กว่าจะเป็นกฎหมายการสมรสของเพศเดียวกัน : หนทางสู่ชัยชนะของ LGBT ในไต้หวัน

คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญไต้หวันเมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 ทำให้ไต้หวันก้าวหน้ากว่าใครในเอเชียในด้านความเท่าเทียมทางเพศ เพราะนำไปสู่การออกกฎหมายการสมรสของเพศเดียวกันฉบับแรกในเอเชีย ที่อนุญาติให้บุคคลที่มีเพศสรีระ (sex หรือการแบ่งคนเป็นหญิง-ชายตามหลักชีววิทยา) เดียวกันแต่งงานกันได้ คำตัดสินครั้งนั้นบอกว่าการห้ามการสมรสของเพศเดียวกันเป็นการกระทำที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ และขีดเส้นเวลากำหนดให้รัฐบาลไต้หวันต้องรีบดำเนินการให้คนที่มีเพศสรีระเดียวกันแต่งงานกันได้ภายใน ๒ ปี ซึ่งรัฐบาลพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party-DPP) ของประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ก็บังคับใช้กฎหมายที่ว่าเมื่อ 24 พฤษภาคม 2562 และชาว LGBT ของไต้หวันก็ตอบรับอย่างดีด้วยการแต่งงานกันตามกฎหมายดังกล่าวแล้วถึง 4,021 คู่ เป็นเพศสรีระชาย 1,248 คู่ และหญิง 2,773 คู่ (ข้อมูลเมื่อพฤษภาคม 2563) เส้นทางของชัยชนะของกลุ่ม LGBT ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพรรค DPP ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งก็สอดคล้องกับอุดมการณ์และฐานเสียงทางการเมืองของพรรค DPP ที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้า ขณะที่กลุ่ม LGBT ในไต้หวันก็รวมตัวเป็นองค์กรภาคประชาชนร่วมผลักดันการออกกฎหมาย เช่น เครือข่าย Taiwan Alliance to Promote Civil Partnership…

ปัญหาพิพาทหมู่เกาะเตียวหยู/เซ็งกากุ: ขวากหนามความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่น

ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ญีปุ่นกลับมาปะทุอีกครั้งหลังนาย โนบุโอะ คิชิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CNN ถึงข้อกังวลเกี่ยวกับความพยายามของจีนในการรุกล้ำเข้าไปในเขตหมู่เกาะเซ็งกากุ หรือที่จีนเรียกว่าหมู่เกาะเตียวหยู โดยหมู่เกาะดังกล่าวเป็นหมู่เกาะพิพาทระหว่าง 2 ประเทศมานาน   โดยความขัดแย้งระหว่างจีนและญี่ปุ่นเหนือหมู่เกาะนี้เริ่มมีความรุนแรงอย่างมากนับตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งในเวลานั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศย่ำแย่จนถึงขนาดมีชาวจีนออกมาเดินขบวนทั่วประเทศ และเรียกร้องให้รัฐบาลจีนยึดหมู่เกาะดังกล่าวคืนจากญี่ปุ่น มีการทำลายธุรกิจและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นที่ดำเนินการในจีนจำนวนมาก   ปัญหากรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะนี้เป็นผลมาจากมุมมองทางประวัติศาสตร์และข้อกฎหมายระหว่างประเทศที่แตกต่างกันซึ่งนับย้อนไปได้ไกลถึงยุคราชวงศ์หมิงที่จีนระบุว่าจีนอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะดังกล่าวมาโดยตลอด จนกระทั่งถึงในยุคสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่ 1 อันเป็นเหตุให้ญี่ปุ่นใช้กำลังเข้ายึดหมู่เกาะดังกล่าว และมีการลงนามในสนธิสัญญาชิโมโนเซกิ ในปี 2438   หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นต้องคืนดินแดนจำนวนมากตามสนธิสัญญาชิโมโนเซกิให้กับจีน อย่างไรก็ตามหมู่เกาะที่เป็นปัญหานั้นเนื่องจากไม่อยู่ในสนธิสัญญาดังกล่าวส่งผลให้เกิดปัญหาอำนาจสิทธิของจีน และสหรัฐอเมริกาเลือกที่จะผนวกรวมพื้นที่ดังกล่าวให้อยู่ในกำกับดูแลของตนหลังสงครามโลก ก่อนที่จะส่งคืนให้ญี่ปุ่นในปี 2514 อันนำมาซึ่งการพิพาทระหว่างจีนและญี่ปุ่น   ในเวลานั้นทั้งจีนแผ่นดินใหญ่และจีนไทเปต่างประท้วงเรื่องดังกล่าว และอ้างสิทธิของตัวเองเหนือหมู่เกาะดังกล่าวเช่นเดียวกัน แต่ด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจและการทหารที่ด้อยกว่าทำให้ทั้ง 2 จีนทำได้เพียงอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะพิพาทเท่านั้น เติ้งเสี่ยวผิง ผู้นำจีนขณะนั้นถึงกับกล่าวว่า “คงต้องปล่อยให้ลูกหลานของเรามาจัดการกับปัญหานี้”   และดูเหมือนว่าคำของเติ้งเสี่ยวผิงจะเป็นจริง เพราะนับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ท่าทีของจีนก็ดูจะแข็งกร้าวต่อปัญหาหมู่เกาะแห่งนี้มากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเรือประมง และยามฝั่งเข้าไปในน่านน้ำทะเลอาณาเขตซึ่งญี่ปุ่นอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะแห่งนี้ ทำให้รัฐมนตรีกลาโหมของญี่ปุ่นออกมาปรามจีนว่าการกระทำดังกล่าวมีแต่จะบั่นทอนความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ชาติ   แต่สำหรับจีนแล้วจีนมองว่านี่คือสิทธิโดยธรรมชาติ…

