จับชีพจรเงินเฟ้อในเศรษฐกิจไทย

เงินเฟ้อ (Inflation) คือ ภาวะที่ราคาสินค้าหรือบริการโดยทั่วไป มีแนวโน้มที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง หากเงินเฟ้อเพิ่มมากขึ้นก็จะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชน และสาเหตุที่เกิดมักมาจาก 1) ประชาชนต้องการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น (Demand-Pull Inflation) ประกอบกับสินค้าและบริการที่ในตลาดมีไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ขายปรับราคาสินค้าและบริการสูงขึ้น คือการเพิ่มขึ้นของความต้องการสินค้าและบริการอาจมาจากหลายสาเหตุ 2) ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น (Cost-Push Inflation) กล่าวคือ หากผู้ผลิตไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นได้ จะทำให้ผู้ผลิตต้องปรับราคาสินค้าและบริการให้สูงขึ้นด้วย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น… อาจมาจากค่าแรงที่เพิ่มขึ้น หรือราคาวัตถุดิบเพิ่มสูงขึ้น จะทำให้ราคาสินค้าต้องเพิ่มขึ้นด้วย ราคาสินค้าสูงขึ้นผู้บริโภคต้องใช้เงินมากกว่าเดิม ทำให้ปริมาณเงินที่ไหลเข้าสู่ตลาดมากขึ้น และ 3) การที่รัฐบาลพิมพ์เงินเพิ่มจำนวนมาก (Printing Money Inflation) ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงของปริมาณเงินในระบบ ตัวอย่างในกลุ่มประเทศละตินอเมริกาช่วงปี 1980 รัฐบาลเห็นว่าประชาชนไม่มีเงิน จึงพิมพ์เงินเพิ่ม ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง (Hyperinflation) คนมีเงินมากขึ้น แต่ซื้อของไม่ได้ เพราะราคาสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือไม่มีสินค้าขาย หรือในอีกแง่หนึ่งคือ มูลค่าเงินด้อยค่าลงอย่างรวดเร็ว สำหรับสภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้…จากแถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงิน ประจำเดือนเมษายน ปี 2566 โดยธนาคารแห่งประเทศไทย เผยแพร่เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 มีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้ 1.…

ทำความรู้จัก “มูลค่าแฝงในบริษัท” ที่ทำให้ธุรกิจเติบโต

“บริษัทจะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้ ต้องมีกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท” นั่นเป็นทั้งเป้าหมาย และมูลค่าของบริษัทที่จะต้องก้าวผ่านให้ได้เพื่อเข้าสู่ตลาด ซึ่งเป็นผลดีต่อการสร้างความน่าเชื่อถือ จนไปสู่การระดมทุนที่จะทำให้การเติบโตของบริษัทพุ่งทะยานสู่ความสำเร็จได้ย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม มูลค่าของบริษัทไม่ได้เกิดขึ้นจากเพียงกำไรที่ได้จากการค้าขายหรือค่าจ้างเพียงอย่างเดียว ยกตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มโซเชียลชื่อดังอย่าง Twitter แม้จะมี User จำนวนมากอยู่ในอันดับ 6 ของแพลตฟอร์มประเภทใกล้เคียงกัน แต่สามารถทำมูลค่าบริษัทได้ 1.6 ล้านล้านบาท หรือธุรกิจขนส่ง Kerry มีผลประกอบการติดลบไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท แต่ธุรกิจยังคงดำเนินการต่อได้ และได้รับความน่าเชื่อถือ พิสูจน์ได้จากการได้รับรางวัล Brand Impact Award 2022 …..นั่นเพราะมูลค่าของธุรกิจเหล่านั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำไรที่ได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังมี “มูลค่าทางด้านอื่น ๆ” ที่กลายเป็นสิ่งดึงดูดหรืออำนาจทางการตลาดและการค้า ซึ่งทำให้บริษัทเหล่านั้นมีมูลค่าสูงมากกว่าที่คิด โดยมูลค่ามหาศาลเหล่านั้นเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Brand, Technology, Property, Market Share และ License บทความนี้จะมาชวนดู “มูลค่าแฝง” ในบริษัทต่าง ๆ ที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ดี เพื่อทำความเข้าใจการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันว่าทำไมถึงต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนามูลค่าแฝงเหล่านี้!! อันดับแรก…

การใช้ประโยชน์จากกัญชงเพื่อการผลิตอย่างยั่งยืน

หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขของไทยได้ประกาศให้กัญชาออกจากบัญชียาเสพติดโดยมีผลเมื่อ 9 มิถุนายน 2565 ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในการปลูกและการขายกัญชามากขึ้น แต่เส้นทางของกัญชาในตลาดประเทศไทยยังคงไม่ชัดเจน และอาจกลายเป็นเรื่องซับซ้อนทางการเมืองและสังคม เพราะพืชชนิดนี้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงจนทำให้มีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ในขณะที่พืชในตระกูลกัญชาอย่าง “กัญชง” กลับมีอนาคตที่สดใสกว่า “กัญชง” เป็นพืชที่มีการใช้อยู่แล้วในสังคม แม้จะอยู่ในบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 เพราะมีปริมาณ THC หรือ Tetrahydrocannabinol ที่มีฤทธิ์มึนเมาเช่นเดียวกับกัญชา แต่กัญชงมีประโยชน์ได้มากกว่า…หากนำไปใช้ในด้านอื่น ๆ ที่ผ่านมา มีการนำกัญชงไปใช้ประโยชน์ในหลากหลายด้านที่ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ได้แก่ สิ่งทอ กระดาษ สารสกัดในอุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น แต่ในปัจจุบัน กัญชงสามารถไปต่อได้ดีมากกว่านั้น!! ไม่ว่าจะเป็นการเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ หรือการใช้ทำเป็นวัสดุปิดผิวที่แข็งแรง ซึ่งจะเป็นวัสดุทดแทนที่จะตอบโจทย์ความยั่งยืน เมื่อพูดถึงประโยชน์ของกัญชง เราพบว่า “เส้นใยในลำต้นของกัญชง” เมื่อนำไปชุบสารเสริมความแข็งแรงจะสามารถรับแรงกระแทกได้ดีกว่าเหล็กถึง 10 เท่า ทำให้เกิดวัสดุทอที่มีคุณสมบัติในการควบคุมอุณหภูมิ ดูดซับความชื้นได้ ทนต่อรังสียูวี และต้านทานไฟฟ้าสถิต นอกจากนี้ ด้วยความเป็นเส้นใยไฟเบอร์ จึงเป็นวัสดุทอที่มีความแข็งแรงและมีน้ำหนักเบา สามารถขึ้นรูปได้อย่างอิสระ และสามารถนำไปใช้แทนพลาสติก หรือเหล็กได้ บริษัทรถยนต์ เช่น…

ความมั่นคงภายในรัสเซีย หลังความเคลื่อนไหวของกลุ่ม Wagner

ความมั่นคงหรือความอยู่รอดปลอดภัยของระบบการเมืองและสังคมภายในรัสเซีย กลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด หลังเกิดเหตุการณ์ระทึก…เมื่อผู้นำกลุ่มทหารรับจ้างมือดีของรัสเซีย หรือ Wagner Group ประกาศผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมเมื่อ 23 มิถุนายน 2566 ว่าจะก่อการปฏิวัติและเดินขบวนเพื่อทวงคืนความยุติธรรม เพื่อต่อต้านอำนาจของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย

จีนจะทำอย่างไร…เมื่อเศรษฐกิจไม่ขยายตัวตามที่คาด!?

