ทิศทางราคา Bitkub (KUB) ในกุมภาพันธ์ 2565

หนึ่งในเหรียญยอดนิยมของนักลงทุนไทยที่มูลค่าและราคาไม่ได้ดิ่งลงตามการปรับฐานราคาของ Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมานี้ คือเหรียญ Kub หรือ Bitkub Coin ซึ่งราคาตกลงเพียงประมาณ 40% จากจุดสูงสุดเดิม (previous high) ในขณะที่ราคาของ Bitcoin ลดลงไปมากกว่า 50% แสดงให้เห็นถึงความต้องการในตลาดที่ค่อนข้างสูงของเหรียญ Kub ที่มีข่าวเกี่ยวกับกิจกรรม เช่น การเปิดกล่องสุ่มสินทรัพย์ประเภท NFT (Bit Toon gashapons) ปรากฏออกมาให้เห็นอยู่บ่อยๆ ทำให้ยังคงมีนักลงทุนในตลาดให้ความสนใจ และทยอยเข้าซื้อเหรียญ Kub อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปใช้เป็นคูปอง หรือ บัตรผ่านในการเข้าร่วมกิจกรรมในเครือข่ายของ Bitkub แนวรับที่ 290-310 บาท (เส้นสีม่วงตามภาพที่ 1) จึงกลายเป็นแนวรับสำคัญที่คอยป้องกันไม่ให้เหรียญ Kub ดิ่งลงไปตามกระแสความหวาดกลัวการปรับขึ้นดอกเบี้ยจากการประชุม Federal Open Market Committee (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED Meeting) ในตลาด Cryptocurrency เมื่อช่วง 2…

จะไปต่อกับคริปโตเคอเร็นซีอย่างไรในปี 2565

ของขวัญต้อนรับปีใหม่สำหรับผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างคริปโตเคอเร็นซี (Cryptocurrency) นั้นอาจจะไม่ค่อยน่าปลื้มเท่าไหร่ เนื่องจากมูลค่าของ บิตคอยน์ (bitcoin) ซึ่งถือเป็น 65% ของคริปโตเคอเร็นซี ดิ่งลงอย่างต่อเนื่องกว่า 50% จนหลายคนหวาดหวั่นว่า นี่จะเป็นจุดจบของคริปโตเคอเร็นซี และกำลังเริ่มมองหาการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ

แสงสีฟ้ากับความตื่นตา ที่จะทำให้คุณทรุดโทรม

ในปัจจุบันเราใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอเป็นเวลานาน ตั้งแต่การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน พักดูโทรทัศน์ จนถึงพิมพ์ แชทออนไลน์บนมือถือก่อนนอน พฤติกรรมดังกล่าวทำให้หลายๆ คนเริ่มเกิดปัญหาสายตาจากการจ้องหน้าจอเหล่านี้ ทำให้ตาล้าและทำให้จอประสาทตาเสื่อมลงไปในที่สุด ซึ่งสิ่งที่ออกมาจากหน้าจอเหล่านี้ ที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อดวงตาของเรานั้น คือ แสงสีฟ้า “แสงสีฟ้า” เป็นแสงสีที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติในแสงแดด อยู่ในช่วงคลื่น 415-455 นาโนเมตร เป็นแสงที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของมนุษย์มาตั้งแต่อดีต คือ ช่วยกระตุ้นร่างกายใหเกิดการทำงานของร่างกาย โดยเมื่อร่างกายได้รับแสงแดดซึ่งมีแสงสีฟ้าเป็นองค์ประกอบอยู่ด้วย จะเกิดการตื่นตัวพร้อมกระทำกิจกรรมต่างๆ ดังนั้น มนุษย์ในอดีตที่อาศัยเฉพาะแสงอาทิตย์ จะได้รับแสงสีฟ้าในเวลาที่เหมาะสม …และในทางกลับกัน ในยามค่ำคืนที่มืดมิด ร่างกายจะเข้าสู่การพักผ่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อวัยวะบางส่วนของร่างกายทำงานได้ดี เช่น การทำงานของตับในช่วงเวลา 01.00 – 03.00 น. เพื่อกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย การทำงานของตับที่มีประสิทธิภาพ จะสามารถผลิตน้ำดีออกมาเพื่อใช้ในการย่อยไขมันในร่างกายให้สามารถเผาผลาญได้ง่าย ช่วยให้ระบบเผาผลาญของร่างกายดีขึ้น รูปร่างดีขึ้น นอกจากนั้น ช่วงเวลาการนอนหลับ ยังเป็นช่วงที่มีการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินและโกรทฮอร์โมนที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาส่วนต่างๆ ของร่างกายให้เติบโตมากขึ้น ดังนั้น หากมีแสงสีฟ้าคอยกระตุ้นร่างกายให้ตื่นตัวอยู่เสมอ ส่งผลให้มีสารพิษสะสมในร่างกาย และทำให้ร่างกายไม่เติบโต นั่นเอง แต่ดูเหมือนว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาเร็วกว่าวิวัฒนาการทางร่างกายของมนุษย์ …เรามีหลอดไฟให้แสงสว่างยามค่ำคืน มีจอมือถือปล่อยแสงใส่ดวงตาตลอดเวลา แม้จะอยู่ในอาคารหลบจากแสงแดด แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ส่งแสงสีฟ้าสู่ตาและผิวหนังตลอดเวลา…

