ทำไมพรรครัฐบาลอินเดียลุกขึ้นมาเปลี่ยนมุขมนตรีหลายรัฐ ?

การเมืองอินเดียกลับมาร้อนแรงอีกครั้งเพราะเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาพรรคภารตียชนตา (Bharatiya Janata Party: BJP) พรรครัฐบาลของอินเดียนั้นได้มีการเปลี่ยนตัวมุขมนตรีรัฐคุชราต ซึ่งถือเป็นรัฐที่เป็นฐานคะแนนสำคัญของพรรค BJP

การประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ ความสำคัญต่อภูมิภาคเอเชีย

เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมามีการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization: SCO) ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศในเอเชียกลาง 5 ประเทศ (คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน) รัสเซีย อินเดีย ปากีสถาน และจีน ซึ่งเป็นการประชุมแบบ Hybrid ผ่านการหารือห้องประชุม ที่เมืองดูซานเบ ของทาจิกิสถาน ควบคู่กับการหารือผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ แน่นอนว่าประเด็นสำคัญของการพูดคุยกันรอบนี้คงหนีไม่พ้นเรื่อง “อัฟกานิสถาน” ซึ่งถือเป็นเหตุผลหนึ่งของการก่อตั้งองค์การนี้ด้วย   สำคัญกว่านั้นคือปีนี้ อิหร่านจะเข้ามาเป็นสมาชิกถาวรขององค์การความร่วมมือนี้ ซึ่งสมัครตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยที่จีนเป็นผู้ที่สนับสนุนอิหร่านให้เข้ามาเป็นสมาชิกถาวร ลักษณะเช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่าจีนกำลังขยายบทบาทของตัวเองเข้าไปในภูมิภาคเอเชียตะวันตกมากยิ่งขึ้น ผ่านทางอิหร่าน หลังก่อนหน้านี้ทั้ง 2 ประเทศได้ลงนามความร่วมทางเศรษฐกิจและความมั่นคงระหว่างกัน   ยิ่งไปกว่านั้น กาตาร์ อียิปต์ และซาอุดีอาระเบีย จะเข้ามาเป็นผู้สังเกตุการณ์ใน SCO อย่างเป็นทางการในปีนี้ ตอกย้ำให้ชัดมากขึ้นว่า SCO กำลังขยายความสนใจไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันตกมากยิ่งขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการก่อการร้าย ในขณะเดียวกันก็เพิ่มโอกาสด้านการพัฒนาทางเศรษฐกิจเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียกลาง เอเชียใต้ เอเชียตะวันตก และยูเรเซียเข้าหากัน…

Mutti Merkel กับ Strategic Patience และความมั่นคงของเยอรมนี

“Mutti Merkel” หรือคุณแม่แมร์เคล ฉายาของ นางอังเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีวัย 67 ปี สังกัดพรรค Christian Democratic Union ที่กำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศใน 26 กันยายน 2564 ปัจจุบัน สื่อต่างประเทศจับตาบทบาทของนางแมร์เคล เพราะการลงจากตำแหน่งครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเปลี่ยนผู้นำของเยอรมนีในรอบ 16 ปี แล้วยังเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีขึ้นในห้วงที่เยอรมนีและสหภาพยุโรป (European Union-EU) เผชิญความท้าทายด้านความมั่นคงหลากหลาย ทั้งความท้าทายรูปแบบเก่าและรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการขยายอิทธิพลของรัสเซียที่แข็งกร้าวและมีแนวโน้มจะใช้ hybrid warfare การดำเนินนโยบายที่ไม่แน่ไม่นอนของสหรัฐฯ ปัญหาเอกภาพของ EU ความเคลื่อนไหวของกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่ง คลื่นผู้อพยพและผู้ลี้ภัย การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และวิกฤตโลกร้อนที่กลายเป็น Global Agenda และบังคับให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ต้องปรับตัว   บทบาทของนางแมร์เคลที่ผ่านมามีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศเยอรมนี และความร่วมมือในกรอบ EU แม้เดิมที เยอรมนีจะมีจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์อยู่ตรงกลางยุโรปที่เอื้อต่อการเป็นมหาอำนาจอยู่แล้ว แต่เยอรมนีก็ค่อนข้างระมัดระวังการแสดงพลังอำนาจเพราะเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เยอรมนีมี “culture of restraint”…

