ธุรกิจในไทยเสี่ยงปิดตัวเพิ่มขึ้น – หนี้เสียขยายตัว – การท่องเที่ยวยังเป็นเชิงบวก

ธุรกิจในไทยเสี่ยงปิดตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจและสินค้าต่างชาติเข้ามาชิงตลาด กรณีในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาปรากฏข่าวสารบริษัทและโรงงานขนาดใหญ่ในไทยประกาศปิดกิจการลง อาทิ บจ.คิตากาว่า (ประเทศไทย) ผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับยานยนต์ บจ.โรงงานเหล็กกรุงเทพฯ ผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็ก และ บจ.ทีเอ็มที โมลด์ เทคโนโลยี จำกัด ผู้ผลิตและรับจ้างผลิตแม่พิมพ์ ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้บริษัทมีคำสั่งซื้อลดลงและขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง ด้านสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม

ภาคประชาสังคมสร้างความตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

ภาคประชาสังคมสร้างความตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว กลุ่มภาคประชาสังคมจัดเสวนารณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาการใช้ความรุนแรงโดยผู้ดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจากข้อมูลทางสถิติปี 2565 แสดงว่าสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นจากปี 2564 ถึง 3 เท่า ส่วนมากเกิดขึ้นกับสตรีและมีแนวโน้มจะถูกกระทำซ้ำรุนแรงมากขึ้น ส่วนลักษณะความรุนแรงที่พบมากที่สุดคือ การฆ่ากัน คิดเป็นร้อยละ 47.2 รองลงมาคือ การทำร้ายกัน ร้อยละ 28.6 การฆ่าตัวตาย ร้อยละ 13.7 ความรุนแรงทางเพศ ร้อยละ 5.6 และความรุนแรงในครอบครัว ร้อยละ 4.9

บริษัทไทยมีแนวโน้มปรับขึ้นค่าตอบแทนพนักงานเฉลี่ยร้อยละ 5

  บริษัทไทยมีแนวโน้มปรับขึ้นค่าตอบแทนพนักงานเฉลี่ยร้อยละ 5 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค โดย Mercer Thailand (เมอร์เซอร์ ประเทศไทย) เปิดเผยผลสำรวจการขึ้นค่าตอบแทนพนักงานประจำปี 2567 ของบริษัทและองค์กรทั่วโลก พบว่าบริษัทในไทยมีแนวโน้มจะขึ้นค่าตอบแทนเฉลี่ยร้อยละ 5 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่ทำการสำรวจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่จะขึ้นเงินเฉลี่ยร้อยละ 5.2 และไทยอยู่ในอันดับ 7 ของภูมิภาค ตามหลังอินเดีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ จีน และมาเลเซีย ตามลำดับ แต่อยู่ในอันดับดีกว่าเกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และญี่ปุ่น ผลสำรวจจึงสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทในประเทศกำลังพัฒนามีแนวโน้มจะขึ้นค่าตอบแทนพนักงานสูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วด้วย ด้านข้อมูลผลสำรวจจากสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ออกมาสอดคล้องกันว่าในปี 2567 บริษัทในไทยอาจขึ้นค่าตอบแทนเฉลี่ยที่ร้อยละ 4.64 โดยอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะปรับขึ้นเงินค่าตอบแทนมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ภาพจาก ไทยรัฐ

การส่งออกไทยผ่านจุดวิกฤติและจะขยายตัวได้ดีขึ้น

การส่งออกไทยผ่านจุดวิกฤติและจะขยายตัวได้ดีขึ้นในปี 2567 สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ประเมินการส่งออกไทยในไตรมาส 4/2566 จะกลับมาขยายตัวได้ที่ร้อยละ 5 – 7 ทำให้ภาพรวมตลอดทั้งปีอาจติดลบเหลือร้อยละ 1 – 1.5 เนื่องจากปัจจัยที่กระทบต่อการส่งออกในปัจจุบันล้วนเป็นไปในทิศทางดีขึ้น อาทิ ค่าระวางเรือ จำนวนตู้คอนเทนเนอร์ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส รวมถึงสินค้าส่งออกไทยหลายชนิดยังมีศักยภาพในการแข่งขัน ด้านแนวโน้มการส่งออกปี 2567 จะฟื้นตัวได้มากขึ้นและขยายตัวที่ร้อยละ 1.2 โดยได้จากการส่งออกสินค้าเกษตร

กลุ่มธนาคารปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทย

  ธนาคารเอชเอสบีซี ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป เปิดเผยผลคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2566 จะขยายตัวได้ร้อยละ 2.5 ด้านบริษัทหลักทรัพย์สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด และบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2566 จะขยายตัวที่ร้อยละ 2.5 และร้อยละ 2.4 ตามลำดับ ส่วนในปี 2567 จะขยายตัวได้ที่ร้อยละ 3.2 และ 3.8 ตามลำดับ ขณะที่ธนาคารโลกประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2567 จะขยายตัวได้ที่ร้อยละ 3 แต่หากไทยดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตอาจช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ที่ร้อยละ 4 ภาพจาก Electrek

แนวโน้มผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มมากขึ้นและกลายเป็นผู้ก่อเหตุอาชญากรรมในสังคม

แนวโน้มผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มมากขึ้นและกลายเป็นผู้ก่อเหตุอาชญากรรมในสังคม ข้อมูลจากโรงพยาบาล Bangkok Mental Health Hospital เปิดเผยแนวโน้มผู้เข้ารับการรักษาโรคทางจิตเวชมีมากขึ้น โดยจากสถิติผู้เข้ารับการรักษาในช่วง ส.ค. – พ.ย. 66 มีมากกว่า 1,000 คน อายุเฉลี่ย 25 – 40 ปี และ 5 อันดับแรกของโรคทางจิตเวชที่มีผู้มารักษามากที่สุด ได้แก่ โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคเครียด โรคแพนิก และโรคไบโพลาร์ (ตามลำดับ) สาเหตุส่วนมากเกิดจากปัญหาครอบครัว ปัญหาคู่ครอง ปัญหาการทำงาน และปัญหาทางการเงิน ตามสภาพสังคมที่มีความเครียด กดดัน และการแข่งขันสูง

สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานกว่า 42 จังหวัด

สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานกว่า 42 จังหวัด สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 พบว่า 42 จังหวัด มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) และเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) โดยสูงสุดอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร มีค่าฝุ่น 79.5 ไมโครกรัม ขณะที่กรุงเทพฯ มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานแทบทุกเขต สูงสุดที่เขตธนบุรี มีค่าฝุ่น 82.6 ไมโครกรัม และติดดอันดับที่ 27 ของเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงสุดในโลก จากการอันดับบนเว็บไซต์ IQAir.com โดยมีแนวโน้มว่าสถานการณ์ฝุ่นจะรุนแรงเพิ่มขึ้น เนื่องจากทั่วไทยยังคงได้รับอิทธิพลจากมวลอากาศเย็นและปริมาณฝนที่น้อยลง

หนี้เสียครัวเรือนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

รายงานจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินหนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มจะกลายเป็นหนี้เสียมากขึ้น สะท้อนจากข้อมูลเครดิตบูโรในห้วงปัจจุบันที่พบลูกหนี้ค้างชำระ 1 – 3 เดือน ขยายตัวร้อยละ 21.4 คิดเป็นยอดหนี้กว่า 492,000 ล้านบาท (เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของเมื่อปี 2565 ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยมีสัญญาณกลายเป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๗ และหนี้เสียสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 และ 4 (ตามลำดับ) แต่กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ กลุ่มสินเชื่อรถยนต์ เพราะมีสัญญานเป็นหนี้เสียเพิ่มร้อยละ 17.5

ต่างชาติรายงานกรณีไทยมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำ โครงการดิจิทัลวอลเล็ต และการช่วยเหลือคนไทยในเล่าก์ก่าย

ประเด็นที่สื่อต่างประเทศให้ความสนใจรายงานมากในวันนี้ (21 พ.ย. 66) ได้แก่  กรณีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 3/2566 ขยายตัวร้อยละ 1.5 ลดลงจากไตรมาส 2/2566 ที่ขยายตัวร้อยละ 1.8 (ต่ำกว่าที่ผลสำรวจของ Reuters คาดการณ์ไว้ที่ 2.4 และผลสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ไว้ที่ 2.2 เนื่องจากการส่งออกและการลงทุนภาครัฐหดตัว และการผลิตชะลอตัวลงทั้งภาคเกษตรและภาคนอกเกษตร โดยคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะขยายตัวได้ในระดับร้อยละ 2.7-3.7

ไทยติดอันดับ 13 ของโลก ประเทศที่จะได้รับผลกระทบจากปัญหาโลกร้อนมากที่สุด

ไทยติดอันดับ 13 ของโลกที่เป็นประเทศที่จะได้รับผลกระทบจากปัญหาโลกร้อนมากที่สุด รายงานจาก Yahoo finance จัดอันดับประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโลกร้อนมากที่สุดในโลก โดยไทยอยู่ในอันดับที่ 13 ที่ได้รับผลกระทบเฉลี่ยร้อยละ 68.1 เนื่องจากไทยมีพื้นที่แนวชายฝั่งถึง 3,219 กิโลเมตร จึงได้รับอิทธิพลจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้คนกว่า 11 ล้านคน อาจต้องสูญเสียบ้านเรือน และสภาพอากาศที่จะมีปริมาณน้ำฝนลดลงและเกิดปัญหาภัยแล้งยาวนานขึ้น