อิสราเอลจับตัวแรงงานไทยที่เข้าไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย

Asian News International (ANI) รายงานกรณี จนท.ตม.อิสราเอลเข้าจับกุมแรงงานไทยในภาคการเกษตรจำนวน 18 ราย ที่เมืองแห่งหนึ่งในภูมิภาค Sharon ในข้อหาวีซ่าทำงานไม่ถูกต้อง  กลุ่มคนไทยดังกล่าวได้ถูกนำตัวไปยังสถานกักตัวคนต่างด้าวเพื่อสอบสวนและเตรียมส่งตัวกลับประเทศไทยต่อไป

Makita เตรียมย้ายฐานการผลิตจากจีนมาไทยและโรมาเนีย

สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า Makita บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าของญี่ปุ่นจะย้ายสายการผลิตสินค้าสำหรับส่งออกไปยังสหรัฐฯ จากเดิมผลิตอยู่ในจีนร้อยละ 60 ไปยังไทยและโรมาเนีย เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ บริษัทคาดว่าสัดส่วนการผลิตในไทยจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30 ภายใน มี.ค.69 และบริษัทจะไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการย้ายสายการผลิตออกจากจีนมากนัก เนื่องจากฐานการผลิตของ Makita ในประเทศอื่น ๆ ใช้เครื่องมือที่คล้ายคลึงกันอยู่แล้ว

 ไทย-กัมพูชาเริ่มถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน

Reuters รายงานอ้างการเปิดเผยของโฆษก นร. และโฆษก กห. ของไทย ว่าขณะนี้ไทยและกัมพูชาเริ่มถอนอาวุธหนักและปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนที่เป็นข้อพิพาทแล้ว โดยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการลดความตึงเครียด หลังจากทั้งสองฝ่ายลงนามข้อตกลงขยายการหยุดยิงที่มาเลเซีย เมื่อ 26 ต.ค. 68 ซึ่งมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ร่วมเป็นสักขีพยาน ทั้งสองฝ่ายยังยกระดับความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ข้ามชาติ และเร่งดำเนินการปักปันเขตแดนร่วมกันในพื้นที่ที่มีข้อพิพาท แต่ไทยจะไม่ปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ที่ถูกควบคุมตัวไว้ หรือเปิดด่านชายแดน จนกว่าจะประเมินแล้วว่ากัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลง

จอร์เจียปล่อยตัวชาวสหราชอาณาจักรลักลอบขนกัญชาจากไทย

สำนักข่าว Reuters BBC และ The Guardian รายงานกรณี น.ส.Bella Culley ชาวสหราชอาณาจักร อายุ 19 ปี ที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ และถูกจำคุกในจอร์เจียฐานลักลอบขนกัญชาจากไทยเข้าประเทศ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำหลังจากทำข้อตกลงรับสารภาพในข้อหาค้ายาเสพติด โดย น.ส.Culley ถูกจับกุมที่สนามบินทบิลิซี เมื่อ 10 พ.ค. 68 พร้อมกัญชา 14 กิโลกรัมในกระเป๋าเดินทาง ซึ่งในตอนแรกอ้างว่าถูกทรมานในไทยและถูกบังคับให้ขนยาเสพติด  ศาลจอร์เจียตัดสินโทษจำคุก 5 เดือน 25 วัน และปรับเงิน 137,000 ปอนด์ (ประมาณ 5.89 ล้านบาท)

ไทยทำโครงการแก้ปัญหาหนี้เสียเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้

Bloomberg รายงานอ้างการเปิดเผยของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รอง นรม./รมว.กค. เกี่ยวกับการจัดทำโครงการแก้ไขปัญหาหนี้เสียผ่านกลไกการซื้อหนี้รายย่อยของบริษัทบริหารสินทรัพย์ มูลค่าประมาณ 60,000 ล้านบาท ว่า จะช่วยเหลือลูกหนี้ได้ประมาณ 2 ล้านคน นับเป็นโครงการริเริ่มสำคัญภายใต้การนำของ นรม.อนุทิน ชาญวีรกุลและนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยที่อยู่ในระดับสูงที่สุดในเอเชีย ตอ.ต.  จากที่การารระบาดของ COVID-19 ทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ส่งผลกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ไทยและสิงคโปร์ส่งออกพลังงานไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือมาเลเซีย

Bernama และ Malay Mail รายงานอ้าง Datuk Seri Fadillah Yusof รอง นรม.และ รมว.เปลี่ยนผ่านพลังงานและทรัพยากรน้ำของมาเลเซีย เปิดเผยว่า ไทยและสิงคโปร์ได้ส่งออกพลังงานไฟฟ้ารวม 800 เมกะวัตต์ ให้แก่มาเลเซียช่วงที่มาเลเซียเผชิญกับเหตุไฟดับเป็นวงกว้างใน 15 ต.ค.68 และสถานการณ์ดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกรอบความร่วมมือเพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid-APG) ในภาวะวิกฤต ทั้งนี้ รัฐบาลมาเลเซียเห็นชอบหลักการเรื่องการใช้พลังงานนิวเคลียร์เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตไฟฟ้าของประเทศ และเตรียมเริ่มดำเนินโครงการ Large Scale Solar 6 ภายในต้นปี 2569 เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของมาเลเซียด้วย

ข้อตกลงสันติภาพไทย-กัมพูชาอาจไม่ยั่งยืน

SCMP รายงานความเห็นของนักวิเคราะห์ต่อข้อตกลงสันติภาพไทย–กัมพูชา มองว่าข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยลดความรุนแรงของสถานการณ์เพียงชั่วคราว แต่ยังไม่ใช่ทางออกระยะยาว เนื่องจากยังไม่ได้แก้ไขสาเหตุหลักจากความเห็นที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับแผนที่ที่ใช้ปักปันเขตแดน และแนวทางการแก้ไขข้อพิพาท ซึ่งไทยต้องการเจรจาทวิภาคี ขณะที่กัมพูชาต้องการแก้ไขผ่านศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) นอกจากนี้ ข้อตกลงยังไม่ใช่สนธิสัญญาทางกฎหมายที่มีข้อกำหนดในการบังคับใช้ หรือผลที่ตามมาหากมีการละเมิด ซึ่งอาจยากที่จะรักษาข้อตกลงไว้ได้ เมื่อพิจารณาจากการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่เคยเกิดขึ้น และความตึงเครียดอาจปะทุขึ้นอีกจากกระแสชาตินิยมในทั้งสองประเทศ พร้อมเสนอให้ขยายคณะผู้สังเกตการณ์ให้มีทหารเข้าร่วมมากขึ้น เพื่อติดตามสถานการณ์และบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิง นักวิเคราะห์ยังตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของจีนที่ลดลง ทั้งที่จีนพยายามขยายอิทธิพลในภูมิภาค และสะท้อนว่าสหรัฐฯ ยังคงมีบทบาทสำคัญในอาเซียน

การที่จีนลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในไทยก่อให้เกิดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและสังคม

  Nikkei Asia เผยแพร่บทความเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทยที่ปัจจุบันเงินทุนจากจีนกำลังครองตลาด ทั้งการเข้ามาซื้อคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะที่กรุงเทพฯ และ จ.เชียงใหม่ รวมถึงการเข้ามาดำเนินกิจการร้านค้า และร้านอาหาร จนบางพื้นที่เกิดเป็นไชน่าทาวน์แห่งใหม่ โดยมีการใช้นอมินีในการถือครองทรัพย์สิน ซึ่งยังเป็นช่องโหว่ที่ยากต่อการตรวจสอบและควบคุม ขณะที่กิจการที่ดำเนินการโดยชาวจีนมีการจ้างงานคนท้องถิ่นและกระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจให้ไทยเพียงเล็กน้อย จึงสร้างความกังวลถึงผลกระทบต่อทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นการบิดเบือนโครงสร้างอสังหาริมทรัพย์ของไทย เสี่ยงทำให้เกิดปัญหาการเก็งกำไร ซึ่งผลักดันให้ราคาอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น ไทยต้องกำหนดกฎระเบียบการถือครองทรัพย์สินของชาวต่างชาติ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

กัมพูชาเรียกร้องความช่วยเหลือทำความสะอาดสารเคมีที่อ้างว่าไทยใช้ในการสู้รบ

Khmers Times รายงานกรณีหน่วยงานห้ามอาวุธเคมี นิวเคลียร์ ชีวภาพ และรังสีของกัมพูชา (NACW) เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนเงินทุนในการทำลายสารอันตรายจากการปะทะชายแดนกัมพูชา-ไทย โดยอ้างว่าไทยยอมรับว่ามีการใช้สารเคมี รวมถึงกระสุนฟอสฟอรัสขาวในระหว่างการสู้รบ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลอย่างร้ายแรงจากหน่วยงานด้านมนุษยธรรมและสิ่งแวดล้อม  พล.อ. Phorn Nara เลขาธิการ NACW ระบุว่า ได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญไปเก็บตัวอย่างจากพื้นที่ต้องสงสัยว่ามีการปนเปื้อนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบมีสารเคมีมากกว่า 70 ชนิด ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในระยะกลางและระยะยาวต่อผู้คน สัตว์ และระบบนิเวศ ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและงบประมาณในการจัดการ โดยเรียกร้องให้พันธมิตรด้านการพัฒนาพิจารณานำเรื่องการทำความสะอาดสารเคมีและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ในโครงการด้านมนุษยธรรมและการฟื้นฟูที่มีอยู่

อสังหาริมทรัพย์ไทยบางส่วนยังเติบโตได้แม้เผชิญความท้าทายหลายด้าน

SCMP เผยแพร่บทความของนาย Nicholas Spiro หุ้นส่วนบริษัท Lauressa Advisory ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ในสหราชอาณาจักร เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ไทยที่บางภาคส่วนสามารถเติบโตได้ท่ามกลางวิกฤตหลายด้านที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ทั้งมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงเนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัย เงินบาทแข็งค่ากระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว เหตุการณ์อาคารถล่มจากแผ่นดินไหวในเมียนมา ตลอดจนความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบาย รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ซึ่งเป็นบททดสอบที่รุนแรงสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ขณะเดียวกันได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยในภาคธุรกิจสำนักงาน เหตุการณ์แผ่นดินไหวส่งผลให้เกิดแนวโน้มการย้ายไปยังอาคารที่มีคุณภาพ และยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างอาคารใหม่ ในภาคธุรกิจโรงแรม ความแข็งแกร่งของตลาดนักท่องเที่ยวจากเอเชียใต้ช่วยชดเชยตลาดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้อัตราค่าห้องพักรายวันและอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้น และไทยยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพของโครงการอสังหาริมทรัพย์กลุ่ม Branded Residence โดยไทยมีจำนวนยูนิตที่เปิดตัวและพร้อมขายมากที่สุดในกลุ่มตลาดชั้นนำในเอเชีย