ทวิตเตอร์ เฟกนิวส์ กับการเสื่อมถอยของอำนาจรัฐ

พลังอำนาจสื่อสังคมออนไลน์มีที่มาจากคุณสมบัติหลักใน 2 มิติ คือความเร็ว (ส่งสาร-รับสารได้ในทันที) และความกว้าง (ทุกคนที่มีอินเทอร์เน็ตเข้าถึงได้ไร้ข้อจำกัด) ทำให้เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับการรวมกลุ่มผู้คนที่มีความคิดความเห็นในแบบเดียวกันเข้าไว้ด้วยกัน อำนาจของรัฐต่อการจัดตั้งกลุ่ม (ทั้งในด้านการเป็นผู้ตั้ง และเป็นผู้ควบคุม ภาพตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายคือกฎหมายการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคม บริษัท พรรคการเมือง ฯลฯ)

สร้างเมืองให้โตตามทิศทางด้วย “ภาษีที่ดิน”

ประเทศไทยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ทั้งถนน คลองส่งน้ำ ไฟฟ้า การขนส่งระบบราง ทำให้ประชาชนมีโอกาสในการเข้าถึงสาธารณูปโภคได้อย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น การลงทุนพัฒนาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางต่างๆ ตามเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้เกิดกิจกรรมของผู้คนที่ต้องปรับตัวตามไปด้วย

ออกเที่ยวแบบใหม่ เที่ยวต่อไปให้ยั่งยืน

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การดำรงชีวิตของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปในวิถีใหม่ (new normal) เกิดการเปลี่ยนแปลงกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญที่ช่วยกระจายรายได้และสร้างเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่ แต่เมื่อเราต้องดำเนินชีวิตด้วยการรักษาระยะห่าง กักตัวอยู่ในบ้าน หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัดและการพบปะ ทำให้วิถีการท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไป   เมื่อหลายประเทศไม่สามารถปล่อยให้เศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวเสียหายไปได้มากกว่านี้ จึงมีนโยบายกระตุ้น และเอื้อให้คนสามารถออกมาท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย เช่น การพกหลักฐานแสดงการฉีดวัคซีนก่อนเข้าสถานที่ท่องเที่ยว (vaccine passport) การลงทะเบียนเพื่อติดตามการเดินทาง การกำหนดขอบเขตพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ รวมไปถึงแนวคิดทางการท่องเที่ยวสีเขียว (green tourism) ที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ และแนวคิด building back better ที่ส่งเสริมการปรับตัวหลังจากผ่านสถาการณ์ที่เลวร้าย ถือเป็นการทบทวนสถานการณ์เพื่อวางแผนจัดการการท่องเที่ยวในอนาคตต่อไปให้มีความปลอดภัยและยั่งยืน   แม้การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่ยังคงมีขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ ทำให้แหล่งท่องเที่ยว ป่า ภูเขา ทะเล และเกาะ ไร้คนไปเยี่ยมเยียน แต่ในอีกด้านหนึ่ง กลับพบว่า สัตว์น้อยใหญ่ได้กลับมาปรากฏตัวจากที่ไม่เคยได้เห็นมานาน เช่น การพบฉลามหูดำที่เกาะห้อง จังหวัดกระบี่, พบกระรอกบินที่อุทยานภูซาง จังหวัดพะเยา และการพบฝูงพะยูนที่เกาะลิบง จังหวัดตรัง เป็นต้น บ่งชี้ว่า ทั้งสัตว์และพืชกำลังเจริญเติบโต ภายหลังจากที่จำนวนของมนุษย์ที่เข้าไปพื้นที่ลดลง…

สหประชาชาติกำหนดการสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนเป็นวาระสำคัญ

ในกันยายน 2564 สหประชาชาติ (United Nations-UN) จะจัดการประชุมสมัชชาใหญ่ในหัวข้อ Food Systems Summit ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เป้าหมายเพื่อผลักดันเรื่องความมั่นคงทางอาหารให้เป็นวาระสำคัญของมนุษยชาติ รวมทั้งเพื่อให้ทั่วโลกให้ความสนใจการเปลี่ยนระบบอาหาร ซึ่งหมายถึงการกระบวนการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ทั้งการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การแปรรูป การจำหน่าย การตลาด การบริโภคและการจำกัดของเสียให้ยั่งยืน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ของ UN ในปี 2573   UN ผลักดันการเปลี่ยนแปลงระบบอาหารของโลกมาโดยตลอด เพราะการจัดการระบบอาหารที่ดีจะทำให้โลกมีความมั่นคงทางอาหาร ลดขยะจากการผลิตอาหาร และซึ่งนอกจากจะพยายามพูดคุยกับนานาชาติในเรื่องนี้แล้ว UN ยังเชื่อมโยงประเด็น Food Systems กับการพัฒนาเมือง รวมถึงเอาวาระดังกล่าวไปเป็นหัวข้อในการดำเนินกิจกรรมอื่น ๆ ของ UN ด้วย เช่น เมื่อ 12 สิงหาคม 2564 ที่เป็นวันเยาวชนสากล (International Youth Day-IYD) สหประขาชาติก็เอาหัวข้อ Food…

The Great Resignation ความท้าทายเมื่อ Gen Z เปลี่ยนแนวคิดในการทำงาน

ผลสำรวจความเห็นของบริษัทและมนุษย์วัยทำงานในประเทศเอเชียตะวันออกเมื่อห้วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2564 บ่งชี้ว่า ทิศทางตลาดแรงงานกำลังเผชิญความผันผวน !! ไม่ใช่เพราะการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 จะอยู่กับเราไปอีกนานจนต้องปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจให้มีร่องรอยสะดุดเป็นระยะ ๆ หรือเพราะโลกกำลังจะเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีแทนแรงงานคน …แต่เป็นเพราะมนุษย์เราเนี่ยแหละที่ไม่อยากทำงานแบบเดิม ๆ อีกต่อไป   สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อ 29 สิงหาคม 2564 ว่า คนรุ่น Gen Z (อายุระหว่าง 18-24 ปี) และ Millennials (อายุระหว่าง 25-30 ปี) ทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกกำลังสิ้นหวัง (พฤติกรรมนี้เรียกว่า Lying flat ในภาษาอังกฤษ หรือ 躺平 (tang ping) ในภาษาจีน) พวกเขากำลังท้อแท้เพราะปัญหาจากนานามิติที่ถาโถมและขัดขวางชีวิตวัยเริ่มต้นทำงานอัน (น่าจะ) สดใสหลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย กลุ่ม Gen Z และ Millennials เผชิญประสบการณ์ ณ จุดเริ่มต้นของการทำงานในทำนองที่ว่า “อะไร ๆ ก็ไม่เป็นดั่งใจ”…

Tuesday's Briefing: Kamala Harris, Oakland native, is Joe Biden's running mate; San Leandro police chief makes carjacking arrest | East Bay Express

สหรัฐฯ ย้ำยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกและให้ความสำคัญกับอาเซียน

สหรัฐฯ แม้จะยุ่ง ๆ อยู่กับสถานการณ์ในอัฟกานิสถานในห้วงที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้ทอดทิ้งอินโด-แปซิฟิก โดยยังประกาศยืนยันให้ความสำคัญกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก จะเดินหน้ายุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกที่เปิดกว้างและเสรี (Free and open Indo-Pacific) รวมทั้งจะสนับสนุนบทบาทของอาเซียนให้เป็นแกนกลางของภูมิภาค (ASEAN Centrality) พร้อมกับเสนอตัวสหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนที่เคารพการตัดสินใจและการดำเนินนโยบายของทุกประเทศ   ท่าทีดังกล่าวมาจากรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริสของสหรัฐฯ ระหว่างการเยือนสิงคโปร์เมื่อ 24 สิงหาคม 2564 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของสหรัฐฯ ที่เยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้สื่อมวลชนต่างประเทศไม่ได้ให้ความสนใจการเยือนเอเชียครั้งนี้มากเท่ากับการถอนทหารในอัฟกานิสถาน แต่รองประธานาธิบดีแฮร์ริสก็ยังทำตามหน้าที่ โดยแถลงที่ Garden by the Bay ว่า สถานการณ์ในอัฟกานิสถานทำให้สหรัฐฯ มั่นใจว่าความร่วมมือกับพันธมิตรและหุ้นส่วนนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง และจะเป็นปัจจัยที่ทำให้สหรัฐฯ และพันธมิตรมีความมั่นคงในยุคสมัยใหม่ (New Era) ที่มีความท้าทายและโอกาสใหม่ ๆ ตลอดเวลา สหรัฐฯ จะให้ความสำคัญกับสิงคโปร์ เวียดนาม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เพราะสหรัฐฯ เป็นส่วนหนึ่งและมีผลประโยชน์อยู่ภูมิภาคนี้ ซึ่งแม้นางคามาลา แฮร์ริสไม่ได้พูดตรง ๆ แต่นั่นหมายถึงมูลค่าการค้าที่มากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี…

พระพรหมไทยในไทเป : เทพเจ้าฮินดูที่กลายเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัย

ในซอยเล็ก ๆ กลางไทเป ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าซ่งเจียงหนานจิง เป็นที่ตั้งของรูปปั้นเทพเจ้าฮินดู สิ่งศักดิ์สิทธิ์จากอินเดียที่กำลังมีบทบาทต่อการเสริมสร้างพลังใจให้ชาวใต้หวัน โดยเฉพาะคนรุ่นหนุ่มสาว   พื้นที่เล็ก ๆ บริเวณหัวมุมถนนคลุมไว้ด้วยเต๊นท์ผ้าใบสีแดงสด ปิดบังบรรยากาศภายในไว้ด้วยกระถางใส่ดอกไม้สดนับร้อยช่อ และพวงมาลัยเจ็ดสีหลายศอกแขวนยาวเป็นพืด ให้อารมณ์เหมือนเป็นร้านขายดอกไม้ที่ปากคลองตลาดผสมกับศาลใต้ต้นไทรท้ายซอย ต้องเดินผ่านประตูรั้วและมองทะลุควันธูปเข้าไป จึงจะเห็นว่าเป็น “พระพรหม” ที่ประดิษฐานเป็นประธานอยู่ข้างในนั้น ตามที่ชื่อสถานที่บอกไว้ว่าที่แห่งนี้คือ “Changchun Phra Phrom” หรือศาลพระพรหมฉางชุน   ผมเจอสถานที่แห่งนี้โดยบังเอิญบน Google Map ขณะเดินเล่นที่ไต้หวัน สิ่งที่เตะตาจนสงสัยและถึงกับต้องตามไปดูของจริงก็ด้วยการสะกดคำว่าพระพรหมตามแบบราชบัณฑิตไทยว่า “Phra Phrom” ซึ่งต่างจากการสะกดว่า “Brahma” ตามแบบสากล ซึ่งทำให้อนุมานได้ว่าน่าจะเป็นพระพรหมที่ไต้หวันได้อิทธิพลมาจากไทยมากกว่าอินเดีย ก็เลยสงสัยขึ้นมาถึงที่มาที่ไปว่าพระพรหมของไทยมาโผล่อะไรเอาตรงนี้   ในซอยเล็กริมถนนใหญ่ที่เป็นย่านธุรกิจสำคัญของไทเป เมื่อเดินหลุดผ่านรั้วเข้าไปในศาลพระพรหมฉางชุน เหมือนกับว่าผ่านประตูทะลุมิติโผล่ที่ไทย บรรยากาศบ้านเมืองแบบไต้หวันที่เคยรายรอบหายไป แทนที่ด้วยสิ่งแวดล้อมคุ้นตา พระพรหมสี่หน้า กระถางธูป ดอกดาวเรือง เครื่องทองเหลือง ฯลฯ ประกอบกันแล้วเหมือนเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ในมุมหนึ่งของกรุงเทพมหานคร   มีเพียงชาวไต้หวันเป็นสิ่งยืนยันว่าตอนนี้ยังอยู่บนแผ่นดินไต้หวัน ตลอดเวลาที่ผมอยู่ที่นั่น ศาลเล็ก ๆ แห่งนี้มีชาวไต้หวันที่ศรัทธาเดินเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ประมาณด้วยสายตาแล้วส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาววัยทำงานหรือกำลังเรียน…