ตลาดหุ้นไทยสร้างผลตอบแทนต่ำกระทบนักลงทุนรายย่อย

บริษัทวิเคราะห์ตลาดหลักทรัพย์และนักลงทุนแสดงความเห็นตรงกันถึงสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยที่เผชิญแรงกดดัน ตั้งแต่เหตุแผ่นดินไหว จนถึงมาตรการภาษีตอบไต้ของสหรัฐฯ ทำให้หลายโครงการลงทุนขนาดใหญ่ชะลอการตัดสินใจ ล่าสุดยังถูกซ้ำเติมจากนักท่องเที่ยวจีนลดลงและการเมืองที่เริ่มร้อนแรงจากกระแสข่าวความขัดแย้งในรัฐบาลและการยุบสภา อีกทั้งสถาบันเศรษฐกิจปรับประมาณการ GDP ไทยลดลง ยิ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับความผันผวนและเคลื่อนไหวในทิศทางลบ จนเสี่ยงที่จะหลุดกรอบสำคัญในระดับ 1,000 จุด หากการเจรจากับสหรัฐฯ ไม่คืบหน้า  ตลาดหุ้นไทยที่เติบโตต่ำนี้ มีผลต่อกลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่เข้ามาลงทุนเพื่อหวังสร้างผลตอบแทนแทน  และเป็นวัยสร้างตัว โดยผลสำรวจของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่านักลงทุนไทยในตลาดส่วนใหญ่เป็น Gen Y และ Gen Z อยู่ที่ประมาณร้อยละ 70 และยังเป็นกลุ่มที่ซื้อมากที่สุดหรือกำหนดแนวโน้มตลาดด้วย

ประชาชนเรียกร้องให้แก้ปัญหาน้ำท่วม อ.แม่สาย จ.เชียงราย

กรณีน้ำป่าทะลักเข้าท่วม อ.แม่สาย จ.เชียงราย แม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่ยังคงสร้างความตื่นตระหนกและกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากน้ำทะลักเข้ามาขณะพักผ่อน โดยไม่มีการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าและไม่ได้มีแผนรับมือจากภาครัฐ ทำให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และต่างออกมาเรียกร้องผ่านโซเชียลมีเดียขอให้เร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอย่างจริงจัง อาทิ การขุดลอกคลองระบายน้ำเพิ่ม การจัดระเบียบผังเมืองใหม่ รวมถึงขอรับบริจาคน้ำดื่ม เนื่องจากการประปาหยุดผลิตน้ำ เพราะแม่น้ำสายและแม่น้ำรวกที่เป็นแหล่งน้ำดิบมีความขุ่นข้นมากเกินไป ขณะที่นักวิชาการกังวลว่า ปัญหาสารพิษปนเปื้อนในแหล่งน้ำจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ขอให้เร่งประกาศแผนรับมือสถานการณ์อุทกภัยรอบใหม่ที่กำลังจะมาถึง เพื่อให้คำแนะนำประชาชนและขอให้เร่งเจรจากับเมียนมาและกองกำลังว้า เพื่อปิดเหมืองต้นน้ำอย่างถาวร

เวียดนามและไทยยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

South China Morning Post ของฮ่องกง เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านของไทยและเวียดนามในระหว่างการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นรม. โดยอ้างความคิดเห็นของนักวิชาการว่า เป็นความพยายามของเวียดนามในการส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาค แต่เวียดนามยังให้ความสำคัญกับประเทศมหาอำนาจที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจและความมั่นคง ขณะที่ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.มีความสำคัญในลำดับรองลงมา และมุ่งเน้นที่เสถียรภาพและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลดผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ รวมถึงเพื่อลดการพึ่งพาเศรษฐกิจจีนอีกด้วย

อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ไทยได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ

The Straits Times ของสิงคโปร์ เผยแพร่บทความกรณีไทยได้ผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ต่ออุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกโซลาร์เซลล์ของจีนไปยังสหรัฐฯ โดยการประกาศรายละเอียดของมาตรการภาษีใน มิ.ย. 68 คาดว่าอาจสูงถึงร้อยละ 250 ความเสี่ยงดังกล่าวทำให้บริษัทจีนเริ่มชะลอการผลิตโซลาร์เซลล์ในภูมิภาครวมถึงไทย จนส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในไทย  รวมถึงก่อให้เกิดปัญหาสิทธิแรงงาน เนื่องจากพบว่ามีการยกเลิกการจ้างงานอย่างไม่เป็นธรรม  ปัญหาดังกล่าวจะยิ่งรุนแรง หากสหรัฐฯ ยังคงบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้ในอัตราร้อยละ 37 จากสินค้าไทย อย่างไรก็ดี สภาวะการค้าที่เปลี่ยนแปลงอาจเป็นโอกาสในการยกระดับห่วงโซ่คุณค่าและค้นหาตลาดใหม่ รวมถึงการกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในภูมิภาค

วีซ่า DTV กลายเป็นช่องทางใหม่ในการลักลอบเข้ามาทำงานของคนจีน

พบข้อมูลบนโซเชียลมีเดียเปิดเผยว่ามีกลุ่มขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้วีซ่า DTV เป็นช่องทางนำคนจีนเข้ามาทำงานผิดกฎหมายในไทย หรือลักลอบทำงานในธุรกิจของทุนจีน แทนการใช้วีซ่านักเรียนที่ถูกเปิดโปงไปก่อนหน้านี้ โดยในการขอวีซ่า DTV นั้น จะมีเอเย่นต์จีนรับหน้าที่ดำเนินการ ซึ่งเหตุผลในการขอวีซ่ามักระบุว่าต้องการเข้ามาเรียนทำอาหารไทยหรือมวยไทย ตามนโยบายส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ โดยมีโรงเรียนนอมินีของทุนจีน 2-3 แห่ง ใน จ.เชียงใหม่ ที่ถูกใช้สมัครวีซ่าบ่อยครั้ง แต่ไม่ได้มีการบังคับให้นักเรียนเข้าเรียนจริง ส่วนค่าธรรมเนียมที่เอเย่นต์จีนเรียกเก็บอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาทขึ้นไป และมักดำเนินการผ่านสถานทูต/สถานกงสุลไทยในประเทศที่สาม เช่น กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย และ สปป.ลาว จึงเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ภายในรู้เห็นเป็นใจด้วย

กรณีสถานการณ์มลพิษในแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย

พบสื่อรายงานข้อมูลว่ามีเหมืองที่เป็นต้นตอของมลพิษในแม่น้ำกกตั้งอยู่ห่างจากชายแดนไทยเพียงประมาณ 15 กม. และอยู่ภายใต้อิทธิพลของกองกำลัง UWSA ซึ่งปัจจุบันได้อนุญาตให้ชาวจีนขยายพื้นที่ทำเหมืองทอง จากเดิมที่มีอยู่ในเมืองกก เมืองสาด และบ้านฮุ่ง นอกจากนี้ ทุนจีนยังมีแผนจะสร้างเรือขุดเหมืองทองในแม่น้ำเพิ่ม แต่จะย้ายจุดขุดไปอยู่ในที่ลับสายตามากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเสนอข้อมูลต่อสาธารณะ ด้านกลุ่มนักวิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชนยังคงออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาและเปิดเผยข้อมูลให้แก่ประชาชนได้รับทราบอย่างโปร่งใส เพื่อไม่ให้เกิดกรณีซ้ำรอยเหมือนกับสถานการณ์มลพิษตะกั่วในห้วยคลิตี้ ที่ จ.กาญจนบุรี เมื่อปี 2545 ที่ชาวบ้านประสบกับความยากลำบากในการพิสูจน์ว่าได้รับสารพิษ และไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้ก่อมลพิษได้

ปัญหาโรงงานทุนจีนสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

มีรายงานว่าในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง มีโรงงานจีนเข้ามาเปิดกิจการจำนวนมาก จนเป็นเขตอุตสาหกรรม ประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนว่าการดำเนินงานของโรงงานเหล่านี้ สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการดำเนินชีวิต เช่น เปิดใช้เครื่องจักรที่ส่งเสียงดังและปล่อยกลิ่นเหม็นออกมาเป็นประจำ ซึ่งแม้จะมีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง แต่ไม่มีความคืบหน้า นอกจากนี้ พบในพื้นที่ อ.นิคมพัฒนา จ.ปราจีนบุรี เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียและมีกลิ่นเหม็น ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่ามาจากกลุ่มทุนจีนที่เข้ามาดำเนินธุรกิจโรงงาน และการจัดการขยะไม่มีมาตรฐาน ทำให้มีความกังวลว่าในอนาคต จ.ปราจีนบุรีอาจกลายเป็นถังขยะอุตสาหกรรมของกลุ่มทุนต่างชาติ จึงร่วมมือกับภาคประชาสังคมยื่นหนังสือคัดค้านการเสนอให้ จ.ปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ที่ขยายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

การลักลอบนำผลไม้เวียดนามเข้าไทยมากขึ้น

  กลุ่มชาวสวนผลไม้ ผู้ค้าแผงผลไม้ และผู้ค้าสินค้าแปรรูป เปิดเผยข้อมูลสอดคล้องกันว่า ผลไม้ไทยถูกผลไม้เวียดนามตีตลาดอย่างไม่ถูกต้อง เพราะมีขบวนการลักลอบนำผลไม้เวียดนามเข้ามาสวมสิทธิ์ผลไม้ไทย เพื่อส่งออก  และนำมาวางขายในไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ มะม่วง ทุเรียน อาโวคาโด และเสาวรส เพราะผู้ประกอบการที่ลักลอบนำผลไม้เวียดนามมองเพียงผลกำไร ขณะที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าเป็นผลไม้เวียดนามที่ลักลอบเข้ามา จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามากวาดล้างจับกลุ่มขบวนการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว นอกจากนี้ กรมศุลกากรกัมพูชามีมาตรการให้ทุเรียนนำเข้าจากไทยต้องมีหนังสือรับรองว่าไม่มีสารตกค้างก่อน จึงจะอนุญาตให้นำเข้าได้ ดังนั้น ผู้ค้าทุเรียนไทยบริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม จ.จันทบุรี ที่ติดกับกัมพูชา เรียกร้องขอให้หน่วยงานไทยเร่งประสานกับกัมพูชาเพื่อให้ช่วยรับรองว่า ทุเรียนไทยที่ปลูกฝั่งตะวันออกไม่มีปัญหาสารตกค้าง เนื่องจากมีทุเรียนที่ติดค้างรอส่งขายไปฝั่งกัมพูชาเป็นจำนวนมาก

ความเคลื่อนไหวต่อกรณีเหตุความรุนแรงในพื้นที่ จชต.

  ภาคประชาสังคม กลุ่มนักวิชาการ และกลุ่มทางการเมือง เช่น นายอามูนา ปินจอร์ สส.พรรค ปชบ. กลุ่มซูฟ้า ออกมาแสดงท่าทีต่อเหตุความรุนแรงใน จชต. ซึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลจริงจังกับการเปิดเจรจาสันติภาพกับ BRN เพราะกระบวนการเจรจาที่หยุดชะงักมานานกับการที่รัฐบาลไม่มีนโยบายชัดเจนและไม่แต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยที่มาจากฝั่งการเมือง เป็นเหตุผลให้ผู้ก่อความไม่สงบเลือกใช้แนวทางตอบโต้ที่รุนแรงมากขึ้น ส่วนกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รอง นรม./รมว.กห. แสดงออกในเชิงว่าจะไม่พูดคุยอย่างเป็นทางการจนกว่าจะได้พูดคุยกับ BRN ตัวจริงนั้น มองว่าไม่เกิดประโยชน์เพราะเมื่อดูจากสถิติจะเห็นว่าการเปิดเจรจามีผลให้การก่อเหตุลดลงได้จริงนอกจากนี้ พบความเคลื่อนไหวบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับสถานการณ์ จชต. ที่กำลังมีการขยายผล เช่น กรณีองค์กรปลดปล่อยปาตานีแห่งสหพันธรัฐ (PULO) หนึ่งในกลุ่มขบวนการต่อสู้ปาตานี ระบุให้สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยมีบทบาทอย่างจริงจังในการแก้ไขปัญหา จชต. และกรณีมีเพจ/บุคคลแชร์ข้อความและคลิปที่กล่าวหาว่านายมหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีต นรม.มาเลเซีย เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง BRN ตัวจริง หลังจากได้ทำการโพสต์เรื่องดินแดนมลายู โดยความเห็นที่ปรากฏออกมาเป็นลักษณะชี้ว่าไทยรัฐใช้ความรุนแรงกับผู้ก่อความไม่สงบและข้อความที่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

กกร. ปรับคาดการณ์ GDP ไทย ลดลงอีกครั้ง

  คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยว่าได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและมาตรการภาษียานยนต์ของสหรัฐฯ จึงปรับลดคาดการณ์ GDP ของไทยในปี 2568 เหลือขยายตัวที่ร้อยละ 2-2.2 จากเดิมร้อยละ 2.4- 2.9 ภายใต้สถานการณ์ไทยเจรจากับสหรัฐฯ ได้สำเร็จ แต่หากไม่สำเร็จหรือถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าที่ร้อยละ 36  GDP อาจขยายตัวได้เพียงร้อยละ 0.7-1.4 และการส่งออกทั้งปีอาจติดลบมากถึงร้อยละ 2 เพิ่มแรงกดดันต่อกลุ่มลูกจ้างที่มีประมาณ 3.7 ล้านคน และ SMEs ประมาณ 5,000 ราย ซึ่งมีข้อจำกัดในการปรับตัว  กกร.กังวลต่อเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว มาอยู่ในช่วง 32.5-32.7 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียนประมาณร้อยละ 3-5 จึงส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยว จึงขอให้ภาครัฐดูแลค่าเงินไม่ให้แข็งค่าหรือผันผวนเร็ว ด้านวิจัยกรุงศรีและ Krungthai COMPASS ประเมินเศรษฐกิจไทยว่ามีความเสี่ยงขาลงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง