“นากาแลนด์” ผลพวงเส้นแบ่งเขตแดนที่ผิดเพี้ยน

นากาแลนด์เป็นรัฐเล็กๆ และห่างไกลที่สุดของอินเดีย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ โดย ”นากา-Naga” เป็นชื่อที่เรียกกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ตามที่ราบสูงบริเวณเชิงเขาหิมาลัยในอินเดียและเมียนมา เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ประกอบด้วยกลุ่มย่อยอีกหลายสิบเผ่า และนากาในภาษาเมียนมาแปลว่าคนที่เจาะรูหู กับว่ากันว่าวัฒนธรรมการตัดหัวศัตรูคือเอกลักษณ์ของชนเผ่าในกลุ่มชาติพันธุ์นี้ด้วย เดิมชาวนากาเป็นอิสระไม่ขึ้นตรงกับใคร จนกระทั่งต้นศตวรรษที่ 19 กษัตริย์เมียนมาในเวลานั้นสามารถยึดครองดินแดนของชาวนากามาอยู่ใต้ปกครองได้สำเร็จ ต่อมาจักรวรรดิอังกฤษยึดครองรัฐอัสสัมของอินเดียได้จึงแผ่อิทธิพลเข้ามายังชาวนากาด้วย คริสต์ศาสนาที่เจ้าอาณานิคมนำมาเผยแพร่ส่งผลให้ชาวนากาปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต จนในวันที่อินเดียประกาศเป็นเอกราชจากอังกฤษ นากาแลนด์ซึ่งยังเป็นส่วนหนึ่งของรัฐอัสสัมก็มีความพยายามต่อสู้เพื่อแยกตัวเป็นเอกราช ……..แต่ก็ไม่ประสบผลและในที่สุดแล้วพวกเขาได้แค่สถานะรัฐหนึ่งในอินเดียเมื่อ 1 ธันวาคม 2506 ที่สำคัญ..เส้นแบ่งเขตแดนที่อังกฤษกำหนดได้ส่งผลให้ชาวนากาถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนใหญ่กลายเป็นชาวอินเดียในรัฐนากาแลนด์ และอีกส่วนราวๆ 40,000 คน กลายเป็นชนกลุ่มน้อยในเมียนมา ซึ่งวิธีการแบ่งแยกโดยเจ้าอาณานิคมส่งผลกระทบต่อชีวิตของชาวนากามาจนถึงปัจจุบัน ไม่เฉพาะต้องพลัดพรากจากพี่น้องร่วมสายเลือด แต่คุณภาพชีวิตยังต่างกันเป็นอย่างมาก อาทิ การศึกษา ระบบขนส่งมวลชน และระบบสาธารณสุข เป็นต้น ชาวนากาในอินเดียแม้จะยากจนแต่ชีวิตไม่ได้แย่มากเมื่อเทียบกับชาวนากาในเมียนมา เมืองดีมาปูร์เป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของรัฐนากาแลนด์ถูกคาดหวังให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าของอินเดียตะวันออก แต่เมื่อข้ามไปอีกฝั่งชาวนากาในเมียนมายังคงมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ถนนหนทางเป็นดินลูกรัง โดยเฉพาะเวลาเจ็บป่วยจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลซึ่งใกล้ที่สุดยังคงต้องเดินทางหลายวัน ดังนั้นชาวนากาจึงต้องรอคอยพึ่งพาคณะแพทย์สัญจรที่จะรักษาผู้ป่วยตามหมู่บ้าน โดยก่อนหน้านี้ชาวนากาในเมียนมาใช้วิธีข้ามพรมแดนไปรักษาตัวในดินแดนนากาของอินเดีย ซึ่งทำได้ง่ายกว่าเดินทางไปโรงพยาบาลหรือรอคณะแพทย์สัญจร แต่ในห้วงการเกิดโรคไวรัสโควิด 19 ระบาดหนักที่ผ่านมา ส่งผลให้ด่านพรมแดนถูกปิดตาย ชาวนากาจึงทำได้เพียงรอคณะแพทย์สัญจร โดยไม่ทราบว่าเมื่อไหร่คณะแพทย์สัญจรจะเวียนมายังหมู่บ้านอีกครั้ง ……..ชีวิตที่ยากลำบากแสนเศร้าถูกแบ่งแยกด้วยเส้นเขตแดนที่ผิดเพี้ยนมายาวนาน โดยไม่มีโอกาสได้เลือก ที่ผ่านมาชาวนากาในเมียนมาก็พยายามต่อสู้ด้วยการจัดตั้งพรรคการเมือง เพื่อหวังสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่ดีขึ้นและรวมผืนดินแดนนากาเข้าไว้ด้วยกัน…

