จีนจะจัดตั้งองค์กรความร่วมมือด้าน AI ระดับโลก : การแข่งขันกับสหรัฐฯ เข้มข้น

แนวคิดริเริ่มในการจัดตั้งองค์กรความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก (World Artificial Intelligence Cooperation Organization-WACO) ของจีน จะช่วยหนุนบทบาทของจีนในระดับโลกให้โดดเด่น หรืออาจถึงระดับคุมทิศทางปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence -AI) ของโลกต่อไปได้ในอนาคต เหมือนกับเช่นที่องค์กรด้านเศรษฐกิจ เช่น ธนาคารโลก (World Bank)  หรือกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund -IMF) ที่คุมโดยฝั่งตะวันตก นอกจากนี้ นครเซี่ยงไฮ้ยังจะได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี AI ของโลกอีกด้วย นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียงของจีนประกาศในงาน World Artificial Intelligence Conference in Shanghai 2025 เมื่อ 26 กรกฎาคม 2568 ว่า จีนจะจัดตั้งองค์กรความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก โดยสำนักงานใหญ่ชั่วคราวจะอยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้  จีนมีเป้าหมายว่าองค์กรนี้ จะช่วยให้ธรรมาภิบาลของ AI ตอบสนองกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ (Global South) เป็นอันดับแรก ๆ รวมทั้งก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจด้าน AI โลก…

EP 3 : จีนกับมาตรการเฉียบขาดต่อกลุ่มจีนเทาเพื่อจัดระเบียบเศรษฐกิจและสังคม

ห้วงที่ผ่านมา ทางการจีนตระหนักดีว่าปัญหาอาชญากรรมที่เกิดจากกลุ่ม “จีนเทา” ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของจีนในสายตาประชาคมโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของพลเมืองจีนเอง ที่มีคนจีนจำนวนไม่น้อยที่ต้องตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงและการค้ามนุษย์ในต่างแดน ทำให้ทางการจีนเร่งกวาดล้างกลุ่มทุนจีนเทาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง จีนผนึกกำลัง เมียนมา กัมพูชา ลาว ปราบ “จีนเทา” ทั่วอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังและหลากหลายมิติในการปราบปรามทุนจีนเทา เช่น กดดันทางการทูตและกฎหมาย จีนใช้ช่องทางทางการทูตกดดันรัฐบาลเมียนมา กัมพูชา และลาวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ดำเนินมาตรการที่เข้มงวดในการปราบปรามกลุ่มอาชญากรเหล่านี้ รวมถึงเรียกร้องให้ประเทศในอาเซียน “แสดงความรับผิดชอบ” และจัดการกับการพนันออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง โดยรัฐมนตรีต่างประเทศจีนได้เรียกร้องให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้นในการจัดการกับอาชญากรรมข้ามพรมแดนเหล่านี้ ผลักดันความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและการส่งผู้ร้ายข้ามแดน จีนเพิ่มความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งเมียนมา กัมพูชา และลาว รวมถึงไทย ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง ดำเนิน ปฏิบัติการร่วม และส่งผู้ร้ายข้ามแดน มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานร่วมกันเพื่อต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์และการค้ามนุษย์ เห็นได้จากกรณีที่ตำรวจเมียนมาส่งตัวผู้ต้องหาชาวจีนจำนวนมากกลับจีนเพื่อรับโทษตามกฎหมาย รวมถึงการหารือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยและกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน เพื่อยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ชายแดนเมียนมา กัมพูชา และลาว จีนยังผลักดันการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เหล่านี้ในระดับพหุภาคีอย่างความร่วมมือภายใต้ “ศูนย์ความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายแม่โขง-ล้านช้าง (Lancang-Mekong Integrated Law Enforcement and Security Cooperation Center–LMLECC) ซึ่งจีนก่อตั้งเมื่อปี 2560 มีภารกิจส่งเสริมความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและความมั่นคงในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ…

