ไทยอาจใช้สนธิสัญญาไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเพื่อหลีกเลี่ยงนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ

  นิตยสาร The Diplomat เผยแพร่บทความของนาย Sukegawa Seiya อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ ม.Kokushikan ญี่ปุ่น เกี่ยวกับนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ที่ประเทศสมาชิกอาเซียนเสี่ยงต้องเผชิญ เพราะเมื่อปี 2567 สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับอาเซียนสูงถึง 230,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เป็นอันดับที่ 11 มูลค่า 45,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแนวทางของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ มีลักษณะเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ประเทศต่าง ๆ จึงจะต้องรู้ว่าถือไพ่อะไรอยู่ และคิดว่าจะใช้อย่างไรในการเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งไทยถือไพ่ที่ทรงพลังในกลุ่มประเทศอาเซียน คือ สนธิสัญญาไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่ลงนามเมื่อปี 2509 ซึ่งอนุญาตให้บริษัทสหรัฐฯ ถือหุ้นใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมที่มีการจำกัดการลงทุนจากต่างประเทศได้ โดยไทยอาจใช้สนธิสัญญาดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยงนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ หรืออาจพยายามรวมเนื้อหาของสนธิสัญญาดังกล่าวเข้ากับความตกลง FTA (ไทยยังไม่มี FTA กับสหรัฐฯ) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการดึงดูดการลงทุนได้อย่างมาก

หลายกลุ่มออกมาร่วมคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร มากขึ้น

  พบกลุ่ม สว.แสดงท่าทีไม่เห็นชอบ พร้อมกับยื่นญัตติด่วนขอให้วุฒิสภาจัดการประชุมพิจารณาผลกระทบจากการดำเนินการเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ฯ ของสภาฯ และเตรียมนำเสนอความเห็นต่อ ครม.ต่อไป ด้านที่ประชุมราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง เมื่อ 2 เม.ย. 68 มีมติขอให้รัฐบาลยุติหรือชะลอการเสนอ ร่าง พ.ร.บ.ฯ เข้าสู่สภา เพราะได้ไม่คุ้มเสียและสร้างผลกระทบต่อสังคม ขณะที่บนเฟซบุ๊กมีกระแสแฮชแท็ก #ภูเก็ตไม่เอาคาสิโน โดยกลุ่มนักการเมือง เพจชุมชน และคนพื้นที่ภูเก็ต มองว่าการสร้างกาสิโนในจังหวัดจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่แล้ว เช่น รถติด นักท่องเที่ยวกร่าง และการก่ออาชญากรรม โดยนัดแสดงจุดยืนที่เวทีกลางสะพานหินภูเก็ต ใน 5 เม.ย. 68 ตั้งแต่ 17.30 น. ส่วนความเคลื่อนไหวเมื่อ 3 เม.ย. 68 กลุ่ม คปท.และแนวร่วม จัดชุมนุมและเดินขบวนไปที่อาคารรัฐสภา เพื่อคัดค้านการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฯ ตามที่มีกระแสข่าวว่ากฎหมายจะเข้าสู่สภาฯ  ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและอาจทำให้ร่าง พ.ร.บ.ฯ เป็นที่ถกเถียงในวงกว้างมากขึ้น

ไทยถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้จากสหรัฐฯ ในอัตราสูงที่ร้อยละ 36

  กรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงไทยถูกคิดภาษีสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในอัตราร้อยละ 36 (ต่อมาเพิ่มเป็นร้อละ 37) มากกว่าที่ภาคเอกชนไทยประเมินไว้ที่ร้อยละ 10 – 25 และเดิมคาดว่าจะกระทบต่อ GDP ไทยอย่างน้อยร้อยละ 0.6 ทำให้ GDP ตลอดทั้งปี 2568 อาจขยายตัวไม่ถึงร้อยละ 2.4 นั้น อาจทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะต่อการส่งออกสินค้าเกษตร เช่น ข้าว กุ้งแปรรูป และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ยางล้อรถยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และปิโตรเคมี รวมถึงกังวลว่าสินค้าจีนจะทะลักเข้าไทยมากขึ้น ทั้งนี้ ภาคเอกชนเห็นด้วย หากรัฐบาลไทยจะพิจารณาเจรจาการค้า โดยนำเข้าสินค้ากลุ่มต่าง ๆ จากสหรัฐฯ เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบ แต่ควรคำนึงไม่ให้กระทบต่อผู้ค้าและเกษตรกรภายในประเทศด้วย

นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอการเดินทางจากเหตุแผ่นดินไหว

  สมาคมโรงแรมไทยเปิดเผยว่าเหตุแผ่นดินไหว ทำให้มีการยกเลิกห้องพักของโรงแรมที่เป็นสมาชิกของสมาคมกว่า 1,100 ห้อง ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ทำให้กังวลว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2568 อาจเงียบเหงามากกว่าปี 2567 สอดคล้องกับข้อมูลจากสมาคมสายการบินประเทศไทยที่ประกอบด้วยสายการบินชั้นนำของประเทศ พบว่ายอดจองที่นั่งโดยสารเครื่องบินหลังเกิดแผ่นดินไหว มีอัตราลดลงเฉลี่ยร้อยละ 40 – 60 โดยตลาดที่ลดลงมากที่สุด คือ นักท่องเที่ยวจีนลดลงประมาณร้อยละ 60 อินเดียและเวียดนามลดลงร้อยละ 45 และมาเลเซียลดลงร้อยละ 43 ขณะที่อัตราการจองบัตรโดยสารล่วงหน้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ค่อนข้างนิ่ง เพราะนักท่องเที่ยวไม่มั่นใจสถานการณ์ จึงเลื่อนแผนการเดินทาง อย่างไรก็ดี เอกชนในภาคการท่องเที่ยวมองว่าตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศช่วงสงกรานต์อาจไม่ได้แย่นัก ยังมียอดการจองที่พัก รถโดยสาร หรือตั๋วเครื่องบินจำนวนมาก รัฐควรมีมาตรการกระตุ้นการเดินทางของประชาชนในช่วงนี้ เพื่อแทนตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

พบการแชร์ข่าวในลักษณะสร้างความวิตกกังวลต่อเหตุแผ่นดินไหวมากขึ้น

  จากความเคลื่อนไหวบนโซเชียลมีเดียพบว่าประชาชนยังคงให้ความสนใจต่อเหตุแผ่นดินไหวและประเด็นที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยมีการแชร์โพสต์ข่าวหรือคอนเทนต์ของผู้เชี่ยวชาญด้านที่ออกมาประเมิน/คาดการณ์สถานการณ์ในทำนองว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงแชร์โพสต์ข่าวในเชิงสร้างความวิตกกังวลต่อเหตุแผ่นดินไหว เช่น กรณีมีรายงานว่าตึกสูงในกรุงเทพฯ บางแห่งยังมีแรงสั่นสะเทือนและพื้นทรุด ซึ่งต่อมาพบเป็นความเข้าใจผิดและอาการตื่นตระหนก กรณีมีรายงานภาพปากแม่น้ำเจ้าพระยาใน จ.สมุทรปราการ แห้งขอดจนเรือเดินไม่ได้ ซึ่งต่อมาถูกนำมาบิดเบือนว่าเป็นสัญญาณการเกิดสึนามิ ทั้งที่ความจริงคือปรากฏการณ์น้ำลดและอ่าวไทยไม่มีโอกาสเกิดคลื่นสึนามิได้ อย่างไรก็ตี กระแสตื่นตัวต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวทำให้ประชาชนสนใจตรวจสอบการดำเนินโครงการป้องกันภัยพิบัติของภาครัฐและเร่งรัดให้เกิดขึ้นโดยเร็วด้วย

ภาคเหนือเผชิญปัญหามลพิษเพิ่มขึ้นทั้งทางอากาศและทางน้ำ

  หลายจังหวัดในภาคเหนือ โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ และเชียงราย กำลังเผชิญปัญหามลพิษเพิ่มขึ้นทั้งปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นจนติดอันดับประเทศที่มีคุณภาพอากาศแย่มากที่สุดเป็นอันดับต้นของโลก เป็นผลจากจุดความร้อนที่มีจำนวนพุ่งสูงขึ้นทั้งในประเทศรวม 1,288 จุด และในต่างประเทศ (เมียนมาและลาว) รวมกว่า 12,000 จุด ที่เกิดจากการเผาในภาคเกษตร และการเกิดไฟป่า นอกจากนี้ พบคุณภาพน้ำในแม่น้ำกกที่ไหลผ่านเชียงใหม่ และเชียงรายมีสีขุ่นตลอดทั้งสาย ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้  ปัญหาแม่น้ำกกขุ่น มีสาเหตุจากในพื้นที่เมืองสาด รัฐฉาน เมียนมา เขตพื้นที่ของ UWSA ได้อนุญาตให้กลุ่มบริษัทคนจีนกว่า 23 บริษัท เข้ามาทำเหมืองทองในพื้นที่ และได้มีการชะล้าง ทิ้งตะกอน และสารเคมี  ทั้งนี้ ปัญหามลพิษทั้งทางอากาศและทางน้ำกำลังส่งผลกระทบ และประชาชนต้องการให้รัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา

Sunwoda เตรียมลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในไทย

สนข.Reuters ของสหราชอาณาจักร และเว็บไซต์ Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานกรณีนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์  เลขาธิการ BOI เปิดเผยถึงการอนุมัติแผนการลงทุนของบริษัท Sunwoda Electronic ของจีน มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในไทย เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของไทยในการส่งเสริมให้ประเทศเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมรถยนต์ในภูมิภาค โดยในห้วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากจีนหลายรายได้เข้ามาลงทุนในไทย และสร้างการเปลี่ยนแปลงต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘ดีทรอยต์แห่งเอเชีย’ ซึ่งเป็นความท้าทายต่อบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่นจนทำให้ต้องปิดโรงงานผลิตในไทย ในขณะที่อุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยกำลังเผชิญภาวะตกต่ำ โดยเมื่อปี 2567 ยอดการผลิตรถยนต์ของไทยลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี

ประเด็น “สลัมพม่า” ใน จ.ภูเก็ต เป็นกระแสในเชิงลบต่อภาครัฐเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

กรณี “Ride with Gabi” ยูทูบเบอร์ด้านการท่องเที่ยว ได้ทำคลิปเกี่ยวกับพื้นที่สลัมใน จ.ภูเก็ตเมื่อ 10 มี.ค. 68 ได้ถูกสื่อภูเก็ต และสื่อออนไลน์ นำมาโพสต์รายงานเมื่อ 15 – 16 มี.ค. 68 ในลักษณะ จ.ภูเก็ต มีสลัมของกลุ่มแรงงานเมียนมาที่ถูกปิดซ่อนอยู่ และภายในมีที่พัก และโรงเรียนที่เปิดสอนเฉพาะลูกหลานของแรงงานชาวเมียนมาด้วย ซึ่งเริ่มกลายเป็นกระแสความสนใจในโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในประเด็นการตั้งคำถามถึงภาครัฐว่า เหตุใดถึงปล่อยให้มีการตั้งสลัมของแรงงานต่างด้าว หรือชุมชนของคนต่างชาติภายในประเทศได้

ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่ำกว่าเป้าหมาย

ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับภาคการท่องเที่ยวของกลุ่มผู้ประกอบการ กลุ่ม/องค์กรด้านการท่องเที่ยว และศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ที่ปรากฏในห้วงปัจจุบันเป็นไปในแนวทางเดียวกันคือ การแสดงความกังวลและคาดการณ์เรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน และมาเลเซีย อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาห้วง ก.พ. 68 มีระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน และจำนวนนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียในพื้นที่ภาคใต้ลดหายไปถึงร้อยละ 40 โดยสาเหตุหลักยังเป็นเรื่องนักท่องเที่ยวต่างชาติมีความกังวลถึงความไม่ปลอดภัยในไทย นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติอื่น เช่น รัสเซีย อินเดีย ที่เข้ามาไทยด้วยนโยบายฟรีวีซา ไม่ได้ช่วยทำให้การใช้จ่ายในภาคการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น อีกทั้งพบเริ่มกลายเป็นกลุ่มก่อปัญหาที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยมากกว่า

ไทยเตรียมรับผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ

หลายฝ่ายแสดงความกังวลและเสนอแนะให้รัฐบาลมีแผนการตั้งรับกรณีการประกาศสงครามการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ ที่จะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนและชะลอตัว รวมถึงแนวโน้มไทยจะถูกมาตรการขึ้นภาษีสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐฯ เพราะจัดอยู่ในประเทศอันดับต้น ๆ ที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่ง สหรัฐฯ อาจจะมีการประกาศมาตรการต่อประเทศกลุ่มนี้ภายใน 2 เม.ย. 68  ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมินความเสียหายต่อภาคการส่งออกไทยและห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดอาจสูงถึง 100,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ประเมินว่าไทยมีแนวโน้มจะถูกทุ่มตลาดจากสินค้าจีนที่ได้รับผลจากมาตรการขึ้นภาษีจากสหรัฐฯ เช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมที่ทะลักเข้ามาไทยได้ระยะหนึ่งแล้วและมีกลุ่มทุนจีนเข้ามาประกอบธุรกิจด้วยตัวเองมากขึ้น