ผลผลิตยางพาราในภาคใต้ลดลงถึงร้อยละ 70

  สถานการณ์ราคายางพาราในภาพรวมยังอยู่ในระดับดี ตลาดโลกยังมีความต้องการอยู่มาก ประเด็นคือ ทั้งไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซียที่เป็นประเทศผู้ส่งออกยางพารารายใหญ่ ประสบปัญหาผลผลิตยางพาราลดลง โดยไทยคาดการณ์ผลผลิตลดลงถึงร้อยละ 70 เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อปี 2567 สาเหตุเกิดจากสภาพอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะห้วงปัจจุบันยังคงมีฝนตกมากกว่าปกติ และจากโรคใบร่วงเชื้อรา พื้นที่ที่ประสบปัญหาผลผลิตยางลดลงหนักคือ กลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ ส่วนในพื้นที่อื่น เช่น จ.พัทลุง นครศรีธรรมราช สงขลา ได้รับผลกระทบ แต่ไม่รุนแรงเท่า ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนยางกำลังเดือดร้อน เช่นเดียวกับโรงงานแปรรูปยางพาราที่เริ่มทยอยปิดกิจการเช่นกัน

กฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทยประสบความสำเร็จ เพราะภาคส่วนสังคมช่วยกันผลักดัน

เว็บไซต์ Fulcrum ของสถาบัน ISEAS สิงคโปร์ ระบุ กรณีไทยบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการเมื่อ ม.ค. 68 หลังจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิทางเพศ และกลุ่มการเมืองได้พยายามผลักดันตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยจากผลสำรวจของ ISEAS ถึงความเห็นของประชาชนในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.นั้น โดยในส่วนของประชาชนไทยเรียกร้องให้รัฐควรคุ้มครองสิทธิ LGBT ซึ่งถือเป็นบทบาทสำคัญที่ช่วยสนับสนุนกฎหมายการสมรสเท่าเทียม ขณะที่โซเชียลมีเดียในไทยมีบทบาทต่อการผลักดันประเด็น LGBT เช่นกัน

สถานการณ์ไฟป่าทำให้แนวโน้มปัญหาฝุ่นรุนแรงขึ้น

  สถานการณ์ไฟป่าเกิดขึ้นพร้อมกันหลายพื้นที่ โดยมีจุดหลัก ได้แก่ 1) จ.เพชรบูรณ์ พบไฟป่าในเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติรวมกว่า 20 จุด 2) จ.ตราด พบไฟป่าบนเขาบรรทัดที่มีต้นตอจากฝั่งกัมพูชาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถดับไฟได้เพราะกระแสลมแรง 3) จ.นครราชสีมา พบไฟป่าในพื้นที่ป่าสงวนดงพญาเย็น คาดว่าสาเหตุเกิดจากการลักลอบตัดไม้ 4) จ.นครสวรรค์ พบไฟป่าในพื้นที่วนอุทยานเขาหลวงและเขาถ้ำพระ โดยยังไม่สามารถควบคุมไฟได้ทั้งหมด เพราะมีจุดใหม่ ๆ ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ 5) จ.กาญจนบุรี ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงที่พบไฟป่าเกิดขึ้นหลายสิบจุด ทำให้มีการประกาศปิดอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิแล้วเป็นเวลา 4 เดือน ทั้งนี้ สถานการณ์ไฟป่าได้ส่งผลกระทบให้พื้นที่โดยรอบเผชิญกับปัญหาฝุ่น PM2.5 รวมถึงมีการประเมินว่าจะทำให้แนวโน้มปัญหาฝุ่นในภาคเหนือเริ่มรุนแรงขึ้น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากกระแสลม

เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างมากจากปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เว็บไซต์ Asia Time ของฮ่องกง เผยแพร่บทความเกี่ยวปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.ว่า ได้รับความสนใจมากขึ้นจากกรณีนาย Wang Xing นักแสดงชาวจีนที่ถูกหลอกมาไทยเพื่อเข้าไปทำงานในเมียนมา และเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย ซึ่งการแก้ไขปัญหาไม่ง่าย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ในเมียนมา อีกทั้งกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ยังใช้ AI ในการสร้างคอนเทนต์ ใช้สกุลเงินดิจิทัล และเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อยกระดับการหลอกลวงในแนบเนียนมากขึ้น นอกจากนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับไทยได้สร้างความกังวลต่อกัมพูชาและลาวว่าจะได้รับผลกระทบเพราะมีแก๊งคอลเซนเตอร์ตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศเช่นกัน

ไทยมีจำนวนอินฟลูเอนเซอร์เพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านราย

  บริษัทเอเจนซี่โฆษณา เปิดเผยจำนวนอินฟลูเอนเซอร์ในไทย มีอยู่ประมาณ 3 ล้านราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีอยู่ 2 ล้านราย เป็นผลจากสื่อดิจิทัลที่เข้าไปมีบทบาทในสังคมอย่างเต็มรูปแบบ และถูกนำมาใช้สร้างอิทธิพลทางความคิดในทุกวงการ โดยเฉพาะวงการตลาด จึงเกิดอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่อย่างรวดเร็ว ความน่าสนใจคือ อินฟลูเอนเซอร์ที่เพิ่มขึ้นในระยะหลังเป็นคนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ทั้งนี้ จากจำนวนอินฟลูเอนเซอร์ของไทยเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรแล้ว และกับประเทศอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่าไทยเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับอินฟลูเอนเซอร์มากกว่าประเทศอื่น ๆ และคนไทยมีการเสพสื่อออนไลน์มากจนสามารถสร้างโอกาสให้ตัวเองในการมีรายได้เพิ่มขึ้น

ไทยเข้มงวดการตรวจคนเข้าเมืองใน จ.ตาก เพื่อแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์

นสพ.The Irrawaddy รายงานกรณีไทยเร่งตรวจสอบแรงงานต่างชาติใน อ.แม่สอด จ.ตาก ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาแก๊งหลอกลวงและค้ามนุษย์ในเมียนมา ซึ่งพบว่ามีการควบคุมตัวหรือปรับเงินชาวเมียนมา แม้มีพาสปอร์ตหรือมีเอกสารรับรองบุคคล (CI) โดยอ้างข้อหาต่าง ๆ อาทิ ไม่ได้พำนักในสถานที่ที่แจ้งไว้ และไม่สามารถติดสินบน จนท.ฝ่ายไทยให้ช่วยเหลือได้เหมือนในอดีต ด้านชาวเมียนมาที่หนีสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมาและลักลอบเข้าไทยอย่างผิดกฎหมายให้สัมภาษณ์แสดงความกังวลว่าจะถูกส่งตัวกลับเมียนมา ทำให้ต้องระมัดระวังตัวและหลบซ่อนอยู่ในที่พักตลอดเวลา

ปัญหาแก๊งหลอกลวงและค้ามนุษย์ในเมียนมาส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย 

นสพ.Nikkei Asia ของญี่ปุ่น ระบุ คดีของนาย Wang Xing ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวในไทย นักท่องเที่ยวจีนยกเลิกการเดินทางลดลงร้อยละ 20 ซ้ำเติมปัญหาตลาดนักท่องเที่ยวจีนในไทยที่ฟื้นตัวได้ช้าเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อน COVID-19 ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยอย่างมาก  และมีแนวโน้มที่นักท่องเที่ยวจีนจะลดลงต่อไปเมื่อพ้นช่วงตรุษจีน นอกจากนี้ จีนที่เคยใช้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากปริมาณนักท่องเที่ยวจีนกดดันญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ในอดีต กำลังนำมาใช้กดดันไทยให้เร่งแก้ไขปัญหาแก๊งหลอกลวงและค้ามนุษย์ในเมียนมา อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวจีนให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่เชื่อมั่นต่อความปลอดภัยในไทยจนกว่าแก๊งหลอกลวงและค้ามนุษย์จะถูกปราบปรามได้ทั้งหมด

กระแสสังคมยังสนใจปัญหาฝุ่นและการลักลอบเผา

ภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคมยังคงให้ความสนใจกับเรื่องปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งภาพรวมสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ในระดับย่ำแย่ กระทั่งเกิดกระแสความไม่พอใจการดำเนินงานของรัฐบาล และถกเถียงเป็นวงกว้างถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน อาทิ การทำห้องเรียนปลอดฝุ่น การเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดฝุ่นข้ามพรมแดน อย่างไรก็ดี ปัญหาฝุ่นได้ส่งผลให้สังคมมีความตระหนักต่อต้นตอของปัญหาด้วยเช่นกัน อาทิ การลักลอบเผาในไร่อ้อย การลักลอบเผาขยะ และการเผาป่า เห็นได้จากประชาชนมีการสอดส่องและแจ้งพื้นที่พบการเผาต่อสื่อในสังคมออนไลน์และต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ราคาข้าวเปลือกตกต่ำที่สุดในรอบกว่า 10 ปี

สมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาข้าวในปัจจุบันตกต่ำลงอย่างมาก ราคาข้าวเปลือกเกี่ยวสดที่ชาวนาได้รับอยู่ที่ 6,300 – 7,000 บาทต่อตัน ซึ่งต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี สาเหตุสำคัญมาจากผลผลิตข้าวทั่วโลกสูงขึ้น ประกอบกับอินเดียได้กลับมาส่งออกข้าวในกลุ่มข้าวขาว ทำให้ประเทศคู่แข่งขันต่างปรับลดราคาข้าวสารลงเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด และมีผลให้ราคาข้าวในประเทศของไทยปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ด้านผู้ประกอบการโรงสีระบุว่า ส่วนใหญ่จะขาดทุนเพราะราคาข้าวปัจจุบันต่ำกว่าราคาข้าวที่มีอยู่ในสต็อกเดิมมาก อีกทั้งหากเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นจะทำให้ผู้ส่งออกข้าวไทยเผชิญกับปัญหาหลายด้านมากขึ้น

คนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายกาสิโนและพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย

สนข.Bloomberg ของสหรัฐฯ และ สนข.Reuters ของสหราชอาณาจักร รายงานอ้างผลสำรวจของนิด้าโพลเมื่อ 26 ม.ค.68 พบว่า ประชาชนร้อยละ 59 ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลในการอนุญาตให้มีการลงทุนในสถานบันเทิงครบวงจรและกาสิโน และร้อยละ 69 ไม่เห็นด้วยกับนโยบายแก้ไขกฎหมายให้การพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย แม้ว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นรม. และนายทักษิณ ชินวัตร อดีต นรม.จะพยายามรับรองว่านโยบายดังกล่าวจะนํามาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจก็ตาม ทั้งนี้ เมื่อ 13 ม.ค. 68 ครม.ได้อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรฯ ซึ่งรัฐบาลนำเสนอว่าจะเป็นก้าวสำคัญในการกระตุ้นการท่องเที่ยว และแก้ไขปัญหาการพนันผิดกฎหมายที่แพร่หลายในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ซึ่ง Citigroup ประเมินว่า กาสิโนถูกกฎหมายของไทยจะสามารถเป็นผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมเกมพนันระดับโลกได้ภายใน 6 ปี อย่างไรก็ตาม ยังคงมีกระแสคัดค้านจากประชาชนเพิ่มขึ้น