EP 2 : ความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงจากกลุ่มจีนเทา

การใช้กลไกเศรษฐกิจนำการเมือง ทำให้จีนได้รับการยอมรับในฐานะพันธมิตรสำคัญด้านการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเป็นคู่ค้า โดยจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative-BRI) ของจีน ทำให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับอนุภูมิภาคขยายตัวยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ขณะเดียวกัน ความใกล้ชิดทางสังคม วัฒนธรรม และการให้ความช่วยเหลือโดยไม่มีเงื่อนไขด้านประชาธิปไตยหรือสิทธิมนุษยชน ยิ่งทำให้จีนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศในอนุภูมิภาค แต่ความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่เกิดขึ้น เช่น การค้ามนุษย์อาชญากรรมหลอกลวงทางโทรศัพท์และออนไลน์ (call center) การใช้พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในลาวกับกัมพูชา และเขตที่ควบคุมโดยกองกำลังชาติพันธุ์ติดอาวุธในเมียนมาเป็นฐานดำเนินการก่ออาชญากรรม เป็นช่องทางให้กับกลุ่มจีนเทา เพราะเป็นพื้นที่ที่ต้องการเม็ดเงินและการพัฒนา แต่กลับมีการบังคับใช้กฎหมายอ่อนแอและตรวจสอบได้ยาก กลุ่มจีนเทาบางส่วนฉกฉวยโอกาสจากการผลักดันโครงการภายใต้กรอบ BRI และการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศรอบบ้านที่เป็นส่วนหนึ่งของ BRI แอบแฝงใช้ประโยชน์เป็นฐานดำเนินการอาชญากรรม เช่น ส่วยโก๊กโก่ ในเมียนมา และเขตเศรษฐกิจพิเศษแขวงบ่อแก้วในลาว รวมถึงเข้าหาและประสานผลประโยชน์กับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในเมียนมา อาชญากรรมจีนเทาในประเทศรอบบ้านมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จุดอันตรายที่สุดคือด้านเมียนมา เนื่องจากค่อนข้างปลอดจากอิทธิพลของรัฐบาลจีน เมื่อเทียบกับลาวและกัมพูชา ทั้งยังเกี่ยวเนื่องกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและชาติพันธุ์ที่ยังคั่งค้าง ทำให้ยากต่อการควบคุมกวาดล้าง จีนให้ความสำคัญอย่างมาก และมุ่งดำเนินการกวาดล้างกลุ่มจีนเทาจนประสบความสำเร็จ เฉพาะอย่างยิ่งขบวนการหลอกลวงทางเทคโนโลยีทั้งในลาวและเมียนมาอย่างแข็งขันมาตั้งแต่ปี 2566 จนถึงการกวาดล้างอย่างจริงจังในเมียนมาติดชายแดนไทย โดยร่วมมือกับไทยเมื่อปลายมกราคม-กลางกุมภาพันธ์ 2568 รวมทั้งขยายผลการปราบปรามไปยังกัมพูชาและบริเวณสามเหลี่ยมทองคำในลาว เนื่องจากกลุ่มจีนเทาได้บั่นทอนภาพลักษณ์ BRI…

EP 1 : ปัญหากลุ่มจีนเทาในลาว เมียนมา และกัมพูชา

สถานการณ์อาชญากรรมข้ามชาติในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ ลาว เมียนมา และกัมพูชาในปัจจุบันทวีความรุนแรงและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งปัญหาอาชญากรรมที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนต่างชาติ อาทิ การพนันออนไลน์ การฉ้อโกงข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และการลักลอบค้ายาเสพติด ซึ่งส่งผลกระทบต่อไทย ทั้งในมิติด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติของกลุ่มทุนชาวจีน หรือที่เรียกว่ากลุ่มจีนเทา ฉวยโอกาสใช้ประเทศที่มีพรมแดนติดกับไทยเป็นพื้นที่ก่อเหตุ ดำเนินการทั้งการหลอกลวง การจัดหา และการลักลอบนำพาเหยื่อทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไปเป็นแรงงานบังคับ รวมทั้งก่ออาชญากรรมอื่น ๆ เช่น การพนันออนไลน์ การฉ้อโกงข้ามชาติในรูปแบบคอลเซนเตอร์ และการหลอกลวงด้วยวิธีการหาคู่ทางอินเทอร์เน็ต (Romance scam) ปัจจัยที่ส่งเสริมให้กลุ่มจีนเทาขยายตัวในประเทศเพื่อนบ้านบริเวณชายแดนไทย เช่น 1) อาชญากรชาวจีนย้ายฐานดำเนินการออกนอกประเทศ จากการที่รัฐบาลดำเนินมาตรการปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ในประเทศอย่างจริงจัง 2) ผู้ประกอบการกลุ่มจีนเทาส่วนใหญ่ปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในกาสิโนในประเทศเพื่อนบ้าน บริเวณชายแดนไทย ที่ต้องปิดไปเพราะการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ไปเป็นฐานดำเนินการอาชญากรรมข้ามชาติ อาทิ การพนันออนไลน์ และการฉ้อโกงข้ามชาติ และ3) ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทำให้เข้าถึงเหยื่อได้ง่ายขึ้น ฐานดำเนินการของกลุ่มจีนเทา มีทั้งชายแดนเมียนมา เช่น ในเมืองเมียวดี ตรงข้ามอำเภอแม่ระมาด อำเภอแม่สอด และอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ชายแดนลาว เช่น…

