นโยบายกัญชากำลังเป็นที่ถกเถียงมากขึ้น

สื่อมวลชนมุ่งรายงานประเด็นเกี่ยวกับนโยบายกัญชา หลังจากมีกลุ่มนักวิชาการ แพทย์ เครือข่ายผู้ปลูกกัญชา กลุ่มภาคประชาสังคมใน จชต. กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ และประชาชนบนโซเชียลมีเดีย ออกมาแสดงความคิดเห็น/วิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นการนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด ซึ่งเป็นไปตามแนวคิดของนายเศรษฐา ทวีสิน นรม. โดยจากการประเมินท่าทีของทุกกลุ่ม พบว่ากระแสส่วนใหญ่ค่อนข้างเห็นด้วยกับนายเศรษฐา แม้แต่กลุ่มเครือข่ายผู้ปลูกกัญชาที่มีทั้งฝ่ายเห็นด้วย (ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการประเภทวิสาหกิจชุมชน) เพราะมองว่าการนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดจะทำให้มีการควบคุมการปลูกและจำหน่ายกัญชามากขึ้น

ประชาชนเรียกร้องการแก้ไขปัญหากรณีอุบัติเหตุไฟไหม้โรงงานที่มีการรั่วไหลของสารเคมี

กรณีมีอุบัติเหตุไฟไหม้โรงงานที่มีการรั่วไหลของสารเคมี ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน อาทิ เหตุไฟไหม้ถังจัดเก็บสารเคมีของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ที่มีผู้เสียชีวิต 1 คน และเหตุไฟไหม้ซ้ำภายในโกดังเก็บกากอะลูมิเนียมของบริษัท วิน โพรเสส จำกัด จ.ระยอง ทำให้ประชาชนมีการแสดงความเห็นมากขึ้นในประเด็น 1) ความกังวลเรื่องผลกระทบจากสารเคมีปนเปื้อน โดยเริ่มมีกลุ่มเกษตรกรใน จ.ระยอง ร้องเรียนว่าถูกพ่อค้าคนกลางไม่รับซื้อผลผลิตเพราะเชื่อว่ามีสารเคมีที่ปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำ 2) ความกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิต

แรงงานไทยผิดกฎหมายในเกาหลีใต้สามารถดำรงชีวิตได้ง่าย เนื่องจากมีธุรกิจคนไทยช่วยเกื้อหนุน

สื่อมวลชนรายงานสกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับสภาพชีวิตของแรงงานไทยที่เข้าเมืองผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ พบว่าปัจจุบันแรงงานดังกล่าวมีการอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มีช่องทางพบปะสื่อสารกัน โดยเฉพาะในร้านอาหารไทยและบนเฟซบุ๊กที่มีการโพสต์ช่วยเหลือหางาน นอกจากนี้ ยังพบกลุ่มคนไทย (ที่ไม่ใช่กลุ่มเข้าเมืองผิดกฎหมาย) ตั้งตัวเป็นนายหน้าหรือให้การช่วยเหลือแรงงานที่แฝงประโยชน์ทำธุรกิจ อาทิ ช่วยเหลือ เปิดบัญชีธนาคาร หมายเลขโทรศัพท์ โอนเงินกลับไทย ทำพาสปอร์ต ขับรถรับส่ง

หลายพื้นที่ขาดแคลนน้ำและประสบปัญหาคุณภาพน้ำประปา

จากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งจัด ทำให้หลายพื้นที่ทั่วไทยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำถึงขั้นประชาชนต้องซื้อน้ำเอง เพื่อนำมาอุปโภคบริโภค และใช้ในพื้นที่การเกษตร/ใช้ในภาคธุรกิจ อาทิ ที่เกาะพีพี จ.กระบี่ เกาะล้าน และเกาะสีชัง จ.ชลบุรี พบว่าผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร และสถานบริการ ต้องซื้อน้ำจืดจากเอกชนในราคาสูงกว่าปกติถึงเท่าตัว หรือประมาณ 300 – 1,000 บาทต่อตัน

ผลผลิตการเกษตรมีปริมาณและมูลค่าลดลง สินค้าประมงมีราคาตกต่ำ

กรณีไทยกำลังเผชิญกับสภาพอากาศร้อนรุนแรง และภัยแล้งในห้วงปัจจุบัน พบข้อมูลจากกลุ่มเกษตรกร ระบุว่า พืช/ไม้ผลเศรษฐกิจส่งออกสำคัญ อาทิ ข้าว ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง ข้าวโพด รวมถึงผลผลิตการเกษตรเกือบทุกชนิด ล้วนได้รับผลกระทบ ผลผลิตการเกษตรส่วนใหญ่มีปริมาณลดลงร้อยละ 10 ข้าวมีปริมาณลดลงประมาณร้อยละ 30 และทุเรียนมีปริมาณลดลงถึงประมาณร้อยละ 40 – 50 เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณผลผลิตการเกษตรเมื่อปี 2566  ขณะเดียวกันยังทำให้คุณภาพ/มูลค่าผลผลิตการเกษตรดังกล่าวลดลงประมาณ      ร้อยละ 10  หรือ (นับเฉพาะไม้ผลส่งออก อาทิ ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่) สูญเสียมูลค่าไปแล้วประมาณ 5,000 ล้านบาท

ปัญหาสภาพอากาศร้อนจัดเริ่มส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

สื่อต่างประเทศยังคงให้ความสนใจรายงานเกี่ยวกับปัญหาสภาพอากาศในทวีปเอเชีย ซึ่งยังคงเผชิญกับคลื่นความร้อนและมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับพายุฤดูร้อนในระยะต่อไป รวมถึงนักวิชาการประเมินว่าความแปรปรวนของสภาพอากาศในทวีปเอเชียน่าจะไม่ต่างจากปี 2566 ซึ่งเป็นปีที่โลกร้อนที่สุดมากนัก สำหรับสถานการณ์ของไทยนั้น มีผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วง มี.ค.-เม.ย. 67 (2 เดือน) แล้ว 38 ราย ซึ่งสูงกว่าสถิติปี 2566 ที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตในช่วง มี.ค.- มิ.ย. 66๖ (4 เดือน) รวม 37 ราย

ไทยเป็น 1 ในประเทศของภูมิภาคเอเชียที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศในภูมิภาคเอเชีย (Aging Well in Asia: Asian Development Policy Report) ซึ่งพบว่า 8 ประเทศและเขตปกครองในเอเชีย ได้แก่ ฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน จอร์เจีย นีอูเอ สิงคโปร์ ไทย และอาร์เมเนีย มีอัตราการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว และมีสัดส่วนประชากรสูงอายุเกินร้อยละ 20 จากจำนวนประชากรทั้งหมด (ข้อมูลปี 2565)

การสู้รบในเมียนมาอาจส่งผลให้การค้าบริเวณชายแดนไทย

  กรณีการสู้รบในเมียนมาอาจส่งผลให้การค้าบริเวณชายแดนไทย – เมียนมาไม่สามารถกลับมาได้เหมือนเดิม สภาธุรกิจไทย-เมียนมา ประเมินสถานการณ์การสู้รบในเมียนมาว่ากำลังส่งผลต่อเศรษฐกิจเมียนมาอย่างหนัก ซึ่งจะผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยด้วย โดยเฉพาะปัจจุบันที่กำลังเกิดการสู้รบในพื้นที่ จ.เมียวดี เมียนมา เนื่องจากมูลค่าการค้าของไทยที่ได้จากการค้าชายแดนในพื้นที่ จ.ตาก กับ จ.เมียวดี มีมูลค่าถึง 800,000 ล้านบาทต่อปี โดยมูลค่าการค้าเมื่อปี 2566 เหลือประมาณ 250,000 ล้านบาท แต่มูลค่าการค้าในปี 2567 อาจเหลือเพียงประมาณ 100,000 ล้านบาท ประเด็นสำคัญคือ หากสถานการณ์ในพื้นที่ จ.เมียวดี ยังไม่สามารถคลี่คลาย หรือรัฐบาลเมียนมาสูญเสียพื้นที่ไป หรือหากรัฐบาลเมียนมาขอปรับแผนการค้ามาใช้เส้นทางเรือแทน ก็ล้วนแต่จะส่งผลให้การค้าบริเวณชายแดนมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถกลับมาคึกคักได้เหมือนเก่า ภาพจาก https://www.indochinatravelpackages.com/ อ้างอิง thestandard. pptvhd36

ภัยแล้งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคเกษตร

เศรษฐกิจภาคเกษตรได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภัยแล้ง ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปรากฏการณ์เอญนีโญ และปัญหาภัยแล้งที่มีมาตั้งแต่ปี 2566 ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตทางการเกษตรลดลง และผลผลิตออกมาไม่มีคุณภาพมากพอที่จะส่งออกขายได้ ทำให้เกษตรกรต้องปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อให้สอดคล้องกับภาระต้นทุนจริง และพบว่าประชาชนบางส่วนเริ่มแสดงความคิดเห็นในเชิงเดือดร้อนหรือได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าทางการเกษตรแพงแล้วเช่นกัน โดยปัญหานี้คาดว่าจะส่งกระทบต่อการเกษตรต่อเนื่องไปสักระยะ แม้ว่าช่วงปลายปีจะเข้าสู่ภาวะลานีญาที่จะทำให้ปริมาณน้ำฝนมากกว่าปกติ แต่ก็คงไม่ทันต่อฤดูกาลเพาะปลูกในช่วงต้นปี

รถยนต์ไฟฟ้าแย่งตลาดรถยนต์สันดาป

รถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาแย่งตลาดรถยนต์สันดาปซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยถึงมูลค่าอุตสาหกรรมรถยนต์สันดาปในไทยสามารถสร้างรายได้กว่า 1,600,000 ล้านบาทต่อปี และมีแรงงานทั้งระบบกว่า 1,000,000 คน แต่ปัจจุบันกำลังถูกกระแสรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาตีตลาดมากขึ้น จึงคาดว่าในช่วงระยะเวลา 10 ปี มูลค่าอุตสาหกรรมรถยนต์สันดาปจะเหลือเพียง 210,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวมได้ ทั้งนี้ ภาครัฐจึงควรเร่งส่งเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมรถยนต์สันดาปซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมหลักที่มีแรงงานจำนวนมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ให้สามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงได้