EP : 2 สแกมเมอร์ในสหรัฐฯ และแนวทางลดความเสี่ยงจาก FBI

สหรัฐฯ เป็นประเทศอันดับต้น ๆ ที่เผชิญกับการหลอกลวง เฉพาะอย่างยิ่งกับการถูกหลอกลวงทางออนไลน์ เนื่องจากเป็นสังคมที่ขึ้นอยู่กับโลกออนไลน์ โดยชาวอเมริกันส่วนใหญ่ใช้ชีวิต หรือทำกิจกรรมบนโลกออนไลน์ เช่น การติดต่อสื่อสาร การจับจ่ายใช้สอย และการทำธุรกรรมทางการเงิน เป็นต้น  ข้อมูลจาก www.thedigitalwhale.com เปิดเผยว่าชาวอเมริกันร้อยละ 85 ใช้ระบบออนไลน์ทุกวัน และร้อยละ 31 ใช้เกือบตลอดเวลา เฉลี่ยแล้วใช้สื่อดิจิทัล 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งรวมทั้งการเล่นโซเชียลมีเดีย สำนักงานสืบสวนกลาง (Federal Bureau Investigation-FBI) มีข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าความสูญเสียที่ชาวอเมริกันถูกหลอกลวงออนไลน์ ว่าเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเมื่อปี 2567 สูงถึง 16.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  ส่วนรายงานของ Pew Research ของสหรัฐฯ ที่สำรวจความเห็นของชาวอเมริกัน และเผยแพร่เมื่อ เมษายน 2568 พบว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่เห็นว่าการหลอกลวงทางออนไลน์เป็นปัญหาระดับประเทศ  คนหนุ่มสาวประมาณ ร้อยละ 73 เคยถูกหลอกลวงทางออนไลน์ เช่น การผ่าน shopping scam วิธีที่คนหนุ่มสาวนถูกสแกมเมอร์หลอกลวง…

EP 1: สแกมเมอร์ไม่ได้ทำธุรกิจหลอกลวงเพียงอย่างเดียว

Scam หรือการหลอกลวง มีหลากหลายรูปแบบ และหลายวิธี  การหลอกลวงทางออนไลน์ที่เติบโตตามการใช้เทคโนโลยีของประชาชน ก็เป็นการหลอกลวงประเภทหนึ่งที่ทำให้กลุ่มหลอกลวง หรือนักหลอกลวง (scammer) ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และมีทั่วทุกหนทุกแห่ง เทคโนโลยียังทำให้การหลอกลวงทางออนไลน์ทำได้โดยสะดวก ง่าย และเข้าถึงทุกระดับ  เป้าหมายของ scammer ไม่ได้หลอกลวง เพื่อหารายได้เพียงอย่างเดียว แต่มีการก่ออาชญากรรมควบคู่กันไปด้วย เช่น การค้ามนุษย์ การค้าสิ่งของผิดกฎหมาย การทรมาน การบังคับใช้เป็นทาส และร้ายแรงที่สุดก็นำไปสู่การสูญเสียชีวิต เป็นต้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รายงาน Global State of Scams  2024 ของ Global Anti-Scam Alliance ประเมินว่าความเสียหายจากการถูก Scam มีมูลค่าประมาณ 1.03 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในห้วง 12 เดือนที่ผ่านมา (เมื่อปี 2544 ประมาณ 46.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยเหยื่อที่ได้เงินคืนมีเพียง ร้อยละ 4  และยังมีตัวเลขที่ผู้บริโภคสูญเสียที่ไม่เปิดเผยอีกมาก เนื่องจากผู้ถูกล่อลวงประมาณ ร้อยละ…

