขึ้นของหุ้น Ziga นั้นจบลง และกำลังจะเข้าสู่สภาวะขาลงแล้วจริงหรือไม่? เนื่องจากราคาที่พุ่งขึ้นมาในลักษณะตัวอักษร ‘J’ ที่ราคา 21.1 บาทนี้ ถือเป็นเป้าราคาที่คนส่วนมากในตลาดประเมินเอาไว้ผ่านอัตราส่วน Fibonacci ซึ่งคำนวณจากจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของปี 2021 (7.8 บาท และ 3.75…

ทิศทางค่าเงิน Pound sterling ไตรมาศ 1 ปี 2565

สำหรับค่าเงิน Pound sterling หรือ GBP ของอังกฤษ ปัจจุบันกราฟแท่งเทียนของห้วง 1 ปีที่ผ่านมา ยังนับว่าเป็นขาลงอยู่ หลังจากกราฟ GBPUSD ไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านเส้นสีส้มที่ $1.42349 (ตามภาพที่ 1) ไปได้เมื่อกลางปีที่ผ่านมา ทำให้ราคาสกุลเงิน GBP ที่อิงกับมูลค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวต่ำลงอย่างต่อเนื่องจนหลุดแนวรับสำคัญของตลาดขาขึ้นทั้งเส้นสีม่วงที่บริเวณ $1.38319 และเส้นสีเขียวบริเวณ $1.36638 ลงมาตามกรอบทแยง (descending channel) ตลอด โดยไม่สามารถขยับออกไปนอกกรอบได้เลยเป็นเวลามากกว่า 8 เดือน แม้ว่าช่วงพฤศจิกายนที่ผ่านมา จะได้เห็นความพยายามในการทะลุออกไปนอกกรอบแนวต้านเส้นสีดำก็ตาม แต่ไม่นานก็โดนแรงขายบริเวณแนวต้านเส้นสีม่วง $1.38319 เทขายจนราคาร่วงอย่างรุนแรง และหลุดจากแนวรับเส้นสีน้ำเงินที่ $1.34614 ลงจนถึงเส้นสีแดงบริเวณ $1.31618 ซึ่งเป็นแนวรับสุดท้าย และเป็นจุดที่ราคาของสกุลเงิน GBP ลงมาทำจุดต่ำสุดเมื่อช่วงปลายปี ความเป็นจุดต่ำสุดของปี 2021 นี้ ทำให้นักลงทุนจำนวนมากเล็งเห็นว่าจะสามารถเป็นจุดกลับตัวของกราฟได้ และทยอยเข้ามาช้อนซื้อที่ราคาดังกล่าวจนกราฟพุ่งขึ้นไปทดสอบแนวต้านเส้นเขียวที่ $1.36638 ถึง 2 ครั้งแต่ไม่ผ่าน ทำให้ราคาถูกเทขายลงมาอีกครั้งในช่วงกุมภาพันธ์ 2565…

อินเดียในวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน

ณ วินาทีนี้คงไม่มีเรื่องราวต่างประเทศไหนจะร้อนแรงไปกว่าการเปิดปฏิบัติการทางการทหารของรัสเซียในยูเครน ที่ตึงเครียดกันตามแนวพรมแดนมาเป็นเวลาเดือนกว่า ๆ แล้ว กลายเป็นวาทกรรมและการต่อสู้ทางข้อมูลข่าวสารไปมาตลอดเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเดินทางเยือนของหลายผู้นำชาติยุโรปเพื่อหาทางออกอย่างสันติให้กับวิกฤตในครั้งนี้ อันมีต้นสายปลายเหตุสำคัญมาจากความพยายามเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ เนโต ทั้งนี้รัสเซียมองว่าการกระทำดังกล่าวหากปล่อยให้เกิดขึ้นจะกลายเป็นภัยคุกคามทางความมั่นคงอย่างยิ่งต่อรัสเซีย เปรียบเสมือนรัสเซียกำลังถูกปิดล้อมทางการทหารจากประเทศสมาชิกในกลุ่มเนโตเหล่านี้ ที่นับวันจะขยายตัวมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าภายใต้สถานการณ์ความตึงเครียดเช่นนี้ รวมถึงการเปิดปฏิบัติการทางการทหารในยูเครนของรัสเซีย จึงก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ไปจนถึงการออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของหลายประเทศ ทั้งในยุโรป รวมถึงสหรัฐอเมริกา ในขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหลายประเทศที่ตัดสินใจอยู่ห่างจากวิกฤตนี้ หรือวางตัวนิ่งเฉยต่อการกระทำของรัสเซีย เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเองเอาไว้ หนึ่งในประเทศเหล่านั้นที่ดูเหมือนจะแสดงท่าทีเป็นกลางแบบนี้นั้น รวมถึงประเทศอินเดียด้วย น่าสนใจว่าตลอดวิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ผ่านมา อินเดียค่อนข้างมีท่าทีนิ่งเงียบอย่างยิ่ง และเลือกที่จะไม่วิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ ต่อกรณีดังกล่าวมากนั้น แม้แต่ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ อินเดียแสดงท่าทีเพียงมุ่งหวังให้ทุกฝ่ายพูดคุยกัน และใช้ช่องทางการทูตเป็นสำคัญในการแก้ไขปัญหา ความเคลื่อนไหวที่ดูจะเห็นชัดเจนที่สุดของอินเดียในกรณีนี้ ดูเหมือนจะเป็นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมาภายหลังรัสเซียเปิดปฏิบัติการในยูเครน โดยนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดียตัดสินใจต่อสายตรงกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่ออ่านในเนื้อหารายละเอียดการสนทนาระหว่าง 2 ผู้นำ กลับแทบไม่พบการวิจารณ์รัสเซียของอินเดียเลย มากที่สุดเพียงเรียกร้องให้รัสเซียยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้น แล้วหันกลับมาใช้ช่องทางการทูตในการแก้ไขปัญหา ยิ่งไปกว่านั้นโดยส่วนใหญ่การสนทนาจะมุ่งเน้นไปที่การรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอินเดียที่อยู่ในยูเครนด้วยซ้ำ โดยเฉพาะการอพยพคนอินเดียออกจากยูเครนอย่างปลอดภัย สิ่งเหล่านี้ยังสะท้อนผ่านการประชุมคณะรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงของอินเดียที่จัดขึ้นต่อจากนั้นเพื่อวางแผนช่วยเหลือคนอินเดียออกจากยูเครน ท่าทีของอินเดียที่ค่อนข้างนิ่งเฉยนี้ไม่ใช่รู้สึกได้จากสายตาคนนอกเท่านั้น แม้กระทั่งยูเครนเองยังเรียกร้องให้อินเดียแสดงบทบาทและท่าทีมากกว่านี้ โดยทั้งประธานาธิบดีของยูเครนและเอกอัครราชทูตยูเครนประจำอินเดีย ต่างเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีโมดี…

บุก… ไม่บุก (ภาคต่อ ครั้งที่ 2) รัสเซียตอบว่า……

หายไปหลายวัน จากที่ต้องลุ้นว่า รัสเซียจะแรงขนาดไหน ผลก็คือว่า แรงแบบไม่มีถอยหลัง ทั้งรับรองความเป็นรัฐอิสระของเขตปกครองตนเองโดเนตสค์ (Donetsk People’s Republic-DPR) และเขตปกครองตนเองลูฮานสค์ (Luhansk People’s Republic-LPR) ยังไม่พอ … ส่งทหารไปรักษาสันติภาพในภูมิภาคดอนบาสที่ DPR และ LPR อยู่ และอนุมัติให้กองทัพรัสเซียนอกประเทศ เพื่อสนับสนุน DPR และ LPR ต่อไปจะมีอะไรอีกไหมที่รัสเซียน่าจะทำ ! มีนะ… อาจส่งกองกำลังสันติภาพร่วมขององค์กรสนธิสัญญาความร่วมมือเพื่อความมั่นคงร่วม (Collective Security Treaty Organization-CSTO) ที่มีรัสเซีย อาร์เมเนีย เบลารุส คาซัคสถาน คีร์กิซสถาน และทาจิกิสถาน ก็ได้ ใครจะรู้….. ที่ทำมาทั้งหมด คำตอบก็อยู่ที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินที่เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2565 บอกว่า “จะไม่มีการเจรจา หากเป็นผลประโยชน์ด้านความมั่นคง” สั้น ๆ ก็คือว่า ….หากยูเครนจะเป็นสมาชิกเนโต ไม่เจรจา…

โครงสร้างประชากรกับการแย่งชิงทรัพยากรมนุษย์

ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรามีประชากรผู้สูงอายุมากกว่า 20% ของโครงสร้างประชากรทั้งหมด ทำให้เกิดความหวาดวิตกของการเป็นสังคมผู้สูงอายุ วัยแรงงานจะต้องรับภาระในการเลี้ยงดูวัยชรา ส่งผลต่อการผลิตและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เพื่อเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ไทยได้กำหนดแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545-2564) โดยมียุทธศาสตร์ด้านการเตรียมความพร้อมของประชากรเพื่อวัยสูงอายุที่มีคุณภาพ ด้วยการส่งเสริมและพัฒนาผู้สูงอายุ สร้างระบบคุ้มครองทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุ เผยแพร่องค์ความรู้ให้กับบุคลากรด้านผู้สูงอายุเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านผู้สูงอายุ ยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่กำหนดไว้และได้ดำเนินการด้วยการพัฒนาผู้สูงอายุให้มีอาชีพ สามารถหารายได้ วางแผนการเงินเพื่อการพึ่งพาตนเองได้ มีสุขภาพที่แข็งแรง และได้ดำเนินการมาจนถึง พ.ศ. 2564 ตามแผนที่วางไว้…. คำถามสำคัญก็คือ แล้วหลังจากนี้คืออะไร? เมื่อจำนวนผู้สูงอายุที่มีอายุอยู่ในช่วง 60 ปีขึ้นไปในไทยยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงร้อยละ 28 ของประชากร ในขณะที่วัยแรงงานลดลงเหลือร้อยละ 58 รวมถึงประชากรที่เกิดใหม่ก็กำลังลดลงเหลือร้อยละ 14 ในปี พ.ศ. 2575 หรือในอีก 10 ปีข้างหน้า เมื่อปัญหาสังคมผู้สูงอายุไม่ได้รับการแก้ไข โครงสร้างประชากรยังอยู่ในความเสี่ยงที่มีความเปลี่ยนแปลงไป อะไรจะเข้ามาเติมศักยภาพให้กับวัยแรงงานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แน่นอนว่าด้วยระบบสาธารณสุขในปัจจุบันทำให้คนมีอายุยาวขึ้น มีสุขภาพที่ดีขึ้นในวัยชรา เกษียณช้าลง แต่กระนั้นก็ไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ ทางออก…จึงมุ่งไปที่การนำ “เทคโนโลยี” เข้ามาช่วยในการทำงาน ซึ่งการใช้เครื่องจักรหรือคอมพิวเตอร์เข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ก็ทยอยเปลี่ยนถ่ายมาอย่างต่อเนื่อง…

