ผลการสำรวจต่าง ๆ สะท้อนไทยผลิตแรงงานไม่ตรงกับความต้องการตลาด

สื่อมวลชนรวบรวมข้อมูลผลการสำรวจด้านแรงงานของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ ในไทย อาทิ ผลสำรวจความต้องการแรงงานในโครงการที่ได้รับการส่งเสริมของ BOI ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยปี 2566 ซึ่งต่างชี้ให้เห็นว่าไทยยังมีปัญหาขาดแคลนแรงงานที่ตรงกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะในสายงานอาชีวะ ทำให้ไทยไม่สามารถรองรับการขยายตัวของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงมีความเสี่ยงที่จะขาดแคลนแรงงานบางสาขาในอนาคต นอกจากนี้ ได้ชี้ว่าปัญหาระบบการศึกษาไทยที่ผลิตแรงงานไม่ตรงกับตลาด

ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ยังคงมีระดับรุนแรง

  กระแสสังคมยังคงให้ความสนใจต่อปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งข้อมูลจากศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศรายงานว่าพบ 34 จังหวัดทั่วประเทศ ที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ด้านประชาชนในพื้นที่ กรุงเทพฯ ทำการโพสต์ภาพบนโซเชียลมีเดียแสดงถึงท้องฟ้าที่กลายสีขาวขุ่นจากฝุ่น PM 2.5 เพื่อเรียกร้องการแก้ไขปัญหาจากภาครัฐอย่างเร่งด่วน และวิจารณ์ถึงสถานการณ์ฝุ่นที่ลดลงได้ยาก เพราะกรุงเทพฯ ยังมีปัญหารถติดอย่างหนักจากระบบขนส่งสาธารณะที่ล้มเหลว ได้แก่ ค่าโดยสารรถไฟฟ้าราคาแพง รถเมล์ขาดระยะและไม่ตรงเวลา ทำให้คนกรุงเทพฯ ต้องพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวและกลายเป็นสาเหตุของฝุ่น PM 2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย (ภาพจากประชาชาติธุรกิจ)

ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุนปรับตัวสูงขึ้น

ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุนปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มต่างชาติที่มีแนวโน้มกลับมาลงทุนในตลาดทุนไทย ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ประจำ ธ.ค. 66 อยู่ที่ระดับ 62.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก พ.ย. 66 และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 จากนโยบายลดค่าครองชีพและการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ของรัฐบาล

ไทยได้รับการจัดอันดับดัชนีด้านเสรีภาพมนุษย์ดีขึ้น

สถาบันฟราเซอร์ของแคนาดารายงานดัชนีด้านเสรีภาพมนุษย์ประจำปี 2566 (Human Freedom Index) ซึ่งทำการสำรวจ 165 ประเทศทั่วโลก เกี่ยวกับการให้เสรีภาพของประชาชนในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านเสรีภาพส่วนบุคคล ด้านเสรีภาพทางเศรษฐกิจ ด้านเสรีภาพการเคลื่อนไหว การแสดงออก การแพร่ข้อมูลข่าวสาร และด้านความสัมพันธ์ โดยในส่วนของไทยได้รับการจัดอันดับที่ 88 มีคะแนนอยู่ที่ 6.67 ซึ่งดีขึ้นจากปี 2565 ที่อยู่ในอันดับ 104 เนื่องจากไทยมีคะแนนในด้านเสรีภาพทางเศรษฐกิจสูงขึ้นมาก (จากอันดับ 86 ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 64)

เอกชนเคลื่อนไหวตามกระแสสังคมเพื่อเรียกร้องให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

จากกรณีกลุ่มสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ได้ออกมาจุดประเด็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของกลุ่มธนาคารส่งผลให้มีผลกำไรสูงขึ้น แต่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ซึ่งต่อมาภาคเอกชนได้นำกรณีดังกล่าวมาขยายผลเพิ่มเติม เพื่อเรียกร้องให้มีการปรับอัตราดอกเบี้ยลดลงเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ออกมาแสดงท่าทีมากที่สุด

คนไทยในภาคเหนือและภาคตะวันตกมีความเสี่ยงต่อภัยไซเบอร์สูงที่สุด

ผลสำรวจ Thailand Cyber Wellness Index 2023 ของ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) พบว่า คนไทยกลุ่มผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงต่อภัยไซเบอร์สูงสุด จึงเป็นกลุ่มที่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะการใช้งานเทคโนโลยีมากที่สุด แต่หากเปรียบเทียบในระดับภูมิภาคนั้น คนไทยในภาคเหนือ และภาคตะวันตกมีความเสี่ยงต่อภัยไซเบอร์มากที่สุด

เศรษฐกิจไทยในปี 2567 ยังมีปัจจัยท้าทายหลายด้าน

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร คาดการณ์ปัจจัยท้าทายที่จะมีผลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2567 ที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่ 1) ปัญหาหนี้ในภาคธุรกิจ และภาคครัวเรือนที่ยังมีสัญญาณที่ไม่ดี สะท้อนจากการผิดนัดชำระหุ้นกู้ของบริษัท และการผิดนัดชำระสินเชื่อของประชาชนยังเกิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารเป็นสาเหตุให้สิ่งแวดล้อมถูกทำลายมากขึ้น

สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา ศูนย์วิจัยกสิกรไทย และศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS เปิดเผยถึงสถานการณ์ความมั่นคงทางอาหารในไทย ที่พบว่าการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและเมืองทำให้ความต้องการอาหารเพิ่มสูงขึ้น ผู้ประกอบการจึงใช้กระบวนการ อาทิ การใช้สารเคมี การเผาพื้นที่การเกษตร เพื่อเร่งสร้างผลผลิตการเกษตรให้ได้มากและเร็วขึ้น เป็นสาเหตุให้ที่ระบบนิเวศเดิมถูกทำลาย สร้างมลพิษต่อแหล่งน้ำ ดิน และอากาศ และเป็นสาเหตุหนึ่งให้เกิดปัญหาโลกร้อน

ปัญหาฝุ่น PM 2.5 สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยอย่างน้อยร้อยละ 6

จากรายงานสภาวะเศรษฐกิจไทยฉบับ ธ.ค. 66 ของธนาคารโลก แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่นอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนยังสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยถึงร้อยละ 6 ของ GDP โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 จากภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ ถือเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่ปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศมากที่สุด และยังเป็นเป็นผู้ปล่อยฝุ่น PM 2.5

จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส เกิดเหตุอุทกภัยหนัก

กรณีพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเผชิญกับสภาพอากาศฝนตกหนักติดต่อกัน 3 วัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าเข้าท่วมหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ จ.ยะลา น้ำท่วมหนักใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ธารโต อ.ยะหา อ.บันนังสตา และ อ.รามัน มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 139 ครัวเรือน และนราธิวาสที่ น้ำท่วมหนัก 9 อำเภอ ได้แก่ อ.แว้ง อ.สุคิริน อ.จะแนะ   อ.ระแงะ อ.สุไหงปาดี อ.ศรีสาคร อ.เจาะไอร้อง อ.ยี่งอ และ อ.รือเสาะ มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 9,558 ครัวเรือน