การประชุม The QUAD ก้าวย่างต่อไปของอินโด-แปซิฟิก

เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ณ กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา พันธมิตรสี่ชาติ หรือ The QUAD (Quadrilateral Security Dialogue) ซึ่งประกอบไปด้วยสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินเดีย ได้มีการประชุมกันของผู้นำระดับสูงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

อนาคตโลกการเงิน: การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไทยเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

  ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไทยมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจและการเงินไทย โดยเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญของทั้งภาคธุรกิจขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก จึงมีมูลค่าตลาดคิดเป็นสัดส่วนมากถึงร้อยละ 15 ของมูลค่ารวมในตลาดหลักทรัพย์ไทย อย่างไรก็ดี ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ทั่วโลกอยู่ในช่วงขาลงตั้งแต่ก่อนเ กิดวิกฤตโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากการ disruption ของเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน ยังเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น และรวดเร็วขึ้นอย่างมาก ระหว่างกลุ่มธุรกิจธนาคารพาณิชย์แบบเดิมด้วยกันเอง กับกลุ่มผู้เล่นใหม่ (new player) ได้แก่ กลุ่ม non-bank หรือ ผู้ให้บริการทางการเงินข้ามอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน เช่น ธุรกิจแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลอดจนผู้เล่นที่ไม่มีตัวตน (no player) ได้แก่ ระบบการเงินแบบไม่รวมศูนย์ (Decentralised Finance-DeFi) และไม่มีตัวกลาง ซึ่งล้วนแล้วแต่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสร้างการเปลี่ยนแปลงในระบบการเงินอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การแข่งขันที่จะเข้มข้นขึ้นข้างต้น รวมถึงการเร่งพัฒนาธุรกิจในการปล่อยสินเชื่อของผู้เล่นรายใหม่ทั้ง non-bank และ DeFi กำลังสร้างความท้าทายมากขึ้นให้กับผู้กำหนดนโยบายของไทยในการเข้ามากำกับดูแลและสร้างกติกาให้เป็นธรรมต่อการแข่งขันของทุกฝ่าย ซึ่งการเติบโตอย่างรวดเร็วของระบบดิจิทัลและธุรกิจแพลตฟอร์มในอุตสาหกรรมนี้ เสี่ยงจะทำให้เกิดการผูกขาดตลาดของธุรกิจรายใหญ่ในภาคการธนาคารเพียงไม่กี่ราย เนื่องจาก network effect ที่หากมีสมาชิกใช้บริการในแพลตฟอร์มมาก ก็จะมีอำนาจทางการตลาดมากขึ้น ขณะเดียวกัน…

