กระแสการประท้วงในประเทศต่าง ๆ : ความคาดหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

โลกกำลังถูกปัญหาถาโถมเข้ามาในแทบทุกด้าน ทั้งการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ที่กดดันให้หลายประเทศต้องเปลี่ยนนโยบายภาครัฐและภาคธุรกิจใหม่ การตอบโต้ทางการค้าระหว่างมหาอำนาจโลกอย่างจีนกับสหรัฐฯ สงครามรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่กำลังพยายามหาทางออก แต่ยังไม่บรรลุผล  สภาพการเมืองระหว่างประเทศและเศรษฐกิจโลกที่กำลังคุกรุ่นนี้เอง เป็นแรงกดให้ประชาชนที่ประสบปัญหาเลี้ยงชีพและคนรุ่นใหม่เริ่มตั้งคำถามว่า หรือแนวทางแบบเดิม ๆ จะไม่ใช่ทางออกอีกต่อไป ?  จึงมาถึงจุดรวมตัวกันออกเดินบนถนน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในประเทศของตัวเอง เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันในหลายประเทศทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ การประท้วงในเนปาลเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดจนทำให้เกิดการเปลี่ยนรัฐบาล ความรุนแรงถึงจุดสูงสุดเมื่อ 8 กันยายน 2568  มีการบุกรุกและเผาทำลายสถานที่หน่วยงานรัฐ เผาที่พักอาศัยกลุ่มชนชั้นนำของรัฐบาลเนปาล การรุมทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล หลังการชุมนุมครั้งนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 72 รายและบาดเจ็บมากกว่า 2,000 คน โดยสาเหตุมาจากการที่รัฐบาลระงับการเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่ม GEN Z ที่ไม่พอใจรัฐบาลมานานจากปัญหาการทุจริต การใช้ชีวิตหรูหราของรัฐบาลและเครือญาติ ซึ่งทำให้ประชาชนรู้สึกถึงความไม่เท่าเทียมกัน ก่อนหน้านี้ ก็เกิดการประท้วงในอินโดนีเซียที่มาจากความไม่พอใจนโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น การตัดงบประมาณด้านการศึกษา เพิ่มเงินสวัสดิการของสมาชิกรัฐสภา และการเพิ่มบทบาทของกองทัพทางการเมือง โดยประชาชนส่วนหนึ่งมองว่ารัฐบาลเอื้อประโยชน์นายทุน และไม่ได้มีสวัสดิการสำหรับกลุ่มแรงงานจากรัฐที่เพียงพอ จนกระทั่งกรณีการปราบปรามผู้ชุมนุมของเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อ 29 สิงหาคม 2568…

FBI เร่งสอบสวนเหตุกราดยิงในรัฐมิชิแกนสหรัฐฯ

สหรัฐฯ เผชิญความสูญเสียจากเหตุรุนแรงในที่สาธารณะ โดยเจ้าหน้าที่สอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) รายงานเมื่อ 29 กันยายน 2568 ว่า อยู่ระหว่างการสอบสวนเหตุกราดยิงที่โบสถ์ในเมือง Grand Blanc รัฐมิชิแกน สหรัฐฯ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน และได้รับบาดเจ็บ 8 คน เนื่องจากอาจเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับชุมชน นอกจากนี้ อาคารที่เกิดเหตุได้รับความเสียหายอย่างมากจากเพลิงไหม้ ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ก่อเหตุกราดยิงมีความพยายามจุดเพลิงดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยชื่อผู้ก่อเหตุ คือ นาย Thomas Jacob Sanford อายุ 40 ปี เป็นอดีตทหารสหรัฐฯ โดยถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญหลังจากการปะทะกันด้วยอาวุธปืนเป็นเวลา 8 นาที บริเวณลานจอดรถของสถานที่เกิดเหตุ ส่วน เจ้าหน้าที่ FBI ระบุว่าเหตุการณ์นี้ เป็นการก่อเหตุรุนแรง ยังไม่เชื่อมโยงกับการก่อการร้ายหรือเหตุกราดยิงอื่น ๆ เนื่องจากยังไม่รู้มูลเหตุจูงใจของผู้ก่อเหตุ พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ภายในโบสถ์ที่ช่วยเหลือเยาวชนและเด็กที่อยู่ในพื้นที่ให้ปลอดภัยจากเหตุกราดยิงครั้งนี้ FBI และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุเพื่อสอบสวนว่ามีวัตถุระเบิดหรือความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุซ้ำหรือไม่ ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประณามเหตุรุนแรงดังกล่าว และระบุว่าจะให้ FBI เร่งสอบสวนร่วมกับ…

