เยาวชนไทยกับภาวะซึมเศร้า

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามักมีการรายงานข่าวเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายและปัญหาซึมเศร้า โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนไทยที่ประสบกับปัญหาสภาวะทางสุขภาพจิตกันมากขึ้น โดยข้อมูลกรมสุขภาพจิตปี 2562 – 2566 พบว่าอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 7.26 เป็น 7.94 ต่อประชากร1แสนคน และในปี 2566 มีคนพยายามฆ่าตัวตายถึง 25,578 คน โดยกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี มีอัตราพยายามฆ่าตัวตายสูงสุด ซึ่งมีการประเมินกันว่าปัญหาการฆ่าตัวตายของเยาวชนไทยที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น เป็นผลมาจากความเครียดและความโดดเดี่ยวทางจิตใจที่เยาวชนต้องเผชิญ อีกทั้งเห็นว่าการเผชิญภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายของเยาวชนยังอาจนำไปสู่ปัญหาร้ายแรงได้อีกหลากหลาย อาทิยาเสพติดและการกระทำผิดอื่นๆ ตลอดจนการสูญเสียทรัพยากรเยาวชนที่สำคัญย่อมกระทบต่อการพัฒนาประเทศทั้งในด้านสังคมและเศรษฐกิจในอนาคต ………..ระยะหลังที่เยาวชนไทยประสบกับปัญหาความโดดเดี่ยวทางจิตใจกันเป็นอย่างมาก คาดว่าส่วนหนึ่งคงเป็นผลมาจากโควิด-19 ที่ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายกับชีวิต ขาดโอกาสในการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ขาดพื้นที่การทำกิจกรรมร่วมกัน รวมไปถึงปัจจัยจากด้านแรงกดดันจากสังคมและอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย อย่างเช่นอิทธิพลของคอนเทนต์ประเภทที่มักมีการนำเสนอชีวิตที่สมบูรณ์แบบในโลกออนไลน์ ซึ่งการได้เห็นชีวิตของกลุ่มคนเหล่านี้อาจมีส่วนทำให้เยาวชนไทยรู้สึกกดดัน เพราะไม่สามารถใช้ชีวิตเช่นนั้นได้  นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่เกิดจากสังคมไทย กล่าวคือ สังคมไทยนั้นเป็นสังคมที่ยังไม่ค่อยเปิดรับกับปัญหาสุขภาพทางจิตใจมากนัก โดยยังมักมีมุมมองความคิดว่า ปัญหาทางสุขภาพทางจิตของเยาวชนเกิดขึ้น เพราะเยาวชนต้องการเรียกร้องความสนใจ คิดไปเอง และยังไม่จำเป็นต้องพบแพทย์และทำการรักษา ด้วยเหตุนี้ทำให้ผู้ป่วยหรือผู้ที่เผชิญปัญหาสุขภาพทางจิต มีความกังวลไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง เพราะกลัวคนรอบข้างไม่เข้าใจ กรมสุขภาพจิตได้มีการรายงานสถิติของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 100 คน ได้รับการรักษาเพียง 28 คนเท่านั้น และมีการวิเคราะห์พบว่าความโดดเดี่ยวทางจิตใจในเยาวชนไทยมีผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพจิต โดยมีระดับความเครียดสูงถึง…

วิกฤตทะเลแดง ทะเลเดือด โลกจะเป็นอย่างไร

การโจมตีเรือพาณิชย์ของกลุ่มกบฏฮูษีในทะเลแดงต่อเนื่องหลายสัปดาห์ตั้งแต่พฤศจิกายน 2566 และมีรายงานว่ามากกว่า 60 ครั้งแล้ว ทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก เนื่องจากทะเลแดงเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างทวีปยุโรป แอฟริกาและเอเชีย ด้านเหนือติดต่อกับคลองสุเอซเข้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และมีด้านใต้ติดมหาสมุทรอินเดียเชื่อมต่อสู่เอเชีย จึงเป็นเส้นทางยอดนิยมในการหลีกเลี่ยงเส้นทางแอฟริกาที่มีระยะทางไกลกว่า …….สินค้าที่เดินทางผ่านเส้นทางนี้ มีทั้งน้ำมันและพลังงาน รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค ตลอดจนเครื่องจักรและชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิต เช่น ผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ส่วนประกอบรถยนต์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แผงวงจรไฟฟ้า โดยเป็นสินค้ากว่า 12% ของการค้าโลกทั้งหมด และกว่า 30% ของตู้คอนเทนเนอร์ทั้งโลกต่างใช้เส้นทางนี้ในการขนส่ง …….ซึ่งปรากฏว่าหลังเกิดการโจมตีทำให้การขนส่งสินค้าเส้นทางนี้ลดลงถึง 40% กลุ่มกบฏฮูษีที่กระทำการในครั้งนี้อ้างว่าเป็นการตอบโต้การกระทำของอิสราเอลและสหรัฐฯต่อการโจมตีกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซา โดยอ้างว่าโจมตีเรือที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลเท่านั้น อย่างไรก็ดีบริษัทของเรือที่ถูกโจมตีหลายเจ้าออกมายืนยันว่าพวกเขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆกับอิสราเอล ทั้งนี้เรือที่ถูกโจมตีมีสัญชาติที่แตกต่างกันไป เช่น เรือสวอนแอตแลนติกของนอร์เวย์ เรือเอ็มเอสซีคลาราที่ติดธงปานามา เรือฮาแพค-ลอยด์ ของบริษัทขนส่งเยอรมนี เรือบรรทุกสินค้าลูอันดาและเรือบรรทุกน้ำมันมาร์ลินที่ติดธงไลบีเรีย เรือยิบรอลตาร์อีเกิลติดธงหมู่เกาะมาร์แชล เรือมอร์นิงไทด์ติดธงบาร์เบโดส เรือสตาร์นาเซียติดธงหมู่เกาะมาร์แชลล์ เรือสตาร์นาเซียของกรีซ เรือ Saibaba สัญชาติอินเดีย และยังมีเรืออีกมากที่กลุ่มฮูษีอ้างว่าเกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรที่ถูกโจมตีในช่วงที่ผ่านมา การโจมตีในทะเลแดงทำให้ในการขนส่งต้องเพิ่มค่าประกันความเสี่ยงเป็นจำนวนมาก จนบางบริษัทไม่สามารถรับได้ไหว จึงเป็นแรงกดดันให้การขนส่งบางส่วนต้องเปลี่ยนไปเป็นขนส่งโดยการเดินทางอ้อมแหลมกู้ดโฮป ซึ่งใช้เวลาและระยะทางมากกว่าถึง 75% ทำให้ต้องเพิ่มทั้งค่าใช้จ่ายของบริษัทขนส่ง เช่น…

เวทีนางงามจักรวาลกับประโยชน์ของเจ้าภาพ

การประกวดนางงามจักรวาลหรือ Miss Universe ตามทัศนะของผู้ติดตามหรือแฟนหรือติ่งนางงาม เปรียบได้กับการแข่งขันของสตรีระดับโลก เวทีนี้มีประวัติมายาวนาน เป็นที่สนใจกันทั่วโลก เพราะนางงามตัวแทนของแต่ละประเทศถือเป็นผู้เข้าแข่งขันที่เข้าสู่การประกวดเพื่อนำมาซึ่งชื่อเสียงและเกียรติยศสำหรับประเทศของตัวเอง อย่างไรก็ตามถึงแม้ผู้ชนะการประกวดมิสยูนิเวิร์สจะต้อง “สวยประจักษ์” แต่นิยามดังกล่าวมักจะมีคำกล่าวแนบท้ายเสมอด้วยประโยคที่ว่า “Beauty is in the eye of the beholder” หรือ “สวยหรือไม่อยู่ที่ใครเป็นคนมอง” .เรื่อง….มาตรฐานความงามสากล…นั้นคงจะเป็นข้อถกเถียงพื้นฐานกันไม่มีที่สิ้นสุดต่อไป นอกจากนี้ ด้วยการที่เวทีนี้มีการจัดมากว่า 70 ปี ตั้งแต่ปี 2495 จึงอาจกล่าวได้ว่ามีบริบทร่วมสมัยมากมายที่น่าสนใจ ทั้งประเด็นความงามกับคุณสมบัติที่คู่ควร ตลอดจนเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจ หรือการเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง และบทบาททางวัฒนธรรมและสังคมของนางงาม ซึ่งไม่ใช่เพียงการอวดโฉมชุดประจำชาติบนเวทีประกวด หรือการส่งเสริมกิจกรรม CSR (Corporate Social Responsibility) เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ในระยะหลังนางงามก็พยายามแสดงบทบาทมากขึ้นในการจะเป็นผู้นำความคิดที่ดีและมีประโยชน์(เวลาตอบคำถาม) รวมถึงการช่วยขับเคลื่อนประเด็นต่างๆทางสังคม (Social Movement) กระนั้นก็ตาม เวทีมิสยูนิเวิร์สยังคงถูกวิพากษ์และเป็นที่สนใจกันในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ในแต่ละปีอยู่เสมอ โดยในการประกวดมิสยูนิเวิร์สล่าสุด ประจำปี 2566 ครั้งที่ 72 จัดขึ้นที่เมืองซัลวาดอร์ ประเทศเอลซัลวาดอร์ ก็สร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศไว้ 177…

สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง : แรงหนุนเสริมที่เป็นมากกว่าสร้างสีสัน

ทันทีที่รู้ว่าใครคือผู้ชนะในการเลือกตั้งผู้นำประเทศไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือประธานาธิบดี ไม่เพียงผู้ชนะเท่านั้นที่ครองพื้นที่สื่อและความสนใจจากประชาชน แต่สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเป็นอีกคนข้างกายผู้นำที่สื่อให้ความสนใจไม่น้อย และไม่ด้อยไปกว่าเหล่ากุนซือหรือบรรดาทีมที่ปรึกษา

KIHA 183 จากภาพจำในฮอกไกโด สู่ขบวนรถไฟไทย

            รถไฟสีขาวที่แตกต่างไปจากรถไฟแบบเดิม ๆ ที่คนไทยคุ้นเคย มีชื่อเรียกว่า “KIHA 183” ซึ่งเป็นรถไฟที่มาจากเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ในอดีตเคยให้บริการอยู่กับ Hokkaido Railway Company หรือ JR Hokkaido  โดยรถไฟรุ่นนี้เป็นรถที่สร้างและพัฒนาโดยการรถไฟแห่งชาติญี่ปุ่น (Japan National Railway : JNR) และประจำการอยู่ในหลายพื้นที่ หนึ่งในนั้นคือ JR Hokkaido ซึ่งในเซ็ตของขบวนรถประกอบด้วยรถไฟ 2 รุ่น คันที่มีห้องขับเราเรียกว่า KIHA 183 ทำหน้าที่เป็นตู้แรกและตู้สุดท้ายของขบวน และ KIHA 182 เป็นรถไม่มีห้องขับอยู่ตรงกลาง ทั้งนี้แม้ว่าจะมีรถไฟรุ่น 182 ผสมอยู่ในขบวน โดยส่วนใหญ่ก็ยังคงเรียก KIHA 183 เป็นหลักมากกว่า               รถไฟของประเทศญี่ปุ่น นับได้ว่าเป็นหนึ่งเทคโนโลยีอันดับต้น ๆ ของโลก ที่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว…

TELE MEDICAL โรงพยาบาลสัตว์ออนไลน์

ในยุคที่คนรุ่นใหม่เลือกที่จะอยู่เป็นโสด ไร้คู่ หรือไม่มีบุตรกันมากขึ้น สุนัข แมว นก รวมถึงสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ กลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่คอยทำหน้าที่เป็นเปรียบเสมือน “เพื่อนและครอบครัว” ที่คอยเยียวยาจิตใจจากสภาพสังคมที่วุ่นวายให้คลายเครียดและห่างไกลจากภาวะซึมเศร้า มีงานวิจัยค้นพบว่าการใช้ pet therapy นั้นช่วยลดภาวะซึมเศร้าของผู้ป่วยได้ ดังนั้น เมื่อสัตว์เลี้ยงดูแลเรา แล้วใครกันที่จะเป็นผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงเหล่านั้น ด้วยความต่างของเผ่าพันธุ์ เป็นเรื่องยากที่มนุษย์จะเข้าใจธรรมชาติของสัตว์ได้ทั้งหมด เมื่อสัตว์เลี้ยงป่วย เจ้าของจะพาไปที่คลีนิครักษาสัตว์ หรือโรงพยาบาลสัตว์ ซึ่งมีอยู่น้อยหากเทียบกับจำนวนสัตว์เลี้ยงที่มีอยู่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อาการป่วยของสัตว์เลี้ยงจะถูกละเลย ไม่ได้รักษาอย่างถูกวิธี จนทำให้เสียชีวิตในที่สุด การดูแลรักษาสัตว์เลี้ยงจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก ปัจจุบัน ธุรกิจสินค้าและบริการสัตว์เลี้ยง เติบโตอย่างรวดเร็ว เฉลี่ยปีละ 7.2% ตามจำนวนสัตว์เลี้ยงและการให้ความสำคัญกับวิธีการเลี้ยงสัตว์มากขึ้น แต่ในแง่ของการรักษาแก้ไขปัญหายังคงเข้าถึงได้ยาก หากเทียบกับการบริการการแพทย์แล้วยังมีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยเฉพาะการบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Tele Medicine) ซึ่งทำให้คนไข้ไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา นั่นเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง หรือผู้สูงวัยที่ทำการตรวจเช็คร่างกายเป็นปกติ เป็นการลดภาระของคนไข้และโรงพยาบาลเพื่อให้คนไข้สามารถพักฟื้นได้ในสถานที่ที่เหมาะสม และแพทย์สามารถดูแลคนไข้ได้มากขึ้น ลองคิดดูสิว่า ….จะดีแค่ไหนหากเจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ต้องพาสัตว์ไปหาหมดทุกครั้งเมื่อสัตว์เลี้ยงมีอาการแปลกไป เมื่อสัตว์เลี้ยงไม่สามารถสื่อสารกับมนุษย์ได้โดยตรงเจ้าของจึงมักเกิดความวิตกกังวล เมื่อสัตว์เลี้ยงของพวกเขามีอาการแปลกๆ จากการสำรวจพบว่า การเข้าพบสัตวแพทย์ส่วนใหญ่นั้นมีสาเหตุเพียงเล็กน้อย หรือเป็นอาการที่เกิดจากอารมณ์ของสัตว์ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้วิทยาการทางการแพทย์ในการรักษา เพราะสัตว์เองก็มีอารมรณ์เบื่อ เศร้า เหงา  ที่อาจจะทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไปจนเจ้าของคิดว่านั่นคืออาการป่วย…