จีน-อัฟกานิสถาน: ความสัมพันธ์ภายใต้การนำของตอลีบัน

นับตั้งแต่ก่อนตอลีบันยึดกรุงคาบูลได้สำเร็จในช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บทบาทของจีนเป็นที่จับตามองมาโดยตลอดจากประชาคมระหว่างประเทศ เพราะจีนถือเป็นประเทศหนึ่งที่พยายามสร้างสมดุลทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลเดิมของอัฟกานิสถาน และกลุ่มตอลีบันมาโดยตลอด   น่าสนใจว่าจีนเป็นไม่กี่ประเทศที่ไม่มีการสั่งอพยพนักการทูตซึ่งประจำอยู่ที่กรุงคาบูล แม้ว่ากรุงคาบูลจะโดนปิดล้อม หรือภายหลังถูกเปลี่ยนผ่านมาอยู่ในมือของตอลีบันแล้วก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนจีนจะกลายเป็นประเทศแรก ๆ ที่กลุ่มตอลีบันเดินเข้าหาเพื่อขอความช่วยเหลือด้วย   เห็นได้จากการเข้าพบทูตจีนประจำอัฟกานิสถานหลายครั้งของบรรดาผู้นำกลุ่มต่าง ๆ ของตอลีบัน ในหลายโอกาส และหลายวาระ ตลอดจนการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศของโฆษกรัฐบาลรักษาการที่เชิญชวนให้จีนเข้ามาลงทุนในการพัฒนาอัฟกานิสถาน   ปรากฏการณ์เช่นนี้ส่งผลให้เกิดคำถามขึ้นมากมายเกี่ยวกับบทบาท สถานะ และความสัมพันธ์ของจีนต่ออัฟกานิสถานภายหลังการขึ้นมามีอำนาจของตอลีบัน โดยเฉพาะปัจจัยความสำคัญของอัฟกานิสถานที่มีต่อจีน ตลอดจนท่าทีของจีนในอนาคตต่อตอลีบันและอัฟกานิสถาน   หากพิจารณาในแง่ความสำคัญของอัฟกานิสถานที่มีต่อจีนอาจมองได้ 3 มิติ สำคัญคือ   มิติทางด้านความมั่นคง: มิตินี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกของจีนเลยก็ว่าได้ เห็นได้จากบทวิเคราะห์ของนักวิชาการจีนที่เชี่ยวชาญด้านอัฟกานิสถานหรือประเทศในเอเชียใต้ ทั้งในภาษาจีนและอังกฤษต่างลงความเห็นตรงกันว่าจีนจำเป็นต้องพูดคุยและสานสัมพันธ์กับอัฟกานิสถานต่อแม้เปลี่ยนผ่านไปอยู่ในอำนาจของกลุ่มตอลีบัน   เพราะต้องไม่ลืมว่าอัฟกานิสถานและจีนนั้นมีพรมแดนร่วมกัน และบริเวณดังกล่าวก็ติดกับเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ของจีนด้วย ซึ่งกำลังมีปัญหาการแบ่งแย่งดินแดน และการก่อการร้ายซึ่งเป็นภัยคุกคามอย่างยิ่งต่อจีน ฉะนั้นจีนจึงย้ำกับทางอัฟกานิสถานหลายครั้งไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลก็ตามคือการร่วมกันกำจัดกลุ่มเคลื่อนไหวเตอร์กิสตะวันออก และจีนก็ใช้เรื่องนี้เป็นเงื่อนไขสำคัญในการช่วยเหลือตอลีบันเช่นกัน   มิติทางด้านเศรษฐกิจ: มิตินี้ถือเป็นอีกหนึ่งมุมที่ยากจะตัดออกไปจากสมการทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอัฟกานิสถาน เพราะประเทศแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยทรัพยากรและแร่ธาตุหายากจำนวนมหาศาลซึ่งจะมีส่วนอย่างสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคของจีนในอนาคต ยังไม่นับรวมว่าก่อนหน้านี้จีนเองได้เข้ามาประมูลสัมปทานน้ำมันและเหมืองทองแดงอยู่ก่อนแล้ว แต่ด้วยปัญหาความขัดแย้งส่งผลให้ยังไม่สามารถดำเนินการได้   ฉะนั้นอัฟกานิสถานจึงถือเป็นพื้นที่การลงทุนที่จีนเองก็มองว่าจะสามารถทำกำไรได้อย่างมากในมุมที่ทรัพยากรจำนวนมากยังคงอุดมสมบูรณ์ ยิ่งไปกว่านั้นการที่ตอลีบันมีอำนาจแข็งแกร่งเพียงพอก็อาจมีส่วนช่วยในการยืนยันความปลอดภัยให้บริษัทและแรงงานชาวจีนได้มากขึ้นด้วย   และ 3. มิติภูมิรัฐศาสตร์: หากเราพิจารณาประเทศอัฟกานิสถานบนแผนที่จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าประเทศนี้เป็นจุดเชื่อมสำคัญของภูมิภาคเอเชีย…

Covishield not to be taken by people severely allergic to any of its ingredients: Serum Institute

