องค์กรไทยถูกโจมตีทางไซเบอร์เพราะขาดความตระหนักในการรักษาข้อมูลสำคัญ

    องค์กรด้านความปลอดภัยไซเบอร์ อาทิ บริษัท Cisco แคสเปอร์สกี้ เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. พบไทยถูกโจมตีสูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ในภูมิภาค โดยร้อยละ 65 เป็นกลุ่มธุรกิจ SMEs ส่วนใหญ่ใช้วิธีการโจมตีแบบรูทฟอร์ซ หรือวิธีการคาดเดารหัสเพื่อเข้าสู่ระบบขององค์กร ซึ่งแฮกเกอร์จะต้องได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานก่อนจึงจะโจมตีได้  จากผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนว่า คนไทยยังขาดความระมัดระวังและไม่ตระหนักถึงภัยไซเบอร์ ขณะที่บางองค์กรยังคงใช้ซอฟต์แวร์ล้าสมัยที่ทำให้แฮกเกอร์โจมตีได้ง่ายขึ้น จึงควรมีการเสริมทักษะผู้ใช้งาน และบังคับใช้กฎหมายกับภาคเอกชนในการเฝ้าระวังการรั่วไหลของข้อมูลอย่างจริงจังกว่านี้

เด็กที่เป็นบุตรแรงงานข้ามชาติควรได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง

ภาคประชาสังคมและองค์กรด้านการศึกษา อาทิ เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติแห่งประเทศไทย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กังวลต่อกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทุกฝ่ายควรร่วมกันผลักดันแรงงานกลุ่มนี้ให้อยู่ในระบบเป็นแรงงานที่ถูกกฎหมาย รวมถึงสิทธิสำหรับบุตรของแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะการเข้าถึงภาคการศึกษา เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กกลุ่มนี้ถูกนายจ้างนำไปใช้แรงงานเด็ก ซึ่งจะทำให้ประเทศถูกกดดันจากการค้าระหว่างประเทศได้ ดังนั้น ภาครัฐควรมีบทบาทนำบูรณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ร่วมกับผลักดันสิทธิสำหรับแรงงานข้ามชาติอย่างเหมาะสม

ไทยให้บริการวีซ่าออนไลน์สำหรับนักท่องเที่ยวอินเดีย

  สื่อหลายสำนักของอินเดียรายงานอ้างประกาศจากสถานทูตไทยในกรุงนิวเดลี อินเดีย กรณีเปิดให้บริการวีซ่าออนไลน์ (e-visa) สำหรับผู้ถือพาสปอร์ตอินเดีย ตั้งแต่ 1 ม.ค. 68 เป็นต้นไป โดยจะยกเว้นวีซ่า 60 วัน สำหรับการท่องเที่ยวและธุรกิจระยะสั้น  นสพ.Hindustan Times รายงานเพิ่มเติมว่า ไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอินเดีย เมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ และเกาะสมุย นอกจากนี้ ไทยยังเป็นที่นิยมในกลุ่มชาวอินเดียที่วางแผนจัดงานแต่งงานและฮันนีมูนด้วย โดยหลังจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 คลี่คลาย จำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียที่เดินทางไปยังไทยฟื้นตัวขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้ไทยอย่างมาก

อุตสาหกรรมกุ้งไทยประสบปัญหาโรคระบาด

สมาคมกุ้งไทยเปิดเผยสถานการณ์การผลิตกุ้งของไทยในปี 2567 คาดว่าจะได้ประมาณ 270,000 ตัน ซึ่งลดลงร้อยละ 4 จากปี 2566 ทำให้มูลค่าการส่งออกในปีนี้ลดลงร้อยละ 6 หรือมีมูลค่าประมาณ 33,954 ล้านบาท สาเหตุสำคัญมาจากโรคระบาดในกุ้งหรือโรคตายด่วนที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเลี้ยงกุ้งมาตั้งแต่ปี 2554 และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 50,000 ล้านบาทต่อปี จึงขอให้ภาครัฐพิจารณาปัญหาดังกล่าวถึงเป็นวาระแห่งชาติ  รวมทั้งจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง และเข้ามาแก้ไขปัญหาโรคระบาดอย่างจริงจัง

การลักลอบขนวัวในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงส่งผลให้เกิดโรคระบาดกระทบต่อทั้งคนและสัตว์ 