ราชาผลไม้ (เสี่ยงจะ) ตกบัลลังก์!!

เมื่อกล่าวถึงผลไม้ที่มีเอกลักษณ์ทั้งกลิ่นและเนื้อสีทองที่ซ่อนอยู่ในเปลือกหนาม คงหนีไม่พ้น “ทุเรียน” ที่เป็นที่ชื่นชอบของคนไทยมายาวนานกว่า 300 ปี และได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องด้วยเนื้อและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ จนได้รับฉายาว่าเป็น“ราชาแห่งผลไม้” แม้จะผ่านมานานความนิยมของทุเรียนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้ราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากย้อนไปเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ราคาทุเรียนอยู่ที่ 45 บาทต่อกิโลกรัม แต่ ณ ปัจจุบัน ในตลาดประเทศไทย ทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์มีราคาตั้งแต่ 160 – 250 บาทต่อกิโลกรัม และยังมีทุเรียนที่สามารถสร้างมูลค่าได้ถึงลูกละ 1,000 บาท เมื่อนั่นคือทุเรียนไทย พันธุ์พวงมณที่ถูกขายอยู่ในตลาดจีน ตลาดใหม่ของทุเรียนที่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีก 70% ทุเรียนเป็นที่นิยมของชาวจีนเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตลอดมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี แต่ความนิยมนี้ถูกชะลอไว้ด้วยปัญหาด้านการขนส่ง การส่งทุเรียนเข้าจีนนั้นต้องใช้ระยะเวลานาน ทำให้ผู้ขายและเกษตรกรต้องเก็บลูกทุเรียนที่ยังไม่สุกเต็มที่ บ่มไปตลอดระยะเวลาในการขนส่งเพื่อให้สุกเมื่อถึงผู้ซื้อพอดี แต่การขนส่งนั้นต้องเผชิญความเสี่ยงจากปัญหาการขนส่งที่ล่าช้าซึ่งทำให้ทุเรียนเน่าได้ จนได้เกิดการพัฒนาการส่งทุเรียนออกในรูปแบบของเนื้อทุเรียนแช่แข็ง แม้จะลดความเสี่ยงในการขนส่งและเก็บได้อย่างยาวยานขึ้น แต่เนื้อสัมผัสของทุเรียนที่ละลายจากการแช่แข็งนั้นขาดความอร่อย แตกต่างจากทุเรียนสดอย่างชัดเจน จึงถือว่าชาวจีนนั้นยังไม่สามารถสัมผัสกับความอร่อยของทุเรียนได้อย่างแท้จริง ถึงอย่างไรก็ตาม ตลาดทุเรียนของชาวจีนยังคงเปิดรับทุเรียนจากประเทศไทย โดยคาดการณ์ว่า ในปี  2569 ราคาทุเรียนส่งออกได้จะถึงกิโลกรัมละ 400 บาท เพิ่มขึ้น…

การแผ่ขยายวัฒนธรรมเกาหลีใต้ในดินแดนแห่งคอมมิวนิสต์

ประเทศเดียวในซีกโลกตะวันตกที่ยังคงปกครองแบบระบบคอมมิวนิสต์คือประเทศคิวบา หลังประชาชนเข้าอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น แม้รัฐยังคงควบคุมประชาชนหลากหลายมิติ แต่การมาถึงของอินเทอร์เน็ตทำให้วิถีชีวิตของชาวคิวบาเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่างเช่น การซื้อของออนไลน์ การใช้โซเซียลมีเดีย และการเข้าถึงแพลตฟอร์มเพื่อความบันเทิง เช่น youtube ทำให้วัยรุ่นคิวบาเข้าถึงดนตรี และไอดอลเกาหลี จนกลายเป็นที่ชื่นชอบและหลงไหล แม้ว่าคิวบาและเกาหลีใต้จะไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตเป็นทางการต่อกันก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างคิวบาและเกาหลีใต้สืบย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2464 เมื่อชาวเกาหลีราว 300 คน อพยพมายังคิวบาเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีขึ้น จนกระทั่งปี 2491 มีการตั้งสาธารณรัฐเกาหลีหรือเกาหลีใต้ คิวบาให้การรับรองและสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลี ต่อมาเกิดสงครามเกาหลี ทางคิวบายังได้ส่งเงินช่วยเกาหลีใต้ด้วย แต่เมื่อปี 2532 คิวบาเกิดการปฏิวัติ และประเทศเข้าสู่การปกครองแบบคอมมิวนิสต์ คิวบาได้ตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีใต้ และไปสถาปนาความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ โดยสร้างความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในฐานะแนวร่วมอุดมการณ์การเมือง และต่อต้านสหรัฐอเมริกา คิวบาเป็นประเทศเดียวในลาตินอเมริกาที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีใต้ ที่ผ่านมามีความพยายามมาโดยตลอดจากฝั่งรัฐบาลเกาหลีใต้ในการปรับความสัมพันธ์ให้กลับสู่สถานะปกติ และในปี 2548 มีการเปิดสำนักงานส่งเสริมการค้าและการลงทุนเกาหลีในกรุงฮาวานา เมื่อสิงหาคม 2565 รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ให้ความช่วยเหลือในด้านมนุษยธรรมกับคิวบา 200,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 7,000,000 บาท จากเหตุคลังน้ำมันระเบิด ….แต่การปรับความสัมพันธ์ก็ยังไม่สำเร็จ เนื่องจากสายสัมพันธ์ระหว่างคิวบาและเกาหลีเหนือที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน หากเกาหลีใต้มีการสร้างความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับคิวบา อาจจะสร้างแรงกดดันต่อเกาหลีเหนือ เนื่องจากทั้งสองเป็นพันธมิตรใกล้ชิด และปกครองด้วยพรรคคอมมิวนิตส์พรรคเดียวเช่นกัน แม้การปรับความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการยังไม่บรรลุ แต่การเติบโตของวัฒนธรรมของเกาหลีใต้ในคิวบาได้พิสูจน์แล้วว่าเพลง…

“ลูกลม ที่นาหมื่นศรี”

