ผลสำรวจพบแรงงานส่วนใหญ่ยังไม่มีแผนมีบุตรในอีก 5 ปีข้างหน้า

มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับ สสส. จัดงานเสวนาเนื่องในวันสตรีสากล ซึ่งตรงกับวันนี้ (8 มี.ค. 67) โดยชี้ถึงปัญหาการได้รับสิทธิสวัสดิการของแรงงานที่ไม่ตอบโจทย์กับการดำรงชีวิต และปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อแนวคิดการอยากมีครอบครัว โดยผลสำรวจพบแรงงานร้อยละ 69.4 ยังไม่มีแผนมีลูกในอีก 5 ปีข้างหน้า เพราะกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งร้อยละ 39.1 กังวลค่าใช้จ่ายทำคลอดและค่าดูแลลูก และร้อยละ 24.9 กังวลว่าจะไม่มีเวลาหรือขาดคนช่วยเลี้ยง

กรณีธนาคารจะเรียกเก็บค่า DDC Free จะกลายเป็นปัจจัยฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย

ภาคธุรกิจหลายกลุ่ม/ประเภท อาทิ SMEs สตาร์ทอัป ออกมาแสดงความคิดเห็น/แสดงท่าทีในเชิงความกังวลต่อกรณีธนาคารเตรียมเก็บค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินต่างประเทศเป็นสกุลเงินบาท (Dynamic Currency Conversion Fee: DCC Fee) ในอัตราร้อยละ 1 ของยอดธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริษัทต่างชาติ เริ่มวันที่ 1 พ.ค. 67 และแม้ ธปท.จะเรียกให้ธนาคารเข้าชี้แจงเหตุความจำเป็นแล้วก็ตาม โดยภาคธุรกิจให้เหตุผลว่าจะกลายเป็นภาระด้านต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ (กรณีดังกล่าวส่งผลด้านทุนที่ต้องใช้ในการประชาสัมพันธ์โฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ที่แทบทั้งหมดเป็นบริษัทต่างชาติ) ซึ่งอาจดูเหมือนเป็นจำนวนน้อย และเป็นสิ่งที่ต่างประเทศก็ได้มีการดำเนินการในลักษณะเดียวกัน

สื่อต่างประเทศสนใจกรณีไทยจะให้การอุ้มบุญถูกกฎหมาย

สนข.Voice of America (VOA) ของสหรัฐฯ รายงานว่า ไทยมีแผนจะแก้ไขกฎหมายเพื่อทำให้การอุ้มบุญสามารถมาทำได้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งไทยเคยพยายามจะแก้ไขกฎหมายแล้วเมื่อปี 2558 แต่เกิดเรื่องอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หลายกรณี จึงทำให้แผนการดังกล่าวถูกยับยั้ง ทั้งนี้ น.ส.Sunwanee Dolah ที่ปรึกษาด้านการค้ามนุษย์และสิทธิสตรี มูลนิธิรักษ์ไทย และนายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ นักวิชาการ/ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็กและเยาวชน แสดงความคิดเห็นถึงการพยายามจะแก้ไขกฎหมายอุ้มบุญของไทยในปัจจุบันว่า จะทำให้ผู้หญิงไทยจำนวนมากตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ หรือถูกบังคับให้ต้องรับจ้างอุ้มบุญ

ธุรกิจรถยนต์สันดาปในไทยที่ยอดขายลดลงอาจกระทบกับการจ้างงานในระยะต่อไป

สถานการณ์ธุรกิจยานยนต์ในปัจจุบันนั้น กลุ่มรถยนต์สันดาปต่างลดราคาขายลงเป็นจำนวนไม่น้อยเพื่อให้สามารถแข่งขันกับกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าได้ เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก สะท้อนจากยอดขอจดทะเบียนรถยนต์เฉพาะช่วง ต.ค. 66 – ม.ค. 67 มีจำนวน 48,096 คัน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 324.13 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วง ต.ค. 65 – ม.ค. 66 ที่มีจำนวน 11,340 คัน ซึ่งสาเหตุที่คนไทยให้ความนิยมรถยนต์ไฟฟ้า เพราะมาตรการสนับสนุนของรัฐบาล ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

สถานการณ์หนี้ครัวเรือนและหนี้ภาคเอกชนของไทยอยู่ในระดับที่น่ากังวล

ข้อมูลจากสถาบันการเงิน นักวิชาการ ธนาคารแห่งประเทศไทยและสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รายงานตรงกันว่า สถานการณ์หนี้สินของไทย โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนอยู่ในภาวะน่ากังวล เนื่องจากมีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนสูงถึงร้อยละ 90 ต่อ GPD (นักวิชาการประเมินว่าหากไม่มีการแก้ไข หนี้ครัวเรือนจะมีสัดส่วนเทียบเท่า GDP ภายในปี 2570) และมีแนวโน้มที่ปัญหาหนี้จะรุนแรงขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค ทำให้ประชาชนมีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายทำให้ต้องกู้ยืมเงินเพิ่ม โดยมีตัวขับเคลื่อนหลัก ได้แก่ หนี้ส่วนบุคคล หนี้บัตรเครดิต หนี้บ้าน และหนี้รถยนต์ ที่มีแนวโน้มจะกลายเป็นหนี้กำลังจะเสีย (SML) และหนี้เสีย (NPL) ในอัตราที่มากขึ้นและรวดเร็วขึ้น

