เศรษฐกิจในอำเภอแม่สอดกลับมาฟื้นตัว

The Business Times ของสิงคโปร์ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจใน อ.แม่สอด จ.ตาก ที่กลับมาฟื้นตัว สะท้อนจากการเข้ามาของแฟรนไชส์นานาชาติ โดยเฉพาะจีน และความต้องการของคนในพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น โดยเมื่อปี 2558 รัฐบาลไทยได้กำหนดให้แม่สอดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) และต้องการให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงไทยกับเมียนมา แต่ต้องเผชิญทั้งสถานการณ์ COVID-19 การรัฐประหารในเมียนมา และการเกิดขึ้นของศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในเมืองเมียวดี ทำให้การพัฒนาหยุดชะงัก ขณะที่เศรษฐกิจในแม่สอดส่วนใหญ่เป็นเศรษฐกิจนอกระบบ  การที่อำเภอแม่สอดจะเปลี่ยนแปลงไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของเมียนมา และความเต็มใจของไทยที่จะทำให้กิจกรรมที่อยู่ใต้โต๊ะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

ชาวนาไทยหวังเพิ่มการส่งออกข้าวไปญี่ปุ่น

Nikkei Asia ระบุว่า ชาวนาไทยที่กำลังเผชิญกับราคาข้าวในประเทศที่ตกต่ำ หวังที่จะเพิ่มการส่งออกไปยังญี่ปุ่นเพื่อใช้ประโยชน์จากราคาข้าวในญี่ปุ่นที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันราคาขายปลีกข้าวในญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ 900 บาท/5 กิโลกรัม ส่วนข้าวไทยที่ขายในญี่ปุ่นอยู่ที่ 650 บาท/5 กิโลกรัม แต่ข้าวหอมมะลิไทยยังมีความแตกต่างจากข้าวญี่ปุ่นในเรื่องกลิ่น ความเหนียว และรูปทรง ทำให้ความต้องการใช้แทนข้าวญี่ปุ่นในครัวเรือนทั่วไปยังมีจำกัด ซึ่งชาวนาไทยบางส่วนกำลังพยายามปลูกข้าวพันธุ์ญี่ปุ่นคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองรสนิยมของชาวญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ อาจเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกข้าวไทย เนื่องจากญี่ปุ่นจะเพิ่มการนำเข้าข้าวจากสหรัฐฯ ร้อยละ 75 ภายใต้โควตาปลอดภาษี จึงจำเป็นต้องลดการนำเข้าข้าวจากไทยและประเทศอื่น

เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากเหตุอุทกภัยในภาคใต้

Bloomberg รายงานกรณี สนค.เปิดเผยถึงผลกระทบจากเหตุอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่งผลให้การขนส่งสินค้าไปยังมาเลเซียหยุดชะงักโดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบรถยนต์ ซึ่งกระทบต่อความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทานของไทย แต่อาจเป็นผลดีต่ออินโดนีเซียและเวียดนามที่เป็นคู่แข่ง ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจทำให้ไทยสูญเสียรายได้จากการส่งออกสูงถึงประมาณ 14,100 ล้านบาทต่อเดือน ทั้งนี้ เหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นนับเป็นความท้าทายสำหรับไทย ต่อเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เมียนมาเมื่อ มี.ค. 68 และการปะทะบริเวณแนวชายแดนกับกัมพูชา เมื่อ ก.ค. 68 ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/68 ชะลอตัวลงร้อยละ 0.6 จากไตรมาส 2/68

แพทย์ชาวสิงคโปร์ช่วยสร้างหน่วยดูแลฉุกเฉินที่ชายแดนไทย-เมียนมา

Asia One ของสิงคโปร์เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการจัดตั้งหน่วยดูแลฉุกเฉิน (ECU) ของแม่ตาวคลินิก อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งมี น.ส.Tiah Ling แพทย์ชาวสิงคโปร์เป็นผู้ดูแลการก่อสร้างและวางแผนตั้งแต่ปี 2566 ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ขาดแคลนอุปกรณ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มีพื้นที่และทีมเฉพาะทางในการจัดการผู้ป่วยฉุกเฉินโดยตรง และส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ได้รวดเร็วขึ้น จากเดิมที่ผู้ป่วยบางรายต้องรอนาน รวมถึงการอบรมบุคลากรในการใช้เครื่องมือที่มีอย่างจำกัด ในขณะที่จำนวนผู้ป่วยในแม่ตาวคลินิกเพิ่มสูงขึ้น หลังจากการรัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี 2564 โดยปัจจุบันมีผู้ไปรับคำปรึกษาประมาณ 130,000 ครั้งต่อปี

หญิงชาวอินเดียระบุเหตุผลเลือกมาใช้ชีวิตและย้ายไปอยู่ไทย

Hindustan Times และ NDTV รายงานกรณี น.ส.Shreya Mahendru คอนเทนต์ครีเอเตอร์/ที่ปรึกษาด้านอาชีพ เผยแพร่คลิปพร้อมข้อความผ่าน Instagram ระบุถึงเหตุผลที่เดินทางออกจากอินเดียและเลือกที่จะมาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ซึ่งแม้จะไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่เป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่า เพราะมีความสงบ อากาศสะอาด ปลอดภัยสำหรับผู้หญิง  ผู้คนให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัว ระบบขนส่งสาธารณะและหน่วยงานราชการของไทยมีประสิทธิภาพ โพสต์ดังกล่าวได้รับเสียงตอบรับหลากหลาย ทั้งการสนับสนุนและไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม คนจำนวนมากเห็นด้วย และแบ่งปันประสบการณ์ของตนในการย้ายออกจากอินเดียมาอยู่ไทย โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย

เหยื่อค้ามนุษย์ชาวฟิลิปปินส์ถูกล่อลวงด้วยข้อเสนองานในไทย

GMA News ของฟิลิปปินส์ รายงานกรณี สตม.ฟิลิปปินส์ (BI) เปิดเผยว่า ชาวฟิลิปปินส์ 7 คน ที่ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ในเมียนมาได้เดินทางจากไทยกลับประเทศอย่างปลอดภัยแล้ว โดยเหยื่อส่วนหนึ่งเล่าว่า ได้รับการชักชวนผ่านประกาศรับสมัครงานในกลุ่มเฟซบุ๊ก เสนอให้ทำงานในไทย เงินเดือนประมาณ 30,000 บาท โดยติดต่อกับผู้ประสานงานชาวฟิลิปปินส์ผ่านเฟซบุ๊กเมสเซนเจอร์ และเทเลแกรม จากนั้นถูกสั่งให้เดินทางโดยเรือไปยังมาเลเซีย ถูกพาไป อ.แม่สอด และไปยังเมียนมา โดยถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงออนไลน์ และถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งต้องจ่ายเงินเพื่อให้ได้ออกมาและขอความช่วยเหลือ

ผู้เลี้ยงสุกรไทยกังวลการนำเข้าเนื้อสุกรราคาถูกจากสหรัฐฯ

Al Jazeera รายงานกรณีผู้ผลิตเนื้อสุกรของไทยกำลังเตรียมรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงกับเนื้อสุกรจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเนื้อสุกรรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก จากข้อตกลงการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยร้อยละ 19 ขณะที่ต้องการให้สินค้าสหรัฐฯ เข้าไทยโดยปลอดภาษี 10,000 รายการ รวมถึงเนื้อสุกร ข้าวโพด ถั่วเหลือง และผลไม้บางชนิด เพื่อลดการขาดดุลการค้า ข้อตกลงดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้เลี้ยงสุกรของไทย เพราะกังวลว่าอาจไม่สามารถอยู่รอดได้หากต้องเผชิญกับเนื้อสุกรจากสหรัฐฯ ที่ราคาถูก

ไทยเข้มงวดกับการใช้ฟรีวีซ่าเข้าประเทศ

CMP ของจีนรายงานกรณีไทยเริ่มบังคับใช้มาตรการเข้มงวดกับผู้ที่เดินทางเข้าไทยโดยใช้ฟรีวีซ่า เข้า-ออกหลายครั้งในลักษณะวีซ่ารัน เพื่อควบคุมกรณีชาวต่างชาติไม่ได้เดินทางเข้าประเทศเพื่อการท่องเที่ยว แต่เข้ามาอยู่อาศัย ทำงาน หรือประกอบธุรกิจอย่างผิดกฎหมาย มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากแรงกดดันทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นในการควบคุมช่องโหว่ของวีซ่า และกิจกรรมผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ รวมถึงการหลอกลวงออนไลน์ในพื้นที่ชายแดนเมียนมา ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยอนุญาตให้พลเมืองจาก 93 ประเทศพำนักโดยไม่ต้องขอวีซ่าเป็นเวลา 60 วัน และขยายได้อีก 30 วัน ซึ่งเป็นนโยบายเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูการท่องเที่ยวหลังสถานการณ์ COVID-19 และวางตำแหน่งให้ไทยเป็นศูนย์กลางการทำงานทางไกลภายใต้โครงการวีซ่าใหม่ Destination Thailand Visa

สื่อต่างประเทศให้ความสนใจสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ของไทย

สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ของไทยครั้งนี้ เป็นครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 ราย โดย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับผลกระทบมากที่สุด มีประชาชนและนักท่องเที่ยวติดค้างจำนวนมาก ผู้ประสบภัยต่างโพสต์ขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียลมีเดีย และแสดงความไม่พอใจต่อการรับมือของรัฐบาล เพราะแม้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ แต่มีปัญหาจากการขาดการจัดการอย่างเป็นระบบเช่นกัน ด้านกองทัพได้รับมอบหมายให้เข้ามาจัดการวิกฤต และได้ส่งเครื่องบินลำเลียงสิ่งของ เฮลิคอปเตอร์ และเรือจักรีนฤเบศรลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม./รมว.มท. ยกเลิกแผนการเดินทางไปมาเลเซีย เพื่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย ทั้งนี้ สถานการณ์อุทกภัยน่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยางของไทย และการเตรียมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 รวมถึงกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ด้าน กต.สิงคโปร์ แนะนำให้ชาวสิงคโปร์หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยัง จ.สงขลา และพื้นที่อื่นของไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย

Galaxy Entertainment Group ประเทศไทยเรียกร้องไทยทบทวนเกี่ยวกับกาสิโน

The Macao News รายงานกรณีนาย Kevin Clayton ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายแบรนด์ Galaxy Entertainment Group ประเทศไทย กล่าวในงาน Bangkok Post Economic Forum 2025 เมื่อ 21 พ.ย. 68 ว่า ไทยจำเป็นต้องทบทวนการบริหารจัดการภาคการท่องเที่ยว หากต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันในเอเชีย โดยเพิ่มการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มใช้จ่ายสูง ซึ่งสวนสนุกและกาสิโนสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยได้ ในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวลดลง ธุรกิจที่เผชิญกับการลดลงในระดับนี้ จะต้องเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ซึ่งภาคการท่องเที่ยวควรทำเช่นกัน ท่าทีของนาย Clayton เกิดขึ้นหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม.ไทย ปฏิเสธความพยายามของ อดีต นรม.ในการผลักดันกาสิโนถูกกฎหมาย ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายสำหรับบริษัทเกมมิ่ง เช่น Galaxy ที่กระตือรือร้นจะขยายตลาดเข้ามาในไทย