วิกฤตซ้อนวิกฤต : เมื่อประเทศใหญ่ปรับลดการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

  สถานการณ์การสู้รบที่เกิดขึ้นภายในและระหว่างประเทศในหลายภูมิภาค ร่วมด้วยภัยพิบัติทางธรรมชาติหลากรูปแบบในหลายประเทศ ท่ามกลางสงครามการค้าที่ซ้ำเติมความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ไม่เพียงสร้างความลำบากในการดำรงชีวิตของคนธรรมดาทั่วไป แต่ยิ่งสร้างความทุกข์ยากให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่เหล่านั้น และจะยิ่งหนักหน่วงขึ้นหากไม่ได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และกลายเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติที่ยากจะแก้ไข ข่าวการปรับลดงบประมาณการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาแก่ต่างชาติของฝรั่งเศสลง ร้อยละ 5 ของงบความช่วยเหลือทั้งหมด เมื่อกรกฎาคม 2568 ทำให้องค์กรพัฒนาเอกชนเกือบ 190 แห่ง กังวลว่าจะกระทบต่อการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย ทั้งด้านสาธารณสุข อาหาร และน้ำ รวมทั้งการดูแลประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่เปราะบาง สะท้อนว่า สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศจะเผชิญภาวะวิกฤตมากขึ้น กลุ่ม NGOs ระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน เนื่องจากเมื่อปีที่แล้ว หรือ ปี 2567 ฝรั่งเศสยังเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนารายใหญ่ลำดับ 5 ของโลก ต่อจากสหรัฐฯ เยอรมนี สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น อีกทั้งนับตั้งแต่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2560 ฝรั่งเศสให้ความสำคัญกับการให้ความช่วยเหลือแก่ต่างชาติเป็นภารกิจในลำดับต้น ๆ ทั้งยังจัดสรรงบประมาณให้เพิ่มเติม ไม่เพียงฝรั่งเศส ประเทศใหญ่ ๆ ต่างทยอยปรับลดงบการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาแก่ต่างชาติ ไม่ว่าเยอรมนี เนเธอร์แลนด์ สวีเดน เบลเยียม สหราชอาณาจักร…

Delulu is the Solulu : กับแนวคิดสงครามข่าวสารในช่วงความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา

ห้วงเกิดที่เกิดภาวะความไม่สงบหรือภาวะสงคราม สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาและไม่จำกัดอยู่แค่ไหนสนามรบ คือ การต่อสู้กันด้วยข้อมูลข่าวสาร หรือ “สงครามข่าวสาร” ที่คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายสร้างขึ้น เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในสื่อสารมวลชน และเพื่อชี้นำความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของผู้คนทั้งภายในประเทศและในประชาคมโลก และการไหลบ่าของข้อมูลทั้งข้อมูลจริง-เท็จ-บิดเบือนปะปนกันอย่างมากมาย ซึ่งเห็นได้ชัดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากกรณีความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาที่มีเริ่มการตอบโต้ทางการทหารเมื่อ 24 กรกฎาคม 2568 แนวคิดใหม่ ๆ อย่าง Delulu is the Solulu” ก็เป็นแนวคิดที่น่าสนใจที่สามารถนำมาใช้ในบริบทของปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operations) และสงครามจิตวิทยา (Psychological Warfare) ด้วย ก่อนที่จะไปดูกันว่า Delulu กับแนวคิดสงครามข่าวสารถูกใช้งานอย่างไร อยากจะชวนมาทำความรู้จักกับแนวคิด Delulu is the Solulu เพราะเชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่คุ้น หรือไม่เคยได้ยินแนวคิดนี้มาก่อน จริง ๆ แล้ว แนวคิด “Delulu is the Solulu” เป็นวลีแสลงที่ได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ในระยะหลัง โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ย่อมาจาก…

