ไทยเสี่ยงเป็นประเทศล้าหลังทางเศรษฐกิจของเอเชีย ตอ.ต.

Bloomberg เผยแพร่บทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทย หลังจากพรรคที่เป็นฝ่ายอนุรักษนิยมชนะการเลือกตั้ง โดยหลายฝ่ายคาดหวังว่าจะสร้างเสถียรภาพให้กับประเทศ ในขณะที่เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาขยายตัวต่ำกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชา ปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง รวมถึงปัญหาโครงสร้างประชากร โดยไทยยังขาดแนวคิดหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ฟื้นจากภาวะซบเซา ในขณะที่เวียดนามมีการส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ มาเลเซียมุ่งเน้นด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center) และสิงคโปร์ที่เป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาคและที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทข้ามชาติ แต่ไทยยังขาดเป้าหมายหลักที่จะเป็นแรงจูงใจในการระดมทรัพยากรและกำหนดทิศทางนโยบายของประเทศ

ไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนในช่วงวันหยุดตรุษจีน

Nikkei Asia ระบุว่า ไทยกำลังพยายามดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน หลังจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเมื่อปี 2568 ลดลงร้อยละ 30 จากเหตุลักพาตัวนักแสดงจีนไปยังศูนย์หลอกลวงในเมียนมาเมื่อ ม.ค. 68 รวมถึงการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา   โดยไทยออกแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว เสนอส่วนลดค่าเดินทางและโรงแรม รวมทั้งจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในหลายพื้นที่ ขณะที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะฟื้นตัวในปี 2569 อยู่ที่ 7 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ไทยต้องแข่งขันกับเวียดนาม และด้วยค่าเงินบาทที่แข็งค่าที่สุดในรอบประมาณ 5 ปี จึงยังไม่ชัดเจนว่าไทยจะประสบความสำเร็จในการดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาได้หรือไม่

ไทยเตรียมจ้างแรงงานศรีลังกา 10,000 คน

The Sunday Island ของศรีลังกา รายงานกรณีศรีลังกาและไทยเสร็จสิ้นการเจรจาเกี่ยวกับกรอบความร่วมมือด้านแรงงานครั้งสำคัญ ซึ่งจะเปิดทางให้มีการรับแรงงานชาวศรีลังกาจำนวน 10,000 คน ภายใต้โครงการนำร่อง เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในหลายภาคส่วนของไทย และสร้างโอกาสการจ้างงานให้แก่ชาวศรีลังกาในสาขาต่าง ๆ เช่น การก่อสร้าง เกษตรและปศุสัตว์ อาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา การแปรรูปสัตว์น้ำ เหมืองแร่ โดยทั้งสองฝ่ายได้สรุปร่างข้อตกลงแล้ว และเตรียมส่งให้รัฐบาลอนุมัติอย่างเป็นทางการ โดยพิธีลงนามคาดว่าจะจัดขึ้นภายในไตรมาสแรกของปี 2569

ไทยเป็นประเทศที่ชาวออสเตรเลียขอความช่วยเหลือด้านกงสุลมากที่สุด

The Sydney Morning Herald อ้างข้อมูลจากรายงานการให้ความช่วยเหลือด้านกงสุลแก่ชาวออสเตรเลียในต่างประเทศ ประจำปี 2567-2568 ของกระทรวงการค้าและการท่องเที่ยวออสเตรเลีย พบว่า ไทยเป็นประเทศที่ชาวออสเตรเลียขอความช่วยเหลือด้านกงสุลมากที่สุดถึง 1,017 กรณี ส่วนใหญ่เป็นการเจ็บป่วยหรือเข้าโรงพยาบาล การขอความช่วยเหลือด้านสวัสดิภาพ และการถูกควบคุมตัวโดย ตม. ไทยยังเป็นประเทศที่มีการจับกุมชาวออสเตรเลียสูงเป็นอันดับ 2 รองจากจีน และมีผู้ตกเป็นเหยื่อการทำร้ายร่างกายสูงเป็นอันดับ 2 รองจากอินโดนีเซีย นอกจากนี้ ยังเป็นประเทศที่มีชาวออสเตรเลียสูญหายและเสียชีวิตมากที่สุด แต่ก็เป็นปลายทางยอดนิยมอันดับที่ 6 ของนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย

ไทยเป็นปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีน

Global Times รายงานอ้างข้อมูลจากผู้ให้บริการด้านอุตสาหกรรมการบิน พบว่า ฤดูกาลเดินทางเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ในช่วงสัปดาห์แรก มีจำนวนเที่ยวบินในเส้นทางจีน–ญี่ปุ่น ลดลงกว่าร้อยละ 49.2 เมื่อเทียบกับปี 2567 ขณะที่ไทยและเกาหลีใต้ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางออกนอกประเทศในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ โซล กรุงเทพฯ ฮ่องกง สิงคโปร์ และกัวลาลัมเปอร์