แนวคิดสีจิ้นผิง บทเรียนใหม่ประจำปีการศึกษา 2564

กระแสข่าวด้านการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับประเทศจีนในเวลานี้คงหนีไม่พ้นการปฏิรูประบบการศึกษาและปรับเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนการสอนของพรรคคอมมิวนิสต์เกี่ยวกับการบรรจุเนื้อหาวิชาว่าด้วย “ความคิดของสีจิ้นผิงเกี่ยวกับลัทธิสังคมนิยมที่มีลักษณะแบบจีนสำหรับยุคใหม่” ซึ่งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาวิชานี้ได้รับการบรรจุอย่างเป็นทางการในแบบเรียนเป็นครั้งแรก   รัฐบาลจีนโดยกระทรวงศึกษาธิการให้เหตุผลสำคัญเกี่ยวกับการบรรจุวิชานี้ลงไปในหลักสูตรว่า “การบรรจุวิชานี้จะช่วยให้เยาวชนได้รับการปลูกฝังเกี่ยวกับลัทธิมาร์กซ์ และเสริมสร้างความมั่นใจในแนวทาง ทฤษฎี ระบบ และวัฒนธรรมของสังคมนิยมที่มีลักษณะจีน” แน่นอน โดยเนื้อหาของรายวิชานี้จะถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรของนักเรียนและนักศึกษาทุกระดับชั้น   โดยหลักสูตรในระดับประถมศึกษาจะมุ่งเน้นไปที่การปลูกฝังความรักชาติ พรรคคอมมิวนิสต์และอุดมการณ์สังคมนิยม ในขณะที่หลักสูตรของนักเรียนมัธยมจะถูกเน้นไปที่การผสมผสานทางด้านการรับรู้เชิงประสบการณ์และองค์ความรู้จากการศึกษา เพื่อวางรากฐานความเข้าใจทางการเมืองให้เยาวชนเหล่านี้ ซึ่งในระดับมหาวิทยาลัยจะเป็นการเน้นไปที่การวิเคราะห์และทำความเข้าใจในเชิงทฤษฎี   ความพยายามครั้งใหม่ของรัฐบาลจีนครั้งนี้ถือเป็นการผลักดันและส่งเสริมแนวคิดสังคมนิยมแบบจีนให้เป็นที่แพร่หลายในกลุ่มเยาวชนที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ววิชาในลักษณะนี้ของจีนนั้นมีการบรรจุในแบบเรียนของจีนอยู่แล้ว และไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใดสำหรับประเทศจีน ต่างกันเพียงแค่ในครั้งนี้มีการบรรจุแนวคิดของผู้นำคนล่าสุดลงไปเท่านั้น ซึ่งไม่ค่อยปรากฏมาก่อนในทางการเมืองจีนเท่าไหร่นัก   จริง ๆ แล้วความพยายามของพรรคคอมมิวนิสต์ในการส่งเสริมแนวคิดของสีจิ้นผิงให้เป็นที่แพร่หลายในหมู่ประชาชนจีนนั้นเริ่มทำกันมานานพอสมควรแล้ว หนึ่งในเอกสารชิ้นสำคัญคือการออกหนังสือชุด จำนวน 3 เล่มในชื่อ “Xi Jinping The Governance of China” ซึ่งเป็นหนังสือที่รวบรวมถ้อยแถลงต่าง ๆ ของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ในโอกาสและวาระต่าง ๆ ออกมาเป็นรูปเล่มเพื่อเผยแพร่   หนังสือชุดนี้ถือเป็นภาพสะท้อนและอธิบายเกี่ยวกับแนวคิดของสีจิ้นผิงได้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาประเทศจีน และถือเป็นตำราที่สำคัญซึ่งถูกใช้ในการสอนวิชาใหม่นี้ในระดับมหาวิทยาลัย ฉะนั้นจะเห็นว่าวิชาดังกล่าวนั้นเป็นเพียงการจัดระบบการทำความเข้าใจระบบสังคมนิยมในลักษณะแบบจีนใหม่เท่านั้น ที่สำคัญคือวิชาดังกล่าวได้เคยมีการนำร่องสอนในบางพื้นที่ของประเทศมาก่อนหน้านี้แล้วด้วย   หากนำปัจจัยต่าง ๆ ข้างต้นมาพิจารณาวิเคราะห์จะเห็นได้ว่าการบรรจุวิชา “ความคิดของสีจิ้นผิงเกี่ยวกับลัทธิสังคมนิยมที่มีลักษณะแบบจีนสำหรับยุคใหม่” ลงในแบบเรียนของจีนนั้นเป็นวิวัฒนาการทางการศึกษาแนวคิดสังคมนิยมของจีนที่มีมาตลอดอยู่แล้ว…

ความขัดแย้งทางการเมืองท่ามกลางสถานการณ์โควิดของเนปาล

เนปาลประเทศเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาหิมาลัย มีเพื่อนบ้านเพียง 2 ประเทศคือ อินเดีย และจีน ขนาดเศรษฐกิจของประเทศแห่งนี้ไม่ใหญ่มาก และถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาน้อย หลายปีที่ผ่านมาเนปาลได้รับเงินช่วยเหลือจำนวนมากจากภายนอก ทั้งจากเพื่อนบ้าน และองค์การระหว่างประเทศ ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในประเทศแห่งนี้   แต่ประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้ก็มีความน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันในหน้าประวัติศาสตร์โลก เพราะในช่วงปี 2539-2549 ประเทศแห่งนี้เกิดสงครามกลางเมืองที่เป็นการต่อสู้กันทางอุดมการณ์ทางการเมืองระหว่างกลุ่มนิยมระบอบประชาธิปไตยจากการเลือกตั้ง และขบวนการเคลื่อนไหวเหมาอิสต์ที่ต้องการเปลี่ยนให้ประเทศเป็นระบอบสังคมนิยม   การหยิบอาวุธขึ้นต่อสู้กันที่กินเวลาเกือบ 10 ปี ส่งผลให้ประเทศเนปาลถอยหลังเป็นอย่างมาก และประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมากมายมหาศาล กลายเป็นบาดแผลของหลายครัวเรือนที่ยังคงติดตรึงมาจนถึงทุกวันนี้   อย่างไรก็ตามหลังการเจรจาสมานฉันท์ และผลักดันให้ขบวนการเคลื่อนไหวเหมาอิสต์หันหน้ามาทำการเมืองในระบอบประชาธิปไตยได้สำเร็จหลังสิ้นสุดสงครามเย็น อุดมการณ์คอมมิวนิสต์ก็งอกเงยในแผ่นดินแห่งนี้อย่างมาก ในหลายครั้ง หลายวาระพรรคฝ่ายซ้ายของเนปาลประสบความสำเร็จอย่างมากในการเลือกตั้ง และได้จัดตั้งรัฐบาล   เช่นเดียวกับการเลือกตั้งครั้งล่าสุดปี 2560  พรรคคอมมิวนิสต์เนปาล – มาร์กซิสต์-เลนินนิสต์ (Communist Party of Nepal–Unified Marxist-Leninist (CPN-UML)) ซึ่งนำโดยนายKP Sharma Oli และพรรคคอมมิวนิสต์เนปาล – เหมาอิสต์ (Communist…

คาราบัค เอฟเค : มรดกแห่งสงครามอาเซอร์ไบจาน-อาร์เมเนีย

เสื้อกันหนาวตัวใหญ่ หมวกไหมพรม ถุงมือ กางเกงยีนส์ และรองเท้าผ้าใบ, ดวงตาของผมเป็นเพียงส่วนเดียวของร่างกายที่โผล่พ้นออกมาจากบรรดาเครื่องนุ่งห่ม และในตอนนั้นมันกำลังเพ่งมองผ่านความหนาวเย็น เพื่อมองให้เห็นกลุ่มชายสารพัดวัยราว 30 คน ที่กำลังถอดเสื้อเปลือยให้เห็นขนหน้าอก กอดคอ กระโดด และร้องเพลงร่วมกันกลางอุณหภูมิเลขตัวเดียว ที่สนามกีฬา Tofiq Bahramov กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน …

“Chinese Football Dream” : ฝันให้ไกล ไปยังไม่ถึง

ถ้าจับเอาทุกประเทศทั่วโลกมายืนเรียงลำดับกันตามอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมือง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พาชาวจีนมายืนอยู่ลำดับที่ 2 และกำลังท้าทายตำแหน่งหัวแถวของสหรัฐฯ จนอยู่ไม่สุข ความสำเร็จเช่นนี้ เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนถึงการบรรลุเป้าหมาย “ความฝันของจีน” หรือ “Chinese Dream” ที่ประธานาธิบดีสีให้คำมั่นสัญญากับประชาชนไว้ตั้งแต่ตอนที่ขึ้นดำรงตำแหน่งว่าจะฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ให้กับจีน….

ทำไมพรรครัฐบาลอินเดียลุกขึ้นมาเปลี่ยนมุขมนตรีหลายรัฐ ?

การเมืองอินเดียกลับมาร้อนแรงอีกครั้งเพราะเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาพรรคภารตียชนตา (Bharatiya Janata Party: BJP) พรรครัฐบาลของอินเดียนั้นได้มีการเปลี่ยนตัวมุขมนตรีรัฐคุชราต ซึ่งถือเป็นรัฐที่เป็นฐานคะแนนสำคัญของพรรค BJP

การประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ ความสำคัญต่อภูมิภาคเอเชีย

เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมามีการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization: SCO) ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศในเอเชียกลาง 5 ประเทศ (คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน) รัสเซีย อินเดีย ปากีสถาน และจีน ซึ่งเป็นการประชุมแบบ Hybrid ผ่านการหารือห้องประชุม ที่เมืองดูซานเบ ของทาจิกิสถาน ควบคู่กับการหารือผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ แน่นอนว่าประเด็นสำคัญของการพูดคุยกันรอบนี้คงหนีไม่พ้นเรื่อง “อัฟกานิสถาน” ซึ่งถือเป็นเหตุผลหนึ่งของการก่อตั้งองค์การนี้ด้วย   สำคัญกว่านั้นคือปีนี้ อิหร่านจะเข้ามาเป็นสมาชิกถาวรขององค์การความร่วมมือนี้ ซึ่งสมัครตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยที่จีนเป็นผู้ที่สนับสนุนอิหร่านให้เข้ามาเป็นสมาชิกถาวร ลักษณะเช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่าจีนกำลังขยายบทบาทของตัวเองเข้าไปในภูมิภาคเอเชียตะวันตกมากยิ่งขึ้น ผ่านทางอิหร่าน หลังก่อนหน้านี้ทั้ง 2 ประเทศได้ลงนามความร่วมทางเศรษฐกิจและความมั่นคงระหว่างกัน   ยิ่งไปกว่านั้น กาตาร์ อียิปต์ และซาอุดีอาระเบีย จะเข้ามาเป็นผู้สังเกตุการณ์ใน SCO อย่างเป็นทางการในปีนี้ ตอกย้ำให้ชัดมากขึ้นว่า SCO กำลังขยายความสนใจไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันตกมากยิ่งขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการก่อการร้าย ในขณะเดียวกันก็เพิ่มโอกาสด้านการพัฒนาทางเศรษฐกิจเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียกลาง เอเชียใต้ เอเชียตะวันตก และยูเรเซียเข้าหากัน…

Mutti Merkel กับ Strategic Patience และความมั่นคงของเยอรมนี

“Mutti Merkel” หรือคุณแม่แมร์เคล ฉายาของ นางอังเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีวัย 67 ปี สังกัดพรรค Christian Democratic Union ที่กำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศใน 26 กันยายน 2564 ปัจจุบัน สื่อต่างประเทศจับตาบทบาทของนางแมร์เคล เพราะการลงจากตำแหน่งครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเปลี่ยนผู้นำของเยอรมนีในรอบ 16 ปี แล้วยังเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีขึ้นในห้วงที่เยอรมนีและสหภาพยุโรป (European Union-EU) เผชิญความท้าทายด้านความมั่นคงหลากหลาย ทั้งความท้าทายรูปแบบเก่าและรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการขยายอิทธิพลของรัสเซียที่แข็งกร้าวและมีแนวโน้มจะใช้ hybrid warfare การดำเนินนโยบายที่ไม่แน่ไม่นอนของสหรัฐฯ ปัญหาเอกภาพของ EU ความเคลื่อนไหวของกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่ง คลื่นผู้อพยพและผู้ลี้ภัย การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และวิกฤตโลกร้อนที่กลายเป็น Global Agenda และบังคับให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ต้องปรับตัว   บทบาทของนางแมร์เคลที่ผ่านมามีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศเยอรมนี และความร่วมมือในกรอบ EU แม้เดิมที เยอรมนีจะมีจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์อยู่ตรงกลางยุโรปที่เอื้อต่อการเป็นมหาอำนาจอยู่แล้ว แต่เยอรมนีก็ค่อนข้างระมัดระวังการแสดงพลังอำนาจเพราะเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เยอรมนีมี “culture of restraint”…

ทวิตเตอร์ เฟกนิวส์ กับการเสื่อมถอยของอำนาจรัฐ

พลังอำนาจสื่อสังคมออนไลน์มีที่มาจากคุณสมบัติหลักใน 2 มิติ คือความเร็ว (ส่งสาร-รับสารได้ในทันที) และความกว้าง (ทุกคนที่มีอินเทอร์เน็ตเข้าถึงได้ไร้ข้อจำกัด) ทำให้เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับการรวมกลุ่มผู้คนที่มีความคิดความเห็นในแบบเดียวกันเข้าไว้ด้วยกัน อำนาจของรัฐต่อการจัดตั้งกลุ่ม (ทั้งในด้านการเป็นผู้ตั้ง และเป็นผู้ควบคุม ภาพตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายคือกฎหมายการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคม บริษัท พรรคการเมือง ฯลฯ)