นสพ.The Straits Times ของสิงคโปร์ รายงานกรณีการลักลอบขนวัวระหว่างประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงกำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้โรคในวัวที่เคยควบคุมได้กลับมาระบาดอีกครั้ง เพราะวัวที่ลักลอบขนไม่ได้รับการฉีดวัคซีน และไม่ผ่านการกักกันโรค จึงเป็นภัยคุกคามต่อทั้งวัวในภูมิภาคและต่อมนุษย์ รวมถึงส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร โดยในส่วนของไทยพบการลักลอบขนวัวข้ามชายแดนไทย-เมียนมาที่มักเกิดขึ้นในเวลากลางคืนผ่านช่องทางธรรมชาติและพื้นที่ที่ไม่มีการตรวจตราชายแดน

สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 เริ่มกลับมาเป็นกระแสความสนใจในสังคมมากขึ้น 

หลังจากตรวจพบฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่เขตเมืองมีแนวโน้มสูงขึ้น รวมทั้งกลุ่มนักวิชาการและภาคประชาสังคมได้ออกมาขับเคลื่อนประเด็นเพราะประเมินว่าสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นทุกปี แต่ยังไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมจริง โดยมองว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ของไทยที่ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถจัดการแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดหรือทันท่วงที จึงเสนอว่าควรเปิดโอกาสให้องค์กรท้องถิ่นมีอำนาจจัดการมากขึ้น

อุตสาหกรรมกัญชาของไทยเผชิญอุปสรรคจากความขัดแย้งทางการเมือง

เว็บไซต์ Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานกรณีไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน Asia International Hemp Expo and Forum 2024 เมื่อ 27 – 30 พ.ย. 67 ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ที่ไทยเป็นผู้จัดงาน โดยมีเกษตรกร ผู้จำหน่ายอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมากของอุตสาหกรรมกัญชาของไทย โดยตั้งแต่ไทยปลดล็อคกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดเมื่อปี 2565 มีร้านจำหน่ายกัญชาเปิดขึ้นทั่วประเทศประมาณ 16,000 แห่ง

ไทยเตรียมหามาตรการป้องกันหลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวถูกฉลามทำร้าย

นสพ.The Mirror ของสหราชอาณาจักร รายงานกรณีนักท่องเที่ยวชาวเยอรมนีถูกฉลามทำร้ายขณะเล่นน้ำบริเวณชายหาดหน้าโรงแรมใน จ.พังงา จนได้รับบาดเจ็บ เมื่อ 29 พ.ย. 67 โดยภาคส่วนที่เกี่ยวข้องพยายามปกป้องภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่ มีการลาดตระเวนบริเวณชายหาด และส่งคําเตือนไปยังโรงแรมในท้องถิ่น และผู้ประกอบการกีฬาทางน้ำ พร้อมเตรียมหามาตรการป้องกัน

ธุรกิจในภาคใต้ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยรุนแรง 

ภาคเอกชน เปิดเผยผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ที่มีต่อหลายภาคส่วน ได้แก่ 1) ภาคการท่องเที่ยว พบปัญหานักท่องเที่ยวยกเลิกการจองห้องพักล่วงหน้าและลดจำนวนแขกลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย เนื่องจากยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ว่าจะคลี่คลายในเร็ว ๆ นี้หรือไม่ 2) ภาคการเกษตร โดยเฉพาะยางพารา พบว่าผลผลิตเสียหายไปกว่า 319,675 ตัน และฟาร์มปศุสัตว์ไก่จมน้ำตายกว่าหลายหมื่นตัว และ 3) ผู้ประกอบการร้านค้า อาทิ พ่อค้า/แม่ค้าในตลาด ไม่สามารถดำเนินกิจการได้เต็มที่

แรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าไทยมากขึ้น

ปรากฏการรายงานข่าวสารของสื่อมวลชนแจ้งสถานการณ์การลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ตาก อ.แม่สอด และ อ.พบพระ พบว่ามีขบวนการค้าแรงงานต่างด้าวพยายามพาคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองในทุกรูปแบบทั้งการเดินเท้าและใช้รถยนต์ ซึ่งภายหลังการตรวจค้นพบต่างด้าวบางคนลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาจำหน่ายเพื่อเป็นค่าเดินทางด้วย ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลอาจลุกลามเป็นปัญหาอาชญากรรมและการแย่งงานคนไทยมากขึ้น