ไทยเตรียมหามาตรการป้องกันหลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวถูกฉลามทำร้าย

นสพ.The Mirror ของสหราชอาณาจักร รายงานกรณีนักท่องเที่ยวชาวเยอรมนีถูกฉลามทำร้ายขณะเล่นน้ำบริเวณชายหาดหน้าโรงแรมใน จ.พังงา จนได้รับบาดเจ็บ เมื่อ 29 พ.ย. 67 โดยภาคส่วนที่เกี่ยวข้องพยายามปกป้องภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่ มีการลาดตระเวนบริเวณชายหาด และส่งคําเตือนไปยังโรงแรมในท้องถิ่น และผู้ประกอบการกีฬาทางน้ำ พร้อมเตรียมหามาตรการป้องกัน

ธุรกิจในภาคใต้ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยรุนแรง 

ภาคเอกชน เปิดเผยผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ที่มีต่อหลายภาคส่วน ได้แก่ 1) ภาคการท่องเที่ยว พบปัญหานักท่องเที่ยวยกเลิกการจองห้องพักล่วงหน้าและลดจำนวนแขกลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย เนื่องจากยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ว่าจะคลี่คลายในเร็ว ๆ นี้หรือไม่ 2) ภาคการเกษตร โดยเฉพาะยางพารา พบว่าผลผลิตเสียหายไปกว่า 319,675 ตัน และฟาร์มปศุสัตว์ไก่จมน้ำตายกว่าหลายหมื่นตัว และ 3) ผู้ประกอบการร้านค้า อาทิ พ่อค้า/แม่ค้าในตลาด ไม่สามารถดำเนินกิจการได้เต็มที่

แรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าไทยมากขึ้น

ปรากฏการรายงานข่าวสารของสื่อมวลชนแจ้งสถานการณ์การลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ตาก อ.แม่สอด และ อ.พบพระ พบว่ามีขบวนการค้าแรงงานต่างด้าวพยายามพาคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองในทุกรูปแบบทั้งการเดินเท้าและใช้รถยนต์ ซึ่งภายหลังการตรวจค้นพบต่างด้าวบางคนลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาจำหน่ายเพื่อเป็นค่าเดินทางด้วย ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลอาจลุกลามเป็นปัญหาอาชญากรรมและการแย่งงานคนไทยมากขึ้น

ชาวเมียนมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยเพิ่มขึ้น 3 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2566 

สนข.Reuters ของสหราชอาณาจักร รายงานอ้างข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) พบในห้วง ม.ค. – ก.ย. 67 ชาวเมียนมาซื้อคอนโดมิเนียมในไทยเพิ่มขึ้น 3 เท่า เมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันของปี 2566 โดยมียอดขายรวมมากกว่า 1,000 หน่วย มูลค่า 5,460 ล้านบาท ทำให้ชาวเมียนมากลายเป็นผู้ซื้อต่างชาติรายใหญ่อันดับ 2 รองจากจีน ด้านตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า ชาวเมียนมาที่ร่ำรวยซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย เพื่อหลีกเลี่ยงการถือเงินไว้ในประเทศ โดย จ.เชียงใหม่ถือเป็นเมืองยอดนิยมของผู้ซื้อชาวเมียนมา

ไทยติดอันดับที่ 84 ของโลกในการเป็น Smart City

แพลตฟอร์ม METTRIQ (เมททริก)สำหรับบริหารจัดการอาคารอัจฉริยะแบบครบวงจร รายงานข้อมูลจาก IMD Smart City Index 2024 ซึ่งสำรวจ 142 เมืองทั่วโลกในการเป็น Smart City พบว่า ไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 84 ของโลก และอันดับที่ 11 ของเอเชีย โดยมีคะแนนน้อยในส่วนของสุขภาพและความปลอดภัยในการใช้ชีวิตของประชาชน เนื่องจากยังขาดการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้

อิสราเอลยกระดับคำเตือนชาวอิสราเอลที่เดินทางท่องเที่ยวในไทย

นสพ.The Times of Israel ของอิสราเอล รายงานถึงกรณีสภาความมั่นคงแห่งชาติอิสราเอล (NSC) ยกระดับคำเตือนการเดินทางท่องเที่ยวในไทยเป็นระดับ 2 เมื่อวานนี้ โดยอ้างถึงภัยคุกคามต่อชาวอิสราเอลที่ยังคงมีอยู่ หลังจาก NSC ออกคำเตือนฉบับแรกเมื่อ 12 พ.ย. 67 ทั้งนี้ ภัยคุกคามไม่ได้รุนแรงขึ้น แต่เป็นการปรับปรุงคำแนะนำสำหรับชาวอิสราเอลในไทย โดยแนะนำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มมาตรการป้องกัน และหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอล

ผู้ประกอบการจีนอ้างแรงงานไทยไม่มีคุณภาพจึงต้องจ้างแรงงานจีนแทน

ผู้ประกอบการจีนในภาคอุตสาหกรรมโรงงานเปิดเผยสถานการณ์การลงทุนในไทยกำลังเผชิญกับภาวะต้นทุนสูงกว่าการผลิตในจีน โดยเป็นต้นทุนจากค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก และค่าจ้างแรงงานจีนเพื่อมาทดแทนแรงงานไทย โดยเฉพาะในตำแหน่งระดับบริหาร สาเหตุเป็นเพราะที่ผ่านมาแรงงานคนไทยมีประสิทธิภาพการควบคุมดูแลต้นทุนการผลิตสินค้าด้อยกว่าความคาดหวังของนายจ้าง

ผู้พิการในไทยเป็นกลุ่มใหญ่ที่ถูกผลักออกจากระบบการศึกษา

หน่วยงานรัฐและภาคประชาสังคม อาทิ มูลนิธิด้วยกันเพื่อคนพิการ คกก.ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาฯ (บอร์ด คกส.) รายงานปัญหาเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษามีมากกว่า 1,020,000 คน เนื่องจากปัญหาความยากจนและปัญหาครอบครัว ขณะที่ผู้พิการถือว่าเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงจะอยู่นอกระบบการศึกษามากที่สุด ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีผู้พิการ 1,405,039 คน ที่จบการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษา และจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีเพียง 38,668 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 2 ของผู้พิการทั้งหมด เพราะปัญหาไม่มีระบบการศึกษาที่รองรับผู้พิการอย่างเหมาะสม ส่งผลกระทบให้ผู้พิการไม่มีวุฒิการศึกษาเพียงพอที่จะสมัครงานได้

ไทยแก้ไขปัญหาลิงใน จ.ลพบุรีได้สำเร็จ

สนข.Reuters ของสหราชอาณาจักร รายงานกรณีการแก้ไขปัญหาประชากรลิงใน จ.ลพบุรี ที่มีมากกว่า 3,000 ตัว โดยลิงถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองและช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ แต่ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาลิงมีพฤติกรรมก้าวร้าว ทำร้ายคนเพื่อขโมยอาหารหรือสิ่งของ และยังทะเลาะกันเอง สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่อย่างมากทำให้ภาครัฐดำเนินการเคลื่อนย้ายและควบคุมประชากรลิงในพื้นที่จนสถานการณ์ใน จ.ลพบุรีล่าสุดกลับมาสงบอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิสัตว์บางกลุ่มแสดงความไม่เห็นด้วยกับการนำลิงไปขังไว้ในกรงที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาอย่างเหมาะสม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณให้กรมอุทยานฯ เพื่อดูแลสัตว์ป่า

กฎหมายสมรสเท่าเทียมจะช่วยให้ไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

สนข.Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานอ้างข้อมูลจาก Agoda แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวออนไลน์ ระบุว่า กฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทยที่จะมีผลบังคับใช้ใน ม.ค. 68 จะช่วยให้ไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQ ได้เพิ่มขึ้น 4 ล้านคนต่อปี ซึ่งจะสร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 68,000 ล้านบาท) ช่วยให้ GDP ไทยเพิ่มร้อยละ 0.3 ด้วย ทั้งนี้ แม้ไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQ อยู่แล้ว แต่กฎหมายสมรสเท่าเทียมจะยิ่งช่วยส่งเสริมชื่อเสียงของไทยในฐานะตัวเลือกการท่องเที่ยวที่เปิดกว้าง และทำให้หลายเมืองของไทยได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะสถานที่จัดงานแต่งงาน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น การโรงแรม การจัดเลี้ยง