ปัจจุบันเริ่มมีสื่อหลายสำนักรายงานเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจของ “จีน” ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก ที่ดูเหมือนว่าการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการเปิดประเทศหลังการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัวเข้าแล้ว และตัวเลขทางเศรษฐกิจของจีนเริ่มกลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายห่วงกังวล เพราะจีนคือประเทศที่เข้าไปมีบทบาทขับเคลื่อนการค้าและการลงทุนในหลาย ๆ พื้นที่… ดังนั้น ถ้าเศรษฐกิจจีนเผชิญความท้าทายหรือไม่สดใสเท่าที่ควร ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของหลาย ๆ ประเทศด้วย บทความนี้จึงจะชวนพิจารณาที่มาของความท้าทายทางเศรษฐกิจที่จีนกำลังเจอ คาดการณ์แนวทางที่จีนจะใช้เพื่อแก้ไขปัญหา และประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีนในช่วง 6 เดือนสุดท้ายของปี 2566 สำหรับสัญญาณล่าสุดที่อาจทำให้ทั่วโลกเริ่มกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน ก็คือเมื่อปลาย มิถุนายน 2566 ที่ ธนาคารกลางจีนต้องเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกหนี้ชั้นดี หรือ Loan Prime Rate เพื่อผ่อนคลายนโยบายการเงิน การตัดสินใจของธนาคารกลางจีนครั้งนี้มีขึ้นหลังจากตัวเลขเศรษฐกิจของจีนเมื่อ พฤษภาคม 2566 ไม่เป็นไปตามคาด เช่น ยอดขายปลีกขยายตัวต่ำกว่าที่คาดไว้ อัตราการผลิตในอุตสาหกรรมสำคัญ ๆ ก็ลดลง อัตราการบริโภคของชาวจีนตกต่ำลง จนเสี่ยงเกิดภาวะเงินฝืด และอัตราว่างงานของคนรุ่นใหม่ในจีนยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้จีนขาด “ขุมพลัง” ในการบริโภคที่เป็นดัชนีขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ นอกจากนี้ แม้ว่าจีนจะรอดจากวิกฤตธนาคารล้มละลายที่หลายประเทศในโลกตะวันตกต้องเจอ และว่ากันว่าปัญหาอสังหาริมทรัพย์ของจีนก็ยังทรงตัว ซบเซาลงและไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทิศทางการเติบโตของจีนมากขนาดนั้น…

พลีชีพเพื่อ (ความรุ่งเรือง) ของชาติ : ความเหมือนที่แตกต่างของนโยบายประชากรใน Plan 75 และ อิคิงามิ

ประชากร (Population) หนึ่งในสี่องค์ประกอบของความเป็นรัฐ นอกเหนือไปจากดินแดน (Territory) รัฐบาล (Government) และอำนาจอธิปไตย (Sovereignty) ทำให้ในแง่หนึ่งปฎิเสธไม่ได้ว่าหากไม่มีประชากร ความเป็นรัฐก็จะก่อเกิดอย่างสมบูรณ์ไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรหากจำนวนประชากรเริ่มไม่สมดุลกับทรัพยากรที่ประเทศมีอยู่ ? Plan 75 วันเลือกตาย ภาพยนตร์สัญชาติญี่ปุ่นของผู้กำกับหญิงฮายาคาวะ จิเอะ (Hayakawa Chie) เริ่มต้นด้วยฉากที่มีเค้าโครงจากเหตุการณ์จริงเมื่อปี 2559 ที่ชายคนหนึ่งก่อเหตุสังหารผู้พิการและผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในสถานดูแล Sagamihara จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 19 คน และบาดเจ็บ 26 คน โดยมีแรงจูงใจจากความคิดที่ว่าผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เหล่านี้ไม่ควรค่าที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป และการกระทำของเขาเป็นการทำไปอย่างกรุณา เพื่อประโยชน์แก่ญี่ปุ่นและโลก ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ต่อยอดเหตุการณ์ดังกล่าวร่วมกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ของญี่ปุ่นในปัจจุบันในแง่ของความกังวลต่อภาวะความเสี่ยงขาดแคลนแรงงาน รวมถึงการจัดสรรงบประมาณและสวัสดิการจำนวนมากเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลออกโครงการ Plan75 ที่เปิดให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 75 ปีขึ้นไป สามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับการปลิดชีวิตตนเองหรือการการุณยฆาต (Euthanasia) ได้อย่างสมัครใจ โดยจะได้เงินชดเชยจำนวน 1 แสนเยน และสวัสดิการต่าง ๆ เพื่อใช้ในบั้นปลายชีวิต พร้อมกับที่รัฐบาลจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครไปจนถึงการฌาปนกิจ ในแง่หนึ่งโครงการนี้ก็เป็นไปโดย “ความสมัครใจ”…

เศรษฐกิจไทยยังจำเป็นต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวหรือไม่ ?

ตลอด 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึงอย่างต่อเนื่อง ทุก ๆ รัฐบาลมีความพยายามระดมงบประมาณของภาครัฐไปลงทุนประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัด เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาจับจ่ายใช้สอย รวมถึงนำเงินบำนาญมาใช้พักผ่อนและเกษียณอายุภายในประเทศไทย ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อห้วง 10 ปีที่ผ่านมา ภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand กลายเป็นกระแสภายในสื่อสังคมออนไลน์ของจีน ทำให้ความต้องการท่องเที่ยวไทยมีสูงขึ้น เฉลี่ยมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าไทยปีละมากกว่า 5,000,000 คน โดยเมื่อห้วง 1-2 ปีก่อนไวรัส COVID-19 จะระบาดในไทย จำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศดังกล่าวได้ทะยานขึ้นไปสู่ระดับ 10,000,000 คนต่อปี สร้างรายได้แก่ไทยถึง 60,000,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ไวรัส COVID-19 ระบาดทั่วโลกจนส่งผลให้หลายประเทศปิดการเดินทางเข้า-ออก อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยก็ซบเซาลงอย่างรวดเร็ว เศรษฐกิจไทยห้วงปี 2563-2564 เกิดการชะงักงันและชะลอตัว จนสำนักข่าวในไทยหลายแห่ง อาทิ The Momentum เริ่มออกมาตั้งคำถามถึงกรณีที่ไทยพึ่งพารายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากจนเกินไปหรือไม่ เพราะเมื่อพิจารณาสัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะเห็นได้ว่าสัดส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยคิดเป็นร้อยละ 22 ของ GDP เช่นเดียวกับประเทศกำลังพัฒนาแห่งอื่นๆ เช่น ฟิลิปปินส์ ร้อยละ…

ถกประเด็นความท้าทายจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์

เมื่อปลายพฤษภาคม 2566 ได้เห็นข่าวใหญ่น่าตกใจ จากกรณีที่กลุ่มนักวิจัยและผู้พัฒนาด้านเทคโนโลยีเตือนว่า “ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence อาจทำให้มนุษยชาติสูญพันธุ์” และย้ำให้ทั่วโลกร่วมกันทำอะไรสักอย่างเพื่อยับยั้งวิกฤตการณ์ดังกล่าวโดยเร็ว!! โดยเสนอว่า บริษัทต่าง ๆ และทั่วโลกควรยุติการพัฒนา AI ไว้อย่างน้อยระยะเวลา 6 เดือน อีกความเห็นหนึ่งที่เผยแพร่ออกมาในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน ซึ่งน่าเชื่อถือและก็น่าห่วงกังวลไม่น้อย คือผู้อำนวยการหน่วยงานความมั่นคงด้านไซเบอร์ในสหรัฐอเมริกา หรือ Cybersecurity and Infrastructure Security Agency ก็ออกมาเตือนเกี่ยวกับการพัฒนา AI ที่รวดเร็วจนเกินไปเหมือนกัน…คำเตือนนี้อาจทำให้เราย้อนนึกถึงภาพยนตร์ Sci-fi หลายเรื่องที่หุ่นยนต์หรือปัญญาประดิษฐ์คิดครองโลกแล้วทำร้ายมนุษย์ที่คิดไม่ทัน AI เหล่านี้ หรือเหล่าผู้พัฒนาเทคโนโลยีกำลังเตือนโลกว่า “Age of Altron” จะเป็นเรื่องจริงได้!? ก็คงไม่ใช่ขนาดนั้นซะทีเดียว…ขอให้ทุกคนใจเย็นลงก่อน แล้วมาดูกันว่า ประเด็นการพัฒนา AI ที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันในโลกไซเบอร์และโลกแห่งความมั่นคง รวมถึงในวงการผู้พัฒนา AI อย่างบริษัท OpenAI ที่สร้าง ChatGPT ขึ้นมานั้น มีอะไรบ้าง และน่าจะนำไปสู่อะไร…

Servant Leadership คืออะไร..เหมาะสมกับยุคปัจจุบันหรือไม่!?

แนวคิดเรื่องการสร้างและพัฒนา “ผู้นำ” เพื่อให้เป็นผู้ขับเคลื่อน หรือบริหารจัดการสถานการณ์ สภาพแวดล้อม และความสัมพันธ์มนุษย์ให้อยู่ในรูปแบบที่ดีขึ้น รวมทั้งบรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายร่วมกัน ผู้นำนั้นมีหลากหลายรูปแบบ จนอาจเรียกได้ว่าเราสามารถเลือกจะเป็น “ผู้นำ” ในแบบใดก็ได้ และเราพัฒนาตัวเองเพื่อจะเป็นผู้นำในแบบที่อยากจะเป็นได้ ก่อนหน้านี้ ในเชิงทฤษฎี มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยไอโอวาของสหรัฐฯ ที่แบ่งพฤติกรรมของผู้นำเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ ผู้นำแบบเผด็จการ ผู้นำแบบประชาธิปไตย และผู้นำแบบเสรีนิยม ทั้ง 3 แบบมีข้อดีและข้อเสียในตัวเอง หลังจากนั้นก็มีการศึกษาพฤติกรรมผู้นำในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ในปัจจุบัน เราได้ยินลักษณะการเป็นผู้นำอยู่ 2 รูปแบบที่กำลังได้รับความนิยม ได้แก่ ผู้นำที่คล่องตัว (Agile Leadership) และผู้นำแบบผู้รับใช้ (Servant Leadership) ทั้ง 2 คำนี้มีที่มาอย่างไร ใครบ้างที่ควรจะเป็นผู้นำแบบนี้ และถ้ามีผู้นำแบบนี้เราจะได้อะไร!?..ลองอ่านดูแล้วทำความเข้าใจเรื่องนี้ไปพร้อม ๆ กัน ขอเริ่มที่แนวคิดการเป็น “ผู้นำที่เป็นผู้รับใช้” หรือ Servant Leadership คำนี้ไม่ใช่คำใหม่แต่อย่างใด เพราะเป็นแนวคิดที่พัฒนาและนำเสนอขึ้นมาโดยนายโรเบิร์ต กรีนลีฟ (Robert K. Greenleaf)…

ทำไมตลาดหุ้นถึงถูกเทขายหลังประกาศผลเลือกตั้งทั่วไปปี 2566

วันที่ 15 พฤษภาคม 2566 ซึ่งเป็นวันแรกหลังผลการนับคะแนนเลือกตั้งออกมาในทิศทางที่พรรคก้าวไกลจะได้รับชัยชนะและสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลไทย ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ก็ปรับตัวร่วงลงมาทันทีเกือบ 20 จุด จากนั้นก็ได้มีแรงเทขายทยอยปรากฏให้เห็นอยู่ตลอดสัปดาห์จนปิดแท่งสัปดาห์ที่ 1514.89 จุด นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนต่างประเทศจำนวนหนึ่งพร้อมใจกันเทขายพันธบัตรไทย รวมเป็นเม็ดเงินมูลค่ากว่า 30,000,000,000 บาท ส่งผลให้เงินบาทพลิกตัวกลับไปอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 1 เดือนที่ราคา 34.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ สื่อหลายสำนักตั้งข้อสังเกตว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นการสะท้อนถึงทัศนคติของบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งมีความกังวลในนโยบายประชานิยมของพรรคก้าวไกล ทั้งการปรับขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำเป็น 450 บาท/วัน และการเพิ่มสวัสดิการแรงงานที่อาจทำให้กลุ่มผู้ประกอบการมีภาระด้านต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น..แล้วตัดสินใจย้ายฐานการผลิตไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่มีอัตราค่าแรงต่ำกว่าไทย (อาทิ เวียดนาม) ได้ ข้อคิดดังที่กล่าวถึงข้างต้นนี้ แม้จะเป็นความเป็นจริงแต่ยังไม่ครอบคลุมถึงปัจจัยหลักเท่าใดนัก เนื่องจากเมื่อพิจารณาจากความเคลื่อนไหวในตลาดทุนไทย จะเห็นได้ว่าดัชนี SET Index นั้นได้แสดงสัญญาณการปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อห้วงมกราคม 2566 แล้ว เพราะธนาคารกลางแห่งสหรัฐฯ (Fed) ได้ประกาศออกมาว่าสถานการณ์เงินเฟ้อในสหรัฐฯ ยังไม่ปรับตัวลงไปยังจุดที่ Fed ลงความคิดเห็นว่า ‘ปลอดภัย’ จึงจำเป็นต้องเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกประมาณ 2-3 ครั้ง ตลอดห้วงปี 2566 เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ ชะลอการผลิต…