ผลผลิตการเกษตรมีปริมาณและมูลค่าลดลง สินค้าประมงมีราคาตกต่ำ

กรณีไทยกำลังเผชิญกับสภาพอากาศร้อนรุนแรง และภัยแล้งในห้วงปัจจุบัน พบข้อมูลจากกลุ่มเกษตรกร ระบุว่า พืช/ไม้ผลเศรษฐกิจส่งออกสำคัญ อาทิ ข้าว ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง ข้าวโพด รวมถึงผลผลิตการเกษตรเกือบทุกชนิด ล้วนได้รับผลกระทบ ผลผลิตการเกษตรส่วนใหญ่มีปริมาณลดลงร้อยละ 10 ข้าวมีปริมาณลดลงประมาณร้อยละ 30 และทุเรียนมีปริมาณลดลงถึงประมาณร้อยละ 40 – 50 เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณผลผลิตการเกษตรเมื่อปี 2566  ขณะเดียวกันยังทำให้คุณภาพ/มูลค่าผลผลิตการเกษตรดังกล่าวลดลงประมาณ      ร้อยละ 10  หรือ (นับเฉพาะไม้ผลส่งออก อาทิ ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่) สูญเสียมูลค่าไปแล้วประมาณ 5,000 ล้านบาท

ปัญหาสภาพอากาศร้อนจัดเริ่มส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

สื่อต่างประเทศยังคงให้ความสนใจรายงานเกี่ยวกับปัญหาสภาพอากาศในทวีปเอเชีย ซึ่งยังคงเผชิญกับคลื่นความร้อนและมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับพายุฤดูร้อนในระยะต่อไป รวมถึงนักวิชาการประเมินว่าความแปรปรวนของสภาพอากาศในทวีปเอเชียน่าจะไม่ต่างจากปี 2566 ซึ่งเป็นปีที่โลกร้อนที่สุดมากนัก สำหรับสถานการณ์ของไทยนั้น มีผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วง มี.ค.-เม.ย. 67 (2 เดือน) แล้ว 38 ราย ซึ่งสูงกว่าสถิติปี 2566 ที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตในช่วง มี.ค.- มิ.ย. 66๖ (4 เดือน) รวม 37 ราย

ไทยเป็น 1 ในประเทศของภูมิภาคเอเชียที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศในภูมิภาคเอเชีย (Aging Well in Asia: Asian Development Policy Report) ซึ่งพบว่า 8 ประเทศและเขตปกครองในเอเชีย ได้แก่ ฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน จอร์เจีย นีอูเอ สิงคโปร์ ไทย และอาร์เมเนีย มีอัตราการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว และมีสัดส่วนประชากรสูงอายุเกินร้อยละ 20 จากจำนวนประชากรทั้งหมด (ข้อมูลปี 2565)

การสู้รบในเมียนมาอาจส่งผลให้การค้าบริเวณชายแดนไทย

  กรณีการสู้รบในเมียนมาอาจส่งผลให้การค้าบริเวณชายแดนไทย – เมียนมาไม่สามารถกลับมาได้เหมือนเดิม สภาธุรกิจไทย-เมียนมา ประเมินสถานการณ์การสู้รบในเมียนมาว่ากำลังส่งผลต่อเศรษฐกิจเมียนมาอย่างหนัก ซึ่งจะผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยด้วย โดยเฉพาะปัจจุบันที่กำลังเกิดการสู้รบในพื้นที่ จ.เมียวดี เมียนมา เนื่องจากมูลค่าการค้าของไทยที่ได้จากการค้าชายแดนในพื้นที่ จ.ตาก กับ จ.เมียวดี มีมูลค่าถึง 800,000 ล้านบาทต่อปี โดยมูลค่าการค้าเมื่อปี 2566 เหลือประมาณ 250,000 ล้านบาท แต่มูลค่าการค้าในปี 2567 อาจเหลือเพียงประมาณ 100,000 ล้านบาท ประเด็นสำคัญคือ หากสถานการณ์ในพื้นที่ จ.เมียวดี ยังไม่สามารถคลี่คลาย หรือรัฐบาลเมียนมาสูญเสียพื้นที่ไป หรือหากรัฐบาลเมียนมาขอปรับแผนการค้ามาใช้เส้นทางเรือแทน ก็ล้วนแต่จะส่งผลให้การค้าบริเวณชายแดนมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถกลับมาคึกคักได้เหมือนเก่า ภาพจาก https://www.indochinatravelpackages.com/ อ้างอิง thestandard. pptvhd36

ภัยแล้งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตร

เศรษฐกิจภาคเกษตรได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภัยแล้ง ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปรากฏการณ์เอญนีโญ และปัญหาภัยแล้งที่มีมาตั้งแต่ปี 2566 ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตทางการเกษตรลดลง และผลผลิตออกมาไม่มีคุณภาพมากพอที่จะส่งออกขายได้ ทำให้เกษตรกรต้องปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อให้สอดคล้องกับภาระต้นทุนจริง และพบว่าประชาชนบางส่วนเริ่มแสดงความคิดเห็นในเชิงเดือดร้อนหรือได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าทางการเกษตรแพงแล้วเช่นกัน โดยปัญหานี้คาดว่าจะส่งกระทบต่อการเกษตรต่อเนื่องไปสักระยะ แม้ว่าช่วงปลายปีจะเข้าสู่ภาวะลานีญาที่จะทำให้ปริมาณน้ำฝนมากกว่าปกติ แต่ก็คงไม่ทันต่อฤดูกาลเพาะปลูกในช่วงต้นปี

รถยนต์ไฟฟ้าแย่งตลาดรถยนต์สันดาป

รถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาแย่งตลาดรถยนต์สันดาปซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยถึงมูลค่าอุตสาหกรรมรถยนต์สันดาปในไทยสามารถสร้างรายได้กว่า 1,600,000 ล้านบาทต่อปี และมีแรงงานทั้งระบบกว่า 1,000,000 คน แต่ปัจจุบันกำลังถูกกระแสรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาตีตลาดมากขึ้น จึงคาดว่าในช่วงระยะเวลา 10 ปี มูลค่าอุตสาหกรรมรถยนต์สันดาปจะเหลือเพียง 210,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวมได้ ทั้งนี้ ภาครัฐจึงควรเร่งส่งเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมรถยนต์สันดาปซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมหลักที่มีแรงงานจำนวนมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ให้สามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงได้

ประชาชนสนใจใช้เงินดิจิทัลจับจ่าย

พฤติกรรมประชาชนเน้นใช้เงินดิจิทัลซื้อสินค้าที่ใช้ประจำและใช้จ่ายหมดอย่างรวดเร็ว ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคที่คาดว่าจะได้รับสิทธิตามโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ตในห้วง 12 พ.ย. – 12 ธ.ค. 66 (ก่อนประกาศเมื่อ 10 เม.ย. 67) พบความเห็นส่วนใหญ่มีความต้องการจะใช้จ่ายให้หมดภายในระยะเวลา 6 เดือน และจะลดการใช้จ่ายเงินส่วนตัวเพื่อไปลงทุนหรือเก็บออมแทน ขณะที่ร้านขายของชำจะเป็นกลุ่มหลักที่ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ เนื่องจากเป็นที่ขายสินค้าอุปโภค/บริโภคหลักในชีวิตประจำวัน แต่ก็คาดว่าจะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มร้านสะดวกซื้อนายทุนมากที่สุด นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ยังมองว่าการกำหนดพื้นที่ใช้จ่ายถือเป็นอุปสรรคหลักของการใช้จ่าย เนื่องจากอาจไม่มีร้านค้าที่เหมาะสมหรือตรงความต้องการของผู้บริโภค

พื้นที่มหาสมุทรทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาปะการังฟอกขาวครั้งรุนแรงที่สุด

องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) และหน่วยงานความริเริ่มด้านแนวปะการังระหว่างประเทศ (ICRI) ประกาศภาวะปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่ (Global Coral Bleaching Event) อย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 4 ที่มีการบันทึกในประวัติศาสตร์ โดยครั้งก่อนหน้าเกิดขึ้นในช่วงปี 2557 – 2560 จึงถือเป็นสถิติการเกิดปะการังฟอกขาวต่อเนื่องในรอบ 10 ปี ขณะที่นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมของไทย ประเมินสถานการณ์ปะการังฟอกขาวทั่วโลกครั้งนี้อาจรุนแรงมากที่สุด

กลุ่มต่าง ๆ ออกมาแสดงความกังวลต่อปัญหาสารเคมีใน จ.สมุทรสาคร และที่แม่น้ำโขง (ฝั่งลาว)

จากกรณีพบกากแร่แคดเมียม ที่โรงงานบริษัท เจ แอนด์ บี เมททอล อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ปริมาณกว่า 15,000 ตัน บรรจุอยู่ในถุงบิ๊กแบ็คในโรงงาน และกรณีเกิดเหตุรถบรรทุกสารเคมีพลิกคว่ำที่เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว ทำให้สารเคมีกว่า 30 ตัน รั่วไหลลงแม่น้ำโขง ซึ่งลาวได้ประกาศแจ้งเตือนไม่ให้ประชาชนลงเล่นน้ำและจับสัตว์น้ำในแม่น้ำโขงนั้น พบว่าภาคประชาชนยังคงมีความกังวลต่อปัญหาผลกระทบจากสารเคมีที่รั่วไหล ในขณะเดียวกันพบกลุ่มนักวิชาการและกลุ่มภาคประชาสังคมด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ กรีนพีซประเทศไทย บัญชีเฟซบุ๊ก “ลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป” ที่ออกมานำเสนอข้อมูลถึงปัญหาการรั่วไหลของสารเคมี

ประชาชนถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น

ข้อมูลจากรายงานของสื่อมวลชน ภาคประชาสังคม และหน่วยงานภาครัฐ แสดงถึงสถานการณ์ปัญหากลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชนโดยใช้วิธีการที่หลากหลาย อาทิ การผลิตคลิปวิดีโอเพื่อสร้างความสงสารและหลอกรับเงินบริจาค การหลอกให้สมัครงานบริษัทใหญ่หรือหน่วยงานรัฐ เพื่อล้วงข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อ การส่ง SMS และให้กดลิงก์เพื่อลงทะเบียนยืนยันตัวตนการถือครองซิมการ์ด