คนกลางการไกล่เกลี่ยเจรจา: บทบาทของประเทศเล็กที่ไม่อาจมองข้าม

ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นจากการตัดสินใจใช้กำลังทางทหารโจมตีตอบโต้กันระหว่างคู่ขัดแย้งในหลายภูมิภาค ….การปรากฏตัวของตัวแสดงที่เป็นประเทศเล็กในฐานะคนกลางการเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อคลี่คลายปัญหาในหลายพื้นที่ กลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากก้าวขึ้นมาทำหน้าที่ได้อย่างดีแทนที่ประเทศใหญ่ที่ทรงอิทธิพลในเวทีโลก เช่น สหรัฐฯ หรือองค์การระหว่างประเทศ เช่นสหประชาชาติ ในการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศในบางเหตุการณ์

อนาคตแผนสันติภาพในยูเครน…จะโดนแขวนหรือได้ไปต่อ?!

การสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังคงเป็นเรื่องใหญ่ที่สื่อรายงานข่าวอยู่ทุกวัน ๆ จนเรานึกสงสัยว่ามันจะมีทางออกของเรื่องนี้ไหมที่ไม่ใช่แนวทางการสู้รบหรือปฏิบัติการทางทหารระหว่างกัน…. เมื่อได้สำรวจก็พบข้อมูลว่า สวิตเซอร์แลนด์กำลังมุ่งมั่นจะจัดการประชุมนานาชาติเพื่อหาแผนสันติภาพให้ยูเครนทันในช่วงฤดูร้อนนี้ หรือการประชุมที่มีชื่อเรียกว่า Ukraine Peace Conference ระหว่าง 15-16 มิถุนายน 2567 โดยความคาดหวังของสวิตเซอร์แลนด์คือให้ผู้แทนของหลาย ๆ ประเทศสนับสนุนการแก้ไขความขัดแย้งนี้ร่วมกัน เพราะสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนที่สู้รบยืดเยื้อกันยาวนานมามากกว่า 2 ปี สร้างความเสียหายต่อบรรยากาศความมั่นคงโลกในมากมายหลายมิติ เพราะทุกสงครามไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลก และความร่วมมือระหว่างประเทศ บทความนี้อยากจะเน้นไปสำรวจความพยายามของนานาชาติที่จะยุติสงคราม ด้วยการเสนอ “แผนสันติภาพ” เพื่อพิสูจน์ว่า แนวคิดที่ว่านานาชาติควรจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศ (external engagement) ตามแนวคิด cooperative security หรือการแสวงหาความร่วมมือเพื่อรักษาความมั่นคง ทั้งกับกลุ่มที่เป็นพันธมิตรกัน และกลุ่มที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน หรือแม้กระทั่งเป็นศัตรูคู่ขัดแย้งกัน ก็ยังสามารถร่วมมือกันได้นั้น จะยังคงเป็นแนวทางที่ดีในยุคสมัยอันวุ่นวายและซับซ้อนนี้ไหม และถ้าผลักดันสำเร็จ “แผนสันติภาพเพื่อยุติสถานการณ์ยูเครน” จะกลายเป็นโมเดลแก้ไขความขัดแย้งในพื้นที่อื่น ๆ ได้หรือไม่ หลายประเทศมีความพยายามจะเสนอตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนรอบนี้ เพราะรัสเซียกับยูเครนเหมือนจะเจรจากันเองไม่ได้ เนื่องจากมีเงื่อนไขในแผนการสันติภาพที่แตกต่างกัน อย่างยูเครนมีแผนสันติภาพ 10 ข้อที่ประกาศเมื่อปลายปี 2565 เน้นต้องการให้รัสเซียถอนทหารออกไปทั้งหมด ส่วนรัสเซียยืนยันจะต้องอยู่ในภูมิภาคตะวันออกของยูเครนต่อไป เพื่อปกป้องประชาชนในพื้นที่ที่ยึดมาจากการกดขี่ข่มเหงของยูเครนได้ เท่ากับว่า…แผนสันติภาพของทั้ง 2…