ทิศทางราคา Ethereum เดือนกุมภาพันธ์ 2565

จากกระแสข่าวการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ช่วงมกราคม 2565 ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นได้ชัดเจนว่าราคาของ Ethereum ยังคงตอบสนองต่อแนวรับที่บริเวณ $2,150 ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นแนวสำคัญรองลงมาจากโซน $1,750 ที่เคยช่วยรับราคาเมื่อช่วงตลาดขาลงระยะสั้นเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2564 โดยมีแรงซื้อช่วยดันราคากลับขึ้นมาทันทีที่ดิ่งลงไปทดสอบแนวรับดังกล่าว และปัจจุบัน Ethereum กำลังพยายามเคลื่อนไปทดสอบแนวต้านที่ $2,700 ซึ่งเป็นแนวต้านระยะสั้น และเป็นจุดที่นักลงทุนส่วนใหญ่จับตามอง โดยคาดหวังให้เป็นจุดกลับตัว และส่งสัญญาณถึงตลาดขาขึ้นอีกครั้ง (บริเวณเส้นแนวทแยงสีม่วง ตามภาพที่ 1) และหาก Ethereum ต้องการให้นักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดมีมุมมองเชิงบวก จะต้องผ่านแนวต้านตามเส้นสีม่วงเพื่อขึ้นไปสร้างฐานราคาบริเวณ $2,850 ให้ได้ในเบื้องต้น และหากมีย่อของราคาในอนาคต จะต้องไม่ดิ่งลงไปต่ำกว่าโซน $2,150 ที่เป็นแนวรับเดิมของมกราคมที่ผ่านมา เพราะจะส่งผลทางจิตวิทยาให้นักลงทุนในตลาดเข้าใจว่าตลาดขาลง (correction phase) ยังไม่จบ ในกรณีที่ Ethereum ไม่สามารถผ่านแนวต้านตามเส้นสีม่วงได้ ในระยะสั้นอาจย่อลงมาเพื่อขยายฐานราคาบริเวณโซน $2,400 ก่อนและขยับขึ้นไปทดสอบแนวต้านอีกเส้นสีม่วงอีกครั้งในช่วงกลางกุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งหากไม่ผ่านอีก อาจมีนักลงทุนระดมเทขาย Ethereum เพราะความตื่นตระหนก จนราคาดิ่งลงไปจนหลุดแนวรับที่ $2,150 อย่างไรก็ดี การที่ราคา…

