4 องค์ประกอบในการพัฒนาเมืองให้เติบโตอย่างยั่งยืน : รัฐร่วมมือ เอกชนร่วมแรง ประชาชนร่วมใจ

“เมือง” ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ เป็นเมืองหลวง เมืองรอง เมืองท่องเที่ยว ก็มักจะประกอบด้วยกลุ่มคนหลายกลุ่มทั้งประชาชนวัยแรงงาน ผู้สูงวัย ผู้ประกอบการธุรกิจที่มีทุนสูง หรือธุรกิจพาณิชย์ขนาดเล็ก รวมถึงผู้มีอำนาจในการบริหาร เช่น ภาครัฐหรือหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหน่วยงานการศึกษาที่รวบรวมแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองที่คอยแนะนำและเสนอแผนการพัฒนาเมืองในหลากหลาย แม้เมืองจะมีความซับซ้อน แต่หลักการพัฒนาเมืองนั้นประกอบด้วยการพัฒนา 4 ด้านหลักๆ ได้แก่ ด้านสังคมและการเมือง ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเศรษฐกิจ และด้านสิ่งแวดล้อม โดยอาศัยบทบาทหน้าที่ที่จะขับเคลื่อนเมืองด้วย 2 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ และภาคเอกชนที่มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันอยู่แล้ว บทความนี้จะขอแยกแยะและพูดถึงการพัฒนาเมืองในแต่ละด้าน เริ่มจาก การพัฒนาด้านสังคมและการเมือง เป็นด้านแรกๆ ที่เป็นการดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนภายในเมือง ครอบคลุมหลายด้าน โดยประชาชนทุกอาชีพและทุกวัยจะได้รับการบริการขั้นพื้นฐานจากภาครัฐอย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้น ด้านนี้ภาครัฐจะมีหน้าที่ในการปฏิบัติโดยประชาชนเป็นผู้รับผลพลอยได้ ทั้งนี้ ประชาชนต้องสร้างความร่วมมือหรือมีบทบาทในการสร้างสังคมให้น่าอยู่ มากกว่าเพียงหวังพึ่งการสนับสนุนของภาครัฐเพียงอย่างเดียว เนื่องจากกประชาชนหรือภาคเอกชนนี้เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาสังคมเมือง ด้านที่สอง คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ แหล่งน้ำ การประปา ไฟฟ้า พลังงาน การคมนาคมขนส่งสินค้าและสัญญาณต่างๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องพัฒนาเวนคืนที่ดิน สร้างถนน วางท่อประปา และอื่นๆ…

“ยกประมงขึ้นบก” เมื่อทะเลไม่ใช่แหล่งกำเนิดชีวิตอีกต่อไป!?

เมื่อ 24 สิงหาคม 2566 ประเทศญี่ปุ่นตัดสินใจปล่อยน้ำจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิที่ประสบภัยสึนามิเมื่อ 11 มีนาคม 2554 จนทำให้มีสารกัมมันตภาพรังสีบางส่วนปนเปื้อนลงน้ำ แม้น้ำดังกล่าวจะผ่านการบำบัดมามากกว่า 2 ปีและได้การรับรองจากสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency-IAEA) ของสหประชาชาติแล้ว

มาตาลดา (To The Moon and Back) ละครไทยอบอุ่นหัวใจในมุมมองสถาบันครอบครัว

“มาตาลดา” (To The Moon and Back) เรื่องราวละครไทยที่เพิ่งจบไปเมื่อไม่นานนี้ นับว่าแหวกกระแสความเป็นละครไทยเดิม ๆ ที่มักวนเวียนแค่การชิงรักหักสวาทหรือตบตีแก้แค้น แต่พยายามสะท้อนสังคมสมัยใหม่ที่เผชิญความหลากหลายเยอะขึ้น พร้อมกับเสนอมุมมองการดำเนินชีวิต โดยหยิบยกปัญหาในสถาบันครอบครัวมาถ่ายทอด และเป็นการตีโจทย์เพื่อที่จะเข้าใจถึงปัญหาครอบครัวในปัจจุบันมากขึ้น ทั้งนี้แม้ที่ผ่านมาก็มีความพยายามที่จะสอดแทรกเรื่องราวของครอบครัว LGBTQIA+ ผ่านละครหลายเรื่องก่อนหน้านี้ อย่างเช่น พระจันทร์สีรุ้ง (พ.ศ. 2552) และ มาลีเริงระบำ (พ.ศ. 2557) แต่ทั้งสองเรื่องตัวละคร LGBTQIA+ ต่างซ่อนเร้นตัวตนเพราะกลัวสังคมและตัวลูกไม่ยอมรับ แตกต่างจากมาตาลดาที่พ่อเกรซเผยตัวตนให้ลูกยอมรับและเข้าใจความหลากหลายตั้งแต่ต้น จุดนี้ก็เป็นภาพสะท้อนของสังคมไทยที่เริ่มพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ LGBTQIA+ มากขึ้น ทั้งนี้คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ (กยค.) ได้กำหนดนิยามความหมายของ “ครอบครัว” คือ บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปที่ใช้ชีวิตร่วมกันฉันสามีภริยา หรือมีความผูกพันทางสายโลหิต หรือทางกฎหมาย หรือเกี่ยวดองเป็นเครือญาติ ซึ่งสมาชิกในครอบครัวต่างมีบทบาทหน้าที่ต่อกัน และมีความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกัน โดยการจำแนกครอบครัวตามโครงสร้าง ได้แก่ 1) ครอบครัวเดี่ยว คือ ครอบครัวที่ประกอบด้วยบุคคลที่ใช้ชีวิตร่วมกันฉันสามีภริยา อาจมีหรือไม่มีบุตร พ่อหรือแม่อยู่กับบุตร หรือพี่น้อง หรือญาติไม่เกินสองรุ่นใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน  2) ครอบครัวขยาย…

A cartoon of a person's mouth and a key Description automatically generated

แนวทางแก้ไขความขัดแย้งจากการสื่อสารที่ไร้ประสิทธิภาพ

ความขัดแย้งเป็นศัตรูตัวฉกาจของการเดินทางสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะการดำเนินกิจกรรมที่ประกอบด้วยผู้คนหลากหลายกลุ่ม หลายคน หรือหลายหน่วยงาน  โดย“เจ้าความขัดแย้งตัวร้าย” อาจทำให้การดำเนินงานล่าช้า จนถึงการล่มลงระหว่างทาง ……ซึ่งความขัดแย้งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติระหว่างบุคคลหรือกลุ่มคนตั้งแต่ 2 หน่วยขึ้นไป

โปแลนด์กับอนาคตการเป็นมหาอำนาจทางทหารในยุโรป!?

เมื่อ 16 สิงหาคม 2566 โปแลนด์จัดพาเหรดแสดงแสนยานุภาพทางการทหารครั้งยิ่งใหญ่ เนื่องในโอกาสครบรอบ 103 ปีชัยชนะจากการสู้รบกับสหภาพโซเวียต ในสงครามวอร์ซอ เมื่อปี 2463 หรือเรียกอีกอย่างว่า Armed Forces Day Parade โดยครั้งนี้เป็นข่าวใหญ่ เพราะเป็นการแสดงพลังอำนาจทางการทหารครั้งใหญ่ที่สุดของโปแลนด์ ตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น นอกจากนี้ พาเหรดครั้งนี้ยังจัดขึ้นในช่วงที่สถานการณ์ด้านความมั่นคงทางการทหารของโปแลนด์ค่อนข้างตึงเครียด เพราะสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนที่เกิดขึ้นใกล้ ๆ พรมแดนโปแลนด์ และปัจจุบัน โปแลนด์กำลังวิตกและระแวงความเคลื่อนไหวของกลุ่มทหารรับจ้างที่ชื่อ “แวกเนอร์” ที่ว่ากันว่าไปตั้งฐานกำลังอยู่ในเบลารุส เพื่อนบ้านของโปแลนด์นั่นเอง เท่านั้นยังไม่พอ!! …ยังมีความเคลื่อนไหวของกองทัพเบลารุสที่โปแลนด์ไม่ไว้วางใจ เพราะมีการเคลื่อนกำลังพลอยู่เรื่อย ๆ อีกทั้ง งานพาเหรดครั้งนี้มีขึ้นก่อนที่โปแลนด์จะมีการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาครั้งใหม่ใน 15 ตุลาคม 2566 นี้ด้วย การที่เราได้เห็นความเคลื่อนไหวของโปแลนด์ค่อนข้างมาก และแข็งกร้าว (aggressive) ในตอนนี้ ทำให้สนใจที่จะนำเสนอบทบาทและขีดความสามารถด้านการทหารของโปแลนด์ ซึ่งเป็น 1 ในประเทศยุโรปที่มีความเป็นไปได้ว่าจะกลายเป็นมหาอำนาจด้านการทหารได้ในอนาคต จากการประเมินและจัดอันดับของ Global Firepower ซึ่งเป็นเว็บไซต์รวบรวมข้อมูลและจัดอันดับประเทศที่มีพลังอำนาจด้านการทหารสูงที่สุดในโลก 145 ประเทศ ปัจจุบัน โปแลนด์อยู่ที่อันดับที่…

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี(มิจฉาชีพ)

…..เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป…… เมื่อเราลองย้อนกลับไปประมาณ 40-50 ปีก่อนที่เทคโนโลยีจะเริ่มเข้ามามีบทบาท เราใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย ติดต่อสื่อสารกันด้วยการไปมาหาสู่กัน เขียนจดหมายถึงกัน หรือที่จะสะดวกและรวดเร็วหน่อยก็คือการส่งโทรเลขถึงกัน ส่วนเรื่องเงินๆ ทองๆ นั้น ก็ใช้ธนาณัติในการส่งเงินข้ามจังหวัด ส่วนเวลาจะซื้อของใดก็ใช้เงินสดกันเป็นส่วนมาก และต่อมาเราก็มีธนาคารไว้ใช้ฝาก ถอน และโอน …..แต่ถามว่าในยุคนั้นมีมิจฉาชีพไหม ก็ตอบได้เลยว่ามี แต่รูปแบบของมิจฉาชีพในสมัยก่อน มักจะมาในรูปแบบของเซลล์ขายของ ที่จะถือสินค้าไปขายตามบ้าน พูดคำหวานหว่านล้อมเกี่ยวกับสรรพคุณของสินค้าให้เวอร์เกินจริง ให้ชาวบ้านเชื่อใจ และตกลงตัดสินใจจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าเหล่านั้น ทั้งๆ ที่คุณภาพก็ไม่ได้ตรงกับสรรพคุณของสินค้าที่เหล่ามิจฉาชีพได้ทำการพูดจาหว่านล้อมไว้ …ซึ่งคนเรานั้นก็มักจะหลงเชื่อในคำโกหก ของผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย แต่กว่าที่เหยื่อจะได้รับรู้ความจริงว่าตนนั้นเป็นเหยื่อให้กับมิจฉาชีพนั้น ก็สายไปเสียแล้ว เพราะการตามหาตามจับตัวในสมัยนั้นทำได้ค่อนข้างยาก ทั้งไหนจะอุปสรรคจากเรื่องเทคโนโลยีที่ยังไม่ทันสมัย ไม่มีกล้องวงจรปิดตามสถานที่ต่างๆ …ไหนจะเทคนิคของมิจฉาชีพที่จะเลือกไปในสถานที่ที่ไม่มีใครรู้จักตนเอง นอกจากนี้การหลอกลวงของมิจฉาชีพอีกรูปแบบหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนแพร่หลาย คือการเล่นแชร์ ซึ่งก็มีการหลอกลวงและเป็นข่าวดัง ตัวอย่างเช่น แชร์แม่ชม้อย แชร์แม่มณี ซึ่งมีผู้เสียหายและสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก โดยมิจฉาชีพจะใช้วิธีการโฆษณาชวนเชื่อให้เหยื่อมาร่วมลงทุนที่จะได้กำไรมหาศาล …อีกทั้งยังมีการใช้ศาสนามาเป็นเครื่องมือในการหลอกลวง โดยใช้ชื่อวัดในการบังหน้าเรี่ยรายเงินเพื่อนำไปก่อสร้างต่างๆ ภายในวัด แต่สุดท้ายก็นำเงินไปแบ่งกันเอง เมื่อถึงยุคที่เทคโนโลยีเริ่มมีการพัฒนามากขึ้น รูปแบบการหลอกลวงของมิจฉาชีพก็เริ่มมีการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการดูดเงินจากบัตร ATM ผ่านตู้ หรือการทำธุรกิจเครือข่ายหรือขายตรง และรวมไปถึงวงการซื้อขายหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัล จนกระทั่งในยุคปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตมากขึ้น…

วิเคราะห์ความมั่นคงอัฟกานิสถาน…ผ่านไป 2 ปีจากจุดเปลี่ยนทางการเมือง

ผ่านไปแล้ว 2 ปีที่กลุ่มตอลิบันในอัฟกานิสถานเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางการเมืองในประเทศ ด้วยการเคลื่อนกำลังเข้ายึดครองอำนาจทางการเมืองเมื่อ สิงหาคม 2564 และประกาศตั้งรัฐบาลชั่วคราวเพื่อบริหาร “เอมิเรตอิสลามแห่งอัฟกานิสถาน” (Islamic Emirate of Afghanistan) หรือชื่อใหม่ของประเทศอัฟกานิสถาน โดยมีกลุ่มสมาชิกระดับสูงและผู้ก่อตั้งกลุ่มตอลิบันในอัฟกานิสถานเป็นผู้นำ

3 ประเด็นความมั่นคงเมียนมาที่จะส่งผลต่อไทย

เมื่อปลายกรกฎาคม 2566 สภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติของเมียนมาประกาศขยายเวลาการใช้มาตรการฉุกเฉิน หรือ state of emergency ออกไปอีก 6 เดือน หรือถึงมกราคม 2567 โดยให้เหตุผลว่ามาตรการดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ เพราะปัจจุบันยังมีสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง….. ทีนี้ที่สำคัญ การประกาศขยายมาตรการดังกล่าวออกไป เท่ากับว่าเป็นการ “เลื่อนกำหนดการเลือกตั้ง” ของเมียนมา จากเดิมที่กำหนดไว้ในสิงหาคม 2566 ไปเป็นเมื่อไหร่..ก็ยังไม่มีความชัดเจนได้ เพราะ State Administration Council (SAC) ตั้งใจว่าสถานการณ์ความมั่นคงภายในประเทศต้องเรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถจัดการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม ปราศจากความหวาดกลัวได้ เมื่อวิเคราะห์การตัดสินใจครั้งนี้ของ SAC ก็พอจะเป็นเหตุเป็นผล เพราะในช่วงที่ผ่านมา ยังคงมีรายงานเกี่ยวกับการปะทะระหว่างกองทัพกับกลุ่มต่อต้าน SAC และชนกลุ่มน้อยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคสะไกง์ รัฐกะเหรี่ยง รัฐคะยา และรัฐฉิน รวมทั้งยังมีรายงานเกี่ยวกับการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อต่อต้านรัฐบาล SAC ของเมียนมาโดยใช้แนวทางสันติอีกด้วย เท่ากับว่า…ในระยะนี้ “ความมั่นคงภายใน” ของเมียนมาอาจยังไม่พร้อมกับการจัดการเลือกตั้ง เพราะการรวมตัวของประชาชนหรือการหาเสียงต่าง ๆ อาจตกเป็นเป้าหมายโจมตีของกลุ่มต่าง ๆ ได้โดยง่าย ดังนั้น การไม่เร่งรีบจัดการเลือกตั้ง และให้ความสำคัญกับการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในก่อน…

รู้ไว้….. ไม่ตกงาน : ทักษะการทำงานที่จำเป็น

ปัจจุบันนี้การหางานเป็นเรื่องที่ท้าทายต่อผู้คนที่จบการศึกษาใหม่…และผู้ที่ต้องการเปลี่ยนงานมาก เพราะโลกที่ก้าวหน้ากำลังสร้างเทคโนโลยี หรือ AI (Artificial Intelligence) เข้ามาทำงานแทนมนุษย์ ทั้งเพื่อลดระยะเวลาในการทำงานและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงาน ดังนั้นการที่จะทำอย่างไรให้คุณมีความโดดเด่นและมีความพิเศษมากกว่าเทคโนโลยี…จึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่? และการมีทักษะที่จำเป็นและเหมาะสมต่องานนั้น ๆ จึงอาจเป็นคำตอบที่สำคัญ ทักษะการทำงานที่จำเป็นในปี 2566 และในอนาคตสำหรับนักศึกษาที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาใหม่ หรือประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนงานใหม่ ท่านคงจำเป็นที่จะต้องมี Soft skills มากขึ้น…. ซึ่ง Soft skills คือทักษะในการทำงาน การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น และการสื่อสารกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี โดยจะมีความแตกต่างไปจาก Hard skills ที่เทคโนโลยีสามารถทำแทนมนุษย์ได้แล้วในโลกปัจจุบัน ( Hard skills คือ ทักษะเชิงเทคนิค หรือทักษะเฉพาะที่มีต่องานนั้น ๆ เช่น ทักษะการตัดต่อ ทักษะการพิมพ์เอกสาร และทักษะด้านบัญชี เป็นต้น) สำหรับ Soft skills นั้น เป็นทักษะที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกิด และเทคโนโลยียังไม่สามารถทำหน้าที่แทนมนุษย์ได้ โดย Soft skills ที่จำเป็นต่อการทำงานในปี 2566 และในอนาคต ประกอบด้วย…

ภาพสะท้อนจากบทเพลงเพื่อชีวิตกับปัญหาสังคมไทย จาก “นางงามตู้กระจก” สู่ “กระดังงาเกรียมไฟ”

“ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก…” ถ้อยคำนี้ปรากฏในพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว บทเพลงนับว่าเป็นวรรณกรรมประเภทหนึ่งที่มีบทบาทต่อสังคมไม่น้อยไปกว่าวรรณกรรมประเภทอื่น เพราะนอกจากให้ความบังเทิงแล้ว ยังได้สะท้อนปัญหาสังคมไว้อย่างแยบยล บทเพลงในแต่ละยุคแต่ละสมัยจึงมีความแตกต่าง เพราะสภาพแวดล้อมทางสังคมได้เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย สำหรับยุคบทเพลงเพื่อชีวิต นับว่าเกิดเป็นดนตรีแบบใหม่ร่วมกับศิลปะและวรรณกรรมที่สะท้อนการเมือง ความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชนชั้น ปัญหาความยากจน ในห้วงปี พ.ศ. 2516 – 2519 ซึ่งเป็นยุคที่เกิดเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง จึงได้เกิดบทเพลงที่แฝงไปด้วยแนวความคิดต่าง ๆ และเริ่มกลับมาแพร่หลายมากขึ้นหลังจากนั้น….. ……..“นางงามตู้กระจก”เป็นเพลงในอัลบั้มเมดอินไทยแลนด์ ที่เป็นอัลบั้มชุดที่ 5 ของคาราบาว วางจำหน่ายเมื่อเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2527 ขับร้องโดย เทียรี่ เมฆวัฒนา แต่งโดยแอ๊ด คาราบาว เป็นเพลงที่บอกเล่าถึงความจำเป็นของการมาประกอบอาชีพนี้ โดยเฉพาะปัญหาความยากจน เพื่อเลี้ยงดูครอบครัว หากเกิดเป็นหญิงในครอบครัวยากจน สายลมแห่งโชคชะตาก็อาจพัดพาไปดังในเพลง “นางงามตู้กระจก” ที่เล่าถึงการเข้าสู่ธุรกิจค้าประเวณีเพราะความจำกัดของโอกาสในชีวิตเมื่อทศวรรษ 2520 ซึ่งผู้หญิงวัยทำงานต้องรับภาระเลี้ยงดูทั้งเด็กและคนชราของครอบครัว ดังท่อนนึงของบทเพลง“ทอดถอนใจให้คำนึง หวังวันหนึ่งให้ผ่านไป เพี่อพ่อแม่เป็นอยู่สบาย น้องหญิงชายได้เล่าเรียน”…. ในยุคที่แอ๊ด คาราบาวแต่งเพลงนางงามตู้กระจก ตรงกับยุคที่ประเทศไทยไม่ได้มีนโยบายสาธารณะที่ช่วยเหลือประชาชนในหลายมิติเหมือนสังคมปัจจุบัน อาทิ มีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้ประคับประคองในการใช้ชีวิต นโยบายเรียนฟรี 15 ปีสำหรับเด็ก…