ผู้นำสิงคโปร์ส่งเสริมแนวคิด We-First เป็นอุดมการณ์ใหม่ผ่านสุนทรพจน์งานวันชาติ

นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์ แสดงวิสัยทัศน์และกำหนดนโยบายบริหารประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ ในการกล่าวสุนทรพจน์งานวันชาติสิงคโปร์ (National Day Rally) ที่ ITE College Central เมื่อ 17 สิงหาคม 2568 ประเด็นหลักคือการชูแนวคิดสิงคโปร์มาก่อน (We-First) เป็นการวางรากฐาน ใหม่ที่เน้นความร่วมมือจากประชาชนในทุกภาคส่วน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทาย รวมทั้งผลกระทบ จากความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจสหรัฐฯ-จีน สงครามการค้า และมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ตลอดจนผลกระทบของเทคโนโลยีใหม่ต่อตลาดแรงงาน แนวคิดสังคมที่ยึดสิงคโปร์มาก่อน (a “we-first” society) เพื่อก้าวข้ามผลประโยชน์ส่วนตนและ เสริมสร้างความผูกพันร่วมกันในฐานะชุมชน เป็นความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง จนถึงหลังครบรอบ 60 ปีของการเป็นเอกราช ขึ้นอยู่กับจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือและความห่วงใย นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีหว่องย้ำถึงความสำเร็จของสิงคโปร์ในการฝ่าฟันวิกฤตต่าง ๆ โดยเฉพาะการระบาดของ COVID-19 เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงจิตวิญญาณสิงคโปร์ และความร่วมมือของประชาชน ที่เป็นแนวทางที่รัฐบาลใช้ในการนำพาประเทศ นโยบายการสร้างงาน เป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเตรียมเปิดตัวโครงการฝึกงานสำหรับบัณฑิตจากสถาบันอุดมศึกษา (ITE, polytechnics, universities) เพื่อให้ได้ประสบการณ์ทำงานจริง พร้อมค่าเบี้ยเลี้ยง ในช่วงฝึกงานก่อนเข้าสู่ตำแหน่งเต็มเวลา โครงการ…

กัมพูชามุ่งแสดงออกว่าความสัมพันธ์กับจีนยังคงแนบแน่น

กัมพูชาพยายามแสดงออกว่าความสัมพันธ์กับจีนยังแน่นแฟ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการแลกเปลี่ยนการเยือน การพบหารือในเวทีระหว่างประเทศ การให้สัมภาษณ์ของผู้นำ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งสองประเทศ และล่าสุด สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็ได้เขียนบทความเรื่อง “The prospects for Cambodia-China cooperation” ลง หนังสือพิมพ์ China Daily เมื่อ 22 สิงหาคม 2568 เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและยาวนานระหว่างกัมพูชากับจีน บนพื้นฐานความไว้วางใจทางการเมือง และการเคารพซึ่งกันและกัน รวมถึงวิสัยทัศน์การเป็นประชาคมกัมพูชา-จีน ที่มีอนาคตร่วมกัน บทความกล่าวย้ำจุดยืนการสนับสนุนนโยบายจีนเดียว ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับไต้หวัน ฮ่องกง ทิเบต และซินเจียง เป็นปัญหาภายในของจีน ส่วนจีนยืนยันสนับสนุนกัมพูชาดำเนินเส้นทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับตัวเอง โดยทั้งสองฝ่ายรักษาความร่วมมือที่ใกล้ชิดและเป็นประโยชน์ร่วมกันในด้านต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ การค้า-การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา พลังงาน การป้องกันประเทศและความมั่นคง รวมถึงสนับสนุนกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ที่จีนริเริ่ม ได้แก่ BRI ข้อริเริ่มด้านการพัฒนาระดับโลก (Global Development Initiative GDI)…

