สะพาน กับมายาคติของมิตรภาพ

ทันทีที่รถโดยสารระหว่างประเทศเส้นทางนครพนม-ท่าแขกวิ่งผ่านจุดกึ่งกลางของสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 มนุษย์ทั้งคันรถก็หลุดพ้นจากเขตอธิปไตยของไทยเข้าสู่ดินแดนลาว ฟังดูเหมือนว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ เพียงแค่ล้อรถเคลื่อน แต่เปล่าเลย นอกจากเราจะประดิษฐ์สิ่งที่เรียกว่าเส้นเขตแดนมาแบ่งกั้นฝักฝ่าย ยังมีพิธีกรรมอีกมากมายเพื่อเสริมสร้างความศักดิ์สิทธิ์ให้กับประดิษฐกรรมนี้

soft power ของไทย ไปให้ไกล … และไปให้ถึง ….

อำนาจละมุน หรืออำนาจอ่อน ไม่คุ้นเลย แต่หากเป็น soft power ก็ต้องร้องอ๋อกันทีเดียว เพราะไทยเรามีหลายอย่างที่จะใช้ได้ แต่จะทำอย่างไรที่ทำให้ soft power ของไทย ไปให้ไกล … และไปให้ถึง …. ไม่ยาก แต่ก็คงไม่ง่าย…. ใครว่า soft power เป็นเรื่องใหม่ และรัฐบาลไม่สนใจ แต่เท่าที่เห็น..ก็ดูสนใจนะ เพียงยังไม่เร่งเครื่องดูได้จากที่ไทยมีทั้งกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงวัฒนธรรมที่เป็นหน่วยงานหลักส่งเสริม soft power ของไทย ซึ่งเป้าหมายที่จะออกแรงส่งเสริมจากที่อ่าน ๆ มาก็มี 5 F ได้แก่ 1) อาหาร (Food) 2) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) 3) การออกแบบแฟชั่นไทย (Fashion) 4) ศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย (Fighting) และ 5) เทศกาลประเพณีไทย (Festival) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ก็ตั้งเป้าหมายผลักดันการส่งออกใน 4 กลุ่มสินค้าเกี่ยวข้อง ได้แก่…

สวีเดนและฟินแลนด์จะเข้าร่วมนาโต้ได้หรือไม่ : บทบาทของตุรกีในสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ขณะที่สงครามรัสเซีย-ยูเครนกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุดลงในเร็ววัน ประเทศโลกตะวันตกก็ผนึกกำลังกันอย่างเข้มแข็งในการต่อต้านการกระทำของรัสเซีย อีกทั้งประเทศที่เคยเป็นกลางอย่างสวีเดนและฟินแลนด์ยังได้ประกาศสมัครเข้าร่วมนาโต้อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งถือเป็นข่าวดีของกลุ่มประเทศตะวันตก อย่างไรก็ดี ภาพข่าวดีดังกล่าวกำลังเผชิญกับความท้าทายจากประเทศสมาชิกนาโต้ด้วยกัน นั่นคือประเทศตุรกี นับตั้งแต่ที่รัสเซียเริ่มปฏิบัติการทางทหารต่อยูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 กลุ่มประเทศตะวันตกนำโดยนาโต้และอียูได้ร่วมกันตอบโต้รัสเซียอย่างแข็งขัน ทั้งในรูปแบบของการให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธแก่ยูเครน การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย หรือการประณามบทบาทของรัสเซียในเวทีการทูต เป็นต้น สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนในครั้งนี้ส่งผลให้สวีเดนและฟินแลนด์ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมนาโต้พร้อมกัน อย่างไรก็ตาม ตุรกีประกาศอย่างชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการให้สวีเดนและฟินแลนด์เข้าร่วมนาโต้ เนื่องจากมองว่าทั้งสองประเทศให้การสนับสนุนกลุ่ม Kurdistan Workers’ Party (PKK) ซึ่งตุรกีมองว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายและเป็นปัญหาความมั่นคงที่สำคัญของตุรกี และไม่เห็นด้วยกับนโยบายของทั้งสองประเทศที่ระงับการส่งออกอาวุธให้ตุรกีตั้งแต่ปี 2562 ประเด็นปัญหาหลักอยู่ที่กลไกการรับประเทศเข้าเป็นสมาชิกของนาโต้ เพราะหากประเทศใดสมัครเข้าเป็นสมาชิกได้นั้น จะต้องได้รับการยินยอมจากประเทศสมาชิกทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 30 ประเทศ รวมถึงตุรกี สำหรับกลุ่ม PKK นั้น เป็นกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองของชาวเคิร์ด โดยถูกจัดเป็นกลุ่มก่อการร้ายในหลายประเทศ ทั้งตุรกี สหรัฐฯ อียู อังกฤษ แคนาดา รวมถึงออสเตรเลีย ทั้งนี้ สวีเดนให้ที่พักพิงกับผู้อพยพชาวเคิร์ดจำนวนมากในประเทศ ซึ่งคาดว่ามีประมาณ 100,000 คน โดยสวีเดนมองว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม PKK อย่างไรก็ตาม ตุรกียืนยันว่ามีชาวเคิร์ดที่เป็นผู้ก่อการร้ายแฝงตัวอยู่ในสวีเดนและฟินแลนด์ และเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศส่งกลุ่มคนดังกล่าวกลับมาที่ตุรกี รวมถึงเรียกร้องให้หยุดการสนับสนุนกลุ่ม…

ชวนมองสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ตอนที่ 2 : นี่หรือ…เสรีนิยม

ในตอนที่ 2 จะชวนทุกคนมามองสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ผ่านแว่นตาของทฤษฎีกระแสหลักทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อย่างทฤษฎีเสรีนิยม (Liberalism) ซึ่งเป็นทฤษฎีที่เป็นที่มักนำมาอธิบายปรากฎการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 21 โดยมีคำอธิบายของตัวบททฤษฎีที่เป็น “ขั้วตรงข้าม” กับทฤษฎีสัจนิยมเชิงรุกรานในบทความตอนที่ 1 อย่างสิ้นเชิง และทฤษฎีเสรีนิยมมีสหรัฐฯ เป็นผู้นำทางความคิด การปฏิบัติ และเผยแพร่แนวความคิดไปสู่ประชาคมโลก ทฤษฎีเสรีนิยม ให้ความสำคัญกับหลักการพึ่งพาระหว่างรัฐ (interdependence) โดยเชื่อว่า “รัฐ” ไม่สามารถอยู่โดดเดี่ยวในโลกได้ จำเป็นที่จะต้องมี “ความร่วมมือ” ระหว่างรัฐเพื่อความอยู่รอด แม้ว่าแต่ละรัฐจะมีผลประโยชน์แห่งชาติที่ต่างกัน แต่ก็สามารถมาร่วมมือกันได้ด้วยหลักการผลประโยชน์ร่วม (harmony of interests) และแต่ละรัฐจะเห็นความสำคัญของความมั่นคงร่วมกัน ทำให้เมื่อรัฐใดรัฐหนึ่งมีท่าทีว่าจะเป็นภัยต่อความมั่นคง เข้าทำนองที่ว่า “มีศัตรูร่วมกัน” รัฐต่าง ๆ ก็จะร่วมมือกันตอบโต้รัฐที่เป็นภัยคุกคามนั้นทันที และรัฐที่เป็นประชาธิปไตยมักใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจเป็น “อาวุธ” จัดการกับรัฐที่เป็นเผด็จการหรือรัฐที่เป็นภัยคุกคาม ความร่วมมือระหว่างประเทศ จึงจะมีเครื่องมือทางการทูตเป็นตัวกลางในการประสานความร่วมมือ และอาศัยองค์การระหว่างประเทศเป็นเวทีกลางในการปรึกษาหารือ ทำให้องค์การระหว่างประเทศมีความสำคัญและเป็นพื้นที่ที่คอยสอดส่องดูแลพฤติกรรมของรัฐต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างกันอย่างเคร่งครัด สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน เป็นหนึ่งสถานการณ์ที่ทำให้เราเห็น “ตัวแบบ” ของชุดความเชื่อแบบ “เสรีนิยม” ที่มีสหรัฐฯ…

ชวนมองสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ตอนที่ 1 : ผ่านแว่นตาของทฤษฎีสัจนิยมเชิงรุกราน (Offensive Realism)

สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ได้รับความสนใจและวิเคราะห์ออกมาหลากหลายรูปแบบ ในบทความนี้อยากจะชวนทุกคนมามองสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ผ่านแว่นตาของทฤษฎีทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ “ทฤษฎีสัจนิยมเชิงรุกราน (Offensive Realism)” ของ John J. Mearsheimer ซึ่งเป็นทฤษฎีที่มองระบบโลกแบบอนาธิปไตย (anarchy) คือ สภาวะที่ปราศจากศูนย์กลางอำนาจในการปกครองดูแลระบบโลกทำให้สามารถนำไปสู่ความขัดแย้งหรือความร่วมมือกันระหว่างประเทศได้ ในระบบโลกแบบนี้ รัฐต่าง ๆ ต้องแสวงหาอำนาจให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “แสนยานุภาพทางทหาร” เพื่อที่จะป้องกันการรุกรานและการโจมตีจากรัฐอื่นและเชื่อในระบบสองขั้วอำนาจ ร้อยวันผ่านไป หากมองสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ผ่านแว่นตาของทฤษฎีนี้ จะเห็นได้ว่าการที่รัสเซีย บุกยูเครนและยังคงใช้กำลังทหารรุกรานอย่างต่อเนื่อง สื่อให้เห็นถึงระบบโลกแบบอนาธิปไตย ที่แม้แต่องค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) ซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่แก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ ยังไม่สามารถเป็นตัวกลางในการแก้ไขปัญหานี้ได้ และเมื่อเมษายนที่ผ่านมา สำนักข่าว BBC รายงานว่า เลขาธิการ UN ยอมรับว่า UN ไร้ความสามารถในการป้องกันและยุติสงครามในยูเครน ถือเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council – UNSC) รวมทั้งบทบาทของหน่วยงานยุติธรรมระหว่างประเทศก็เผชิญความท้าทายในการยับยั้งการรุกรานของรัสเซีย เช่น ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International…

คำถามต่อระบบการเงินกระจายศูนย์ ในวันที่ตลาดคริปโตฯ ถล่ม

จริงอยู่ที่ว่าการลงทุนรูปแบบดังเดิมอย่างตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงปรับลดลงอย่างหนัก แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตลาดคริปโตเคอเรนซีนั้นหนักกว่ากันมาก ราคา Bitcoin (BTC) ที่เคยดีดขึ้นไปสูงสุดที่เหรียญละ 69,044 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ใช้เวลาเพียง 7 เดือนเท่านั้นในการปรับลดลงมาเหลือเพียงเหรียญละ 21,084 ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน (17 มิถุนายน 2565) หรือมูลค่าลดลงเกือบร้อยละ 70 เลยทีเดียว พูดอีกอย่างหนึ่งคือถ้ามีใครใช้เงินเก็บทั้งหมดซื้อ Bitcoin ไว้เมื่อ 7 เดือนที่แล้ว ถ้าตัดสินใจขายไปตอนนี้ก็จะเหลือเงินไม่ถึง 1 ใน 3 !!! การเสื่อมมูลค่าลงฮวบ ๆ ในเวลาสั้น ๆ สะท้อนธรรมชาติการเป็นสินทรัพย์เสี่ยงและผันผวนสูงของคริปโตเคอเรนซี ซึ่งเอาเข้าจริงก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนเริ่มจะคุ้นเคยจนไม่ได้ตื่นเต้นกับปรากฏการณ์นี้เท่าไหร่นัก เพราะที่ผ่านมา Bitcoin ก็ปรับตัวขึ้นลงวูบวาบเป็นวงจรมาแล้ว 2 รอบใหญ่ ๆ และนักลงทุนที่เชื่อมั่นใน Bitcoin ก็มั่นใจว่าเดี๋ยวตลาดหมีและฤดูหนาวคริปโตฯ (crypto winter หรือช่วงภาวะที่ตลาดคริปโตเคอเรนซีซบเซาต่อเนื่องยาวนาน) ก็จะผ่านพ้นไป แล้ว Bitcoin ก็จะพุ่งขึ้นไปทำราคาสูงสุด (new high) อีกครั้ง…

อนาคตทางรอดของความมั่นคงทางอาหารโลก กับการปลูกพืชในอาคาร

  การปลูกพืชในอาคาร หรือการปลูกพืชในห้องแลป กำลังเป็นที่สนใจและถือว่าเป็นทางรอดของแหล่งอาหารในอนาคต ในขณะที่สภาพแวดล้อมทั่วโลกเสื่อมโทรมลงเรื่อย ๆ ทั้งการขาดแคลนน้ำและปัญหาน้ำมีสารปนเปื้อน ดินเสื่อมโทรมปราศจากความอุดมสมบูรณ์ อากาศเต็มไปด้วยฝุ่นเจือปน ส่งผลกระทบต่อการปลูกพืชโดยธรรมชาติ โดยปกติเกษตรกรจะต้องหาพื้นที่ใหม่ๆ ในการเปิดหน้าดินเพื่อทำการเพาะปลูก แต่เมื่อพื้นที่กำลังลดลงไปเหลือแต่พื้นที่เสื่อมโทรม นักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นการปลูกพืชในสภาพแวดล้อมปิดที่สามารถควบคุมแร่ธาตุอาหาร แสง และน้ำได้อย่างเหมาะสม เป็นการปลูกพืชในอาคารแบบซ้อนชั้น ที่จะช่วยลดปัญหาการขยายพื้นที่เพาะปลูกในแนวราบได้อีกด้วย การเพาะปลูกทั่วไป จะใช้น้ำในปริมาณมากกว่าที่ต้นไม้ต้องการ และสูญเสียไประหว่างการเพาะปลูก 10-50% เกษตรกรจึงต้องการใส่ปุ๋ยบำรุงดินในปริมาณมาก รวมถึงการหว่านเมล็ดพันธุ์เผื่อ เพื่อหวังผลเมล็ดที่จะโตและแข็งแรงพอที่จะให้ผลผลิตในปริมาณที่เพียงพอต่อไป แต่การเพาะปลูกในอาคาร จะมีขั้นตอนที่แตกต่างออกไป โดยมีการคัดแยกเมล็ดก่อนการเพาะปลูก ให้แร่ธาตุอาหารผ่านน้ำที่นำไปเลี้ยงพืช ด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์ ตลอดจนให้แสงเฉพาะสีที่พืชต้องการ ได้แก่ แสงสีแดง แสงสีเขียว และแสงสีน้ำเงิน ต่างจากแสงอาทิตย์ที่เป็นแสงขาวรวมทุกสี นอกจากนี้ยังสามารถให้แสงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไร้กลางคืนทำให้พืชมีอัตราการเติบโตเร็วกว่าการปลูกพืชแบบทั่วไป และเมื่อภูมิอากาศหรือภูมิประเทศไม่ได้มีปัจจัยต่อการเพาะปลูก นั่นหมายความว่า… เกษตรกรจะสามารถปลูกพืชชนิดใดก็ได้ทั่วโลก เพิ่มความหลากหลายของอาหาร ลดการนำเข้า และสร้างโอกาสให้กับการเข้าถึงพืชผักที่มีประโยชน์สูง เช่น ผักเคล (Kale) แอปเปิ้ล ผักคะน้าฝรั่ง (Collard Greens) ผักแรดิชชิโอ อย่างไรก็ตาม…