ทิศทางราคา Bitcoin ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565

แม้ว่าธนาคารกลางของสหรัฐ (FED) จะประกาศว่ายังไม่มีนโยบายขึ้นดอกเบี้ยภายใน 2 เดือนนี้ ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น Bitcoin เริ่มคลายกังวล และแสดงให้เห็นถึงแรงซื้อที่ทยอยเข้ามาช้อนซื้อ Bitcoin ในช่วงราคา $34,000-$35,000 ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา จนแท่งเทียนที่สะท้อนการเคลื่อนที่ของราคาสามารถปิดเป็นสีเขียวได้มาเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ แต่ Bitcoin ก็ยังคงไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านบริเวณราคา $39,000-$40,000 ขึ้นไปได้ เนื่องจากยังมีนักลงทุนจำนวนมากในตลาดมีความกังวลว่า FED อาจตัดสินใจประกาศขึ้นดอกเบี้ยภายในการประชุม (FOMC Meeting) ครั้งต่อไปในมีนาคม-2565 ทำให้ผู้ที่ช้อนซื้อ Bitcoin ช่วงกลางเดือนทยอยเทขายสินทรัพย์ทิ้งเพื่อทำกำไร (TP) ระยะสั้นทันทีเมื่อราคาขยับไปถึงแนวต้านสำคัญ เนื่องจากนักลงทุนยังไม่เชื่อมั่นว่าตลาด Cryptocurrency จะฟื้นตัวขึ้นในเร็วๆนี้ ดังจะสังเกตได้จากแท่งเทียนที่แสดงผลราคาช่วงปลายมกราคมนั้นมีลักษณะทิ้งไส้ยาวทั้งด้านบนและด้านล่าง (ตามกรอบสี่เหลี่ยมสีเหลือง ภาพที่ 1) สะท้อนถึงความลังเลของทิศทางตลาดในปัจจุบัน เมื่อพิจารณาผ่านมุมมองทางเทคนิคัล จะเห็นได้ว่าราคาของ Bitcoin พุ่งขึ้นทันทีเมื่อราคาดิ่งลงไปแตะแนวรับ $33,000 เนื่องจากแนวรับดังกล่าวเป็นแนวรับสำคัญระดับรองที่อยู่ใกล้จุดต่ำสุดของปี 2564 มากที่สุดในรอบ 6 เดือน ทำให้ราคามีการปรับตัวกลับขึ้นไปในทันที (rebound)…

สามเหลี่ยมความสัมพันธ์มัลดีฟส์-อินเดีย-จีน

เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมานี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของจีน หวัง อี้ ได้เดินทางเยือนมัลดีฟส์อย่างเป็นทางการ โดยการเดินทางเยือนในครั้งนี้นำมาซึ่งข้อตกลงระหว่างประทศมากมาย โดยเฉพาะการเพิ่มงบประมาณการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในมัลดีฟส์เพิ่มเติม ตลอดจนการลงนามในข้อตกลงด้านวีซ่าระหว่างสองประเทศ . อิทธิพลของจีนที่เพิ่มขึ้นในประเทศแห่งนี้กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์ภายในมหาสมุทรอินเดีย และส่งผลให้การแข่งขันด้านอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างจีนและอินเดียซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลอยู่เดิมในพื้นที่ดังกล่าว เข้มข้นมากยิ่งขึ้น . ก่อนที่อิทธิพลของจีนจะเข้ามาภายในมัลดัฟส์นั้น ต้องบอกว่าอินเดียถือเป็นประเทศที่มีบทบาทและอิทธิพลมากที่สุดเหนือประเทศหมู่เกาะเล็ก ๆ นี้ อินเดียถือเป็นชาติแรก ๆ ของโลกที่รับรองและมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับมัลดีฟส์นับตั้งแต่ได้รับเอกราชในปี 2508 . ยิ่งไปกว่านั้นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ยังชี้ชัดว่ารัฐบาลนิวเดลีให้การสนับสนุนและหนุนหลัง ประธานาธิบดี Maumoon Abdul Gayoom ให้ครองอำนาจในมัลดีฟส์ตลอดช่วงปี 2521-2551 . สำคัญที่สุดคือในปี 2531 อินเดียได้เข้าแทรกแซงการเมืองมัลดีฟส์ผ่านการช่วยเหลือให้เกิดการกระทำรัฐประหารในช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อคงอำนาจของรัฐบาลที่ตัวเองหนุนเอาไว้ . นอกเหนือจากเรื่องเหล่านี้แล้วอินเดียยังเป็นผู้สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจและมนุษยธรรมที่สำคัญของมัลดีฟส์ตลอดมาอีกด้วย และภายหลังมัลดีฟส์เปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์  อินเดียก็ให้การสนับสนุนเรื่องดังกล่าวอย่างมากโดยเฉพาะให้การหนุนหลังประธานาธิบดี Mohamed Nasheed . จุดเปลี่ยนสำคัญทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียและมัลดีฟส์ อันนำมาซึ่งการเปิดทางให้จีนเข้ามาในสมการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เกิดขึ้นในช่วงปี 2556 ภายหลังเกิดความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศมัลดีฟส์จนส่งผลให้ประธานาธิบดี Abdulla Yameen ขึ้นสู่อำนาจ . ในช่วงเวลาดังกล่าวรัฐบาลปักกิ่งได้ขยายอิทธิพลทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจผ่านโครงการข้อริเริ่มแถบและเส้นทางเข้ามาในมัลดีฟส์  ภายใต้ช่วงที่ความสัมพันธ์อินเดีย-มัลดีฟส์ไม่สู้ดีนัก จนเป็นเหตุให้จีนเข้ามาหยั่งรากทางความสัมพันธ์กับมัลดีฟส์ได้เป็นผลสำเร็จผ่านโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ตลอดจนการลงนามข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสองชาติ…

ประเทศไทย กับการเป็นพื้นที่แสดงอำนาจของประเทศมหาอำนาจ

ตั้งแต่เริ่มติดต่อกับโลกภายนอก หน่วยการปกครองในอาณาบริเวณที่เรียกว่า “ไทย” ในปัจจุบัน ไม่เคยมีสถานะเป็นศูนย์กลางอำนาจของโลก ในอดีตกาลนั้นไทยเป็นพื้นที่ห่างไกลทั้งในเชิงกายภาพ และอำนาจของมหาอำนาจแผ่เข้ามาไม่ถึง ไทยจึงเป็นพื้นที่ของความเป็นอื่น ที่มหาอำนาจต้องเข้ามาสำรวจ บุกเบิก เพื่อขจัดความไม่รู้ (อันเป็นสภาวะไม่พึงปรารถนาของผู้มีอำนาจ) ให้สูญสิ้นไป จนที่สุดก็นำไปสู่ความต้องการ “ยึดครอง” ในยุคของการล่าอาณานิคมของจักวรรดินิยมยุโรป เพื่อกวาดเอาทรัพยากรและแรงงานเข้าสู่ศูนย์กลางของอำนาจ   ถึงแม้ไทยจะไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นโดยตรง แต่ก็ไม่ได้หลุดรอดจากการเอารัดเอาเปรียบของระบบโลก โลกในยุคสมัยของจักรวรรดินิยมและพาณิชย์นิยม แบ่งประเทศต่าง ๆ ออกเป็นชนชั้นตามลำดับอำนาจ จึงเป็นโลกแห่งความเอารัดเอาเปรียบ ที่ศูนย์กลางอำนาจขูดรีดเอาทรัพยากรจากประเทศชายขอบไปเข้าสู่กระบวนการผลิตที่จะสะสมความรุ่งเรืองของตน ระบบเศรษฐกิจของไทยจึงมีพื้นฐานอยู่บนโครงสร้างโลกที่ไม่สมดุล จากการถูกกดขี่โดยมหาอำนาจ (และนำไปสู่การกดขี่ตามลำดับชั้นภายในประเทศอีกทีหนึ่ง)   การแข่งขันด้านอุดมการณ์ของสหรัฐฯ – สหภาพโซเวียตในยุคสงครามเย็น ก็ยังคงอยู่บนพื้นฐานของการจัดแบ่งประเทศตามลำดับชั้นของอำนาจ โลกในยุคสมัยนั้นแบ่งเป็น 2 ขั้ว ที่มหาอำนาจทั้ง 2 แข่งขันกันสร้างโลกที่มีตนเป็นผู้นำโดยมีบริวารคือบรรดาประเทศที่มีอำนาจน้อยกว่า การที่ไทยเลือกข้างอยู่กับสหรัฐฯ ทำให้พื้นที่ประเทศไทย เป็นพื้นที่ของการแสดงอำนาจของสหรัฐฯ ด้วยแนวทางการพยายามสถาปนาแนวคิดเสรีนิยมและทุนนิยมให้ลงหลักปักฐานเป็นแนวคิดหลักของสังคมไทยในทุกมิติ การต่อสู้เพื่อแสดงอำนาจของสหรัฐฯ ประกอบไปด้วย 2 แนวรบที่คู่ขนานกัน ด้านหนึ่งคือการสนับสนุนรัฐไทยต่อสู้กับกองกำลังคอมมิวนิสต์ ในอีกด้านหนึ่งคือการช่วยเหลือรัฐไทยเร่งรัดพัฒนาประเทศตามทฤษฎีการสร้างความทันสมัย (Modernization) ที่ใช้ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรม ของสหรัฐฯ…

ทิศทางราคาข้าวโพด ไตรมาส 1 ปี 2565

เมื่อกล่าวถึงสินค้าที่มีความต้องการทางตลาดค่อนข้างสูงมาตลอดภายในอุตสาหกรรมการเกษตรทั่วโลกนั้นคงเลี่ยงข้าวโพดไม่ได้ เนื่องจากเป็นสินค้าที่มักถูกนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ในฟาร์ม (livestock feeds) และวัตถุดิบในการประกอบอาหาร เช่น แป้งข้าวโพด น้ำมันข้าวโพด และเครื่องปรุงรูปแบบต่างๆ ข้าวโพดจึงเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ถูกนำมาดัดแปลงเป็นดัชนีให้นักลงทุนในตลาดสามารถเก็งกำไรกับการขึ้น-ลงของราคาได้ไม่ต่างจากสินค้าอื่นๆ อาทิ กาแฟ น้ำส้ม ข้าวสาลี เนื้อหมู และเนื้อวัว ที่ปัจจุบันนั้นราคาล้วนแต่กำลังอยู่ภาวะขาขึ้น จากผลของอัตราเงินเฟ้อที่กลายมาเป็นตัวแปรสำคัญในการเร่งให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา จากราคาประมาณ $5 ต่อบุชเชลในช่วงตุลาคมปีที่ผ่านมา ขึ้นมาเป็น $6.16 ต่อบุชเชล ช่วงหลังปีใหม่ แม้ราคาจะยังไม่สามารถผ่านขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านที่ $6.20 ต่อบุชเชลได้ก็ตาม หากพิจารณาผ่านมุมมองทางเทคนิค จะเห็นได้ว่าตลาดค้าขายข้าวโพดนั้นใช้เวลาในการพักตัวอยู่เกือบครึ่งปี ตั้งแต่พฤษภาคม-ตุลาคม ปี 2564 ที่ผ่านมา หลังจากไม่สามารถผ่านขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านราคาโซน $7 และ $7.20 ต่อบุชเชลได้ ทำให้มีนักลงทุนจำนวนมากในตลาดทยอยเทขายจนราคาร่วงลงมาย่ำกับที่ (sideway) อยู่ต่ำกว่า $5.85 ต่อบุชเชลจนถึงช่วงเกือบสิ้นปี 2564 (บริเวณกล่องสี่เหลี่ยมสีม่วงตามภาพที่ 1) โดยราคาข้าวโพดสามารถทะลุขึ้นมายืนเหนือกรอบสีม่วงได้สำเร็จเมื่อช่วงธันวาคม 2564 แม้จะยังติดแนวต้านที่ $6.15-$6.20 แต่หากราคาข้าวโพดสามารถขึ้นไปเหนือแนวต้าน $6.20…