ไทยควรติดตาม 3 การประชุมสำคัญในภูมิภาคเอเชีย

ในห้วงปลาย ตุลาคม 2568 จะมีการประชุมสำคัญในภูมิภาคเอเชียอย่างน้อย 3 การประชุม ซึ่งไทยควรติดตามประเด็นหารือและผลลัพธ์การประชุมอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นการประชุมกลุ่มความร่วมมือระดับภูมิภาค และการประชุมครั้งสำคัญทางการเมืองและนโบายของจีน ที่เป็นมหาอำนาจของภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวที่มาเลเซียพยายามผลักดันให้ไทยและกัมพูชามีการลงนามในสันติภาพในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเข้าร่วมการประชุมกับอาเซียน รวมทั้งประธานาธิบดีทรัมป์จะพบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีนที่เกาหลีใต้ด้วย การประชุมแรก คือ การประชุมของพรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือการประชุมเต็มคณะของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนระหว่าง 20-23 ตุลาคม 2568 ที่กรุงปักกิ่ง เป็นการประชุมใหญ่สมัยที่ 4 มีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นประธาน มีการทบทวนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจีน ฉบับที่ 15 ซึ่งนับว่าเป็นเอกสารสำคัญระดับชาติที่จะกำหนดทิศทางนโยบายของประเทศ ทั้งด้านการพัฒนา เศรษฐกิจ ความมั่นคง และความร่วมมือกับต่างประเทศ ในอีกระยะ 5 ปีข้างหน้า ดังนั้น การประชุมนี้ แม้จะไม่มีการเชิญประเทศอื่นเข้าร่วม แต่การที่จีน…มหาอำนาจขนาดใหญ่กำลังทบทวนและกำหนดแนวทางดำเนินนโยบายสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาอสังหาริมทรัพย์ ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว และบทบาทจีนในการเสริมสร้างอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของโลก และพลังงานทางเลือก เนื่องจากทั้ง 2 อุตสาหกรรมอาจทำให้จีนก้าวเป็นผู้นำอันดับ 1 ของโลกได้รวดเร็วขึ้น เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมสำคัญในอนาคต ประชุมถัดไป คือ…

เกาหลีใต้ประกาศแผน “K-Defense” เป้าหมายเป็น 4 ผู้ส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์หลักของโลก

ประธานาธิบดีอี แจ มย็องของเกาหลีใต้ ประกาศเมื่อ 20 ตุลาคม 2568 ระหว่างงานจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Seoul International Aerospace & Defense Exhibition (ADEX) 2025 ตั้งเป้ายกระดับเกาหลีใต้ขึ้นเป็น “หนึ่งในสี่ชาติมหาอำนาจด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระดับโลก”ภายในปี 2573 พร้อมเน้นย้ำว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศจะเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตแห่งอนาคตที่สำคัญของเกาหลีใต้ โดยรัฐบาลเกาหลีใต้เตรียมจัดสรรงบประมาณจำนวนมากเพื่อการวิจัยและพัฒนา (R&D) ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์และอวกาศ ซึ่งในปี 2569 ได้จัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.2 เป็น 66.3 ล้านล้านวอน เป้าหมายอันทะเยอทะยานของเกาหลีใต้เป็นการผลักดันอย่างจริงจังตั้งแต่สมัยประธานาธิบดียุน ซอก ยอล และได้รับการสานต่อโดยรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ต้องการสร้างสถานะเกาหลีใต้เป็น “รัฐหลักระดับโลก” (Global Pivotal State) รวมถึงสร้างความมั่นคงทางการทหารที่พึ่งพาตนเองได้ในที่สุด ปัจจุบันเกาหลีใต้ส่งออกอาวุธอยู่อันดับที่ 10 ของโลก (ข้อมูลเมื่อปี 2566) แต่อัตราการส่งออกเติบโตอย่างรวดเร็ว เฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่เกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้เกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าเชื่อถือสำหรับประเทศต่าง ๆ ที่กำลังมองหาแหล่งจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่มั่นคง ผลิตภัณฑ์ด้านการป้องกันประเทศของเกาหลีใต้ มีตั้งแต่ปืนใหญ่ รถถัง ขีปนาวุธ จนถึงเรือรบ ที่ปัจจุบันได้รับความสนใจในตลาดโลกอย่างมาก…

การประชุมประจำปี IMF และ World Bank บทสรุปและอนาคต

สหรัฐฯ เสร็จสิ้นการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) เมื่อ 18 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นการประชุมสำคัญระดับโลกที่มีผู้แทนจากองค์กรสถาบันการเงินและการธนาคาร รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจโลกไปร่วมแสดงมุมมองและวิสัยทัศน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า และการบริหารจัดการงบประมาณของประเทศต่าง ๆ

จีนย้ำอำนาจอธิปไตยเหนือซินเจียงในสมุดปกขาวว่าด้วยแนวทางการปกครองซินเจียง

จีนเผยแพร่สมุดปกขาวว่าด้วยแนวทางปฏิบัติและความสำเร็จในการปกครองซินเจียงในยุคสมัยใหม่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (พคจ.) เมื่อ 20 กันยายน 2568 เพื่อย้ำอำนาจอธิปไตยของจีนในการปกครองซินเจียง สร้างความเข้าใจในนโยบาย แนวทางปฏิบัติและความสำเร็จของ พคจ. ในเขตปกครองตนเองซินเจียงตามแนวคิดของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยระบุยุทธศาสตร์สำคัญที่เป็นความสำเร็จของจีนในซินเจียง 5 ประการ ได้แก่ 1) การต่อต้านการก่อการร้ายและการเสริมสร้างเสถียรภาพที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยยกระดับการรักษาความปลอดภัยในซินเจียง เน้นการหลีกเลี่ยงมากกว่าการรับมือเหตุฉุกเฉิน การจัดการผู้ที่มีแนวคิดรุนแรง การบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการคว่ำบาตรจากต่างประเทศ (Anti-Foreign Sanctions Law) และการกำหนดให้แนวคิดการรวมเติร์กและการรวมอิสลามเป็นภัยต่อการรวมชาติ เพราะส่งเสริมแนวคิดว่าเจ้าของซินเจียงมีเพียงชาวอุยกูร์ และวัฒนธรรมของชาติอื่นในซินเจียงไม่ใช่วัฒนธรรมจีน 2) การเสริมสร้างความเป็นเอกภาพระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ โดยพัฒนาชุมชนและเมืองที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ การส่งเสริมการศึกษาและการใช้ภาษาจีนเพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมจีนและ พคจ. การจัดทัศนศึกษาสำหรับเยาวชน และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มการแลกเปลี่ยนปฏิสัมพันธ์ระหว่างชาวอุยกูร์กับชาวฮั่น ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของจีน ส่งผลให้ซินเจียงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ถึง 302 ล้านคน เมื่อปี 2567 3) การจัดการกิจการทางศาสนาเชิงรุก ห้ามจัดกิจกรรมทางศาสนาที่ผิดกฎหมายและไม่สอดคล้องกับค่านิยมของจีน ควบคุมผู้ที่มีแนวคิดหัวรุนแรง นำเสนอกฎหมายและแนวคิดสังคมนิยมจีนในสถานที่ทางศาสนา และฝึกอบรมผู้นำทางศาสนาเพื่อเผยแพร่หลักคำสอนทางศาสนาและวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมในซินเจียง 4) การพัฒนาที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในซินเจียง และการพัฒนาให้ซินเจียงเป็นจุดศูนย์กลางของแถบเศรษฐกิจเส้นทางสายไหม อาทิ โครงการขจัดความยากจน ทำให้ในปี 2563…

ประเทศมหาอำนาจอายัดบิทคอยน์ที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชา

สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรร่วมมือกันอายัดบิทคอยน์ (Bitcoin) มูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากตรวจสอบแล้วเชื่อว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรออนไลน์ในกัมพูชา พร้อมทั้งยื่นฟ้องเมื่อ 14 ตุลาคม 2568 ต่อนาย Chen Zhi ชาวกัมพูชาที่เป็นประธานบริษัท Prince Group ในกัมพูชา ในข้อหาเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์และการฟอกเงินด้วย นอกจากนี้ สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรจะเดินหน้าคว่ำบาตรธุรกิจและบริษัทที่มีความสัมพันธ์กับนาย Chen Zhi รวมทั้งอายัดทรัพย์สินที่นาย Chen Zhi ครอบครอบอยู่ในสหราชอาณาจักรมูลค่าประมาณ 133 ล้านดอลลาร์สหรัฐด้วย ทั้งนี้ นาย Chen Zhi เป็นบุคคล 2 สัญชาติ คือ กัมพูชาและอังกฤษ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็น 1 ในปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ และเป็นการยึดบิทคอยน์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดด้วย  นาย Chen Zhi เป็นอาชญากรผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการตั้งบริษัทในต่างประเทศจำนวนมาก เพื่อใช้ประโยชน์ในการฟอกเงินและปฏิบัติการหลอกลวงทางไซเบอร์ โดยบริษัทส่วนใหญ่จะเชื่อมโยงกับบริษัท Prince Group ที่ระบุว่าดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และให้บริการด้านการเงิน แต่จากการตรวจสอบพบว่า บริษัทต่าง…

ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาอิสราเอล-ปาเลสไตน์ และความท้าทายในอนาคต

นานาชาติมีความคืบหน้าในการผลักดันความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและสันติภาพในฉนวนกาซา และการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ขณะที่ทั้ง 2 ฝ่ายยังคงให้ความร่วมมือกับนานาชาติในการลดความขัดแย้งและระงับการปะทะทางการทหารที่จะส่งผลเสียต่อข้อตกลงหยุดยิง โดยความคืบหน้านี้ มีสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ล่าสุดเมื่อ 14 ตุลาคม 2568 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์พบหารือกับผู้นำอิสราเอล รวมทั้งเยือนอียิปต์เพื่อประชุมสุดยอดเกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซา จากนั้นลงนามในข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา ร่วมกับผู้นำกาตาร์ อียิปต์ และตุรกี เพื่อส่งสัญญาณให้ทั่วโลกและคู่ขัดแย้งเข้าใจว่าสหรัฐฯ จะให้ความสำคัญและค้ำประกันข้อตกลงหยุดยิงนี้ เพื่อให้เกิดสันติภาพในระยะยาว ด้านคู่ขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ได้ให้ความร่วมมือดำเนินการแลกเปลี่ยนตัวประกันและนักโทษระหว่างกัน โดยมีรายงานว่าอิสราเอลปล่อยตัวชาวปาเลสไตน์จำนวนเกือบ 2,000 คนให้เดินทางกลับภูมิลำเนาในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ ขณะที่ เมื่อ 13 ตุลาคม 2568 กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันจำนวน 20 คน ที่เคยควบคุมตัวไว้ในฉนวนกาซาให้เดินทางกลับอิสราเอล รวมทั้งผู้เสียชีวิต อีก  4 ร่าง ด้วยเช่นกัน โดยมีองค์กร International Committee of the Red Cross หริอ ICRC เป็นผู้ดำเนินการ สถานการณ์ครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นและขั้นตอนสำคัญต่อการลดระดับความขัดแย้งในพื้นที่ ซึ่งเผชิญสงครามมาตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2566…

จีนพร้อมทำสงครามการค้ากับสหรัฐฯ อีกรอบ

ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ มีแนวโน้มตึงเครียดขึ้น เมื่อสหรัฐฯ ขู่จะขึ้นภาษีจีน แต่จีนก็พร้อมจะเข้าสู่สงครามการค้าอีกรอบ  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศขู่ขึ้นภาษีร้อยละ 100 ต่อสินค้าเทคโนโลยีจากจีน รวมทั้งการนำเข้า rare earth จากจีน เพื่อกดดันจีนให้ยกเลิกมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าดังกล่าว โดยมาตรการขึ้นภาษีจะมีผลตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2568 โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนระบุ เมื่อ 12 ตุลาคม 2568 ว่า รัฐบาลจีนกำลังพิจารณามาตรการตอบโต้สหรัฐฯ หากเพิ่มอัตราภาษีต่อสินค้าของจีนจริง พร้อมจะเข้าสู่สงครามการค้าอีกครั้ง หากสหรัฐฯ เป็นฝ่ายเริ่มก่อน เพื่อปกป้องสิทธิของ แต่จีนก็ไม่ต้องการสงครามการค้า และก็กลัวมาตรการของสหรัฐฯ   ฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนยังโจมตีสหรัฐฯ ว่ามีนโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรม และสองมาตรฐาน พร้อมวิจารณ์ว่าสหรัฐฯ เองก็มีนโยบายควบคุมการส่งออกอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ ดังนั้น จีนก็ควรมีสิทธิที่จะควบคุมการส่งออกสินค้าเช่นเดียวกัน สื่อมวลชนต่างประเทศเริ่มติดตามแนวทางการใช้นโยบายภาษีเพื่อต่อรองผลประโยชน์ระหว่างประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์ เนื่องจากผู้นำสหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงท่าทีบ่อยครั้งเมื่อขู่จะใช้มาตรการภาษี จนส่งผลกระทบต่อสภาวะตลาดหลักทรัพย์ที่ผันผวนตามท่าทีดังกล่าว โดยมีรายงานว่ากรณีประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศคำขู่ขึ้นภาษีสินค้าจีนเมื่อ 10 ตุลาคม 2568 ทำให้หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ตกต่ำลงอย่างมาก เพราะนักลงทุนวิตกกับสงครามการค้ารอบใหม่ระหว่างมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก อย่างไรก็ตาม เมื่อ 12 ตุลาคม 2568…