ภูเก็ตเข้มงวดธุรกิจให้เช่ารถจักรยานยนต์ จากปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติ

The Straits Times รายงานกรณี จนท.ใน จ.ภูเก็ต กำลังเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลธุรกิจให้เช่ารถจักรยานยนต์ เพื่อแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต ขับขี่โดยประมาท หรือฝ่าฝืนกฎหมายจราจร มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเนื่องจาก จ.ภูเก็ต ต้องการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน พร้อมการรักษาภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ข้อมูลพบว่า ในปี 2568 มีชาวต่างชาติถูกจับกุมจากการขับขี่รถจักรยานยนต์เช่าโดยไม่มีใบอนุญาตจำนวน 20,901 คน

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไทยกังวลเรื่องหนี้และเศรษฐกิจ

CNA เผยแพร่บทความระบุว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวไทยมีความกังวลเรื่องหนี้สินและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยเศรษฐกิจไทยประสบปัญหาในการฟื้นตัวมานาน เพราะตั้งแต่ปี 2564 เศรษฐกิจไทยมีอัตราการขยายตัวเพียงร้อยละ 1–3 ต่อปี และในปี 2569 น่าจะอยู่ที่ร้อยละ 2 เท่านั้น ซึ่งตามหลังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ขณะที่ระดับหนี้ครัวเรือนไทยสูงถึงร้อยละ 90 ของ GDP ถือเป็นปริมาณที่สูงในอันดับต้นของเอเชีย ด้านพรรคการเมืองต่างใช้นโยบายด้านเศรษฐกิจเพื่อดึงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะมีขึ้น ทั้งนโยบายแจกเงิน ให้เงินอุดหนุน และพักหนี้ แต่ที่ได้รับความสนใจมากคือนโยบายแบบเสี่ยงโชค ทั้งนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้าน ของพรรค พท. และหวยใบเสร็จ ของพรรค ปชน. ทั้งนี้ นักวิเคราะห์แสดงความเห็นว่า นโยบายเหล่านี้จับต้องได้และเข้าใจง่ายกว่าการปฏิรูปเศรษฐกิจที่ใช้เวลานาน แต่เสี่ยงสร้างภาระงบประมาณสูงและไม่ยั่งยืน

ไทยมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น แม้เผชิญมาตรการภาษี

Nikkei Asia รายงานกรณีมาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกที่สำคัญของเอเชีย ตอ.ต. มียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในปี 2568 เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มขึ้นด้วย ไทยมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 51,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 35,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2567 ซึ่งได้แรงหนุนจากการเติบโตของสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 เป็น 67,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านนักวิเคราะห์มองว่า การขาดดุลการค้าของประเทศต่าง ๆ ต่อจีนที่จะขยายตัวขึ้น  อาจทำให้จีนส่งสินค้าผ่านประเทศในเอเชีย ตอ.ต. ไปยังสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีที่สูงกว่า ขณะที่การส่งออกของประเทศในเอเชีย ตอ.ต. ในปี 2569 มีแนวโน้มชะลอตัวเนื่องจากผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และเมื่อข้อตกลงการค้าของสหรัฐฯ กับหลายประเทศเริ่มมีผล จะทำให้มีการนำเข้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น และยอดเกินดุลการค้าจะลดลง ซึ่งจะเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคในปี 2569

ไทย ลาว และเมียนมา ร่วมมือต่อสู้ปัญหา PM2.5

Laotian Times รายงานกรณีไทย ลาว และเมียนมาเห็นพ้องแผนความร่วมมือใหม่เพื่อรับมือกับปัญหามลพิษทางอากาศ PM2.5 โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมและการเฝ้าระวังร่วมกัน เพื่อควบคุมไฟป่าและการเผาในภาคเกษตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนและการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ ข้อตกลงดังกล่าวต่อยอดจากความร่วมมือระดับภูมิภาค รวมถึงยุทธศาสตร์ฟ้าใส ซึ่งสะท้อนได้ว่าปัญหา PM2.5 เป็นปัญหาข้ามพรมแดนที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยประเทศเดียว

การท่องเที่ยวไทยกำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้เวียดนาม

Tempo ของอินโดนีเซียรายงานว่า ไทยซึ่งเป็นปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเอเชียมานาน กำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้กับเวียดนาม โดยเมื่อปี 2568 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศลดลงร้อยละ 7.2 ขณะที่เวียดนามเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.4 เปรียบเทียบกับเมื่อปี 2567  การท่องเที่ยวเวียดนามยังเติบโตอย่างรวดเร็วจากการพัฒนาด้านคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน ด้านผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมองว่า การท่องเที่ยวไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ ไม่สามารถพึ่งพาความสำเร็จในอดีตได้ แต่ยังเป็นปลายทางที่ดึงดูดทั้งในฐานะแหล่งท่องเที่ยวและอยู่อาศัย แต่ต้องมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีพลังในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก