ไทยเร่งรัดโครงการลงทุนที่หยุดชะงักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

Bloomberg รายงานกรณี ครม.เศรษฐกิจ อนุมัติแผน “Thailand Fast Pass” ด้วยการเร่งรัดโครงการสำคัญ 80 โครงการ ที่ได้รับการอนุมัติจาก BOI แล้ว แต่ติดอุปสรรคเรื่องการขอใบอนุญาตต่าง ๆ โครงการสำคัญดังกล่าว มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 480,000 ล้านบาท เพื่อเพื่อดึงดูดทุนต่างชาติ และเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในการแข่งขันกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในขณะที่ไทยกำลังเผชิญกับการลงทุนที่ซบเซา ความต้องการในประเทศที่อ่อนแอ และการใช้จ่ายภาครัฐที่ล่าช้า โดยจากคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 2  ซึ่งเป็นอัตราที่ช้าอย่างมาก และมีแนวโน้มที่อัตราอาจชะลอตัวลงอีกในปี 2569

กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์มีแนวโน้มย้ายฐานปฏิบัติการไปลาวมากขึ้น

กรณีโฆษกกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ประกาศจะเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ในโครงการเมืองใหม่ชเวโก๊กโก่ จ.เมียวดีของเมียนมา พร้อมทั้งเตรียมส่งชาวต่างชาติที่กองกำลัง BGF ช่วยเหลือจากกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ในชเวโก๊กโก่ และ KK Park มากกว่า 1,267 คน จาก 40 ประเทศ กลับประเทศต้นทางผ่านไทยนั้น พบบรรยากาศในชเวโก๊กโก่เต็มไปด้วยความวุ่นวายมีชาวต่างชาติมากกว่า 2,000 คน กำลังอพยพออกจากชเวโก๊กโก่อย่างต่อเนื่อง บางส่วนมารวมตัวกันที่บริเวณริมแม่น้ำเมย ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อเตรียมข้ามมาฝั่งไทย อีกทั้งมีการคาดการณ์ว่ายังคง มีชาวต่างชาติหลงเหลืออยู่ในอาคารสำนักงานของกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ใน จ.เมียวดี มากกว่า 10,000 คน ซึ่งอาจทยอยหลบหนีออกจากพื้นที่ต่อไป ทั้งนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจ คือ ความเคลื่อนไหวฝั่งลาว ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นฐานที่ตั้งของกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ในภูมิภาค และยังพบการสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์เพิ่มขึ้น เช่น บริเวณพื้นที่รอบนอกของนครหลวงเวียงจันทน์ และมีแนวโน้มที่กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ที่เผชิญกับการปราบปรามในเมียนมาและกัมพูชาจะย้ายฐานไปลาวมากขึ้น และทำให้ลาวเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ในภูมิภาค

การเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ยังเผชิญความไม่แน่นอน

ภาคส่วนเศรษฐกิจและผู้เชี่ยวชาญ เช่น ส.อ.ท. หอการค้าไทย TDRI KKP กังวลต่อสถานการณ์การเจรจาภาษีการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ แม้รัฐบาลจะยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่นำประเด็นความขัดแย้งไทย-กัมพูชาเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเห็นว่าสหรัฐฯ ไม่ได้แสดงท่าทีชัดเจนต่อแนวทางการเจรจาภาษี อีกทั้งยังมีโอกาสนำเรื่องปฏิญญาสันติภาพไทย-กัมพูชามาเป็นเครื่องต่อรองอีกได้ นอกจากนี้ การเจรจาอาจที่มีแนวโน้มจะไม่เสร็จสิ้นภายในปี 2568 เนื่องจากฝ่ายไทยยังมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลง  นอกจากนี้ ไทยยังมีความเสี่ยงที่จะถูกสหรัฐฯ กลับมาเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงถึงร้อยละ 36 เพราะจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการลงนามข้อตกลงร่วมกันอย่างเป็นทางการ

เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำ แต่มีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงสิ้นปี

สถาบันวิจัยเศรษฐกิจและเอกชน อาทิ TDRI ศูนย์วิจัยกสิกร ไทยแอร์เอเชีย แสดงความเห็นต่อสถานการณ์เศรษฐกิจไทย หลังจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผย อัตราการขยายตัวของ GDP ในไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ร้อยละ 1.2 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ร้อยละ 1.6 และหดตัวลงร้อยละ 0.6 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2568 ถือเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส และเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เห็นว่าสาเหตุหลักมาจากการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนภาครัฐที่หดตัวลง การผลิตภาคอุตสาหกรรมไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของการส่งออก   อีกทั้งรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นมากกว่าการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง  ไทยยังมีปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะ  ขณะที่ปัจจัยภายนอก อาทิ มาตรการภาษีของสหรัฐฯ สินค้าจีนล้นตลาด  อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับเพิ่มประมาณการอัตราการขยายตัวของ GDP ของปี 2568 เป็นร้อยละ 2.0 จากเดิมร้อยละ 1.8  นอกจากนี้ กรณีรัฐบาลจีนเตือนพลเมืองให้งดเดินทางไปญี่ปุ่น อาจทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยเพิ่มขึ้น

สื่อจีนระบุปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชนไทยมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น

SCMP ของจีนเผยแพร่บทความว่า ปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชนไทยมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น โซเชียลมีเดีย ปัญหาหนี้ครัวเรือน ลักษณะครอบครัวที่เป็นพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยวมากขึ้น ทำให้เยาวชนเผชิญกับความเครียด ความเหงา และแรงกดดันจากครอบครัวและสังคม ขาดการสนับสนุนอย่างเหมาะสม ทำให้เยาวชนเสพติดอบายมุขมากขึ้น เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ กัญชา เพื่อเป็นเครื่องมือปลอบประโลมจิตใจ ซึ่งการผลักดันนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ แต่กลับไม่สามารถควบคุมการใช้กัญชาได้อย่างจริงจังส่งผลกระทบอย่างมากต่อกลุ่มเยาวชน แม้ปัญหากัญชาจะไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้สุขภาพจิตของเยาวชนไทยย่ำแย่ลง แต่สะท้อนวัฒนธรรมเพิกเฉยในการทำนโยบาย พร้อมเสนอให้ 1) ควบคุมการใช้กัญชาอย่างเข้มงวดมากขึ้น 2) ปรับปรุงการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตโดยเฉพาะในโรงเรียน และ 3) ให้ความสำคัญกับสวัสดิการครอบครัว

ชาวไทยในเกาหลีใต้ติดอันดับกลุ่มชาวต่างชาติที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี

Korea JoongAng Daily รายงานอ้างข้อมูลจากหน่วยงานป้องกันและควบคุมโรคของเกาหลีใต้ซึ่งพบว่า เกาหลีใต้มีผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบบีตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ประมาณ 3,600 ราย เป็นคนเกาหลีใต้ประมาณ 3,300 ราย และชาวต่างชาติประมาณ 300 ราย คิดเป็นร้อยละ 7-9 ต่อปี ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน เวียดนาม และไทย ตามลำดับ และเป็นกลุ่มแรงงานในภาคการผลิต (ร้อยละ 20.4) ทั้งนี้ ทางการเกาหลีใต้เริ่มเก็บข้อมูลและวิเคราะห์สถานการณ์โรคไวรัสตับอักเสบบีในกลุ่มชาวต่างชาติเป็นครั้งแรก เนื่องจากเกาหลีใต้มีประชากรชาวต่างชาติมากขึ้น ส่วนใหญ่มาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อวงจรการระบาดของเกาหลีใต้โดยรวม

คกก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยมีมติขายในช่วงกลางวัน

 Bloomberg รายงานกรณีที่ประชุม คกก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยมีมติอนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในเวลา 14.00 – 17.00 น. และประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในอีก 6 เดือน ทั้งนี้ คกก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เร่งทบทวนมาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงกลางวันหลังจากเผชิญกับกระแสวิจารณ์จากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสถานบันเทิงที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยกำลังพยายามฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่อยู่ในภาวะชะลอตัวและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนลดลงตั้งแต่ปี 2568

สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีบริษัทในไทยที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์เมียนมา

เว็บไซต์ของ OCCRP องค์กรสื่อมวลชนต่อต้านคอร์รัปชัน รายงานกรณี กค.สหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีคว่ำบาตรกองทัพกะเหรี่ยงเพื่อประชาธิปไตย (DKBA) รวมถึงชาวไทยและบริษัทไทย 2 แห่ง เนื่องจากร่วมมือกับ DKBA ในการทำงานสนับสนุนแก๊งสแกมเมอร์ในเมียนมา ด้าน The Irrawaddy ของเมียนมา นำเสนอบทความเกี่ยวกับข่าวการคว่ำบาตรดังกล่าวในลักษณะว่า พ.อ. ซอชิตตู่ ผบ.กองกำลังพิทักษ์ชายแดนเมียนมา (BGF) อาจเป็นเป้าหมายในการปราบปรามต่อจากนายเฉอ จื้อเจียง และ DKBA เมื่อพิจารณาจากความใกล้ชิดของ พ.อ. ซอชิตตู่กับนายเฉอ

สื่อสหรัฐฯ รายงานมาตรการลดหย่อนภาษีการท่องเที่ยวไทย

Bloomberg เผยแพร่บทความเกี่ยวกับมาตรการเที่ยวดีมีคืน 2568 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยจูงใจด้วยการลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะเมืองรอง ซึ่งเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 29 ต.ค. – 15 ธ.ค. 68 แต่จนถึงขณะนี้ผู้ประกอบการยังไม่เห็นผลตอบรับที่ดี โดยเห็นว่ามาตรการดังกล่าวมีระยะเวลาสั้นเกินไป ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้คนไทยไม่อยากใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น การท่องเที่ยว ขณะที่นักท่องเที่ยวบางกลุ่มไม่อยู่ในเกณฑ์เสียภาษีจึงไม่สนใจการลดหย่อนภาษี และเห็นว่ามาตรการก่อนหน้า เช่น โครงการร่วมจ่ายที่อุดหนุนค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว อาจช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศได้มากกว่ามาตรการด้านภาษี

ไทยเตรียมส่งตัวนาย She Zhijiang ไปดำเนินคดีที่จีน

Reuters AP และ AFP รายงานกรณีศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ส่งตัวนาย She Zhijiang กลับไปดำเนินคดีที่จีน ในความผิดฐานเปิดบ่อนกาสิโนโดยผิดกฎหมาย หลังจากถูก ตร.ไทยจับกุมเมื่อ ส.ค. 65  นาย She เป็นผู้ก่อตั้งและดำเนินการเว็บไซต์พนันออนไลน์ 239 แห่ง มีเงินทุนหมุนเวียนกว่า 12.63 ล้านล้านบาท และยังเป็นผู้พัฒนาโครงการ Yatai New City ในเมือง Shwe Kokko ของเมียนมา ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนไทย และมีชื่อเสียงด้านการหลอกลวงทางไซเบอร์และค้ามนุษย์ โดยพื้นที่ชายแดนระหว่างไทย เมียนมา ลาว และกัมพูชา ได้กลายเป็นศูนย์กลางของการฉ้อโกงทางออนไลน์นับตั้งแต่เกิดการระบาดของ COVID-19 ซึ่งสร้างรายได้มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