“ลูกลม” หรือ “กังหัน” ลูกลมเป็นทั้งของเล่นและเครื่องมือไล่นก ลูกลมเป็นของเล่นชนิดหนึ่งที่มีเล่นกันทั่วไปในชนบทที่เป็นท้องทุ่ง หรือชื่อเรียกอย่างอื่นตามภูมิภาคต่าง ๆ  ในวันนี้มีสถานที่แห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ตรัง ที่ยังคงมีลูกลมให้ได้เห็นกัน เพราะจังหวัดมีพื้นที่ทำนาขนาดใหญ่ และมีเรื่องเล่าเป็นตำนานว่าพระพายเจ้าแห่งลมได้รับหน้าที่เฝ้านกกาไม่ให้มากินข้าวในนา แต่บ่อยครั้งที่พระพายต้องไปอยู่เวรพัดลมให้เทวดา จึงมอบหมายให้ผู้เป็นลูกซึ่งเรียกกันว่า “ลูกลม” ทำงานแทน โดยคอยเฝ้าโห่ไล่นกกา ลูกลมค่อนข้างขี้เกียจแต่มีปัญญาดีจึงเอาไม้ไผ่มาเหลาให้แบน  ๆ หลายอัน แล้วคาดทับกันเป็นกากบาทเพื่อดักลม พอลมพัดมาก็จะหมุนและเกิดเสียงดังจนนกกาตกใจหนีไป เมื่อพระพายมาเห็นเข้าก็พอใจ เอาไปกราบทูลพระอินทร์ พระอินทร์พอพระทัยรับสั่งให้พระวิษณุเอาไปเผยแพร่ให้แก่เหล่ามนุษย์จนเป็นที่แพร่หลายไปทั่ว และเรียกชื่อว่า “ลูกลม” การทำลูกลมนั้นต้องอาศัยลมเป็นหลัก โดยจะเริ่มทำกันเมื่อลมตะวันออก หรือลมว่าว ที่เป็นลมที่พัดมาจากทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตก โดยพัดมาประมาณเดือนมกราคม – มีนาคม ของทุกปี และเป็นช่วงเวลาซึ่งตรงกับเวลาที่ข้าวเริ่มสุกไปจนเกี่ยวข้าวเสร็จ  ลูกลมเป็นประเพณีโบราณนับร้อยปีของชาวบ้านลุ่มน้ำคลองนางน้อย อันเป็นพื้นที่เกษตรกรรมโบราณที่ใหญ่ที่สุดใน จ.ตรัง  คือ บริเวณพื้นที่ ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง สิ่งสำคัญในการเล่นลูกลมคือการทำให้มีเสียงร้องที่ไพเราะและดังไปไกล ส่วนผลพลอยได้คือเสียงลูกลมจะทำให้นกตกใจไม่กล้าลงมากินข้าวในนา ………ลูกลมจึงสัมพันธ์กับฤดูกาลและวิถีชาวนาตรัง กลไกของลูกลมคล้ายกังหันคือใช้ลมเป็นตัวขับคลื่อน ลูกลมมีเสียงดังก้อง ดังไปไกลถึง 3 กิโลเมตร เพราะการกลไกที่ติดไว้สองข้างเปรียบเหมือนลิ้น เมื่อตัวกังหันแกว่งด้วยแรงลม ปากลูกร้องกระทบกับแรงลม…

อินเดียได้ประโยชน์อะไรบ้างจากการประชุม Raisina Dialogue

การประชุมระดับนานาชาติที่มีผู้แทนจากหลากหลายประเทศเข้าร่วมในปัจจุบัน นอกจากจะเป็นเวทีให้บุคคลจากประเทศต่าง ๆ ได้ไปพบและพูดคุยกันแล้ว การประชุมนานาชาติในลักษณะนี้ได้กลายเป็น “เครื่องมือ” เพื่อดำเนินนโยบายของประเทศต่าง ๆ เช่น การใช้โอกาสในการประชุมเพื่อเป็นพื้นที่ประกาศนโยบายต่อประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ การจัดการประชุมแต่ละครั้งมักจะตามไปด้วยผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว หรือที่รู้จักกันในชื่อ MICE Tourism ที่หมายถึง การท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการประชุม (Meetings) การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลให้พนักงานในองค์กร (Incentives) การจัดประชุมนานาชาติ (Conferences) และการจัดงานแสดงสินค้า (Exhibitions) …อาจเรียกได้ว่าการท่องเที่ยวในรูปแบบนี้กำลังเป็นแรงจูงใจที่ทำให้ประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมหรือการประชุมนานาชาติมากขึ้น เพราะนอกจากเรื่อง “เนื้อหาสาระ” ที่เกิดขึ้นในการประชุมแล้ว ประเทศที่เป็นเจ้าภาพยังได้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมด้วย การท่องเที่ยวแบบ MICE Tourism ไม่ใช่เรื่องไกลตัวประเทศไทยหรือประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลย เพราะทุกครั้งที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานกิจกรรมระดับนานาชาติ ก็จะมีการใช้แนวคิดอุตสาหกรรม MICE Tourism นี้มาเป็นกรอบที่ทำให้มีภาคส่วนต่าง ๆ เข้าไปสนับสนุนการจัดการประชุม การรับรองแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมประชุม และการท่องเที่ยวเพื่อเปิดประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมด้วย ดังนั้น เมื่อมีการประชุมนานาชาติเกิดขึ้นที่ไหนก็ตาม อยากฝากให้ลองเปิดมุมมองเกี่ยวกับ “อุตสาหกรรม” ที่เกิดขึ้นระหว่างนั้นด้วย นอกเหนือจากการ focus ไปที่เรื่องเนี้อหาสาระจากการประชุม…