ทำไมฟิลิปปินส์ต้องจัดฝึกร่วม Balikatan ใหญ่ที่สุดใน 2567

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศหมู่เกาะที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ๆ กับการเพิ่มขีดความสามารถด้านการทหารเพื่อปกป้องความมั่นคงและปลอดภัยทางทะเล แม้เมื่อก่อนกองทัพฟิลิปปินส์จะให้ความสำคัญกับเรื่องการปราบปรามกองกำลังติดอาวุธในประเทศเป็นอันดับแรก แต่พอการเมืองและความมั่นคงภายในสงบมากขึ้น ประเทศนี้ก็ต้องปรับตัวและเตรียมพร้อมรับมือกับอันตรายจากภายนอก เพราะประเทศนี้ล้อมด้วยทะเลทุกด้าน กองทัพฟิลิปปินส์จึงต้องกระจายกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ให้พร้อมเผชิญอันตรายจากทุกหนแห่ง ว่ากันว่า…. กองทัพฟิลิปปินส์หรือ Armed Forces of the Philippines (AFP) ประกอบด้วยกำลังพลพร้อมรบอย่างน้อย 125,000 นาย และยังมีกำลังพลสำรองประมาณ 130,000 นาย บทบาทของกองทัพฟิลิปปินส์สำคัญต่อความมั่นคงของชาติอย่างมาก เพราะนอกจากจะมีบทบาททางการเมืองหลายครั้ง กอบกู้วิกฤตทางการเมืองจากผู้นำที่ฉ้อโกงได้หลายสมัย กองทัพฟิลิปปินส์ยังถือว่าเป็นกลไกและช่องทางเชื่อมต่อความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจ อย่างสหรัฐอเมริกามาโดยตลอดด้วย ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดในฐานะพันธมิตรด้านความมั่นคงระหว่างฟิลิปปินส์กับสหรัฐอเมริกา ทำให้ฟิลิปปินส์ไม่เคยหายไปจากการเมืองระหว่างประเทศ ตลอดจนทำให้เรื่องการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ (national defense) เป็นเรื่องที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ต้องให้ความสำคัญอยู่เสมอ ………..เมื่อเน้นไปที่ความสัมพันธ์ทางการทหารระหว่างสหรัฐฯ กับฟิลิปปินส์ อาจย้อนไปได้ถึงช่วงปี 2444 ที่สหรัฐฯ เริ่มปกครองฟิลิปปินส์ ตามสนธิสัญญาปารีส นานมากกว่า 50 ปี ต่อจากสเปน ทำให้รูปแบบการเมืองและการกำหนดนโยบายของอเมริกามีอิทธิพลต่อฟิลิปปินส์อย่างมาก รวมทั้งส่งผลให้การกำหนดนโยบายต่าง ๆ ของฟิลิปปินส์เอื้อประโยชน์ต่ออเมริกาจนถึงทุกวันนี้ …..ที่สำคัญก็คือ ทำให้สหรัฐฯ กับฟิลิปปินส์ยังคงมีความร่วมมือด้านการทหารที่ใกล้ชิดกันอย่างมาก เพราะมีสนธิสัญญาป้องกันร่วม หรือ Mutual Defense…

พัฒนาการความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน

สถานการณ์ความมั่นคงในช่องแคบไต้หวันยังคงมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากการเลือกตั้งไต้หวันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อสถานการณ์ในพื้นที่มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีเรื่องบทบาทของจีน และสหรัฐอเมริกาที่เป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ บทความนี้จะเน้นวิเคราะห์ว่า แนวโน้มความมั่นคงในช่องแคบไต้หวันจะเป็นอย่างไรต่อไปในปี 2567 เพราะน่าจะยังคงเป็นเรื่องท้าทายนโยบายของประเทศต่าง ๆ ที่มีความร่วมมือกับจีน ไต้หวันและสหรัฐอเมริกา

สาเหตุที่ทำให้คาบสมุทรเกาหลีอยู่ในภาวะตึงเครียด

คาบสมุทรเกาหลีเป็นหนึ่งในจุดขัดแย้งที่สำคัญของโลก ซึ่งในปี 2567 สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีมีโอกาสจะเพิ่มความตึงเครียดและไม่แน่นอน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลก การพัฒนาอาวุธของแต่ละฝ่ายเพื่อใช้ป้องปราม (deterrence) ฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ที่ยังไม่ดีขึ้นจากเดิม สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ยังหาจุดลดความขัดแย้งระหว่างกันไม่ได้ และยังคงสภาพ “อยู่ในภาวะสงคราม” เป็นเพราะท่าทีของผู้นำทั้ง 2 ฝ่าย โดยฝ่ายผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ ตามแผนยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศระยะ 5 ปี รวมทั้งย้ำถึงสถานะที่ชัดเจนว่าต้องการเป็นรัฐที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์และจะไม่ยอมปลดอาวุธนิวเคลียร์ ตลอดจนพร้อมจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการโจมตีก่อนหากเผชิญเหตุคุกคาม ท่าทีแบบนี้เท่ากับว่า เกาหลีเหนือในปัจจุบันไม่ต้องการเจรจาสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี และไม่ปลดอาวุธนิวเคลียร์ แม้ว่าก่อนหน้านี้เมื่อปี 2562 จะมีความเป็นไปได้ที่เกาหลีเหนือจะเปลี่ยนนโยบาย จากการพูดคุยกันระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ พัฒนาการในปี 2567 ที่อาจเป็นสัญญาณว่าเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้กำลังปิดโอกาสการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ คือ กรณีที่เกาหลีเหนือแถลงว่าจะตัดความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ โดยต่อจากนี้ เกาหลีใต้ไม่ใช่ญาติของเกาหลีเหนืออีกต่อไป และได้กลายเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของเกาหลีเหนือ นอกจากนี้ หากเกิดสงครามในคาบสมุทรเกาหลี เกาหลีเหนือก็พร้อมที่จะตอบโต้อย่างเต็มที่ แต่จะไม่เป็นฝ่ายที่เริ่มก่อน ขณะที่เกาหลีใต้เองก็มีความห่วงกังวลเรื่องการพัฒนาขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือมากขึ้น  เนื่องจากเกาหลีเหนือมักจะทำกิจกรรมที่ละเมิดข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council – UNSC) เช่น ยิงทดสอบขีปนาวุธ และการลักลอบนำเข้าน้ำมันดิบ นอกจากนี้…

100 ปีชาตกาลกิมย้ง ไตรภาคมังกรหยก…ถ่ายทอดปรัชญาจีนครองใจคนทั่วโลก

นักเขียนนวนิยายกำลังภายในระดับตำนานของประเทศจีน คงหนีไม่พ้นชื่อ “จาเหลียงหยง” หรือ “กิมย้ง” ซึ่งอ่านตามสำเนียงแต้จิ๋วที่คนไทยคุ้นเคย เจ้าของฉายาราชายุทธจักร โดยกิมย้งได้เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อวันที่ 30 ต.ค.61 ขณะที่มีอายุ 94 ปี  ดังนั้นในปัจจุบัน คือปี 2567 หากกิมย้งยังมีชีวิตอยู่ ก็จะเป็นปีอายุครบ 100 ปี ในวันคล้ายวันเกิดของเขาเมื่อวันที่ 10 มี.ค 67 อย่างไรก็ดี ถึงแม้ตัวกิมย้งจะตายจากไปแล้ว แต่ผลงานของนักเขียนท่านนี้ก็ยังคงอยู่คู่กับสังคมมายาวนานนับศตวรรษ …….โดยเฉพาะผลงานขึ้นหิ้งระดับโลกอย่างนวนิยายกำลังภายในชุดไตรภาคมังกรหยก ไตรภาคมังกรหยก ทั้ง 3 ภาค ประกอบด้วย ภาค 1 ก๊วยเจ๋งยอดวีรบุรุษ แต่งเมื่อปี 2500 ภาค 2 เอี้ยก้วยเจ้าอินทรี แต่งปี 2502 และภาค 3 ดาบมังกรหยก แต่งในปี 2504 โดยหนังสือนวนิยายชุดไตรภาคมังกรหยกถูกนำมาแปลเป็นหลายภาษาและจำหน่ายออกไปมากกว่า 300 ล้านเล่มทั่วโลก รวมถึงมีการนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ มากกว่า 20…

ปลุกเสือในโรงแรม

ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสูง สามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ถือครองที่ดินต่างคว้าโอกาสนี้พัฒนาที่ดินในแหล่งต่างๆ ให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อน ค้างคืน หรือเป็น “โรงแรมและรีสอร์ท” นั่นเอง

พะยูนฝูงสุดท้ายของไทย กับวิกฤตหญ้าทะเล

“พะยูน” (Dugong dugon) มีหลายชื่อเรียก… หมูน้ำ, หมูดุด, ดูหยง, เงือก, วัวทะเล และดูกอง… “พะยูน” เป็นชื่อที่นิยมใช้ทั่วไปในประเทศไทย พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่อาศัยอยู่ในทะเล ลำตัวรูปกระสวยคล้ายโลมา ลำตัวมีสีเทาอมชมพูหรือน้ำตาลเทา สีของส่วนท้องอ่อนกว่า พะยูนมีขนสั้น ๆ ประปรายตลอดลำตัวและมีขนเส้นใหญ่อยู่อย่างหนาแน่นบริเวณปาก มีตาและหูขนาดเล็ก พะยูนมีสถานะเป็นสัตว์ป่าสงวน ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกือบอยู่ในข่ายใกล้การสูญพันธุ์ (Vulnerable species – VU) มีระดับความเสี่ยงขั้นอันตรายต่อความเป็นอันตรายจากการสูญพันธุ์จากที่อาศัยตามธรรมชาติ จากการกำหนดขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature and Natural Resources – IUCN) พะยูนเป็นสัตว์ที่ตื่นตกใจง่าย สามารถดำน้ำลึกถึง 39 เมตร แต่ส่วนใหญ่จะดำน้ำอยู่ในระดับ 10 เมตร พะยูนต้องขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำทุก ๆ 2 – 3…

กุมารีกับโลกคู่ขนาน

กุมารี ในภาษาสันสกฤตแปลว่า เจ้าหญิง ส่วนในภาษาเนปาลแปลว่า บริสุทธิ์ เมื่อนำมารวมกันจึงเป็น…เทพเจ้าเด็กหญิงที่ยังบริสุทธิ์…. ซึ่งชาวพุทธและชาวฮินดูในเนปาลเชื่อว่าเป็นตัวแทนของเทพเจ้า กุมารีจึงถูกนับถือและกราบไหว้อย่างกว้างขวางตั้งแต่คนทั่วไปตลอดจนถึงกษัตริย์ เด็กหญิงบางคนที่ได้รับเลือกให้เป็นกุมารีแม้จะมีอายุเพียง 5 ขวบ แต่เมื่อถูกแต่งตั้งให้เป็นกุมารีแล้วนั้น เด็กน้อยถือว่าอยู่สูงกว่าคนทั่วไปแม้กระทั่งบุพการีของตัวเอง จึงไม่ใช่แค่เด็กน้อยที่มีชีวิตที่เปลี่ยนไป แต่รวมถึงสมาชิกครอบครัวทุกคนต้องปฏิบัติต่อเธอในวิถีที่เปลี่ยนไปเช่นกัน กุมารีจะสวมเครื่องแต่งกายสีแดงทุกวัน เนื่องจากชาวฮินดูเชื่อว่าสีแดงเป็นสีแห่งพระเจ้าและอำนาจ หากเป็นวันที่มีคนมากราบไหว้และขอพร เธอจะถูกแต่งองค์ด้วยเครื่องประดับเต็มยศทั้งสร้อยคอ กำไลเงิน รวมทั้งกลางหน้าผากจะมีสัญลักษณ์ที่เชื่อว่าเป็นดวงตาดวงที่ 3 แห่งพลังและอำนาจ ทั้งนี้ ผู้ที่จะรับหน้าที่กุมารีได้นั้น จะต้องเป็นเด็กผู้หญิงก่อนวัยมีประจำเดือน เพราะถือว่าเป็นวัยแห่งความบริสุทธิ์ ดังนั้นเมื่อเริ่มมีประจำเดือนแล้ว เธอผู้นั้น..จะหมดสถานะการเป็นกุมารีทันที ในเนปาลจึงต้องเฟ้นหากุมารีองค์ใหม่ทุกๆ 10-13 ปี โดยหนึ่งเขตจะมีเด็กหญิงเพียงคนเดียวที่ได้รับเลือก การเฟ้นหาจึงเป็นไปอย่างจริงจังและปราณีตรอบคอบที่สุด บรรดาเด็กผู้หญิงจะถูกพิจารณาตั้งแต่รูปร่างหน้าตาพฤติกรรม ศาสนา ชาติกำเนิด ตลอดจนดวงชะตาของชีวิต ซึ่งจะต้องเกิดมาในครอบครัวศาสนาพุทธที่มีต้นตระกูลคือศากยวงศ์ ต้นตระกูลเดียวกับพระพุทธเจ้า หรือต้นตระกูลพัชราจารยะของชนเผ่าเนวาร์ ชนเผ่าท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ในหุบเขากาฎมัณฑุมาหลายร้อยปี ……..พวกเธอจะต้องมีรูปร่างหน้าตาใกล้เคียงกับข้อกำหนด 32 ประการของพระโพธิสัตว์ อกผึ่งผายดังราชสีห์ มีดวงตาดุจโค หรือร่างกายสง่างามดังต้นโพธิ์ คุณสมบัติเหล่านี้จะถูกพิจารณาโดยบรรดาพระและนักบวชจากศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธที่ถูกจัดตั้งขึ้นภายในและไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไป แม้แต่พ่อแม่ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปสังเกตการณ์ ซึ่งเป็นหน้าที่ของพระเท่านั้นที่จะเฟ้นหาเด็กหญิงที่สมบูรณ์แบบที่สุด และเมื่อเด็กหญิงคนไหนก็ตามที่ถูกเลือกให้เป็นกุมารี พวกเธอมีกฎบางประการที่จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อาทิถูกฝึกไม่ให้พูดกับบุคคลอื่น ยกเว้นคนในครอบครัวและห้ามออกไปข้างนอกที่พักอาศัย…