แก๊งหลอกลวงกลับมาเพิ่มขึ้นและเป็นลักษณะเลือกเหยื่อแบบเจาะจง

ปัญหาการหลอกลวงออนไลน์กลับมาเพิ่มขึ้น โดยแต่ละเหตุมีจุดร่วมเหมือนกันคือ กลุ่มหลอกลวงออนไลน์สามารถเข้าถึงข้อมูลเหยื่อแบบละเอียด โดยเฉพาะข้อมูลการทำธุรกรรมต่าง ๆ และมีวิธีการหลอกลวงที่แนบเนียนกว่าเดิม เช่น สามารถอายัดแอปบัญชีธนาคารของเหยื่อได้ สามารถซักถามระบุข้อมูลของเหยื่อได้ถูกต้อง ขณะเดียวกันพบกลุ่มมิจฉาชีพก่อเหตุในพื้นที่ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยปลอมเป็น จนท.เดินขายสินค้าประเภทต่าง ๆ หรือ จนท.สำรวจข้อมูลประชากร และจะเลือกบ้านและช่วงเวลาที่ผู้สูงอายุอยู่เพียงลำพัง เพื่อหลอกขายสินค้า และขโมยข้อมูล ซึ่งพบมากในพื้นที่ชนบททางจังหวัดในภาคเหนือ และภาค ตอ.น.

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนอาจส่งผลให้สินค้าจีนทะลักเข้าไทย

กรณีสหรัฐฯ และจีนออกมาตรการภาษีตอบโต้ระหว่างกันนั้น พบนักวิเคราะห์และภาคเอกชนต่างแสดงความกังวลถึงผลกระทบจากสงครามการค้าที่รุนแรง จนอาจทำให้เกิดการทะลักของสินค้าจีนมายังเอเชีย ตอ.ต. รวมถึงไทยที่เป็นจุดหมายสำคัญ เพราะมีการเติบโตของแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการจีนสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคไทยได้สะดวก ขณะที่สินค้าในภาคอุตสาหกรรม เช่น เหล็ก อลูมิเนียม เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า อาจถูกส่งออกจากจีนมายังไทยเพิ่มขึ้น เพราะจีนสามารถผลิตสินค้าดังกล่าวได้ในราคาถูกกว่าไทยแต่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่า ประเด็นสำคัญคือ ผู้ประกอบการไทยขนาดกลางและขนาดย่อมอาจไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ จนต้องลดกำลังผลิตหรือปิดกิจการลง

ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรมีราคาตกและเผชิญการแข่งขันสูง

ผลผลิตทางการเกษตรกรหลายรายการมีราคาตกต่ำลงอย่างมาก เช่น ยางพาราได้รับผลกระทบจากคำสั่งซื้อในตลาดต่างประเทศจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ทำให้ราคารับซื้อน้ำยางสดหน้าสวนปรับลงมาอยู่ที่ ๔๖ บาทต่อ กก. จากเดิมเมื่อช่วงต้นปีอยู่ที่ประมาณ 70 บาทต่อ กก. โดยเกษตรกรคาดหวังให้ราคาอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า ๖๐ บาท จึงจะอยู่รอดได้ ด้านพริกชี้ฟ้ามีราคารับซื้อเหลือเพียง 30 บาทต่อ กก. จากปกติอยู่ 60 บาท เพราะมีพริกออกสู่ตลาดจำนวนมาก และพบกรณีชาวสวนพริกหยวก ใน อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ โพสต์คลิปเทกระจาดพริกที่ปลูกเอง เผยแพร่ทางติ๊กต็อก เพื่อประท้วงราคาที่ตกต่ำจนขาดทุน

กรณีอาคาร สตง.ถล่ม มีข้อสงสัยว่าอาจเกิดจากการแก้ไขแบบและวัสดุที่ใช้ไม่มีคุณภาพ

กรณีอาคาร สตง.ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวยังคงเป็นที่สนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสืบสวนสาเหตุของการถล่ม ซึ่งมีประเด็นที่ถูกนำมาเปิดเผยและกำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์คือ เอกสารการแก้ไขสัญญาที่เกี่ยวข้องกับงานด้านวิศวกรรม เช่น การแก้ไขรูปแบบปล่องลิฟท์ (Core Wall) และผนังคอนกรีตเสริมเหล็กรับแรงเฉือน (Shear Wall) ที่ถือเป็นโครงสร้างหลักในการรับแรงของอาคาร และการปรับใช้วัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็กที่ต้องเป็นเหล็กข้ออ้อยประทับสัญลักษณ์ตัว T (หมายถึงเหล็กข้ออ้อยที่ใช้กรรมวิธีทางความร้อนมาทำให้ผิวของเหล็กมีความแข็งโดยไม่ได้ต้องเติมคาร์บอน ซึ่งนิยมใช้ในงานก่อสร้างแต่มีกระแสต่อต้านเพราะถูกมองว่าแข็งนอกอ่อนใน)

เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่จังหวัดกระบี่ และจังหวัดกาญจนบุรี

 เมื่อ 14 เมษายน 2568 เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่จังหวัดกระบี่ และจังหวัดกาญจนบุรี โดยที่ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ แรงกว่าที่ อ.ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี  สำหรับที่จังหวัดกระบี่เกิดขึ้นเมื่อ 14.52 น. เป็นเหตุแผ่นดินไหวบนบก ขนาด 3.5 แมกนิจูด  ความลึก 2 กิโลเมตร จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณ ต.คลองเขม้า อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ทำให้เกิดข่าวลือว่าจะเกิดสึนามิ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ยืนยันว่า จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่บนบก จึงไม่ก่อให้เกิดสึนามิ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ให้ตรวจสอบความเสียหายทั้งที่อาคารโรงพยาบาลจังหวัดกระบี่ ไม่พบความเสียหายในระดับอันตราย และสนามบินจังหวัดกระบี่ยังเปิดดำเนินการปกติ  

เหตุแผ่นดินไหวกระทบเศรษฐกิจไทยกว่า 30,000 ล้านบาท

  ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินสถานการณ์แผ่นดินไหวมีแนวโน้มจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยอย่างน้อย 30,000 ล้านบาท โดยภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดได้แก่ 1) ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณจากการยกเลิกเที่ยวบินและห้องพักของชาวต่างชาติแล้ว โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวหายไปประมาณ 400,000 คน 2) ภาคอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมหรือโอนกรรมสิทธิ์น่าจะเลื่อนการตัดสินใจออกไปจนกว่าจะมีความมั่นใจในความปลอดภัย ส่งผลให้ตลาดคอนโดมิเนียมที่ยังมีสต็อกสะสมประมาณ 7.4 หมื่นยูนิต น่าจะต้องใช้เวลาในการขายนานขึ้น และ 3) ภาคการลงทุน เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักธุรกิจจะส่งผลกระทบต่อการบริโภคและการลงทุนต่อไป ทั้งนี้ ประเมินว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจน่าจะเกิดขึ้นรุนแรงในช่วงเดือน เม.ย. 68 ก่อนปรับเข้าสู่ฐานปกติได้ภายใน 3 เดือน

สังคมพยายามขุดค้นข้อมูลกิจการของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ

พบการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ที่รับจ้างก่อสร้างอาคาร สตง.ที่ถล่มลงมา พบว่าบริษัทฯ ยังได้สัมปทานก่อสร้างโครงการรัฐอย่างน้อย 12 แห่ง เช่น อาคารผู้ป่วยภายนอกโรงพยาบาลสงขลา อาคารศาลอาญามีนบุรี อาคารพักอาศัยข้าราชการศาลอุทธรณ์ภาค 9 สงขลา อาคารหอพักของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อาคารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคใน จ.ภูเก็ต ทำให้มีกระแสวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยโครงการดังกล่าวมากขึ้น นอกจากนี้ สื่อได้พยายามขุดค้นข้อมูลของกรรมการบริษัทฯ ที่เป็นคนไทย ซึ่งพบว่าสภาพฐานะไม่เหมาะกับตำแหน่งที่ได้รับ ทำให้สังคมเชื่อว่าคนไทยดังกล่าวเป็นนอมินีของทุนจีน และเชื่อว่ามีข้าราชการที่ทุจริตด้วยการช่วยเหลือให้ได้รับสัมปทานแลกกับผลประโยชน์ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบถึงต้นตอและเอาผิดบริษัทฯ กับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ไทยอาจใช้สนธิสัญญาไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเพื่อหลีกเลี่ยงนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ

  นิตยสาร The Diplomat เผยแพร่บทความของนาย Sukegawa Seiya อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ ม.Kokushikan ญี่ปุ่น เกี่ยวกับนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ที่ประเทศสมาชิกอาเซียนเสี่ยงต้องเผชิญ เพราะเมื่อปี 2567 สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับอาเซียนสูงถึง 230,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เป็นอันดับที่ 11 มูลค่า 45,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแนวทางของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ มีลักษณะเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ประเทศต่าง ๆ จึงจะต้องรู้ว่าถือไพ่อะไรอยู่ และคิดว่าจะใช้อย่างไรในการเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งไทยถือไพ่ที่ทรงพลังในกลุ่มประเทศอาเซียน คือ สนธิสัญญาไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่ลงนามเมื่อปี 2509 ซึ่งอนุญาตให้บริษัทสหรัฐฯ ถือหุ้นใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมที่มีการจำกัดการลงทุนจากต่างประเทศได้ โดยไทยอาจใช้สนธิสัญญาดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยงนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ หรืออาจพยายามรวมเนื้อหาของสนธิสัญญาดังกล่าวเข้ากับความตกลง FTA (ไทยยังไม่มี FTA กับสหรัฐฯ) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการดึงดูดการลงทุนได้อย่างมาก

หลายกลุ่มออกมาร่วมคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร มากขึ้น

  พบกลุ่ม สว.แสดงท่าทีไม่เห็นชอบ พร้อมกับยื่นญัตติด่วนขอให้วุฒิสภาจัดการประชุมพิจารณาผลกระทบจากการดำเนินการเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ฯ ของสภาฯ และเตรียมนำเสนอความเห็นต่อ ครม.ต่อไป ด้านที่ประชุมราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง เมื่อ 2 เม.ย. 68 มีมติขอให้รัฐบาลยุติหรือชะลอการเสนอ ร่าง พ.ร.บ.ฯ เข้าสู่สภา เพราะได้ไม่คุ้มเสียและสร้างผลกระทบต่อสังคม ขณะที่บนเฟซบุ๊กมีกระแสแฮชแท็ก #ภูเก็ตไม่เอาคาสิโน โดยกลุ่มนักการเมือง เพจชุมชน และคนพื้นที่ภูเก็ต มองว่าการสร้างกาสิโนในจังหวัดจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่แล้ว เช่น รถติด นักท่องเที่ยวกร่าง และการก่ออาชญากรรม โดยนัดแสดงจุดยืนที่เวทีกลางสะพานหินภูเก็ต ใน 5 เม.ย. 68 ตั้งแต่ 17.30 น. ส่วนความเคลื่อนไหวเมื่อ 3 เม.ย. 68 กลุ่ม คปท.และแนวร่วม จัดชุมนุมและเดินขบวนไปที่อาคารรัฐสภา เพื่อคัดค้านการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฯ ตามที่มีกระแสข่าวว่ากฎหมายจะเข้าสู่สภาฯ  ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและอาจทำให้ร่าง พ.ร.บ.ฯ เป็นที่ถกเถียงในวงกว้างมากขึ้น

ไทยถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้จากสหรัฐฯ ในอัตราสูงที่ร้อยละ 36

  กรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงไทยถูกคิดภาษีสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในอัตราร้อยละ 36 (ต่อมาเพิ่มเป็นร้อละ 37) มากกว่าที่ภาคเอกชนไทยประเมินไว้ที่ร้อยละ 10 – 25 และเดิมคาดว่าจะกระทบต่อ GDP ไทยอย่างน้อยร้อยละ 0.6 ทำให้ GDP ตลอดทั้งปี 2568 อาจขยายตัวไม่ถึงร้อยละ 2.4 นั้น อาจทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะต่อการส่งออกสินค้าเกษตร เช่น ข้าว กุ้งแปรรูป และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ยางล้อรถยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และปิโตรเคมี รวมถึงกังวลว่าสินค้าจีนจะทะลักเข้าไทยมากขึ้น ทั้งนี้ ภาคเอกชนเห็นด้วย หากรัฐบาลไทยจะพิจารณาเจรจาการค้า โดยนำเข้าสินค้ากลุ่มต่าง ๆ จากสหรัฐฯ เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบ แต่ควรคำนึงไม่ให้กระทบต่อผู้ค้าและเกษตรกรภายในประเทศด้วย