ทิศทางราคาหุ้น After You (AU) ไตรมาส 1 ปี 2565

สำหรับหุ้น AU ของร้าน After You ในปี 2564 ที่ผ่านมาถือว่าได้เข้าสู่ช่วงสะสมแรงซื้อ (accumulation) อย่างจริงจัง โดยมีการเคลื่อนตัวกลับไป-มา (sideway) อยู่ในกรอบระหว่างแนวรับที่ 9.9 บาทและแนวต้าน 11.2 บาท ตลอด 1 ปี โดยยังคงสามารถรักษาระดับราคาไว้ไม่ให้หลุดออกจากแนวรับที่ 9.5 บาท ได้ แม้จะมีความพยายามในการทะลุลงไป 2-3 ครั้ง แต่ก็สามารถดีดกลับขึ้นไปยืนเหนือโซนแนวรับที่ 9.9 บาท ได้อย่างรวดเร็วทุกครั้ง ทว่าด้วยสถานะของตลาดที่ยังไม่มีแรงซื้อปริมาณมหาศาลเข้ามาช่วยดันราคา ทำให้การขยับของกราฟ AU ยังไม่สามารถทะลุขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านที่ 11.2 บาท ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะสังเกตได้จากเมื่อช่วงต้นมกราคม 2565 ที่ AU พยายามจะขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณเส้นสีแดงในกรอบสี่เหลี่ยมสีเหลือง (ภาพที่ 1) แต่เมื่อสัมผัสราคา 11.2 บาทได้ นักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดก็เทขายเพื่อทำกำไร สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามุมมองตลาดขณะนี้ยังไม่มีความเชื่อมั่นว่าหุ้น AU จะสามารถพลิกกลับมาเป็นขาขึ้นได้ หุ้น AU จึงอาจต้องใช้เวลาในการสะสมแรงซื้ออีกสักพัก…

แนวโน้มการเมืองอินเดียในปี 2565 จะเข้มข้นในสนามการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับรัฐ

สถานการณ์ทางการเมืองของอินเดียในปี 2565 จะเข้มข้นขึ้น จากการที่พรรคการเมืองสำคัญ ทั้งพรรคภารติยะ ชนะตะ (Bharatiya Janata Party-BJP) พรรคแกนนำรัฐบาลอินเดียในปัจจุบัน และพรรคคองเกรส แกนนำฝ่ายค้าน จะแข่งขันสร้างคะแนนนิยมในการเลือกตั้งท้องถิ่นในหลายรัฐ/ดินแดนสหภาพ ตลอดปี ชัยชนะในการเลือกตั้งเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญให้พรรคการเมืองปรับแนวทางดำเนินนโยบาย หรือยุทธศาสตร์ของพรรค เพื่อสร้างชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2567 อย่างไรก็ตาม กระแสฮินดูชาตินิยมยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเมืองอินเดีย และการแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังเป็นปัจจัยสำคัญท้าทายคะแนนนิยมของรัฐบาล พรรค BJP ต้องการรักษาอำนาจบริหารในรัฐกัว มณีปุระ อุตตรประเทศ อุตระขัณฑ์ หิมาจัลประเทศ คุชราต โดยเฉพาะในรัฐอุตตรประเทศที่ชัยชนะจากการเลือกตั้งจะค้ำประกันว่าพรรค BJP จะมีโอกาสครองเสียงข้างมากในโลกสภา หรือสภาผู้แทนราษฎรของอินเดีย เนื่องจากรัฐอุตตรประเทศมีสัดส่วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)ถึง 80 ตำแหน่ง จากจำนวน ส.ส.ที่อินเดียมีทั้งหมด 543 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม พรรค BJP ยังเจอความท้าทายสำคัญในการสร้างคะแนนนิยมก่อนการเลือกตั้งทั่วไป เนื่องจากนาย Amit Shah รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอินเดีย ซึ่งพรรค BJP เริ่มวางตัวอย่างไม่เป็นทางการให้เป็นผู้แทนชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งทั่วไปปี…