เยาวชนไทยถูกล่วงละเมิดทางเพศมากกว่า 1,000 คน ในรอบ 3 ปี

รายงานข้อมูลคดีการล่วงละเมิดทางเพศในเด็กและเยาวชน พบว่าในห้วง 3 ปี (2564 – 2566) มีเด็กและเยาวชนไทยถูกล่วงละเมิดทางเพศจำนวนทั้งสิ้น 1,097 คน และคาดว่ายังมีผู้เสียหายอีกมากกว่าร้อยละ 50 ที่ไม่ได้เข้าแจ้งความ โดยผู้กระทำความผิดส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิด อาทิ ญาติ พ่อเลี้ยง บิดา เพื่อนบ้าน และบุคคลที่รู้จักทางโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ ยังพบเด็กและเยาวชนอีกกว่า 112 คน ที่ถูกแสวงประโยชน์ค้าประเวณี และการบริการทางเพศทางออนไลน์ อาทิ การขายภาพ/คลิปโป๊ ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่สมัครใจและถูกแบล็คเมล์

นักท่องเที่ยวจีนจะมาไทยในปี 2568 – แนวโน้มอสังหาปี 2567 ขึ้นกับแนวโน้มเศรษฐกิจ

นักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาเที่ยวไทยอย่างเต็มที่ในปี 2568 บริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ในจีนต่างแสดงความเห็นตรงกันว่าการท่องเที่ยวไทยอาจต้องใช้เวลาจนถึงปี 2568 จึงจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับระดับปี 2562 เนื่องจากการท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบจากข่าวเชิงลบ โดยเฉพาะประเด็นความไม่ปลอดภัย รวมถึงผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจจีนที่ทำให้คนจีนที่มีฐานะปานกลางและเป็นกลุ่มที่ท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ เดินทางลดลง ส่งผลให้เหลือเพียงกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองที่คิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวจีนในไทยทั้งหมด

แรงงานไทยบางส่วนเดินทางกลับไปทำงานที่อิสราเอล

สื่อมวลชนรายงานกรณีแรงงานไทยบางส่วนที่เดินทางกลับจากอิสราเอลเริ่มเดินทางกลับไปทำงานอีกครั้ง โดยอ้างถึงเหตุผลว่า มีรายได้ไม่เพียงพอ และมีภาระหนี้สินที่กู้ยืมมาในช่วงสมัครไปเป็นแรงงาน อีกทั้งแม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเงินช่วยเหลือก็ยังไม่จูงใจให้อยู่ต่อได้ เพราะถือเป็นรายได้ที่ไม่แน่นอน

กลุ่มบริษัทจดทะเบียนเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยในปี 2567 ฟื้นตัวดีขึ้น

การสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนปี 2566 – 2567 เห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยปี 2567 จะดีขึ้น น่าจะขยายตัวได้ตั้งแต่ร้อยละ 3 – 4 โดยมีปัจจัยแรงหนุน ได้แก่ ภาคการท่องเที่ยว นโยบายการคลังและการใช้จ่ายภาครัฐ เสถียรภาพการเมืองในประเทศ การส่งออก และกำลังซื้อในประเทศ แต่อาจต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน ได้แก่หนี้ภาคครัวเรือน ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และต้นทุนค่าจ้างแรงงาน  

การท่องเที่ยวแบบ Workation ในต่างประเทศจะเป็นเทรนด์ท่องเที่ยวหลักในปี 2567

ข้อมูลจากบริษัทด้านธุรกิจการท่องเที่ยว อาทิ Booking.com SiteMinder Rabbit Care เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์การท่องเที่ยวปี 2567 พบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่และในทุกช่วงวัยวางแผนท่องเที่ยวในต่างประเทศเพิ่มขึ้น  โดยนักท่องเที่ยว 5 ประเทศ ที่มีแผนท่องเที่ยวในต่างประเทศมากที่สุด ได้แก่ เยอรมนี สหราชอาณาจักร ไทย (นักท่องเที่ยวไทยมีแผนเที่ยวต่างประเทศถึงร้อยละ 69 – 82) จีน และฝรั่งเศส  

ดัชนีทางเศรษฐกิจในปัจจุบันสะท้อนภาวะเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว

รายงานดัชนีทางเศรษฐกิจที่ได้รับการเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปประจำ พ.ย. 66 ลดลงร้อยละ 0.4 หรือลดลงต่ำสุดในรอบ 33 เดือน ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (CCI) อยู่ที่ระดับ 60.9 หรือเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 45 เดือน และดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในอนาคต ด้านโอกาสหางานทำ และด้านรายได้ในอนาคต ล้วนปรับตัวดีขึ้นทุกรายการ โดยเป็นผลมาจากสินค้าส่วนใหญ่มีราคาคงตัว และผู้บริโภคกลับมามีความเชื่อมั่น

เอกชนเรียกร้องให้ชะลอการขึ้นค่าไฟฟ้า-แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2567 ขยายตัวยังต่ำ

  ภาคเอกชนเรียกร้องให้รัฐบาลชะลอการขึ้นค่าไฟฟ้า ท่าทีของภาคเอกชนส่วนใหญ่ยังคงมีต่อประเด็นคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)เตรียมปรับขึ้นค่าไฟฟ้า โดยเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาอย่างรอบคอบและชะลอการปรับขึ้นออกไปก่อน เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนที่อาจสูงขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 5 – 10 ถือเป็นการซ้ำเติมปัญหาของผู้ประกอบการในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงส่งผลกระทบให้สินค้าไทยแข่งขันในตลาดโลกได้ยาก และกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนของต่างชาติ โดยอ้างว่ามีนักลงทุนต่างชาติเริ่มท้วงติงและตั้งคำถามถึงสาเหตุที่ค่าไฟฟ้าของไทยมีราคาแพงกว่าประเทศอื่น ๆ บ้างแล้ว กกร. คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2567 ขยายตัวร้อยละ 2.9 – 3.3 ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) แถลงผลการประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2567 โดยคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.9 – 3.3 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และเศรษฐกิจในประเทศที่เปราะบางจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้ของภาคธุรกิจมีระดับสูง อีกทั้งปัญหาด้านศักยภาพการเติบโตและการแข่งขันของไทย ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีและการเพิ่มผลิตภาพของแรงงาน เพื่อเตรียมรับมือกับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยและสังคมคาร์บอนต่ำ ด้านการส่งออกประเมินว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 2 – 3 จากติดลบร้อยละ 1 – 2 ในปี 2566 โดยได้อานิสงส์จากเศรษฐกิจของอินเดียและกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มขยายตัวสูง ซึ่งช่วยสนับสนุนการส่งออกสินค้า อาทิ รถยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และอาหาร ขณะที่นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตคาดว่าจะช่วยกระตุ้น GDP…

ธุรกิจในไทยเสี่ยงปิดตัวเพิ่มขึ้น – หนี้เสียขยายตัว – การท่องเที่ยวยังเป็นเชิงบวก

ธุรกิจในไทยเสี่ยงปิดตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจและสินค้าต่างชาติเข้ามาชิงตลาด กรณีในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาปรากฏข่าวสารบริษัทและโรงงานขนาดใหญ่ในไทยประกาศปิดกิจการลง อาทิ บจ.คิตากาว่า (ประเทศไทย) ผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับยานยนต์ บจ.โรงงานเหล็กกรุงเทพฯ ผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็ก และ บจ.ทีเอ็มที โมลด์ เทคโนโลยี จำกัด ผู้ผลิตและรับจ้างผลิตแม่พิมพ์ ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้บริษัทมีคำสั่งซื้อลดลงและขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง ด้านสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม

ภาคประชาสังคมสร้างความตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

ภาคประชาสังคมสร้างความตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว กลุ่มภาคประชาสังคมจัดเสวนารณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาการใช้ความรุนแรงโดยผู้ดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจากข้อมูลทางสถิติปี 2565 แสดงว่าสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นจากปี 2564 ถึง 3 เท่า ส่วนมากเกิดขึ้นกับสตรีและมีแนวโน้มจะถูกกระทำซ้ำรุนแรงมากขึ้น ส่วนลักษณะความรุนแรงที่พบมากที่สุดคือ การฆ่ากัน คิดเป็นร้อยละ 47.2 รองลงมาคือ การทำร้ายกัน ร้อยละ 28.6 การฆ่าตัวตาย ร้อยละ 13.7 ความรุนแรงทางเพศ ร้อยละ 5.6 และความรุนแรงในครอบครัว ร้อยละ 4.9

บริษัทไทยมีแนวโน้มปรับขึ้นค่าตอบแทนพนักงานเฉลี่ยร้อยละ 5

  บริษัทไทยมีแนวโน้มปรับขึ้นค่าตอบแทนพนักงานเฉลี่ยร้อยละ 5 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค โดย Mercer Thailand (เมอร์เซอร์ ประเทศไทย) เปิดเผยผลสำรวจการขึ้นค่าตอบแทนพนักงานประจำปี 2567 ของบริษัทและองค์กรทั่วโลก พบว่าบริษัทในไทยมีแนวโน้มจะขึ้นค่าตอบแทนเฉลี่ยร้อยละ 5 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่ทำการสำรวจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่จะขึ้นเงินเฉลี่ยร้อยละ 5.2 และไทยอยู่ในอันดับ 7 ของภูมิภาค ตามหลังอินเดีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ จีน และมาเลเซีย ตามลำดับ แต่อยู่ในอันดับดีกว่าเกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และญี่ปุ่น ผลสำรวจจึงสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทในประเทศกำลังพัฒนามีแนวโน้มจะขึ้นค่าตอบแทนพนักงานสูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วด้วย ด้านข้อมูลผลสำรวจจากสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ออกมาสอดคล้องกันว่าในปี 2567 บริษัทในไทยอาจขึ้นค่าตอบแทนเฉลี่ยที่ร้อยละ 4.64 โดยอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะปรับขึ้นเงินค่าตอบแทนมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ภาพจาก ไทยรัฐ