สถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ในพื้นที่ภาค ตอ.น.

กรณีพบบุคคลเสี่ยงติดเชื้อแอนแทรกซ์มีจำนวนเพิ่มกว่า 650 คน ใน จ.มุกดาหาร กาฬสินธุ์ และอำนาจเจริญ รวมทั้งกรณีพบวัวตาย 3 ตัว ในพื้นที่ติดชายแดนฝั่งลาว ต.นาดี อ.ด่านซ้าย จ.เลย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดดังกล่าว และจังหวัดอื่นมีพื้นที่ติดกับลาว เช่น เลย นครพนม ได้ดำเนินการควบคุมเฝ้าระวังโรคอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ดี สื่อมวลชนรายงานว่าประชาชนในพื้นที่ยังไม่มีความเข้าใจกับโรคแอนแทรกซ์ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรค ขณะที่ประชาชนส่วนหนึ่งไม่ได้ตระหนักในการเฝ้าระวังโรค ยังคงรับประทานเนื้อสัตว์ดิบ ด้านประชาชนในโซเชียลมีเดียที่สนใจในประเด็นดังกล่าว ส่วนใหญ่กังวลถึงสถานการณ์ของโรคที่มีการระบาดหนัก หลังพบผู้เสี่ยงติดเชื้อแอนแทรกซ์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์และเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์โรคที่รวดเร็วและตรงไปตรงมา เพื่อที่ประชาชนจะได้เตรียมพร้อมในการเฝ้าระวังป้องกันได้ทัน ทั้งนี้ หากสถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ยังระบาดที่ขยายวงกว้างเพิ่มขึ้น ไม่สอดคล้องกับการชี้แจงของหน่วยงานภาครัฐ ทำให้มีแนวโน้มที่จะถูกกลุ่มที่เห็นต่างจากรัฐบาลขยายผล

หลายฝ่ายยังกังวลต่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่ จชต. เพิ่มมากขึ้น

จากกรณีเกิดเหตุยิงสามเณรและประชาชนในพื้นที่ จชต. ทำให้คนในพื้นที่กังวลเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น ผลการสำรวจของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) สำรวจความเห็นคนในพื้นที่ จชต.เรื่องความปลอดภัยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 33.45 เห็นว่า ไม่มีความปลอดภัยเหมือนเดิม และร้อยละ 42.36 เห็นว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาจริง ซึ่งในประเด็นนี้ พบกลุ่มการเมือง และภาคประชาสังคม อาทิ นายกัณวีร์ สืบแสง สส.พรรค ปร. นายอามูนา ปินจอร์ สส.พรรค ปชบ. นายฮากิม พงตีกอ แกนนำ The Patani นำไปขยายผลวิจารณ์รัฐบาลว่า ไม่ผลักดันกระบวนการพูดคุยสันติสุขอย่างจริงจัง และไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลขอเปลี่ยนผู้แทนพูดคุยจากฝ่ายการเมืองของ BRN มาเป็นผู้นำองค์กรโดยตรง เพราะอาจทำให้กระบวนการล่าช้าไปอีก ด้านสื่อท้องถิ่นและกลุ่มแนวร่วม จาก Wartani เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ JASAD ยังคงเผยแพร่ข่าวสารโจมตีกิจการทำงานของ จนท.รัฐ ภายใต้กฎหมายพิเศษ โดยปิดล้อมพื้นที่เพื่อตรวจค้นควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย และตั้งด่านตรวจค้นหรือเก็บ DNA ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิและกดขี่คนในพื้นที่

ไทยเตรียมทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยหลังเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์ช่วงแผ่นดินไหว

สนข. AFP ของฝรั่งเศส รายงานกรณีนายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมบรรเทาสาธารณภัยแถลงข่าวว่าจะทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Cell Broadcast) ในพื้นที่ทั่วทุกภูมิภาค เพื่อพัฒนาปรับปรุงการทำงานและการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง AFP ระบุเพิ่มเติมว่า การทดสอบดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกรณีรัฐเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการแจ้งเตือนประชาชนในห้วงเกิดแผ่นดินไหวเมื่อ มี.ค. 68 และแม้ไทยจะไม่เผชิญเหตุแผ่นดินไหวบ่อยนัก แต่ก็ประสบปัญหาอุทกภัยรุนแรงในฤดูฝน

หลายกลุ่มแสดงความกังวลถึงปัญหาเศรษฐกิจมากขึ้น

ภาคประชาชนแสดงความกังวลถึงปัญหาราคาสินค้าและบริการหลายรายการมีราคาแพงขึ้น เช่น เนื้อหมู และไข่ไก่ ส่วนกลุ่มเกษตรกรระบุปัญหาต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น แต่ผลผลิต/สินค้าและบริการกลับมีราคาต่ำ และบางกลุ่มออกมาเรียกร้องความช่วยเหลือ เช่น ชาวสวนยางพารา ชาวสวนปาล์ม เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจที่มีความเดือดร้อนจากปัญหาต้นทุนการผลิตและผลประกอบการที่ลดลงมีบางส่วนทยอยปิดกิจการ ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังได้รับผลกระทบจากการที่ธนาคารพิจารณาสินเชื่ออย่างเข้มงวดและกำลังซื้อที่อยู่อาศัยยังคงไม่กลับมา ด้านธุรกิจท่องเที่ยวกังวลเรื่องจำนวนและการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวลดลง รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่แสดงพฤติกรรมการบริโภคที่ระมัดระวังและเลือกสรรมากขึ้น ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมกังวลถึงปัญหาสินค้าจีนและธุรกิจจีนเข้ามาแย่งตลาด ซึ่งนับเป็นลักษณะแบบศูนย์กลางปัญหานี้เกิดขึ้นในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เพราะผลกระทบจากนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ท่ามกลางปัญหาหนี้เสียและกำลังซื้อของประชาชนที่เปราะบาง

การขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศในไทยยังเผชิญข้อจำกัดหลายประการ

เว็บไซต์มูลนิธิ Rosa Luxemburg ซึ่งเป็นสถาบันด้านนโยบายการเมืองของเยอรมนี เผยแพร่บทความระบุว่า กระบวนการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทยมีมาอย่างยาวนาน แต่เผชิญกับอุปสรรคจากลักษณะสังคมของไทยที่มีความอนุรักษ์นิยมสูง และการเมืองขาดเสถียรภาพ เนื่องจากเกิดรัฐประหารหลายครั้งนับ และยังมีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมือง โดยมีเหตุการณ์สำคัญในยุคใหม่ คือ กรณีพรรค กก.ชนะการเลือกตั้งแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และพรรค พท.จับมือกับพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมเพื่อจัดตั้งรัฐบาล แต่กลับยอมเห็นชอบร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยนักกิจกรรมการเมืองประเมินสาเหตุว่าเป็นเพราะแรงกดดันสังคมที่สนับสนุนกฎหมายอย่างมาก และสายทุนกลุ่มทุนใหญ่เห็นช่องทางสร้างกำไร รวมถึงช่วยจำกัดพลังของขบวนการเคลื่อนไหวทางเพศกลุ่มที่ไม่ได้เน้นเฉพาะการแต่งงาน แต่ต้องการการรับรองในประเด็นอื่น ๆ ที่ซับซ้อน อาทิ การเปลี่ยนเพศบนเอกสารราชการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศในไทยคืบหน้าเพียงก้าวเล็ก ๆ และยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดอีกหลายประการ

สถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยลดลง

สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ระบุว่า ไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างหนักหลังพบสถิติเมื่อ 16 เม.ย. 68 มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยเพียง 5,833 คน ซึ่งต่ำที่สุดจากค่าเฉลี่ย วันละ 15,000 – 20,000 คน ซึ่งการลดลงของนักท่องเที่ยวจีนรุนแรงกว่าช่วงเกิดเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวล่มที่ จ.ภูเก็ต เมื่อปี 2561 คาดว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจจีนในขณะนี้ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ และนโยบายของรัฐบาลจีนที่มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ แอตต้าประเมินว่า แม้ไทยจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกลับมาที่ 10,000 – 15,000 คนต่อวันได้ในช่วงที่เหลือของปี 2568 แต่จำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมจะอยู่ที่เพียง 4.2 – 5.5 ล้านคน ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย 7 ล้านคน และต่ำกว่าเมื่อปี 2567

แก๊งหลอกลวงกลับมาเพิ่มขึ้นและเป็นลักษณะเลือกเหยื่อแบบเจาะจง

ปัญหาการหลอกลวงออนไลน์กลับมาเพิ่มขึ้น โดยแต่ละเหตุมีจุดร่วมเหมือนกันคือ กลุ่มหลอกลวงออนไลน์สามารถเข้าถึงข้อมูลเหยื่อแบบละเอียด โดยเฉพาะข้อมูลการทำธุรกรรมต่าง ๆ และมีวิธีการหลอกลวงที่แนบเนียนกว่าเดิม เช่น สามารถอายัดแอปบัญชีธนาคารของเหยื่อได้ สามารถซักถามระบุข้อมูลของเหยื่อได้ถูกต้อง ขณะเดียวกันพบกลุ่มมิจฉาชีพก่อเหตุในพื้นที่ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยปลอมเป็น จนท.เดินขายสินค้าประเภทต่าง ๆ หรือ จนท.สำรวจข้อมูลประชากร และจะเลือกบ้านและช่วงเวลาที่ผู้สูงอายุอยู่เพียงลำพัง เพื่อหลอกขายสินค้า และขโมยข้อมูล ซึ่งพบมากในพื้นที่ชนบททางจังหวัดในภาคเหนือ และภาค ตอ.น.

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนอาจส่งผลให้สินค้าจีนทะลักเข้าไทย

กรณีสหรัฐฯ และจีนออกมาตรการภาษีตอบโต้ระหว่างกันนั้น พบนักวิเคราะห์และภาคเอกชนต่างแสดงความกังวลถึงผลกระทบจากสงครามการค้าที่รุนแรง จนอาจทำให้เกิดการทะลักของสินค้าจีนมายังเอเชีย ตอ.ต. รวมถึงไทยที่เป็นจุดหมายสำคัญ เพราะมีการเติบโตของแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการจีนสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคไทยได้สะดวก ขณะที่สินค้าในภาคอุตสาหกรรม เช่น เหล็ก อลูมิเนียม เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า อาจถูกส่งออกจากจีนมายังไทยเพิ่มขึ้น เพราะจีนสามารถผลิตสินค้าดังกล่าวได้ในราคาถูกกว่าไทยแต่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่า ประเด็นสำคัญคือ ผู้ประกอบการไทยขนาดกลางและขนาดย่อมอาจไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ จนต้องลดกำลังผลิตหรือปิดกิจการลง

ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรมีราคาตกและเผชิญการแข่งขันสูง

ผลผลิตทางการเกษตรกรหลายรายการมีราคาตกต่ำลงอย่างมาก เช่น ยางพาราได้รับผลกระทบจากคำสั่งซื้อในตลาดต่างประเทศจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ทำให้ราคารับซื้อน้ำยางสดหน้าสวนปรับลงมาอยู่ที่ ๔๖ บาทต่อ กก. จากเดิมเมื่อช่วงต้นปีอยู่ที่ประมาณ 70 บาทต่อ กก. โดยเกษตรกรคาดหวังให้ราคาอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า ๖๐ บาท จึงจะอยู่รอดได้ ด้านพริกชี้ฟ้ามีราคารับซื้อเหลือเพียง 30 บาทต่อ กก. จากปกติอยู่ 60 บาท เพราะมีพริกออกสู่ตลาดจำนวนมาก และพบกรณีชาวสวนพริกหยวก ใน อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ โพสต์คลิปเทกระจาดพริกที่ปลูกเอง เผยแพร่ทางติ๊กต็อก เพื่อประท้วงราคาที่ตกต่ำจนขาดทุน

กรณีอาคาร สตง.ถล่ม มีข้อสงสัยว่าอาจเกิดจากการแก้ไขแบบและวัสดุที่ใช้ไม่มีคุณภาพ

กรณีอาคาร สตง.ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวยังคงเป็นที่สนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสืบสวนสาเหตุของการถล่ม ซึ่งมีประเด็นที่ถูกนำมาเปิดเผยและกำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์คือ เอกสารการแก้ไขสัญญาที่เกี่ยวข้องกับงานด้านวิศวกรรม เช่น การแก้ไขรูปแบบปล่องลิฟท์ (Core Wall) และผนังคอนกรีตเสริมเหล็กรับแรงเฉือน (Shear Wall) ที่ถือเป็นโครงสร้างหลักในการรับแรงของอาคาร และการปรับใช้วัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็กที่ต้องเป็นเหล็กข้ออ้อยประทับสัญลักษณ์ตัว T (หมายถึงเหล็กข้ออ้อยที่ใช้กรรมวิธีทางความร้อนมาทำให้ผิวของเหล็กมีความแข็งโดยไม่ได้ต้องเติมคาร์บอน ซึ่งนิยมใช้ในงานก่อสร้างแต่มีกระแสต่อต้านเพราะถูกมองว่าแข็งนอกอ่อนใน)