ปัญหาไทยขาดดุลการค้าจีนมีความน่าห่วงกังวลมากขึ้น

ภาคเอกชนและนักวิชาการแสดงความกังวลต่อเกี่ยวกับปัญหาไทยขาดดุลการค้าจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์พบว่าไทยขาดดุลการค้าจีนใน ม.ค. 67 มูลค่า 177,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ม.ค. 66 ที่ขาดดุลมูลค่า 147,000 ล้านบาท และขาดดุลปี 2566 รวม 1.4 ล้านล้านบาท) โดยสาเหตุที่สินค้าจีนเข้าไทยมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจจีนชะลอตัว จึงต้องการระบายอุปทานส่วนเกินออกจากจีน กับทั้งไทยมีข้อตกลงที่เอื้อประโยชน์ทางการค้าให้จีน ด้านผลกระทบนั้น ส่งผลกระทบหนักต่อกลุ่ม SME เนื่องจากไม่สามารถสู้ราคาสินค้าจีนได้ เพราะมีต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก

ไทยมีปัญหาการละเมิดข้อมูลบนออนไลน์และตกเป็นเป้าหมายของแฮกเกอร์ที่มุ่งขโมยเงิน

แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) เผยแพร่รายงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ประจำปี 2566 ซึ่งชี้ว่าทั่วโลกกำลังเผชิญสถานการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ที่รุนแรงมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มแฮกเกอร์มีแนวโน้มใช้กลยุทธ์ที่เป็นอันตรายและซับซ้อนกว่าเดิม ส่วนสถานการณ์ในไทยนั้น พบปัญหาการละเมิด/ความปลอดภัยของข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีเหตุการณ์ครั้งใหญ่ เช่น กรณีข้อมูลคนไทย 55 ล้านคน หลุดจากแอปพลิเคชันหมอพร้อม

อุตสาหกรรมมันสำปะหลังเผชิญวิกฤตผลผลิตขาดแคลนจากโรคใบด่าง

สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทยและมูลนิธิพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ระบุว่า อุตสาหกรรมมันสำปะหลังของไทยซึ่งเป็นพืชที่เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ มีมูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี กำลังเผชิญภาวะวิกฤตจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคใบด่าง ทำให้ผลผลิตมันสำปะหลังขาดแคลน โดยคาดว่าผลผลิตมันสำปะหลังในปี 2567 จะลดลงเหลือเพียง 19 ล้านตัน (จาก 24 ล้านตัน) แม้เป็นช่วงที่ไทยควรได้ประโยชน์จากการส่งออกเพราะราคาแป้งมันในตลาดโลกสูงที่สุดในรอบ 7 ปี (19.10 บาทต่อกิโลกรัม) วิกฤตขาดแคลนผลผลิตยังส่งผลกระทบให้โรงงานแป้งมันหลายแห่งโดยเฉพาะในพื้นที่ภาค ตอ.น.ประกาศขายกิจการเนื่องจากไม่มีวัตถุดิบ ขณะที่เกษตรกรหันไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน ซึ่งอาจทำให้ผลผลิตมันสำปะหลังในระยะต่อไปลดลงได้อย่างต่อเนื่อง

กระแสทวงคืนชายหาดสาธารณะขยายเป็นวงกว้าง

จากกรณีชายชาวสวิตเซอร์แลนด์ก่อเหตุทำร้ายแพทย์หญิงใน จ.ภูเก็ต เพราะเข้าใจว่ารุกล้ำพื้นที่วิลล่าส่วนตัวที่ตั้งอยู่ริมชายหาดยามู จนเป็นข่าวใหญ่ที่ได้รับความสนใจนั้น ล่าสุดมีรายงานว่ากรณีดังกล่าวได้นำไปสู่กระแสทวงคืนชายหาดทั่วประเทศเพื่อให้เป็นพื้นที่สาธารณะ โดยนอกจากชายหาดยามู แล้วพบภาคประชาชนออกมารวมพลังทวงคืนชายหาดอื่น ๆ อาทิ เพจ Phuket People’s Voice ขอทวงคืนหาดแหลมหงา เกาะสิเหร่ ๆ ใน จ.ภูเก็ต หลังมีเอกชนเข้ามาปิดกั้นถนนหลวงที่ใช้ขึ้นลงหาด เพจ Beach For Life Thailand ขอทวงคืนหาดปากบารา จ.สตูล ให้เป็นหาดสาธารณะหลังมีเอกชนเข้ามาอ้างสิทธิ์

ข้าวไทยในปี 2567 จะมีราคาดีตลอดทั้งปี

สมาคมโรงสีข้าวไทยประเมินสถานการณ์ข้าวในปี 2567 ว่า ไทยจะสามารถผลิตข้าวเปลือกได้ 26 ล้านตัน และส่งออกข้าวสารได้ 7 ล้านตัน โดยข้าวเปลือกจะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 10,000 บาทตลอดทั้งปี เนื่องจากความต้องการข้าวทั่วโลกยังไม่ลดลง ราคาข้าวที่อยู่ในระดับสูงจะทำให้รัฐบาลไม่ต้องใช้งบประมาณเพื่อพยุงราคาข้าวมากอย่างในอดีต