สถาบันคลังสมองของจีนโจมตีสหรัฐฯ ว่าเพิ่มความตึงเครียดในทะเลจีนใต้

สถาบันคลังสมองซินหัว (Xinhua Institute) ของจีนเผยแพร่รายงาน 2 ฉบับ เมื่อ 21 สิงหาคม 2568 ทั้งเป็นภาษาจีนและภาษาอังกฤษ เพื่อยืนยันความชอบธรรมของจีนในการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ และปฏิเสธการแทรกแซงของมหาอำนาจนอกภูมิภาค โดยเฉพาะสหรัฐฯ และพันธมิตร สาระสำคัญ ดังนี้ – รายงานฉบับที่ 1 “พื้นฐานทางประวัติศาสตร์และกฎหมายของอธิปไตยเหนือดินแดนและสิทธิ์ทางทะเลของจีนในทะเลจีนใต้” (Historical and Legal Basis of China’s Territorial Sovereignty and Maritime Rights in the South China Sea) ยืนยันอธิปไตยของจีนเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ว่า สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับการได้มาซึ่งอธิปไตยเหนือดินแดนผ่านการค้นพบและเข้าครอบครอง และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางสอดคล้องกับหลักกฎหมายปิดปาก  ขณะที่ฟิลิปปินส์ และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค อ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้จากความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์  ซึ่งละเมิดหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังโจมตีว่าฟิลิปปินส์ดำเนิน Gray Zone Strategy ผ่านการสนับสนุนจากประเทศนอกภูมิภาค ส่งผลให้ข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ทวีความรุนแรงในระดับใกล้เคียงกับปฏิบัติการกึ่งทหาร – รายงานฉบับที่…

ปัญหาน้ำ : วิกฤติทุกครั้งไม่ว่าจะน้ำมากหรือน้ำน้อย

ข่าวคราวเกี่ยวกับพายุสารพัดชื่อที่เป็นต้นเหตุของอุทกภัยใหญ่น้อยเป็นระยะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ในห้วงนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุทกภัยใหญ่ที่สร้างความเสียหายในหลายประเทศจากปรากฏการณ์ลานีญาหมุนวนมาทางโลกฝั่งตะวันออก นอกจากย้ำเตือนครั้งแล้วครั้งเล่าถึงภัยธรรมชาติที่เกิดจากน้ำแล้ว ยังตอกย้ำการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับความต้องการในการอุปโภคบริโภค การใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ  ระบบสาธารณูปโภค และการเก็บสำรองสำหรับช่วงฤดูแล้ง ที่น้ำจะเป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่ง จนพร้อมจะกลายเป็นอีกต้นเหตุของความขัดแย้งระหว่างมนุษยชาติ เพื่อแย่งชิงทรัพยากรดังกล่าว เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่แต่ไหนแต่ไรเป็นที่ยอมรับว่ามีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ทั้งดิน น้ำ และป่าไม้ มาวันนี้ก็ต้องเผชิญปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ต่างจากภูมิภาคอื่น ทั้งน้ำท่วมน้ำแล้ง ที่น่าสนใจคือ ประเทศที่ไม่มีแหล่งน้ำจืดและมีพื้นที่น้อยนิดเช่นสิงคโปร์ ดูจะเตรียมการรับมือนำหน้าไปกว่าใคร จนเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการน้ำในระดับโลก ด้วย 4 แนวทางคือ การนำเข้าน้ำจืด แต่ก็มีแผนจะลดการพึ่งพาการนำเข้า โดยจะยุติการนำเข้าน้ำจากมาเลเซียภายในปี 2604 นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังให้ความสำคัญกับการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล การเก็บสะสมน้ำฝนและผันไปกระจายไว้ตามแหล่งน้ำธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำ ที่เป็นทั้งแหล่งเก็บสำรองน้ำจืดและช่วยป้องกันน้ำท่วม รวมทั้งมีการเก็บสำรองไว้ใต้ดิน โดยสิงคโปร์ตั้งเป้าหมายจะใช้ประโยชน์จากน้ำฝนให้ได้ร้อยละ 90 ภายในปี 2603 นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาน้ำ การอุดช่องโหว่ของการสูญเสียน้ำทุกช่องทาง โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจจับรอยรั่ว และการบำบัดน้ำเสีย เพื่อนำกลับมาใช้ให้มากที่สุด โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ย้อนมาดูที่ไทยที่มีแหล่งน้ำน้อยใหญ่กระจายทั่วประเทศ ที่น่าคิดคือเราใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพพอสมกับคุณค่าของน้ำหรือไม่ เราเห็นคุณค่าและความสำคัญของการรักษาน้ำและแหล่งน้ำจริงจังแล้วหรือยัง ในเมื่อเราประสบปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งทุกปีหมุนวนกันไปตามรายภูมิภาค และยังไม่มีทิศทางว่าจะดีขึ้น และหากจะดูแลรักษาและเก็บสำรองน้ำอย่างเป็นระบบ เราจะทำได้หรือไม่…แล้วจะทันกับภัยพิบัติจากน้ำหรือไม่ เพราะเมื่อดูการคาดการณ์ของศูนย์ทรัพยากรโลก (World Resource Center)…

จากสนามโรงเรียนไทยสู่ VNL : แรงสนับสนุนจากสังคมไทย

  ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชื่อของ “ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย” ได้กลายเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่น ความสามัคคีของทีม และแรงผลักดันจากหัวใจนักกีฬา ทำให้ทีมสาวไทยสามารถทะยานขึ้นสู่การแข่งขันระดับโลกอย่าง Volleyball Nations League (VNL) ได้อย่างสง่างาม การเดินทางอันยาวไกลนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน หากแต่สั่งสมมาจาก “แรงบันดาลใจเล็ก ๆ” ในสนามโรงเรียนของเด็กหญิงธรรมดาหลายคนที่หลงรักในกีฬาชนิดนี้ จุดเริ่มต้นจากโรงเรียน วอลเลย์บอลเป็นหนึ่งในกีฬายอดนิยมของโรงเรียนในประเทศไทย โดยเฉพาะในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและปลาย หลายโรงเรียนให้ความสำคัญกับการฝึกฝนอย่างจริงจัง เพื่อส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันในระดับจังหวัด ระดับภาค ไปจนถึงระดับประเทศ การแข่งขันที่สำคัญอย่าง “กีฬาเยาวชนแห่งชาติ” หรือ “กีฬาโรงเรียนกีฬาแห่งประเทศไทย” กลายเป็นเวทีแจ้งเกิดของนักกีฬาหลายคน เช่น “อรอุมา สิทธิรักษ์” “ปลื้มจิตร์ ถินขาว” หรือ “นุศรา ต้อมคำ” ที่ต่างเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ เหล่านี้ การมีระบบโค้ชที่เข้มแข็งและการสนับสนุนจากครอบครัวและโรงเรียน เป็นพื้นฐานสำคัญที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับนักกีฬาตั้งแต่ระดับเยาวชน เด็กสาวหลายคนที่เคยฝึกซ้อมบนสนามดินลูกรังในชนบท ปัจจุบันกลายเป็นนักกีฬาระดับชาติที่แฟน ๆ ทั่วโลกเฝ้าติดตาม ก้าวสู่ระดับทีมชาติ การได้เป็นนักกีฬาทีมชาติไม่ใช่เรื่องง่าย นักกีฬาต้องผ่านการคัดตัวหลายรอบ ต้องยอมเสียโอกาสหลายอย่างในชีวิตวัยรุ่น ต้องรับมือกับอาการบาดเจ็บ การฝึกซ้อมที่หนักหน่วง และแรงกดดันจากการแข่งขัน ความมุ่งมั่นและระเบียบวินัยจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้…

ออสเตรเลียประกาศขับนักการทูตอิหร่าน จากกรณี IRGC อยู่เบื้องหลังการโจมตีชุมชนชาวยิว

  นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แถลงต่อสื่อมวลชนเมื่อ 26 สิงหาคม 2568 เกี่ยวกับเหตุโจมตีชุมชนชาวยิวหลายครั้งในออสเตรเลียนับตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2566 โดย ASIO และตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (Australian Federal Police-AFP) ระบุว่า รัฐบาลอิหร่านเป็นผู้สั่งการโจมตีอย่างน้อย 2 ครั้ง ได้แก่ การวางเพลิงร้านอาหาร Lewis’ Continental Kitchen ในนครซิดนีย์ เมื่อ 20 ตุลาคม 2566   และการวางเพลิงโบสถ์ Adass Israel ในนครเมลเบิร์น เมื่อ 6 ธันวาคม 2567 และมีแนวโน้มจะสั่งการโจมตีอีกในอนาคต การกระทำดังกล่าวของอิหร่านเป็นการกระทำที่แข็งกร้าวและอันตราย มุ่งเป้าไปที่การสร้างความกลัว ปลุกปั่นความแตกแยกภายใน และทำลายความสามัคคีทางสังคม ซึ่งออสเตรเลียดำเนินการตอบโต้โดย 1) ขับเอกอัครราชทูตอิหร่าน ณ กรุงแคนเบอร์รา พร้อมนักการทูตอีก 3 คน 2) ระงับการดำเนินงานของสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย…

กัมพูชากำลังจะทำอะไร ? จีนต้องจับตามองหรือไม่ ?