เกาหลีเหนือเปิดร้านเบียร์ และร้านอาหารขนาดใหญ่ในประเทศ

เกาหลีเหนือเปิดธุรกิจการบริการ ได้แก่ ร้านอาหารขนาดใหญ่ และบาร์เบียร์ โดย Korean Central News Agency (KCNA) สำนักข่าวทางการของเกาหลีเหนือรายงานในห้วง กันยาย 2568 ว่า เกาหลีเหนือเปิดให้บริการทั้งร้านอาหารขนาดใหญ่ และบาร์เบียร์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งน่าจะเป็นจากรัสเซียและจีน เนื่องจากตั้งอยู่ที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือยังมีเป้าหมายให้เมืองที่อยู่ห่างไกลเกิดการพัฒนาตามมาด้วย  ด้วยการจะเปิดร้านเบียร์ตามเมืองต่าง ๆ มากขึ้น ร้านอาหารขนาดใหญ่ที่เกาหลีเหนือเพิ่งเปิดในกันยายน 2568 ชื่อ “Chongjingwan”  ในเมืองชองจิน จังหวัดฮัมกยองเหนือ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ใกล้ชายแดนจีนและรัสเซีย รวมทั้งอยู่ติดกับเมืองฮุนซุน ของจีน และเมืองคาซาน ของรัสเซีย เมืองชองจินเคยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวต่างชาติ  รวมทั้งเคยเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลจีนและรัสเซียอีกด้วย  อาคารของร้านอาหารนี้ เป็นแบบเกาหลีดั้งเดิม มีห้องอาหาร และห้องจัดเลี้ยงที่กว้างขวาง อาหารมีความหลากหลาย ในรัสเซีย เกาหลีเหนือได้เปิดร้านอาหารแห่งใหม่ในเมืองหลวงมอสโก ในรอบ 16 ปี  เมื่อต้นกันยายน 2568 ด้วยเช่นกัน ชื่อ Pyongyang Restaurant ขณะที่ร้านเก่าชื่อ Koryo…

ลาวมุ่งพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมตอบสนองนโยบายผู้ส่งออกไฟฟ้าของภูมิภาค

รัฐบาลลาวมุ่งพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์การเป็นประเทศผู้ส่งออกไฟฟ้าของภูมิภาค (Battery of Asia) ล่าสุดประกาศว่าการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม “Savan 1” ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองพินและเมืองหนอง แขวงสะหวันนะเขต (ตรงข้ามจังหวัดมุกดาหาร) คืบหน้าไปมาก โดยมีเป้าหมายส่งออกไฟฟ้าไปยังเวียดนาม ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้า Savan 1 ดำเนินการโดยบริษัท Savan 1 Wind Power Sole จำกัดซึ่งเป็นบริษัทในเครือ T&T Group ของเวียดนาม เงินลงทุน 768 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลลาวอนุมัติการก่อสร้างเมื่อ กันยายน 2567 โรงไฟฟ้าพลังงานลม Savan 1 มีกำลังผลิตติดตั้งรวมทั้งสิ้น 495 เมกกะวัตต์ แบ่งการก่อสร้างและดำเนินการเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1  กำลังผลิตติดตั้ง 300 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย กังหันลม 48 ต้น แต่ละต้นสูง 130 เมตร และใบพัดยาว 83…

ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ จะไม่เชื่อมเคเบิลใต้น้ำกับอุปกรณ์จากจีน

ในทุกวินาที ระบบเคเบิลใต้น้ำมีความสำคัญต่อความมั่นคงของโลก โดยข้อมูลด้านการสื่อสารทางโทรคมนาคม และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ ร้อยละ 95  ส่งผ่านระบบสายไฟเบอร์ออฟติก (Fiber Optic Cable) หรือสายใยแก้วนําแสงใต้น้ำ หรือเรียกสั้น ๆ ว่าเคเบิลใต้น้ำ ซึ่งน่าจะมีอย่างน้อยมีทั้งหมด 450 เส้น และมีความยาวทั่วโลกประมาณ 1.4 ล้านกิโลเมตร หากสาย หรือระบบเคเบิลใต้น้ำถูกควบคุม ก่อวินาศกรรม  ดักฟัง เผชิญกับภัยธรรมชาติ หรืออุบัติเหตุทางเรือ โดยไม่ต้องสงสัยประเทศที่ควบคุมได้ก็จะเป็นเจ้าแห่งข้อมูล หรือมีข้อมูลเป็นอาวุธในการต่อรองระหว่างประเทศ รวมทั้งใช้เพิ่มศักยภาพความแข็งแกร่งของตนเอง ขณะที่ความอ่อนแอจากการถูกวินาศกรรม หรือการถูกจารกรรมข้อมูลก็เป็นจุดอ่อนสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของประเทศเป้าหมาย ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องการสื่อสารผ่านเคเบิลใต้น้ำ เพราะร้อยละ 99 ของการเชื่อมต่อกับต่างประเทศใช้ระบบสายเคเบิลใต้น้ำ หรืออาจกล่าวได้ว่าญี่ปุ่นพึ่งพาเคเบิลใต้น้ำถึงร้อยละ 99 ของการสื่อสารระหว่างประเทศ เช่น กับสหรัฐฯ ออสเตรเลีย ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และรัสเซีย เป็นต้น บริษัทญี่ปุ่นด้านนี้ เช่น  บริษัท Nippon Telegraph and Telephone (NTT) บริษัท KDDI Corporation…