อินเดีย-สหราชอาณาจักร กับประเด็นเรื่องวัคซีนและการกักตัว

หลายท่านคงได้มีโอกาสได้อ่านข่าวผ่านตาเกี่ยวกับมาตรการเปิดประเทศรับบุคคลภายนอกจากต่างประเทศของสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะมาตรการการกักตัว และการรับรองวัคซีนประเภทต่าง ๆ เพื่อยกเว้นมาตรการกักตัวให้กับผู้ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว อย่างไรก็ตามในประกาศของทางการสหราชอาณาจักรนั้นมีการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวกับบางประเทศเท่านั้น หนึ่งในประเทศที่ไม่ถูกรับรองให้อยู่ในรายชื่อประเทศเฝ้าระวัง และทางการสหราชอาณาจักรมีการบังคับให้ต้องกักตัว 10 วัน แม้ว่าผู้เดินทางจากประเทศดังกล่าวจะได้รับวัคซีนครบโดสแล้วก็ตามคือประเทศอินเดีย ประกาศดังกล่าวนำมาซึ่งกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเนื่องจากวัคซีนที่ใช้ในอินเดียส่วนใหญ่นั้นเป็นวัคซีนสัญชาติสหราชอาณาจักรอย่าง AstraZeneca หรือในอินเดียรู้จักในชื่อ Covishield นั่นเอง แน่นอนว่าทางการอินเดียประท้วงมาตรการดังกล่าวอย่างรุนแรงโดยระบุว่านี่เป็นการเลือกปฏิบัติของรัฐบาลสหราชอาณาจักร และแฝงไปด้วยแนวคิดแบบอาณานิคม ซึ่งในเบื้องต้นทางการสหราชอาณาจักรได้ให้เหตุผลกับทางรัฐบาลอินเดียว่าประเด็นดังกล่าวเป็นผลมาจากความกังวลต่อประเด็นการรับรองเอกสารการฉีดวัคซีนของรัฐบาลอินเดีย อย่างไรก็ตามทางการอินเดียตอบโต้กลับว่าการรับรองเอกสารการฉีดวัคซีนของรัฐบาลอินเดียนั้น เป็นระบบกลางที่ดำเนินการโดยรัฐบาลกลางเท่านั้น ซึ่งไม่ควรมีประเด็นเรื่องมาตรการการออกใบรับรองการฉีดวัคซีนตามที่ทางการสหราชอาณาจักรมองว่ามีปัญหา ซึ่งในการพบกันของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้ง 2 ประเทศครั้งล่าสุด ทางการอินเดียก็ได้ยื่นเรื่องให้สหราชอาณาจักรทบทวนมาตรการดังกล่าวที่ดูเหมือนจะเป็นการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ แต่ดูเหมือนว่าปัญหานี้จะยังไม่จบง่าย ๆ เพราะล่าสุดรัฐบาลอินเดียได้ออกมาตรการในลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะเจาะจงไปที่ประชากรของสหราชอาณาจักรโดยเฉพาะ เพื่อตอบโต้มาตรการกักตัวของสหราชอาณาจักรที่บังคับใช้กับคนอินเดีย โดยนับตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคมเป็นต้นไป ประชากรของสหราชอาณาจักรทุกคนที่เดินทางเข้ามาในประเทศอินเดีย ต้องดำเนินการกักตัวภายในบ้านเป็นเวลา 10 วัน ซึ่งเป็นมาตรการเดียวกันที่คนอินเดียต้องปฏิบัติเมื่อเดินทางไปสหราชอาณาจักร ทั้งนี้มาตรการนี้บังคับใช้กับทุกคนแม้ว่าบุคคลดังกล่าวจะได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้วก็ตาม มาตรการที่ออกมาใหม่ล่าสุดนี้ของรัฐบาลอินเดีย เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นความพยายามในการตอบโต้มาตรการบังคับใช้ของสหราชอาณาจักรที่มีต่อประชาชนอินเดีย ซึ่งอินเดียมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างยิ่ง และไร้ซึ่งเหตุผลที่เป็นรูปธรรมเพียงพอในการเลือกปฏิบัติดังกล่าว เพราะอินเดียใช้วัคซีนประเภทเดียวกับที่สหราชอาณาจักรใช้ และวัคซีนเหล่านี้ใช้กันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลกด้วย ประเด็นมาตรการบังคับใช้มาตรการกักตัวและใบรับรองด้านวัคซีนนี้ ระหว่างอินเดียและสหราชอาณาจักรนี้กลายเป็นประเด็นทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศใหม่ ที่นำพาให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเป็นไปอย่างไม่สู้จะราบรื่นเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตามหลังรัฐบาลอินเดียมีมาตรการดังกล่าวออกมาตอบโต้ สถานทูตสหราชอาณาจักรประจำอินเดียได้ออกมาระบุว่า ทางการสหราชอาณาจักรกำลังเร่งประสานความร่วมมือทางด้านเทคนิคกับอินเดียเพื่อให้เอกสารรับรองด้านวัคซีนของทางการอินเดียได้รับการรับรองอย่างเป็นระบบเพื่อเอื้ออำนวยให้ประชาชนอินเดียในการเดินทาง ฉะนั้นอาจต้องจับตามองต่อไปว่าสหราชอาณาจักรจะมีการปรับเปลี่ยนมาตรการเกี่ยวกับการกักตัวของประชากรอินเดียในอนาคตหรือไม่ ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขในการยกเลิกมาตรการของทางการอินเดียด้วยเช่นกัน  …

HBD to Mr. Putin !!

ประธานาธิบดี Vladimir Putin ของรัสเซียเป็นอีกหนึ่งคนดังที่มีสไตน์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะการใส่หูฟัง ท่าทางการเดินที่หลายคนเชื่อว่าเป็นแบบฉบับ KGB หน่วยข่าวกรองแห่งสหภาพโซเวียตคู่แค้นและตัวร้ายในภาพยนตร์ของอเมริกัน ความมีสไตน์นี้ก็รวมถึงวิธีการฉลองวันเกิดทุก 7 ตุลาคม โดยปี 2564 นี้ ก็สิริรวมอายุ 69 ปี (เกิดปี 2495 หรือ ค.ศ.1952) หากย้อนไปปี 2543 หรือกว่า 21 ปีที่ประธานาธิบดี Putin อยู่ในตำแหน่งผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดในรัสเซีย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่เดบิวต์เข้าสู่สายตาชาวโลกในฐานะผู้นำหนุ่มบุคลิกจริงจังวัย 49 ปี ที่ได้รับตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีรัสเซีย แบบสายฟ้าผ่า และเป็นอีกหนึ่งคนดังที่ได้รับการอวยพรวันเกิดในหลากหลายรูปแบบ ทั้ง Meme สาส์นและสายอวยพรจากเหล่ามิตรแท้ มิตรเทียม จากทั้งคนรู้จักและที่ไม่รู้จัก ทั้งในและต่างประเทศ สำหรับบางประเทศการฉลองวันเกิดของผู้นำประเทศมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะวันครบรอบวันเกิดครั้งแรกหลังดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ภายหลังชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซียปี 2543 ชะตากรรมของประธานาธิบดี Putin ในวันครบรอบวันเกิด เหมือนสัญญานชี้ชะตาของรัสเซียโดยวันที่ 7 ตุลาคม 2543 ประธานาธิบดี Putin ได้ทำภารกิจสำคัญ คือการนั่งเจรจากับนาย…

COVID-19: Black Swan or Grey Rhino?

โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) แพร่ระบาดเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว นับตั้งแต่ปลายปี 2562 และยังไม่มีท่าทีจะจบลงง่ายๆ ซึ่งนักวิชาการมากมายทั่วโลกพยายามจะอธิบายการเกิดการระบาดของ COVID-19 ด้วยทฤษฎีต่างๆ ซึ่งหนึ่งในทฤษฎีที่ถูกนำมาอธิบายเป็นวงกว้างคือ ทฤษฎี “หงส์ดำ” หรือ “Black Swan”

กว่าจะเป็นกฎหมายการสมรสของเพศเดียวกัน : หนทางสู่ชัยชนะของ LGBT ในไต้หวัน

คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญไต้หวันเมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 ทำให้ไต้หวันก้าวหน้ากว่าใครในเอเชียในด้านความเท่าเทียมทางเพศ เพราะนำไปสู่การออกกฎหมายการสมรสของเพศเดียวกันฉบับแรกในเอเชีย ที่อนุญาติให้บุคคลที่มีเพศสรีระ (sex หรือการแบ่งคนเป็นหญิง-ชายตามหลักชีววิทยา) เดียวกันแต่งงานกันได้ คำตัดสินครั้งนั้นบอกว่าการห้ามการสมรสของเพศเดียวกันเป็นการกระทำที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ และขีดเส้นเวลากำหนดให้รัฐบาลไต้หวันต้องรีบดำเนินการให้คนที่มีเพศสรีระเดียวกันแต่งงานกันได้ภายใน ๒ ปี ซึ่งรัฐบาลพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party-DPP) ของประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ก็บังคับใช้กฎหมายที่ว่าเมื่อ 24 พฤษภาคม 2562 และชาว LGBT ของไต้หวันก็ตอบรับอย่างดีด้วยการแต่งงานกันตามกฎหมายดังกล่าวแล้วถึง 4,021 คู่ เป็นเพศสรีระชาย 1,248 คู่ และหญิง 2,773 คู่ (ข้อมูลเมื่อพฤษภาคม 2563) เส้นทางของชัยชนะของกลุ่ม LGBT ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพรรค DPP ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งก็สอดคล้องกับอุดมการณ์และฐานเสียงทางการเมืองของพรรค DPP ที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้า ขณะที่กลุ่ม LGBT ในไต้หวันก็รวมตัวเป็นองค์กรภาคประชาชนร่วมผลักดันการออกกฎหมาย เช่น เครือข่าย Taiwan Alliance to Promote Civil Partnership…

ปัญหาพิพาทหมู่เกาะเตียวหยู/เซ็งกากุ: ขวากหนามความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่น

ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ญีปุ่นกลับมาปะทุอีกครั้งหลังนาย โนบุโอะ คิชิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CNN ถึงข้อกังวลเกี่ยวกับความพยายามของจีนในการรุกล้ำเข้าไปในเขตหมู่เกาะเซ็งกากุ หรือที่จีนเรียกว่าหมู่เกาะเตียวหยู โดยหมู่เกาะดังกล่าวเป็นหมู่เกาะพิพาทระหว่าง 2 ประเทศมานาน   โดยความขัดแย้งระหว่างจีนและญี่ปุ่นเหนือหมู่เกาะนี้เริ่มมีความรุนแรงอย่างมากนับตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งในเวลานั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศย่ำแย่จนถึงขนาดมีชาวจีนออกมาเดินขบวนทั่วประเทศ และเรียกร้องให้รัฐบาลจีนยึดหมู่เกาะดังกล่าวคืนจากญี่ปุ่น มีการทำลายธุรกิจและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นที่ดำเนินการในจีนจำนวนมาก   ปัญหากรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะนี้เป็นผลมาจากมุมมองทางประวัติศาสตร์และข้อกฎหมายระหว่างประเทศที่แตกต่างกันซึ่งนับย้อนไปได้ไกลถึงยุคราชวงศ์หมิงที่จีนระบุว่าจีนอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะดังกล่าวมาโดยตลอด จนกระทั่งถึงในยุคสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่ 1 อันเป็นเหตุให้ญี่ปุ่นใช้กำลังเข้ายึดหมู่เกาะดังกล่าว และมีการลงนามในสนธิสัญญาชิโมโนเซกิ ในปี 2438   หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นต้องคืนดินแดนจำนวนมากตามสนธิสัญญาชิโมโนเซกิให้กับจีน อย่างไรก็ตามหมู่เกาะที่เป็นปัญหานั้นเนื่องจากไม่อยู่ในสนธิสัญญาดังกล่าวส่งผลให้เกิดปัญหาอำนาจสิทธิของจีน และสหรัฐอเมริกาเลือกที่จะผนวกรวมพื้นที่ดังกล่าวให้อยู่ในกำกับดูแลของตนหลังสงครามโลก ก่อนที่จะส่งคืนให้ญี่ปุ่นในปี 2514 อันนำมาซึ่งการพิพาทระหว่างจีนและญี่ปุ่น   ในเวลานั้นทั้งจีนแผ่นดินใหญ่และจีนไทเปต่างประท้วงเรื่องดังกล่าว และอ้างสิทธิของตัวเองเหนือหมู่เกาะดังกล่าวเช่นเดียวกัน แต่ด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจและการทหารที่ด้อยกว่าทำให้ทั้ง 2 จีนทำได้เพียงอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะพิพาทเท่านั้น เติ้งเสี่ยวผิง ผู้นำจีนขณะนั้นถึงกับกล่าวว่า “คงต้องปล่อยให้ลูกหลานของเรามาจัดการกับปัญหานี้”   และดูเหมือนว่าคำของเติ้งเสี่ยวผิงจะเป็นจริง เพราะนับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ท่าทีของจีนก็ดูจะแข็งกร้าวต่อปัญหาหมู่เกาะแห่งนี้มากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเรือประมง และยามฝั่งเข้าไปในน่านน้ำทะเลอาณาเขตซึ่งญี่ปุ่นอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะแห่งนี้ ทำให้รัฐมนตรีกลาโหมของญี่ปุ่นออกมาปรามจีนว่าการกระทำดังกล่าวมีแต่จะบั่นทอนความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ชาติ   แต่สำหรับจีนแล้วจีนมองว่านี่คือสิทธิโดยธรรมชาติ…

แนวคิดสีจิ้นผิง บทเรียนใหม่ประจำปีการศึกษา 2564

กระแสข่าวด้านการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับประเทศจีนในเวลานี้คงหนีไม่พ้นการปฏิรูประบบการศึกษาและปรับเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนการสอนของพรรคคอมมิวนิสต์เกี่ยวกับการบรรจุเนื้อหาวิชาว่าด้วย “ความคิดของสีจิ้นผิงเกี่ยวกับลัทธิสังคมนิยมที่มีลักษณะแบบจีนสำหรับยุคใหม่” ซึ่งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาวิชานี้ได้รับการบรรจุอย่างเป็นทางการในแบบเรียนเป็นครั้งแรก   รัฐบาลจีนโดยกระทรวงศึกษาธิการให้เหตุผลสำคัญเกี่ยวกับการบรรจุวิชานี้ลงไปในหลักสูตรว่า “การบรรจุวิชานี้จะช่วยให้เยาวชนได้รับการปลูกฝังเกี่ยวกับลัทธิมาร์กซ์ และเสริมสร้างความมั่นใจในแนวทาง ทฤษฎี ระบบ และวัฒนธรรมของสังคมนิยมที่มีลักษณะจีน” แน่นอน โดยเนื้อหาของรายวิชานี้จะถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรของนักเรียนและนักศึกษาทุกระดับชั้น   โดยหลักสูตรในระดับประถมศึกษาจะมุ่งเน้นไปที่การปลูกฝังความรักชาติ พรรคคอมมิวนิสต์และอุดมการณ์สังคมนิยม ในขณะที่หลักสูตรของนักเรียนมัธยมจะถูกเน้นไปที่การผสมผสานทางด้านการรับรู้เชิงประสบการณ์และองค์ความรู้จากการศึกษา เพื่อวางรากฐานความเข้าใจทางการเมืองให้เยาวชนเหล่านี้ ซึ่งในระดับมหาวิทยาลัยจะเป็นการเน้นไปที่การวิเคราะห์และทำความเข้าใจในเชิงทฤษฎี   ความพยายามครั้งใหม่ของรัฐบาลจีนครั้งนี้ถือเป็นการผลักดันและส่งเสริมแนวคิดสังคมนิยมแบบจีนให้เป็นที่แพร่หลายในกลุ่มเยาวชนที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ววิชาในลักษณะนี้ของจีนนั้นมีการบรรจุในแบบเรียนของจีนอยู่แล้ว และไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใดสำหรับประเทศจีน ต่างกันเพียงแค่ในครั้งนี้มีการบรรจุแนวคิดของผู้นำคนล่าสุดลงไปเท่านั้น ซึ่งไม่ค่อยปรากฏมาก่อนในทางการเมืองจีนเท่าไหร่นัก   จริง ๆ แล้วความพยายามของพรรคคอมมิวนิสต์ในการส่งเสริมแนวคิดของสีจิ้นผิงให้เป็นที่แพร่หลายในหมู่ประชาชนจีนนั้นเริ่มทำกันมานานพอสมควรแล้ว หนึ่งในเอกสารชิ้นสำคัญคือการออกหนังสือชุด จำนวน 3 เล่มในชื่อ “Xi Jinping The Governance of China” ซึ่งเป็นหนังสือที่รวบรวมถ้อยแถลงต่าง ๆ ของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ในโอกาสและวาระต่าง ๆ ออกมาเป็นรูปเล่มเพื่อเผยแพร่   หนังสือชุดนี้ถือเป็นภาพสะท้อนและอธิบายเกี่ยวกับแนวคิดของสีจิ้นผิงได้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาประเทศจีน และถือเป็นตำราที่สำคัญซึ่งถูกใช้ในการสอนวิชาใหม่นี้ในระดับมหาวิทยาลัย ฉะนั้นจะเห็นว่าวิชาดังกล่าวนั้นเป็นเพียงการจัดระบบการทำความเข้าใจระบบสังคมนิยมในลักษณะแบบจีนใหม่เท่านั้น ที่สำคัญคือวิชาดังกล่าวได้เคยมีการนำร่องสอนในบางพื้นที่ของประเทศมาก่อนหน้านี้แล้วด้วย   หากนำปัจจัยต่าง ๆ ข้างต้นมาพิจารณาวิเคราะห์จะเห็นได้ว่าการบรรจุวิชา “ความคิดของสีจิ้นผิงเกี่ยวกับลัทธิสังคมนิยมที่มีลักษณะแบบจีนสำหรับยุคใหม่” ลงในแบบเรียนของจีนนั้นเป็นวิวัฒนาการทางการศึกษาแนวคิดสังคมนิยมของจีนที่มีมาตลอดอยู่แล้ว…

ความขัดแย้งทางการเมืองท่ามกลางสถานการณ์โควิดของเนปาล

เนปาลประเทศเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาหิมาลัย มีเพื่อนบ้านเพียง 2 ประเทศคือ อินเดีย และจีน ขนาดเศรษฐกิจของประเทศแห่งนี้ไม่ใหญ่มาก และถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาน้อย หลายปีที่ผ่านมาเนปาลได้รับเงินช่วยเหลือจำนวนมากจากภายนอก ทั้งจากเพื่อนบ้าน และองค์การระหว่างประเทศ ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในประเทศแห่งนี้   แต่ประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้ก็มีความน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันในหน้าประวัติศาสตร์โลก เพราะในช่วงปี 2539-2549 ประเทศแห่งนี้เกิดสงครามกลางเมืองที่เป็นการต่อสู้กันทางอุดมการณ์ทางการเมืองระหว่างกลุ่มนิยมระบอบประชาธิปไตยจากการเลือกตั้ง และขบวนการเคลื่อนไหวเหมาอิสต์ที่ต้องการเปลี่ยนให้ประเทศเป็นระบอบสังคมนิยม   การหยิบอาวุธขึ้นต่อสู้กันที่กินเวลาเกือบ 10 ปี ส่งผลให้ประเทศเนปาลถอยหลังเป็นอย่างมาก และประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมากมายมหาศาล กลายเป็นบาดแผลของหลายครัวเรือนที่ยังคงติดตรึงมาจนถึงทุกวันนี้   อย่างไรก็ตามหลังการเจรจาสมานฉันท์ และผลักดันให้ขบวนการเคลื่อนไหวเหมาอิสต์หันหน้ามาทำการเมืองในระบอบประชาธิปไตยได้สำเร็จหลังสิ้นสุดสงครามเย็น อุดมการณ์คอมมิวนิสต์ก็งอกเงยในแผ่นดินแห่งนี้อย่างมาก ในหลายครั้ง หลายวาระพรรคฝ่ายซ้ายของเนปาลประสบความสำเร็จอย่างมากในการเลือกตั้ง และได้จัดตั้งรัฐบาล   เช่นเดียวกับการเลือกตั้งครั้งล่าสุดปี 2560  พรรคคอมมิวนิสต์เนปาล – มาร์กซิสต์-เลนินนิสต์ (Communist Party of Nepal–Unified Marxist-Leninist (CPN-UML)) ซึ่งนำโดยนายKP Sharma Oli และพรรคคอมมิวนิสต์เนปาล – เหมาอิสต์ (Communist…