ระบบรางสร้างชาติ รถไฟความเร็วสูงจากญี่ปุ่นและจีน

  ระบบราง (railway system) ถือเป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่เปลี่ยนโลกอย่างสิ้นเชิง โดยเริ่มต้นในประเทศอังกฤษเมื่อปี 2368 ซึ่งมีการเดินรถไฟสายสต็อกตัน-ดาร์ลิงตัน (Stockton–Darlington) เป็นสายแรกของโลก ในสมัยนั้นรถไฟดังกล่าวขับเคลื่อนด้วยหัวรถจักรไอน้ำ หลังจากกนั้น รถไฟได้กลายมาเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลกนับแต่นั้นมา  แม้ว่าปัจจุบันจะมีวิธีการเดินทางและสัญจรที่สะดวกและเข้าถึงง่ายมากขึ้น เช่น เครื่องบินและรถยนต์ แต่รถไฟยังคงเป็นระบบขนส่งที่ไม่เคยถูกทอดทิ้ง ซ้ำยังได้รับพัฒนาอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ สาเหตุเป็นเพราะรถไฟไม่ใช่แค่ระบบการขนส่งคนไปสู่เป้าหมาย แต่เส้นทางตามระบบรางได้กลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ เชื่อมกิจกรรมของประชาชน รวมทั้งเป็นต้นกำเนิดในการก่อสร้างเมือง (urbanization) ให้เกิดขึ้นได้ ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบรางอย่างมากแห่งหนึ่งของโลก คือ ญี่ปุ่น ซึ่งได้พิสูจน์ให้ทั่วโลกได้เห็นว่า การขนส่งระบบรางที่มีประสิทธิภาพสามารถเป็นปัจจัยสำคัญต่อพัฒนาประเทศได้ แม้ญี่ปุ่นเริ่มใช้รถไฟเมื่อปี 2415 แต่มีจุดเปลี่ยนสำคัญที่เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นแพ้สงคราม ทำให้โครงการสร้างระบบรางรถไฟเชื่อมเกาะญี่ปุ่นกับจีนและเกาหลีใต้ไม่ประสบความสำเร็จและล้มเลิกไป แต่แนวคิดดังกล่าวไม่ได้หายไป ชาวญี่ปุ่นยังคงเดินหน้าให้ความสำคัญกับการค้นคว้าเทคโนโลยีระบบรางรถไฟ โดยมุ่งเน้นทางด้านการขนส่งพลเรือนมากกว่าเพื่อใช้ประโยชน์ในการทหาร เพราะสถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป รัฐบาลญี่ปุ่นกลับไปให้ความสนใจการพัฒนาภายในประเทศมากกว่าการขยายอาณาเขต จนในที่สุด ญี่ปุ่นได้สร้างระบบรางที่แข็งแกร่งและเทคโนโลยีรถไฟที่ก้าวหน้า หรือ “ชินคันเซ็น” รถไฟหัวกระสุนความเร็วสูงสายแรกของโลกเมื่อปี 2507 ที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองโตเกียวและเมืองโอซากา 2 เมืองใหญ่ รถไฟชินคันเซ็นของญี่ปุ่นทำความเร็วได้ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง จึงช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางจาก 8 ชั่วโมงเหลือเพียง…