เมื่อโรงงานไฟฟ้าสามารถทำได้มากกว่าการผลิตไฟฟ้า

ไฟฟ้าเป็นพลังงานสำคัญที่ไม่ว่าชุมชนแห่งหนไหนก็ต้องการทั้งสิ้น และเราพบว่า ความต้องการไฟฟ้ามีแต่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การผลิตไฟฟ้าต้องมากขึ้นตาม ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าได้หลายวิธีตามแหล่งทรัพยากรที่แตกต่างกัน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ การใช้พลังงานจลน์หรือพลังงานความร้อนสร้างไอน้ำเพื่อปั่นกระแสไฟฟ้า ทรัพยากรต่างๆที่ใช้ในการสร้างกระแสไฟฟ้าก็มีอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ กันไป ทางเลือกในการผลิตที่หลากหลายได้สร้างโอกาสที่จะทำให้เกิดโรงงานผลิตไฟฟ้ากระจายไปอยู่ในสถานที่ต่างๆ ได้มากขึ้น กระจายโอกาสการเข้าถึงไฟฟ้าได้ทั่วถึงมากขึ้น นอกจากจะเป็นแหล่งพลังงานตามท้องถิ่นเพื่อให้มีไฟฟ้าใช้มากขึ้นแล้ว การสร้างโรงไฟฟ้ายังมีผลต่อบริบทพื้นที่รอบข้างอีกด้วย โดยเราจะชวนให้มาทำความรู้จักกับแหล่งผลิตพลังงานที่สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อพื้นที่ 3 ตัวอย่าง ตามนี้… “โรงไฟฟ้าพลังงานหญ้า” กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน มีแนวคิดในการก่อตั้ง โรงงานไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ห่างไกล ชุมชนบนดอยหรือหมู่บ้านกลางทุ่ง ที่การตั้งเสาเดินสายไฟฟ้าเข้าไปในพื้นที่ต้องใช้งบประมาณสูง ชุมชนเหล่านี้ตั้งถิ่นฐานเดิมอยู่ในป่า ทำการเกษตรและหาของป่าเลี้ยงชีพ ใช้พลังงานไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟหรือโซล่าเซลล์ การใช้ไฟฟ้ายังขาดความเสถียรตามสภาพอากาศของวัน การตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กตามชุมชนจะช่วยให้ชุมชนมีพลังงานไฟฟ้าทางเลือกมากขึ้น และยังเป็นการพลิกฟื้นผืนดินด้วยการปลูกหญ้าเนเปียที่นำใช้ในการหมักเป็นก๊าซสำหรับการสร้างความร้อนในการผลิตกระแสไฟฟ้า หญ้าเนเปียสามารถทำการเพาะปลูกได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมีหรือยาฆ่าแมลงในการเพาะปลูก ปลอดภัยต่อสัตว์ป่า และทำให้ทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์มากขึ้น “โรงไฟฟ้ากับการประมง” สำหรับประเทศที่หนาวเย็นอย่างประเทศฮังการี น้ำในทะเลสาบที่มีอุณหภูมิต่ำไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำสักเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป สำหรับทะเลสาบโบโกดี (Bokodi tó horgászat) ที่มีการใช้น้ำในทะเลสาบในการหล่อเย็นเครื่องผลิตไฟฟ้า น้ำร้อนที่เหลือจากการผลิตไฟฟ้าจะถูกปล่อยลงทะเลสาบทำให้น้ำในทะเลสาบมีอุณภูมิอุ่นขึ้น 10 องศาเซลเซียส สัตว์น้ำมีขนาดตัวโตมากขึ้นจากพืชน้ำที่เป็นแหล่งอาหารและระยะเวลาในการเจริญเติบโตที่มากขึ้น พ้นฤดูหนาวที่ทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็ง เมื่อระยะเวลาในการกลายเป็นน้ำแข็งลดลงด้วยความอุ่นของน้ำ ระยะเวลาในการเจริญเติบโตของปลาก็จะเพิ่มขึ้นนั่นเอง ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการตกปลา สร้างอาชีพและกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง โรงไฟฟ้ากับอาณานิคมต่างดาว เมื่อแนวคิดที่มนุษย์จะออกไปท่องอวกาศกำลังเป็นที่สนใจมากขึ้น…

ความมุ่งหมายของสหรัฐฯ ในยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก

สหรัฐฯ ประกาศยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Strategy) ฉบับประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2565 เรียกได้ว่าเป็นฉบับใหม่ล่าสุดที่จะบอกชาวอเมริกันและประเทศในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกได้ว่า สหรัฐฯ ต้องการอะไรและจะทำอะไรต่อไปกับภูมิภาคนี้ในห้วง 2 ปีข้างหน้า ทำเนียบขาวประกาศไว้ในยุทธศาสตร์อย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯ มีความมุ่งหมายต่อภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกอยู่อย่างน้อย ๆ 5 ประการ ซึ่งได้แก่ (1) ต้องการให้ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่ “เปิดกว้างและเสรี” หรือ Free and Open ซึ่งหมายถึงทุกประเทศมีเสรีภาพที่จะเลือกดำเนินนโยบายได้ ตราบใดที่สอดคล้องกับระเบียบและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกฎหมายทางทะเลและอากาศที่ทำให้ทั่วโลกมีเสรีภาพในการเดินเรือและการบิน นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะส่งเสริมค่านิยมประชาธิปไตย สิทธิพลเรือน และเสรีภาพของสื่อมวลชน ควบคู่กับต่อต้านการคอร์รัปชัน การใช้เครื่องมือด้านเศรษฐกิจข่มขู่คุกคามประเทศอื่น (2) ต้องการให้มีความเชื่อมโยง (connection) ทั้งในระดับรัฐบาลกับรัฐบาล และประชาชนกับประชาชน ผ่านเครือข่ายพันธมิตรและหุ้นส่วนของสหรัฐฯ ในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงอย่างไทย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย เกาหลีใต้และญี่ปุ่น หรือหุ้นส่วนที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาค เช่น มาเลเซีย มองโกเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์…