สนธิสัญญาเจนีวากับปฏิบัติการทางทหาร : หลักมนุษยธรรมท่ามกลางความขัดแย้ง

สงครามถือเป็นปรากฎการณ์ที่เลวร้ายที่สุดอย่างหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติการทางทหารในยามสงครามนั้น มักถูกมองว่าเป็นเรื่องของยุทธวิถีและอำนาจ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น แม้ในสถานการณ์ที่โหดร้ายในการทำสงคราม ยังคงมีหลักการและข้อตกลงที่มุ่งลดทอนความทุกข์ทรมาน เพื่อจำกัดความโหดร้ายและปกป้องมนุษยชาติ นั่นคือ “สนธิสัญญาเจนีวา” (Geneva Conventions) ซึ่งวางกรอบทางกฎหมายและมนุษยธรรมสำหรับการปฏิบัติการทางทหาร สนธิสัญญาเจนีวาคืออะไรและเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหารอย่างไร ? สนธิสัญญาเจนีวา (Geneva Conventions) คือ ชุดข้อตกลงระหว่างประเทศที่ตั้งขึ้นเพื่อวางรากฐานของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (International Humanitarian Law – IHL) หรือที่รู้จักกันในชื่อ กฎหมายว่าด้วยสงคราม (Law of War) จุดประสงค์หลักคือการจำกัดผลกระทบของสงคราม โดยเฉพาะการปกป้องบุคคลที่ไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรง เช่น พลเรือน บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่สิ้นสภาพการสู้รบ เช่น ผู้บาดเจ็บ เชลยศึก  สนธิสัญญาเจนีวาไม่ใช่ข้อเสนอแนะทางศีลธรรม แต่เป็น ข้อผูกพันทางกฎหมาย ที่ทุกประเทศที่ให้สัตยาบัน (ปัจจุบันเกือบทุกประเทศทั่วโลก) ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดในระหว่างการปฏิบัติการทางทหาร ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศหรือภายในประเทศ สนธิสัญญาเจนีวา มี 4 ฉบับที่ลงนามและปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 12 สิงหาคม 2492 และเป็นรากฐานของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศในปัจจุบัน ได้แก่…

สนธิสัญญาออตตาวา : ความหวังและการเผชิญหน้ากับความท้าทายในการห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล

สถานการณ์ชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชายังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย และสถานการณ์ยิ่งตึงเครียดเพิ่มขึ้นเมื่อห้วงกลางกรกฎาคม 2568 เกิดกรณีที่ทหารไทย 3 นายถูกระเบิด ขณะลาดตระเวนบริเวณสามเหลี่ยมมรกต อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อ 16 กรกฎาคม 2568 ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ  (Thailand Mine Action Center-TMAC) และกองทัพบกของไทย ยืนยันว่าทุ่นระเบิดที่พบเป็นชนิด PMN-2 ซึ่งเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ผลิตในรัสเซีย และยืนยันว่าไม่ใช่ทุ่นระเบิดของกองทัพไทย และชี้ว่าเป็นการวางใหม่ โดยมีเจตนาเพื่อสังหารบุคคล ซึ่งเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทยและสนธิสัญญาออตตาวา ขณะที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชายืนยันว่า บริเวณที่ทหารไทยลาดตระเวนอยู่ภายในอธิปไตยกัมพูชาและมีระเบิดตกค้างจากสมัยสงครามจำนวนมาก อย่างไรก็ดี ข้อเท็จจริงของเหตุระเบิดยังต้องสืบสวนกันต่อไป แต่วันนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับสนธิสัญญาออตตาวาที่ทั้งสองประเทศกล่าวอ้างถึงกัน สนธิสัญญาออตตาวา (Ottawa Treaty) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ อนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอน และการทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ค.ศ. 1997 (Convention on the Prohibition of the Use, Stockpiling, Production and Transfer of Anti-Personnel…

ภัยคุกคามไซเบอร์ในยุคดิจิทัล: ความมั่นคงของประเทศไทยภายใต้ความเสี่ยงใหม่

การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็วของประเทศไทย ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต การผลักดันนโยบาย Digital Government และการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานออนไลน์อย่างมหาศาล ในปี 2568 มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 65.4 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 91.2 ของประชากรทั้งหมด ได้นำมาซึ่งความท้าทายใหม่ด้านความมั่นคงไซเบอร์ ระบบข้อมูลที่สำคัญจำนวนมากของภาครัฐและเอกชนถูกจัดเก็บและบริหารในรูปแบบดิจิทัล ทำให้กลายเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้น ข้อมูลจาก Kaspersky ซึ่งเป็นบริษัทระดับโลกด้านความมั่นคงไซเบอร์ที่พัฒนาและจำหน่ายซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส, การจัดการรหัสผ่าน, ระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์ปลายทาง และโซลูชันเชิงองค์กรอื่น ๆ ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไปจนถึงภาคธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานที่มีความเสี่ยงสูง ระบุว่า ไทยมีอัตราการโจมตีทางไซเบอร์สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึงร้อยละ70 และพบภัยคุกคามบนเว็บมากกว่า 10 ล้านรายการในหนึ่งปี สะท้อนให้เห็นถึงระดับความรุนแรงที่โลกไซเบอร์ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมรภูมิความมั่นคงอย่างแท้จริง ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่สำคัญมีหลากหลายรูปแบบ เช่น มัลแวร์ (Malware) เป็นหนึ่งในภัยหลักที่ออกแบบมาเพื่อขโมยหรือทำลายข้อมูล ประกอบด้วยไวรัส เวิร์ม โทรจัน และสปายแวร์ ซึ่งสามารถแพร่กระจายและเข้าควบคุมระบบโดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว แรนซัมแวร์ (Ransomware) เป็นภัยคุกคามที่รุนแรง โดยมักใช้การโจมตีผ่านอีเมลหรือไฟล์แนบเพื่อเข้ารหัสข้อมูลเหยื่อและเรียกค่าไถ่ เช่นเดียวกับฟิชชิ่ง (Phishing) ซึ่งใช้การหลอกลวงผ่านเว็บไซต์หรืออีเมลปลอมเพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคล การพัฒนาของภัยเหล่านี้ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรต่าง ๆ ต้องตื่นตัวและวางมาตรการป้องกันอยู่เสมอ การโจมตีทางไซเบอร์ไม่เพียงเกิดจากเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ยังมีมนุษย์เป็นช่องโหว่หลัก โดยเฉพาะการขาดความรู้และทักษะที่จำเป็น จากการทดลองการโจมตีแบบฟิชชิ่งในกลุ่มพนักงานหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานในไทย…

กลไกทางสังคมที่ช่วยแก้ไขและยับยั้งความรุนแรงจากกระแส Islamophobia

ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหนึ่งในประเด็นภัยความมั่นคงที่สำคัญอย่างมากหรืออาจพูดได้ว่ามากที่สุดหากมองในแง่มุมความเป็นอธิปไตยของประเทศ โดยความไม่สงบที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในมุมมองของผู้เขียน คือสถานการณ์ความขัดแย้งที่แสดงออกผ่านทางการใช้ความรุนแรงในจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ จะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี ซึ่งประชาชนในพื้นที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ แต่ร้อยละ 80 ของประชากร เป็นคนไทยมุสลิมเชื้อสายมลายู ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเมื่อ 4 พฤษภาคม 2568 เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนอายุ 18 ปี ขึ้นไป รวมทั้งสิ้น 1,100 คน เกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 33.45 ระบุว่า สถานการณ์แย่เหมือนเดิม รองลงมา ร้อยละ 20.36 ระบุว่า สถานการณ์ดีเหมือนเดิม ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังมีมุมมองว่าสถานการณ์ยังเป็นความท้าทายของประเทศ เหตุการณ์เหล่านั้นที่เกิดในพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมไทยบางส่วนเกิดความรู้สึกความกลัวต่อชาวมุสลิม หรือ Islamophobia ซึ่งบทความนี้จะชวนขบคิดในเรื่องนี้ จากรายงานการพิจารณาการศึกษา เรื่อง สถานการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และแนวทางแก้ไขเชิงรุก โดยคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ปี 2553 ระบุว่า…