2 วิธีฝ่าแล้ง : เก็บน้ำและคลุมดิน

ขณะที่กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง แสงแดดที่แผดเผาหน้าดินแห้งผากแตกระแหง น้ำในคลองในหนองแห้งลงจนเกษตรกรในหลายพื้นที่มีความกังวลว่าจะมีน้ำเพียงพอต่อการทำการเกษตรในช่วงหน้าแล้งนี้ไหม โดยเฉพาะการทำนาที่กำลังจะต้องเร่งทำในช่วงเดือนพฤษภาคม (นาปี) แม้จะมีระบบชลประทาน แต่พื้นที่เกษตรอีก 80% ที่อยู่นอกระบบชลประทาน ยังคงต้องพึ่งน้ำฝนหรือน้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติอยู่ดี จากปลายฝนเดือนตุลาคม ถือเป็นแหล่งน้ำมวลสุดท้ายก่อนที่จะกลับเข้าสู่ฤดูหนาวและต่อด้วยฤดูร้อนอันยาวนาน 6 -8 เดือน การเก็บน้ำจากแหล่งน้ำฝนนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง แต่เกษตรกรจะกลัวการเสียพื้นที่เพาะปลูกเพื่อขุดบ่อเก็บน้ำ เพราะทำผลผลิตลดลงตามไปด้วย รายได้ก็ลดลง ต้นทุนในการขุดหนองน้ำก็เป็นถือเป็นปัจจัยสำคัญ รวมถึงสภาพดินและตำแหน่งที่ตั้งบ่อน้ำที่ต้องเอื้อต่อการเก็บน้ำด้วย มิฉะนั้นบ่อน้ำที่ขุดไปก็อาจจะกลายเป็นบ่อลม เสมือนภาชนะว่างเปล่าที่ไม่มีน้ำมาเติมเต็ม เมื่อการเติมเต็มน้ำในบ่อไม่สามารถอาศัยแค่น้ำฝนเพียงอย่างเดียว เกษตรกรจึงต้องใช้วิธีการรวบรวมน้ำจากที่ราบทั้งหมดมาลงหนองน้ำ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะควบคุมทิศทางการไหลของน้ำได้ ดังนั้น เมื่อพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ฝนตกลงเป็นที่ราบหรือผืนดินที่ไม่สามารถกักน้ำไว้ได้เหมือนหนองน้ำ เราจึงต้องเก็บน้ำเหล่านั้นให้ได้ ด้วยการ “ซับน้ำไว้ในดิน” ดินมีศักยภาพในการดูดซับน้ำไว้ในดินอยู่แล้ว จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพของดิน คือ ดินเหนียว ดินร่วม และดินทราย มีความสามารถในการซับน้ำมาก-น้อยตามลำดับ แต่เกษตรกรสามารถเสริมความสามารถในการซับด้วยการปลูกต้นไม้ เราทราบดีกันอยู่แล้วว่า “พื้นที่ป่า” สามารถซับน้ำได้เยอะกว่าพื้นที่โล่งกว้าง โดยเฉพาะป่าที่มีต้นไม้ใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ จนเป็นแหล่งต้นน้ำที่มีน้ำผุดออกจากตาน้ำอย่างสม่ำเสมอ นั่นเพราะระบบรากไม้ที่แทรกอยู่ในดินที่ทำให้น้ำสามารถไหลลงไปใต้ดินตามระบบรากไม้เหล่านี้ ก็จะเก็บน้ำได้มากขึ้น กล่าวคือ เมื่อต้นไม้สูงเท่าไหร่ รากจะลึกลงไปในดินเท่านั้น น้ำก็จะลงไปใต้ดินมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีระบบรากไม้หลายชั้น มีต้นไม้ตั้งแต่ระดับเตี้ยจนไปถึงสูงซ้อนกัน ก็จะมีรากที่ซับน้ำตั้งแต่ผิวดินส่งต่อไปถึงระดับดินที่ลึกลงไปได้ และต้นไม้ก็จะนำน้ำใต้ดินนั้นมาใช้ได้ตลอดทั้งปี ในลักษณะของป่าไม้ไม่ผลัดใบ…

มุ่งสู่อนาคต : เมื่อ “ระยะทาง” ไม่มีความหมายอีกต่อไปเมื่อมี “การเคลื่อนย้ายอนุภาค”

โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากการสื่อสารทางเดียวด้วยจดหมาย…..พัฒนาไปเป็นการตอบโต้กันอย่างรวดเร็ว (real time) ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต จนในที่สุด….เรากำลังจะก้าวเข้าสู่โลกเสมือน (metaverse) ราวกับว่าเรื่องราวในนวนิยายวิทยาศาสตร์กำลังเข้าใกล้ความเป็นจริงขึ้นทุกที!! การเปลี่ยนแปลงที่กระทบทุกวงการไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารไร้พรมแดนผ่านอินเทอร์เน็ต คริปโตเคอเรนซีที่เขย่าความมั่นคงของวงการการเงิน หรือแม้กระทั้งปฎิกิริยาฟิวชันกับพลังงาน และในอนาคต สิ่งที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุดอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ “การเปลี่ยนแปลงทางด้านคมนาคม” “คมนาคม” คือ การขนส่งวัตถุดิบ สินค้าและทรัพยากรจากแหล่งหนึ่งไปยังอีกแหล่งหนึ่งที่มีความต้องการ เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการมาเนิ่นนานตั้งแต่อดีต ตั้งแต่การอพยพย้ายถิ่นฐานเพื่อหาถิ่นที่อยู่ การเดินทางสำรวจทวีปใหม่ ๆ ด้วยเรือสำเภา และการส่งสินค้าผ่านเครื่องบิน ส่วนในโลกไร้พรมแดนปัจจุบัน ธุรกิจการขนส่งสินค้าเติบโตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่มูลค่าจากการขนส่งเพิ่มขึ้นกว่า 20% อย่างต่อเนื่อง รูปแบบการคมนาคมจึงได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงในปัจจุบันที่ “ไฮเปอร์ลูป” สามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 1,235 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่ก็ยังเป็นการขนส่งด้วยพาหนะด้วยความเร็วสูงขึ้นเท่านั้น ไม่แตกต่างไปจากการส่งจดหมายหรือข้อความในอดีต แต่สิ่งที่จะพลิกหน้าการคมนาคมขนส่งในอนาคตได้มากที่สุด นั่นคือ “การเคลื่อนย้ายอนุภาค” เมื่อข้อมูลในจดหมายถูกแปลงเป็นรหัส และส่งผ่านคลื่นไปยังคอมพิวเตอร์แสดงผลบนหน้าจอมือถือให้ผู้รับอ่านอย่างง่ายดาย นั่นทำให้เกิดข้อมูลถูกคัดลอกจากที่หนึ่งไปสร้างไว้อีกที่หนึ่ง เป็นการสร้างไฟล์ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ …แนวคิดการสื่อสารดังกล่าวอาจนำมาใช้พัฒนาการขนส่งสินค้าได้เช่นกัน !! โดยปกติ สินค้าขนาดใหญ่จะขนส่งง่ายขึ้นเมื่อถูกแยกส่วนประกอบเป็นชิ้นเล็ก ๆ หลายชิ้น…

ความนิยมสร้าง Meme เพื่อเป็นสื่อทางความคิดในยุค Social Media รุ่งเรือง

หลักจากถูกเลื่อนฉายเพราะวิกฤต Covid-19 มาเกือบ 1 ปี “Jurassic World Dominion” ที่เป็นภาพยนตร์ปิดท้ายของไตรภาค “Jurassic World” ก็ได้เข้าฉายเมื่อ 8 มิถุนายน 2565 เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจักรวาลไดโนเสาร์ที่ถูกสานต่อจาก “Jurassic Park” ไตรภาคแรกที่เริ่มต้นโดยฝีมือของ Steven Spielberg ถือว่าเป็นแฟรนไชส์ระดับตำนานอีกเรื่องของ Hollywood ที่อยู่คู่กับโลกภาพยนตร์มาช้านาน เต็มไปด้วยซีนที่น่าจดจำและน่าประทับใจมากมาย อาทิเช่น ฉากที่ตัวเอกอย่าง Dr. Alan Grant