วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซผลักดันให้ไทยรื้อฟื้นโครงการแลนด์บริดจ์

The Independent ของสหราชอาณาจักร รายงานว่า ไทยกำลังเดินหน้าผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์มูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านบาทเพื่อเชื่อมระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก และเป็นทางเลือกแทนช่องแคบมะละกา เนื่องจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยรัฐบาลเตรียมเสนอให้ ครม.พิจารณาใน มิ.ย. – ก.ค. 69 และพยายามดึงดูดสิงคโปร์ให้เข้ามาลงทุน ทั้งนี้ โครงการแลนด์บริดจ์ได้รับการผลักดันโดยรัฐบาลชุดที่แล้ว แต่หยุดชะงักลงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง อีกทั้งยังเผชิญแรงต้านจากประชาชนในพื้นที่

ชาวนาไทยและเวียดนามอาจหยุดปลูกข้าว

The Straits Times ของสิงคโปร์ เผยแพร่บทความระบุว่า ชาวนาในไทยและเวียดนามกำลังเผชิญผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง ในขณะที่ราคาขายไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม ซึ่งอาจทำให้เกษตรกรหยุดการเพาะปลูกข้าว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตข้าวในระยะข้างหน้า

ผู้ซื้อต่างชาติช่วยพยุงตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

The Business Times ของสิงคโปร์ รายงานเมื่อ 24 เม.ย.69 ว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยกำลังเผชิญภาวะอ่อนแออย่างต่อเนื่อง โดยอุปสงค์ในประเทศลดลงจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ผู้พัฒนาโครงการจึงหันไปดึงดูดผู้ซื้อจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งกลุ่มผู้ซื้อมีความหลากหลายมากขึ้น แต่ความต้องการยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และพัทยา อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงไม่แน่นอน แม้ไทยยังน่าดึงดูดในระยะยาวในฐานะที่อยู่อาศัยและการลงทุน แต่การฟื้นตัวจะขึ้นอยู่กับทั้งสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ และความแข็งแกร่งของอุปสงค์จากต่างประเทศ

Moody’s ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทย

  Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานกรณี Moody’s สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยจากเชิงลบเป็นมีเสถียรภาพ โดยอ้างถึงความเสี่ยงจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่ลดลง และแนวโน้มการลงทุนภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น และคงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยไว้ที่ระดับ Baa1 ซึ่งการปรับเพิ่มแนวโน้มดังกล่าวทำให้ไทยอยู่ในระดับ Investment Grade ที่มีเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ซึ่งอาจช่วยดึงดูดเงินทุนไหลเข้า และอาจช่วยลดแรงกดดันต่อรัฐบาลที่อยู่ระหว่างพิจารณาออก พ.ร.ก.กู้เงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อหางบประมาณเพิ่มเติมในการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลก

วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซสะท้อนความเสี่ยงเชิงโครงสร้างด้านพลังงานของไทย

Bloomsbury Intelligence and Security Institute ของสหราชอาณาจักร เผยแพร่บทความระบุว่า วิกฤตจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงเชิงโครงสร้างด้านพลังงานของไทย เนื่องจากไทยนำเข้าน้ำมันดิบส่วนใหญ่จากภูมิภาค ตอ.กลาง ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จึงก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจในประเทศ โดยรัฐบาลใช้มาตรการลดการใช้พลังงานแต่เป็นเพียงมาตรการระยะสั้น และแม้ไทยจะจัดหาน้ำมันจากสหรัฐฯ และแองโกลา แต่ต้องเผชิญกับราคาที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันการปรับเพิ่มสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมายจากร้อยละ 1 เป็นร้อยละ 3 อาจทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดระยะกลางลดลง และส่งผลให้ราคาน้ำมันภายในประเทศพุ่งสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นปัญหาต่อรัฐบาล โดยหากรัฐบาลล้มเหลวในการจัดการปัญหาราคาพลังงานอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ขณะที่การอุดหนุนราคาอย่างต่อเนื่องอาจทำลายความน่าเชื่อถือทางการคลังของประเทศ

วิกฤตราคาน้ำมันจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง ผลักดันการใช้รถยนต์ EV ในเอเชีย

South China Morning Post ของฮ่องกง เผยแพร่บทความระบุว่า ความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น เป็นตัวเร่งให้ผู้คนในภูมิภาคเอเชียเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์สันดาปไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะเนปาล ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ที่กำลังเป็นผู้นำในการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ EV ด้วยเงินอุดหนุนจากรัฐบาล การแข่งขันราคาของผู้ผลิต และการตลาดเชิงรุก ช่วยผลักดันยอดขายรถยนต์ EV ให้เพิ่มสูงขึ้นสู่ระดับเทียบเท่าหรือนำหน้ายุโรป อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับความต้องการ ด้านนักวิเคราะห์แสดงความเห็นว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผันผวนระยะสั้น แต่เป็นการตอบสนองเชิงโครงสร้างต่อต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้ซื้ออย่างสิ้นเชิง และยุคของรถยนต์สันดาปกำลังถึงจุดสิ้นสุด

เกษตรกรไทยหาแนวทางหลีกเลี่ยงการเผาพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อยุติปัญหามลพิษทางอากาศ

AFP ของฝรั่งเศส รายงานกรณีเกษตรกรไทยที่เคยใช้วิธีเผาพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อเตรียมการเพาะปลูกกำลังเปลี่ยนไปใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายตอซังพืชแทน เนื่องจากการเผาพื้นที่เกษตรกรรมถูกกล่าวโทษว่าเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของหมอกควันพิษที่ปกคลุมประเทศในช่วง ม.ค. – เม.ย. ของทุกปี ซึ่งภาครัฐมีการปราบปรามอย่างเข้มงวด โดยกำหนดค่าปรับจำนวนมากและมีโทษจำคุก สร้างความหวาดกลัวและถูกมองว่าเป็นการผลักภาระให้เกษตรกร โดยที่ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกข้าวหลักของไทย เริ่มส่งเสริมให้เกษตรกรทดลองใช้จุลินทรีย์ และขณะนี้มีเกษตรกรประมาณ 2,000 รายเปลี่ยนมาใช้วิธีดังกล่าว แต่ยังเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับทั้งจังหวัดที่มีกว่า 100,000 ราย อย่างไรก็ตาม จุลินทรีย์ฟรีจากภาครัฐยังไม่เพียงพอ และผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงภาครัฐต้องใช้บริการจากภาคเอกชนที่มีราคาสูง  

นักลงทุนต่างชาติถอนเงินลงทุนในไทยเนื่องจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง

Reuters ของสหราชอาณาจักร รายงานว่า นักลงทุนต่างชาติขายสินทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยจำนวนมากหลังเกิดความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากนำเข้าพลังงานส่วนใหญ่จากภูมิภาค ตอ.กลาง และก่อนเกิดความขัดแย้ง ไทยมีปัญหาเศรษฐกิจ  ความท้าทายของไทยจึงรุนแรงกว่าประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่  แต่นักลงทุนเริ่มกลับมาหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม./รมว.มท. ชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ ก.พ. 69 สร้างความหวังต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เผชิญความไม่แน่นอนมาหลายปี แม้คู่ขัดแย้งมีข้อตกลงหยุดยิงกับกัมพูชา แต่นักลงทุนยังคงระมัดระวัง เนื่องจากเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ

ชายไทยสมัครเกณฑ์ทหารเพิ่มขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจซบเซา

Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานว่า จำนวนผู้สมัครเข้ารับการเกณฑ์ทหารในไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ตรงข้ามกับหลายประเทศทั่วโลก การเพิ่มขึ้นนั้นไม่ได้เกิดจากความรักชาติเป็นหลัก แต่มาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในภาวะซบเซากำลังกดดันโอกาสในการทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มคนหนุ่มสาวที่มีอัตราการว่างงานสูง แม้ว่ารายได้จากกองทัพจะไม่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นแต่มีความมั่นคง อย่างไรก็ตาม ยังมีพรรคฝ่ายค้านที่เรียกร้องให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และความกังวลว่าการเข้ารับราชการทหาร 2 ปีอาจกระทบต่อเส้นทางอาชีพในช่วงเริ่มต้น ขณะที่กองทัพพยายามปรับภาพลักษณ์เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่มากขึ้น

ประมงไทยได้รับผลกระทบราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง

Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานว่า เรือประมงไทยกำลังหยุดเดินเรือ เนื่องจากต้นทุนน้ำมันพุ่งสูงขึ้น จากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง  ราคาน้ำมันดีเซลที่จำหน่ายให้ชาวประมงเพิ่มขึ้นเป็น 44-48 บาทต่อลิตร จาก 18-19 บาทต่อลิตร  แม้รัฐบาลเสนอให้ชาวประมงเปลี่ยนไปใช้น้ำมัน B20 ที่ราคาถูกกว่าประมาณ 5 บาทต่อลิตร แต่ยังสูงเกินไปสำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก ขณะเดียวกันชาวประมงไทยยังเผชิญกับแรงกดดันจากผู้บริโภคที่อ่อนแอ โดยผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมประมงไทยกังวลว่าภาคประมงที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.8 ของ GDP อาจได้รับความเสียหายรุนแรงในระยะยาว และผู้ประกอบการจำนวนมากอาจล้มละลายหรือเลิกกิจการ