ตลาดค้าปลีกของไทยมีแนวโน้มขยายตัวลดลง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินยอดค้าปลีกไทยในปี 2567 ขยายตัวแบบชะลอตัวที่ร้อยละ 3 (มูลค่า 4.1 ล้านบาท) ลดลงจากปี 2566 และปี 2565 ที่ขยายตัวร้อยละ 5 และร้อยละ 7 ตามลำดับ แต่มีแนวโน้มที่ผู้ผลิตสินค้าไทยจะเผชิญการดำเนินธุรกิจที่ยากลำบากในระยะต่อไป สำหรับปัจจัยเชิงบวกที่สนับสนุนการค้าปลีกมาจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติและราคาสินค้าบางรายการที่สามารถปรับเพิ่มขึ้น

ปัญหาทุนจีนสีเทาและแก๊งอาชญากรรมออนไลน์ในเมียนมายังคงส่งผลกระทบต่อไทย

สื่อมวลชนรายงานกรณีกลุ่มทุนจีนสีเทาและแก๊งอาชญากรรมออนไลน์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้เคลื่อนย้ายไปตั้งฐานในเมืองชเวโก๊กโก่ และในพื้นที่ KK Park จังหวัดเมียวดี เมียนมา ที่อยู่ตรงข้ามกับชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ภายใต้การดูแลของกองกำลังกะเหรี่ยงพิทักษ์ชายแดน BGF โดยแม้ว่ารัฐบาลเมียนมาจะพยายามเข้าปราบปรามกวาดล้างเครือข่ายอย่างหนัก และงดจ่ายไฟฟ้าเข้าไปในพื้นที่

บุหรี่เถื่อนแพร่จำหน่ายทางออนไลน์ ทำให้เยาวชนเข้าถึงง่ายมากขึ้น

สมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยสถานการณ์บุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อนทะลักเข้ามาในไทยเป็นจำนวนมาก แม้ว่าจะมีการจับกุมอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันพบการจำหน่ายบุหรี่เถื่อนทั้งสองประเภทบนออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม X (Twitter) และ Facebook ที่กลุ่มผู้ขายมีการลงโฆษณาและรีวิวสินค้าอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งสามารถตอบสนองพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้ซื้อยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย และยังหลีกเลี่ยงการจับกุมได้

อุณหภูมิในปี 2567 มีแนวโน้มทำสถิติร้อนที่สุด

นักวิชาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรายงานข้อมูลจากสถาบันโคเปอร์นิคัสแห่งสหภาพยุโรป (อียู) ที่ระบุว่าอุณหภูมิของโลกในรอบ 12 เดือน (ก.พ. 66 – ม.ค. 67) เฉลี่ยสูงขึ้น 1.52 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม ซึ่งสูงเกินเกณฑ์ 1.5 องศาเซลเซียส ตามข้อตกลงปารีสฉบับปี 2558 รวมถึงพบงานวิจัยต่างประเทศที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้กว่าร้อยละ 84 ที่โลกจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 2 องศาเซลเซียส ทำให้ทั่วโลกเสี่ยงเผชิญสภาพอากาศรุนแรงสุดขั้ว อย่างเช่นน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และการสูญเสียระบบนิเวศบนโลก

ธุรกิจไทย 5 ประเภท เผชิญความเสี่ยงจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยศูนย์ SCB EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานและการจ้างงานไทย โดยคาดการณ์ว่าโครงสร้างสังคมไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสุดยอดในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งมีกลุ่มธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด 5 ประเภท ได้แก่ กลุ่มการเกษตร กลุ่มค้าปลีกและค้าส่ง กลุ่มการผลิต กลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร กลุ่มก่อสร้าง ตามลำดับ

ไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสุดยอดที่นำมาสู่ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยแพร่รายงานสถานการณ์แรงงานไทยที่มีแนวโน้มขาดแคลน จากการประเมินว่าไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัย “ขั้นสุดยอด” ภายในปี ๒๕๗๒ ปัญหาคือ จะส่งผลให้แรงงานไทยลดลงอย่างรวดเร็วจนเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานที่รุนแรง ขณะที่การพยายามเพิ่มจำนวนประชากรของไทยก็ยังมีปัญหาจากการที่ประชากรยังมีค่านิยมเรื่องการคุมกำเนิด และความต้องการที่จะไม่มีลูกเพิ่มขึ้น เพราะปัจจัยด้านปัญหาเศรษฐกิจ

ไทยเผชิญปัญหาฝุ่นควัน และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์มากขึ้น

หลายภูมิภาคของไทยมีปัญหาฝุ่น PM2.5 รุนแรงขึ้น สาเหตุจากไฟป่าที่เพิ่มขึ้น ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ปรากฏในห้วงปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นในลักษณะชี้ว่า ภาค ตอ.น.กำลังเผชิญปัญหาฝุ่น PM2.5 รุนแรงที่สุด รองลงมาเป็นภาคกลาง และภาคเหนือบางจังหวัด อาทิ จ.ลำปาง

ปัญหาภัยแล้ง และยาเสพติดยังเป็นที่กังวลในหมู่ประชาชน

แหล่งน้ำในไทยหลายแห่งยังแห้งแล้ง เพราะได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ปรากฏการณ์เอลนีโญในไทยเริ่มส่งผลให้แหล่งน้ำสายหลักในหลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหาปริมาณน้ำลดลง โดยมีแหล่งน้ำต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำสิริกิติ์ อ่างเก็บน้ำจุฬาภรณ์ อ่างเก็บน้ำกระเสียว และอ่างเก็บน้ำคลองสียัด แม่น้ำโขงเหนือ แม่น้ำปาย แม่น้ำน่าน แม่น้ำยม แม่น้ำวัง แม่น้ำโขงอีสาน ซึ่งหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปจะส่งผลต่อการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่

ภาคเอกชนและภาคการเงินประเมินท่าที กนง.พร้อมปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป

กรณีคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 5 ต่อ 2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ร้อยละ 2.5 ต่อปี นั้น ภาคเอกชนและภาคการเงินมีความเห็นที่แตกต่างกันต่อมติของ กนง. โดยภาคการเงิน อาทิ SCB EIC Krungthai COMPASS มองว่า กนง.พิจารณาเหมาะสมแล้ว และมีความสอดคล้องกับปัจจัยนโยบายการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางยุโรป ยังไม่มีท่าทีปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่เอกชน อาทิ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มองว่า มติของ กนง.จะมีผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ไม่สร้างบรรยากาศในการลงทุน

เศรษฐกิจไทยปี 2567 ยังมีแนวโน้มชะลอตัว แต่จะเริ่มดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

บรรดานักวิชาการเศรษฐศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ และภาคเอกชน ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจไทย ปี 2567 ในทำนองเดียวกันว่า เศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งปีแรกมีแนวโน้มชะลอตัว โดยมีปัจจัยอุปสรรค ได้แก่ ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์/ปัญหาสงครามภายในภูมิภาค กรณีหลายประเทศมีการเลือกตั้งทั่วไปที่อาจส่งผลให้นโยบายระหว่างประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลง และกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำโลกยังคงนโยบายการเงินแบบเข้มงวด ซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยด้านต้นทุนการผลิตมีราคาสูงขึ้น