กัมพูชากำลังจะทำอะไร ? จีนต้องจับตามองหรือไม่ ? เมื่อกัมพูชาใช้สหรัฐฯ เป็นเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรมให้กับตนเองจากกรณีที่เกิดความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เนื่องจากมีสัญญาณเพิ่มขึ้นว่า กัมพูชาได้ดึงสหรัฐฯ เข้ามาใกล้ชิด ซึ่งในอนาคต หากมีการดึงสหรัฐฯ เข้ามาในประเด็นความมั่นคง เช่น ความร่วมมือด้านการทหาร กัมพูชาจะพึ่งพาจีนลดลง ขณะที่สหรัฐฯ ก็จะมีกัมพูชาเป็นหุ้นส่วนใกล้ชิดมากขึ้น แม้ไม่ถึงระดับที่จะเป็นพันธมิตรเท่ากับไทย กัมพูชาใช้ภาพเดินชุมนุมประท้วง พร้อมป้ายของนักเรียน พระสงฆ์ ครู ประชาชนกัมพูชา เกือบ 1,000 คน ที่เมืองเสียมเรียบ กัมพูชาเมื่อ 22 สิงหาคม 2568 ไปถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อให้ช่วยปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ที่ไทยกักขังไว้ แต่ก็มีนัยว่าต้องการส่งข่าวสารให้ผู้นำสหรัฐฯ และประชาคมระหว่างประเทศเห็นว่าไทยกักขัง หน่วงเหนี่ยวทหารกัมพูชา รวมทั้งต้องการให้ปัญหาไทย-กัมพูชาเป็นปัญหาระหว่างประเทศ เพื่อให้นานาชาติเข้ามาแทรกแซง การประท้วงครั้งนี้ ยังชูป้ายขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์ที่ช่วยให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงกับไทย และมีการเผยแพร่ภาพพระที่ร่วมชุมนุมประท้วงถือธงกัมพูชาและสหรัฐฯ ด้วย ฝ่ายไทยชี้แจงมาต่อเนื่องว่า ทหารกัมพูชา จำนวน 18 นาย ถูกควบคุมตัวในพื้นที่ซำแต อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ  เมื่อ…

ทิศทางเศรษฐกิจโลกจาก 3 ยักษ์ใหญ่ : สหรัฐฯ จีน เยอรมนี

เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มวลรวม (Gross Domestic Product-GDP) มูลค่าประมาณ 114 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และทิศทางการเติบโตสามารถสะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดสามอันดับแรก ได้แก่ สหรัฐฯ จีน และเยอรมนี  หากไม่นับรวมการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ เช่น สหภาพยุโรป (European Union-EU) เป็นต้น ทั้งสามประเทศมิได้มีเพียงขนาดเศรษฐกิจใหญ่ แต่ยังมีบทบาทที่กำหนดทิศทางของระบบเศรษฐกิจโลกอีกด้วย สหรัฐฯ เป็นตลาดบริโภคที่ใหญ่ที่สุดของโลก เป็นศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ สามารถส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดโลกอย่างกว้างขวาง ขณะที่จีนเป็นเครื่องจักรการผลิตและห่วงโซ่อุปทานสำคัญที่เชื่อมโยงกับประเทศคู่ค้ากว่า 120 ประเทศ โดยมีบทบาทหลักในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เหล็ก และพลังงานสะอาด ส่วนเยอรมนีในฐานะเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและหัวใจของสหภาพยุโรปเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งมีอิทธิพลต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจยุโรปและตลาดโลกโดยรวม การติดตามเศรษฐกิจของทั้งสามประเทศจึงเสมือนการอ่านแผนที่เศรษฐกิจโลกที่สะท้อนทั้งโอกาส ความเปราะบาง และทิศทางในอนาคต สำหรับไทย การเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวนี้จึงมีความจำเป็น เพื่อป้องกันผลกระทบจากความผันผวนที่อาจกระทบต่อการค้าและการลงทุน ซึ่งจะช่วยให้ประเทศสามารถวางนโยบายรองรับได้อย่างทันท่วงทีและรักษาความสามารถในการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2568 กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งได้เพิ่มอัตราภาษีศุลกากรอย่างมากต่อสินค้านำเข้าจากหลายประเทศ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น สร้างต้นทุนให้กับธุรกิจบางกลุ่ม และอาจกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและคลายภาษีนำเข้าในบางหมวดเพื่อช่วยเหลือธุรกิจ แต่การขึ้นภาษีนำเข้าชั่วคราวได้สร้างความไม่แน่นอนในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งภายในและจากต่างประเทศ ด้านแรงงาน…

ข้อมูลจาก AI อาจไม่ยุติธรรม เพราะเป็นแบบจำลองอคติของมนุษย์

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) ป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้น บริษัทผู้ให้บริการทางด้านคอมพิวเตอร์ชั้นนำอย่าง IBM ได้กล่าวไว้ว่าองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกกว่า ร้อยละ 42  หันมาใช้ AI ในการทำงาน และมีคาดว่าอุตสาหกรรม AI ทั่วโลกจะเติบโตจนมีมูลค่ากว่า 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละกว่า ร้อยละ 20  เราได้เห็นการใช้ AI ที่เข้าถึงการทำงานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นงานบัญชี การเงิน กฎหมาย การแพทย์ การศึกษา ศิลปะ หรือดนตรี ไปจนถึงการบริหารองค์กร เพราะจุดเด่นของ AI อยู่ที่ความสามารถในการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ในระดับที่มนุษย์ต้องใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมากในการดำเนินการหรือใช้เวลาที่มากกว่า ความสามารถเฉพาะของ AI ที่เสนอข้อมูลได้รวดเร็ว ทำให้มนุษย์เริ่มเชื่อว่าข้อมูลจาก AI จะทำให้ได้ผลลัพธ์รวดเร็วและแม่นยำ แต่มนุษย์จะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ และกลั่นกรองโดย AI นั้นจะมีความ “ยุติธรรม” (fair) และ “ไร้อคติ” (unbiased) เพราะแม้ว่า AI…

ไทยรับแรงงานจากศรีลังกา หลังแรงงานกัมพูชาทยอยกลับประเทศ

แรงงานศรีลังกาจะช่วยบรรเทาการขาดแคลนแรงงานที่ปัจจุบันภาคแรงงานของไทยกำลังเกิดภาวะตึงตัว และเผชิญปัญหาการขาดแคลนแรงงานฉับพลัน กระทรวงแรงงานไทยระบุว่าภาวะขาดแคลนแรงงานเป็นผลจากความไม่สงบในเมียนมา และความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลทำให้มีแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาบางส่วน จำนวน 22,546 คน  เดินทางกลับประเทศต้นทาง และยังมีทยอยเดินทางกลับต่อเนื่อง แต่หากประเมินจากแรงงานกัมพูชาที่อยู่ในไทยทั้งที่ลงทะเบียนและไม่ได้ลงทะเบียนคาดว่า ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้แรงงานกัมพูชากว่า   400,000 คน ซึ่งคิดเป็นประมาณกว่าร้อยละ 10 ของแรงงานต่างด้าว ต้องเดินทางกลับบ้านเพื่อความปลอดภัย สถานการณ์ดังกล่าวได้สร้างแรงกดดันต่อหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจไทย  เฉพาะอย่างยิ่งในภาคเกษตรกรรม สวนผลไม้ ก่อสร้าง และการผลิตอื่น ๆ ซึ่งต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวเป็นหลัก ส่วนในประเทศ กระทรวงแรงงานไทยระบุว่ายังมีแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 98,548 คน  ลาว จำนวน 91,489 คน เมียนมา จำนวน 194,441 คน  และเวียดนาม จำนวน 3,573 คน รวมทั้งหมด ประมาณ 388,051 คน ที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดลงแล้ว ซึ่งเพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าวคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 19 สิงหาคม 2568 ดำเนินการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวขาดแคลน เช่น…