ภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารเป็นสาเหตุให้สิ่งแวดล้อมถูกทำลายมากขึ้น

สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา ศูนย์วิจัยกสิกรไทย และศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS เปิดเผยถึงสถานการณ์ความมั่นคงทางอาหารในไทย ที่พบว่าการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและเมืองทำให้ความต้องการอาหารเพิ่มสูงขึ้น ผู้ประกอบการจึงใช้กระบวนการ อาทิ การใช้สารเคมี การเผาพื้นที่การเกษตร เพื่อเร่งสร้างผลผลิตการเกษตรให้ได้มากและเร็วขึ้น เป็นสาเหตุให้ที่ระบบนิเวศเดิมถูกทำลาย สร้างมลพิษต่อแหล่งน้ำ ดิน และอากาศ และเป็นสาเหตุหนึ่งให้เกิดปัญหาโลกร้อน

ปัญหาฝุ่น PM 2.5 สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยอย่างน้อยร้อยละ 6

จากรายงานสภาวะเศรษฐกิจไทยฉบับ ธ.ค. 66 ของธนาคารโลก แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่นอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนยังสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยถึงร้อยละ 6 ของ GDP โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 จากภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ ถือเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่ปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศมากที่สุด และยังเป็นเป็นผู้ปล่อยฝุ่น PM 2.5

จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส เกิดเหตุอุทกภัยหนัก

กรณีพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเผชิญกับสภาพอากาศฝนตกหนักติดต่อกัน 3 วัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าเข้าท่วมหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ จ.ยะลา น้ำท่วมหนักใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ธารโต อ.ยะหา อ.บันนังสตา และ อ.รามัน มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 139 ครัวเรือน และนราธิวาสที่ น้ำท่วมหนัก 9 อำเภอ ได้แก่ อ.แว้ง อ.สุคิริน อ.จะแนะ   อ.ระแงะ อ.สุไหงปาดี อ.ศรีสาคร อ.เจาะไอร้อง อ.ยี่งอ และ อ.รือเสาะ มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 9,558 ครัวเรือน

เยาวชนไทยถูกล่วงละเมิดทางเพศมากกว่า 1,000 คน ในรอบ 3 ปี

รายงานข้อมูลคดีการล่วงละเมิดทางเพศในเด็กและเยาวชน พบว่าในห้วง 3 ปี (2564 – 2566) มีเด็กและเยาวชนไทยถูกล่วงละเมิดทางเพศจำนวนทั้งสิ้น 1,097 คน และคาดว่ายังมีผู้เสียหายอีกมากกว่าร้อยละ 50 ที่ไม่ได้เข้าแจ้งความ โดยผู้กระทำความผิดส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิด อาทิ ญาติ พ่อเลี้ยง บิดา เพื่อนบ้าน และบุคคลที่รู้จักทางโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ ยังพบเด็กและเยาวชนอีกกว่า 112 คน ที่ถูกแสวงประโยชน์ค้าประเวณี และการบริการทางเพศทางออนไลน์ อาทิ การขายภาพ/คลิปโป๊ ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่สมัครใจและถูกแบล็คเมล์

นักท่องเที่ยวจีนจะมาไทยในปี 2568 – แนวโน้มอสังหาปี 2567 ขึ้นกับแนวโน้มเศรษฐกิจ

นักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาเที่ยวไทยอย่างเต็มที่ในปี 2568 บริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ในจีนต่างแสดงความเห็นตรงกันว่าการท่องเที่ยวไทยอาจต้องใช้เวลาจนถึงปี 2568 จึงจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับระดับปี 2562 เนื่องจากการท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบจากข่าวเชิงลบ โดยเฉพาะประเด็นความไม่ปลอดภัย รวมถึงผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจจีนที่ทำให้คนจีนที่มีฐานะปานกลางและเป็นกลุ่มที่ท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ เดินทางลดลง ส่งผลให้เหลือเพียงกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองที่คิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวจีนในไทยทั้งหมด

แรงงานไทยบางส่วนเดินทางกลับไปทำงานที่อิสราเอล

สื่อมวลชนรายงานกรณีแรงงานไทยบางส่วนที่เดินทางกลับจากอิสราเอลเริ่มเดินทางกลับไปทำงานอีกครั้ง โดยอ้างถึงเหตุผลว่า มีรายได้ไม่เพียงพอ และมีภาระหนี้สินที่กู้ยืมมาในช่วงสมัครไปเป็นแรงงาน อีกทั้งแม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเงินช่วยเหลือก็ยังไม่จูงใจให้อยู่ต่อได้ เพราะถือเป็นรายได้ที่ไม่แน่นอน

กลุ่มบริษัทจดทะเบียนเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยในปี 2567 ฟื้นตัวดีขึ้น

การสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนปี 2566 – 2567 เห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยปี 2567 จะดีขึ้น น่าจะขยายตัวได้ตั้งแต่ร้อยละ 3 – 4 โดยมีปัจจัยแรงหนุน ได้แก่ ภาคการท่องเที่ยว นโยบายการคลังและการใช้จ่ายภาครัฐ เสถียรภาพการเมืองในประเทศ การส่งออก และกำลังซื้อในประเทศ แต่อาจต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน ได้แก่หนี้ภาคครัวเรือน ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และต้นทุนค่าจ้างแรงงาน  

การท่องเที่ยวแบบ Workation ในต่างประเทศจะเป็นเทรนด์ท่องเที่ยวหลักในปี 2567

ข้อมูลจากบริษัทด้านธุรกิจการท่องเที่ยว อาทิ Booking.com SiteMinder Rabbit Care เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์การท่องเที่ยวปี 2567 พบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่และในทุกช่วงวัยวางแผนท่องเที่ยวในต่างประเทศเพิ่มขึ้น  โดยนักท่องเที่ยว 5 ประเทศ ที่มีแผนท่องเที่ยวในต่างประเทศมากที่สุด ได้แก่ เยอรมนี สหราชอาณาจักร ไทย (นักท่องเที่ยวไทยมีแผนเที่ยวต่างประเทศถึงร้อยละ 69 – 82) จีน และฝรั่งเศส  

ดัชนีทางเศรษฐกิจในปัจจุบันสะท้อนภาวะเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว

รายงานดัชนีทางเศรษฐกิจที่ได้รับการเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปประจำ พ.ย. 66 ลดลงร้อยละ 0.4 หรือลดลงต่ำสุดในรอบ 33 เดือน ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (CCI) อยู่ที่ระดับ 60.9 หรือเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 45 เดือน และดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในอนาคต ด้านโอกาสหางานทำ และด้านรายได้ในอนาคต ล้วนปรับตัวดีขึ้นทุกรายการ โดยเป็นผลมาจากสินค้าส่วนใหญ่มีราคาคงตัว และผู้บริโภคกลับมามีความเชื่อมั่น

เอกชนเรียกร้องให้ชะลอการขึ้นค่าไฟฟ้า-แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2567 ขยายตัวยังต่ำ

  ภาคเอกชนเรียกร้องให้รัฐบาลชะลอการขึ้นค่าไฟฟ้า ท่าทีของภาคเอกชนส่วนใหญ่ยังคงมีต่อประเด็นคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)เตรียมปรับขึ้นค่าไฟฟ้า โดยเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาอย่างรอบคอบและชะลอการปรับขึ้นออกไปก่อน เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนที่อาจสูงขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 5 – 10 ถือเป็นการซ้ำเติมปัญหาของผู้ประกอบการในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงส่งผลกระทบให้สินค้าไทยแข่งขันในตลาดโลกได้ยาก และกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนของต่างชาติ โดยอ้างว่ามีนักลงทุนต่างชาติเริ่มท้วงติงและตั้งคำถามถึงสาเหตุที่ค่าไฟฟ้าของไทยมีราคาแพงกว่าประเทศอื่น ๆ บ้างแล้ว กกร. คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2567 ขยายตัวร้อยละ 2.9 – 3.3 ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) แถลงผลการประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2567 โดยคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.9 – 3.3 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และเศรษฐกิจในประเทศที่เปราะบางจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้ของภาคธุรกิจมีระดับสูง อีกทั้งปัญหาด้านศักยภาพการเติบโตและการแข่งขันของไทย ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีและการเพิ่มผลิตภาพของแรงงาน เพื่อเตรียมรับมือกับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยและสังคมคาร์บอนต่ำ ด้านการส่งออกประเมินว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 2 – 3 จากติดลบร้อยละ 1 – 2 ในปี 2566 โดยได้อานิสงส์จากเศรษฐกิจของอินเดียและกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มขยายตัวสูง ซึ่งช่วยสนับสนุนการส่งออกสินค้า อาทิ รถยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และอาหาร ขณะที่นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตคาดว่าจะช่วยกระตุ้น GDP…