ประเทศรอบอ่าวอาหรับ: ดาวเด่นในกลุ่มโลกใต้

ถ้าพูดถึงกลุ่มโลกใต้หรือ Global South ก็เป็นที่รู้กันว่าหมายถึงประเทศกำลังพัฒนา แต่ว่าในกลุ่มโลกใต้ด้วยกันก็มีหลายระดับ หลายประเทศมีศักยภาพทั้งการเมืองและเศรษฐกิจที่พร้อมจะยกระดับตัวเองเป็นประเทศขนาดกลาง หรือ Middle Power แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ประเทศในเอเชียตะวันออกเท่านั้นที่มีความพร้อมดังกล่าว แต่ประเทศในกลุ่มโลกมุสลิมเช่น ประเทศรอบอ่าวอาหรับ ที่อยู่ในกลุ่ม Gulf Cooperation Council (GCC) เป็นประเทศหน้าใหม่ที่มีบทบาทโดดเด่นและน่าจับตามองในเวทีโลกในหลายมิติด้วย Soft Power ของแต่ละประเทศ หากพูดถึงกลุ่ม GCC ที่ประกอบด้วย ซาอุดีอาระเบีย โอมาน บาห์เรน กาตาร์ คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เดิมเราอาจนึกถึงภาพความเป็นประเทศในตะวันออกกลางที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ยึดมั่นกับอัตลักษณ์ความเป็นมุสลิมอย่างเข้มงวดผ่านการปกครองที่มีเจ้าผู้ครองรัฐเป็นผู้นำ และร่ำรวยด้วยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แต่ปัจจุบันภาพเหล่านี้กำลังมีภาพใหม่ขึ้นมาประกบ ไม่ว่าจะเป็นความเป็นประเทศมุสลิมสมัยใหม่ ทั้งรูปแบบการลงทุน เช่น กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Funds) ที่ถือเป็นความโดดเด่นของกลุ่ม GCC รวมถึงการลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน การเป็นเจ้าของสื่อหัวก้าวหน้าไม่น้อยไปกว่าสื่อตะวันตก เช่น Al-Jazeera การพัฒนาขีดความสามารถด้านอวกาศ การเป็นเจ้าของทีมและลีกฟุตบอล หรือการเป็นแหล่งลงทุนที่มีชาวต่างชาติมากหน้าหลายตา จนทำให้กลุ่มประเทศ GCC เป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศหน้าใหม่ที่ขับเคลื่อนบทบาทในเวทีโลกด้วย Soft…

วิกฤตโลกรวนกระทบต่อการคมนาคมระดับโลก : กรณีคลองปานามา

  ปัจจุบันประเทศต่าง ๆ และภาคธุรกิจทั่วโลกมีระบบการขนส่ง (shipping) หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะทางบก อากาศ และเรือ ซึ่งการขนส่งทางเรือ ยังคงเป็น 1 ในระบบการขนส่งที่สำคัญและมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุด ตั้งแต่การอพยพของมนุษย์กลุ่มโฮโมเซเปียนส์ ไปทวีปออสเตรเลียเมื่อ 65,000 ปีก่อน จนถึงยุคการเดินเรือเพื่อการสำรวจหาทรัพยากรหรือดินแดนแห่งใหม่ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ที่การใช้เรือเพื่อขนส่งสินค้าเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะใช้ต้นทุนต่ำกว่าการขนส่งทางอากาศและทางบกอย่างมาก ยังมีข้อมูลว่า การขนส่งทางเรือสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 14 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี คิดเป็นร้อยละ 65 ของการคมนาคมขนส่งทั้งหมด และยังมีแนวโน้มที่การขนส่งทางเรือจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งผ่านเส้นทางอาร์กติก ซึ่งเป็นเส้นทางใหม่ที่มหาอำนาจกำลังตื่นเต้นที่จะเข้าไปจับจอง เพราะน้ำแข็งขั้วโลกเหนือกำลังละลาย หรือความเคลื่อนไหวของจีนที่สร้างท่าเรือใหม่ไปในหลายทวีป ทั้ง 2 ปัจจัยนี้ เป็นสิ่งบอกเหตุว่าในอนาคต “ระบบขนส่งทางเรือ” จะเป็นเส้นเลือดหลักของโลกต่อไปอีกระยะยาว เมื่อการขนส่งทางเรือเปรียบเสมือนเส้นเลือดหลักทางเศรษฐกิจ ทำให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ รวมทั้งบริษัทชั้นนำของโลกพยายามคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีการเดินเรือและระบบเส้นทางให้ทันสมัย ปลอดภัย และป้องกันอันตรายล่วงหน้าไว้อยู่เสมอ ที่ผ่านมา มนุษย์เอาชนะอุปสรรคในการเดินเรือข้ามมหาสมุทรหรือทวีปขนาดใหญ่ด้วยการ “ขุดคลอง” เพื่อลดระยะทางและพลังงานที่ต้องใช้ในการขนส่ง จนทำให้เกิดคลองที่มีความสำคัญต่อโลกของการเดินเรือหลายเส้น เช่น คลองสุเอซ ที่เชื่อมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน–ทะเลแดง คลองปานามา ที่เชื่อมมหาสมุทรแอตแลนติก–แปซิฟิก…

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกสหรัฐฯ มองว่าเป็น scam centers

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกสหรัฐฯ มองว่าเป็นศูนย์กลางการหลอกลวงทางไซเบอร์ (scam centers)  ขนาดใหญ่ เฉพาะอย่างยิ่งในกัมพูชาและเมียนมาที่มีเครือข่ายขนาดใหญ่  เครือข่ายดังกล่าวได้หลอกลวงเงินชาวอเมริกันไปแล้วหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ด้วยการมีการบังคับใช้แรงงาน รวมทั้งความรุนแรงต่อแรงงาน ทำให้สหรัฐฯ มีมาตรการคว่ำบาตรเครือข่าย scammer ในกัมพูชาและเมียนมา สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 8 กันยายน 2568 ออกมาตรการคว่ำบาตรต่อเครือข่ายศูนย์กลางการหลอกลวงทางไซเบอร์ขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในกัมพูชามี 10 เครือข่าย และในเมียนมามี 9 เครือข่าย โดยในเมียนมา สหรัฐฯ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์กลางกิจกรรม scammer เช่น ในเมืองส่วยโก๊กโก่  (Shwe Kokko) เมียวดี  เป็นแหล่งลงทุนของ Karen National Army (KNA)  และกลุ่ม Yatai International Holding Group เมือง Yatai New City เป็นศูนย์กลาง scammer ขนาดใหญ่ มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว…

อิสราเอลโจมตีเป้าหมายในกาตาร์ เสี่ยงขยายความขัดแย้งในภูมิภาค

กรณีอิสราเอลโจมตีผู้นำของกลุ่มฮะมาส ระหว่างเดินทางในกรุงโดฮา กาตาร์เมื่อ 9 กันยายน 2568 พร้อมกับการที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลประกาศเมื่อ 10 กันยายน 2568 ขู่ว่าพร้อมจะปฏิบัติการโจมตีและทำลายเป้าหมายที่เป็นภัยคุกคามของอิสราเอลในต่างประเทศ เสี่ยงทำให้ความตึงเครียดและความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น เนื่องจากท่าทีของผู้นำอิสราเอลเป็นสัญญาณว่าจะไม่ยับยั้งการปราบปรามกลุ่มฮะมาส ไม่ว่าจะอยู่ในฉนวนกาซาหรือในประเทศอื่น ๆ เนื่องจากอิสราเอลเตือนแล้วว่ากลุ่มฮะมาสเป็นผู้ก่อการร้ายที่อันตรายต่อความมั่นคงของชาติ ด้านกาตาร์ไม่พอใจท่าทีดังกล่าวอย่างมาก จึงมีถ้อยแถลงประณามอิสราเอล พร้อมทั้งเรียกร้องเมื่อ 11 กันยายน 2568 ให้กลุ่มประเทศอาหรับในภูมิภาคตะวันออกกลางแสดงท่าทีร่วมกันเพื่อปกป้องความมั่นคงและความปลอดภัย กาตาร์ยืนยันว่าเป้าหมายในการให้ผู้นำกลุ่มฮะมาสเดินทางในประเทศ เป็นไปเพื่อให้เกิดการเจรจายุติความรุนแรงและสงคราม รวมทั้งโน้มน้าวให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอล ไม่ใช่การปล่อยให้กลุ่มฮะมาสเคลื่อนไหวเพื่อโจมตีผลประโยชน์ของอิสราเอล พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกาตาร์ประเมินว่าการโจมตีของอิสราเอลในพื้นที่อื่น ๆ จะยิ่งเป็นผลเสียต่อประเทศ เนื่องจากเสี่ยงเผชิญการคว่ำบาตรและถูกโดดเดี่ยวจากประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพราะส่วนใหญ่ต้องการยุติสงครามและป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัว แต่อิสราเอลกลับปฏิบัติการโจมตีในหลายประเทศ ทั้งกาตาร์ เลบานอน เยเมน ซีเรีย ตูนีเซีย รวมทั้งฉนวนกาซา สร้างความเสียหายและทำให้พลเรือนเสียชีวิต ตลอดจนเข้าข่ายละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ นายกรัฐมนตรีกาตาร์ Sheikh Mohammed bin Abdulrahman bin Jassim Al Thani ระบุว่าการกระทำของอิสราเอลเป็นการก่อการร้าย…

ความพยายามทำข้อตกลงหยุดยิงความขัดแย้งในฉนวนกาซาลางเลือน

ความพยายามทำข้อตกลงหยุดในความขัดแย้งในฉนวนกาซาลางเลือน หากพิจารณาท่าทีของอิสราเอล ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้ง นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลยืนยันว่า จะยังจะสังหารผู้นำกลุ่มฮะมาสต่อไป ไม่ว่าจะหลบซ่อนในสถานที่ใด หลังจากกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ปฏิบัติการภายใต้ชื่อรหัส “Summit of Fire” โจมตีทางอากาศใส่อาคารที่พักอาศัยในกรุงโดฮา กาตาร์ เมื่อ 9 กันยายน 2568 ไม่สามารถสังหารผู้นำกลุ่มฮะมาสได้ โดยกลุ่มฮะมาสยืนยันว่าผู้นำยังคงมีชีวิตอยู่ แต่มีสมาชิกกลุ่มฮะมาสเสียชีวิต 5 คน รวมถึงบุตรชายของนาย Khalil al-Hayya เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของกลุ่มฮะมาส และหนึ่งในผู้นำของคณะการเจรจาข้อตกลงหยุดยิง การโจมตีทางอากาศในกรุงโดฮาเกิดขึ้นในห้วงที่คณะการเจรจาของกลุ่มฮะมาสอยู่ที่กรุงโดฮา เพื่อร่วมกันพิจารณาร่างข้อตกลงหยุดยิงและแลกเปลี่ยนตัวประกันในฉนวนกาซา ที่มีกาตาร์เป็นตัวกลาง  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ระบุก่อนหน้าการโจมตีว่า ทิศทางข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซาอาจเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ เพื่อแลกกับการปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมดที่กลุ่มฮะมาสควบคุมตัวไว้ ขณะที่กลุ่มฮะมาสยืนยันว่าได้รับแนวทางบางประการจากฝ่ายสหรัฐฯ ผ่านคนกลาง เพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา และอยู่ระหว่างการพิจารณา ขณะเดียวกัน กลุ่มฮะมาสย้ำความพร้อมปล่อยตัวประกันทั้งหมด เพื่อแลกกับการประกาศยุติสงครามอย่างชัดเจน และการถอนกำลังทหารอิสราเอลทั้งหมดออกจากฉนวนกาซาโดยสมบูรณ์ กาตาร์ซึ่งเป็นตัวกลางการเจรากับอียิปต์ประณามการโจมตีดังกล่าวที่มุ่งเป้าไปยังอาคารที่พักของสมาชิกฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮะมาสในกรุงโดฮา อีกทั้งยังละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและเป็นภัยคุกคามร้ายแรงในกาตาร์ รวมทั้งมีท่าทีแข็งกร้าวจากนายกรัฐมนตรีกาตาร์เมื่อ 10 กันยายน 2568 ว่า การกระทำของอิสราเอลจะไม่สามารถขัดขวางความพยายามของกาตาร์ในการเป็นตัวกลางการเจรจาข้อขัดแย้งในภูมิภาค และผู้นำอิสราเอลจะต้องได้รับผลของการกระทำจากความร่วมมือของผู้นำทั่วโลก…