สังคมไทยตระหนักต่อปัญหาสุขภาพจิตมากขึ้น

ปัญหาสุขภาพจิตและการฆ่าตัวตายในไทยกำลังเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมให้ความสนใจ เนื่องจากสถิติการฆ่าตัวตายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานและวัยรุ่น ซึ่งมีสาเหตุจากความเครียดและปัจจัยหลายด้าน เช่น ปัญหาทางเศรษฐกิจ ความกดดันทางสังคม และความคาดหวังจากครอบครัว  หลายภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิต ทั้งในแง่การเรียกร้องความรับผิดชอบต่อพฤติกรรมหรือคำพูดจากบุคคลสาธารณะ การแก้ไขปัญหาจากภาครัฐ รวมถึงการรณรงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและความใส่ใจต่อผู้ที่ประสบปัญหาสุขภาพจิต เพราะเห็นตรงกันว่า หากไม่มีการสนับสนุนหรือมาตรการรองรับ สถานการณ์อาจมีแนวโน้มแย่ลง และส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง

ไทยกำลังสร้างจุดยืนด้าน AI ด้วยการเป็นศูนย์กลางผลิตแผงวงจรพิมพ์

Nikkei Asia เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ในไทย ซึ่งในห้วงเวลาไม่ถึง 3 ปี มีผู้ผลิต PCB จากจีนและไต้หวันกว่า 60 ราย เข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทย ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยศูนย์ยุทธศาสตร์นานาชาติด้านอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของไต้หวัน ประเมินว่ามูลค่าการผลิต PCB ในไทยจะขยายตัวจาก 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 เป็น 5,620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 หรือมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยต่อปีร้อยละ 7.6 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก โดย PCB เป็นส่วนประกอบในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความสำคัญไม่แพ้ชิป ใช้ทั้งในโทรศัพท์ รถยนต์ เครื่องบิน ศูนย์ข้อมูล และระบบป้องกันประเทศ ซึ่งไทยตั้งเป้าหมายจะเป็นศูนย์กลางการผลิต PCB ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากจีน แต่การเข้ามาในไทยของผู้ผลิต PCB ยังเผชิญความท้าทาย ทั้งด้านความแตกต่างทางวัฒนธรรมในการทำงาน การขาดแคลนบุคลากร โดยเฉพาะวิศวกรด้าน PCB และผู้ที่สามารถพูดภาษาจีนได้ รวมถึงการแข่งขันสูงในการทำธุรกิจ ขณะที่ระบบนิเวศของอุตสาหกรรม PCB ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น…

ไทยเผชิญปัญหาอุทกภัยเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลลานีญา

  องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์ลานีญาจะกลับมาอีกครั้ง และเริ่มส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศโลกตั้งแต่ ก.ย. – พ.ย. 68 โดยอาจทำให้หลายพื้นที่เผชิญฝนตกหนักหรือเกิดภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ซึ่งแม้ลานีญาจะทำให้อุณหภูมิลดลง แต่อุณหภูมิโลกโดยรวมยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยเพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ จึงก่อให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้ว ด้านนักวิชาการไทยประเมินคล้ายกันว่าไทยจะเผชิญความเสี่ยงจากพายุที่มีความรุนแรงและความถี่สูงขึ้น ส่งผลให้มีปริมาณฝนและความเร็วลมมากขึ้น นอกจากนี้ ยังชี้ว่ามีปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ซ้ำเติมปัญหาอุทกภัย เช่น การจัดการน้ำที่ยังไม่เพียงพอ การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน การวางผังเมืองที่ไม่รอบคอบ รวมถึงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งพบว่าขีดความสามารถของแต่ละชุมชนในการจัดการน้ำมีความแตกต่างกัน โดยหลายพื้นที่ยังขาดความเข้าใจในข้อจำกัดและศักยภาพของตนเอง

พบกลุ่มรับอุปการะเด็กในโซเชียลมีเดียที่อาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์

พบการตั้งกลุ่มพูดคุยสำหรับผู้ที่ต้องการอุปการะบุตรบุญธรรมบนเฟซบุ๊กหลายกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มมีสมาชิกตั้งแต่หลักพันถึงหมื่นเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดต่อกับผู้ปกครองที่ไม่สามารถดูแลบุตรของตนเองได้ โดยการพูดคุยส่วนใหญ่เป็นการประกาศขอรับอุปการะเด็ก ซึ่งมีทั้งผู้ปกครองที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อมหรือไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กได้ รวมถึงตัวเด็กเองมาประกาศหาผู้รับอุปการะ โดยพบว่าหลายกรณีมีการเรียกเงินหรือเสนอสินน้ำใจเพื่อแลกกับตัวเด็ก รวมถึงการยินยอมให้ผู้รับอุปการะมีสิทธิ์ขาดในการเลี้ยงดู ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลอย่างมาก เนื่องจากบุคคลส่วนใหญ่ที่เข้ามาในกลุ่มเป็นผู้ไม่ระบุตัวตน ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบประวัติ ความน่าเชื่อถือ หรือเจตนาที่แท้จริงได้ ส่งผลให้เด็กมีความเสี่ยงที่จะถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับใช้แรงงาน การแสวงหาประโยชน์ทางเพศ รวมถึงการตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นช่องโหว่ที่เอื้อให้กลุ่มอาชญากรรมเข้ามาหาผลประโยชน์โดยใช้ข้ออ้างการอุปการะเป็นฉากบังหน้า

ขบวนการต่างชาติจัดหาหญิงไทยเพื่อรับจ้างอุ้มบุญ

พบกลุ่มนายหน้าลักลอบจัดหาหญิงไทยเพื่อรับจ้างตั้งครรภ์แทน (อุ้มบุญ) ให้กับผู้ว่าจ้างชาวต่างชาติ โดยการโพสต์ข้อความในลักษณะเชิญชวนอย่างต่อเนื่องผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก และไลน์ ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการว่าจ้างและอัตราค่าตอบแทน ซึ่งแม่อุ้มบุญจะได้รับค่าจ้างประมาณ 400,000 – 550,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทางและระยะเวลาของกระบวนการ โดยจะมีกลุ่มนายหน้าเป็นผู้ดูแลกระบวนการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาผู้หญิง ฝังตัวอ่อน จนถึงการคลอดเด็ก รวมถึงจัดเตรียมค่าอาหาร ที่พัก ซิมเน็ต และเงินก้อนแรกเมื่อเดินทางถึง เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้รับจ้าง และบางกรณีจะต้องสามารถจดทะเบียนสมรสกับผู้ว่าจ้างอีกด้วย ส่วนสถานที่ดำเนินการมีทั้งในไทยและต่างประเทศ เช่น กัมพูชา มาเลเซีย ไต้หวัน และจอร์เจีย ทั้งนี้ แม้หญิงไทยบางส่วนยอมทำด้วยตนเองเพื่อหารายได้ แต่อาจมีบางส่วนที่ถูกหลอกลวงหรืออาจเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

ไทยหาแหล่งแรงงานใหม่หลังจากแรงงานกัมพูชาเดินทางกลับประเทศ 

  เว็บไซต์ Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานกรณี ครม.อนุมัติการนำเข้าแรงงานต่างชาติจากศรีลังกาจำนวน 10,000 คน รวมถึงแรงงานจากเนปาล บังกลาเทศ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากแรงงานกัมพูชาจำนวนมากเดินทางกลับประเทศหลังเกิดการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการพึ่งพาแรงงานต่างชาติของไทย และความเร่งด่วนในการเติมเต็มตำแหน่งงานที่ว่าง ด้านผู้เชี่ยวชาญแสดงความเห็นว่าแนวทางของไทยในการหาแหล่งแรงงานใหม่ยังไม่ชัดเจนว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะยังไม่เห็นแผนดำเนินการของรัฐบาลว่าจะให้แรงงานจากประเทศดังกล่าวทำงานประเภทใด ทั้งยังกังวลปัญหาค่าเดินทางจากแรงงานที่อยู่ไกล ขณะที่นายจ้างยังต้องแข่งขันกับมาเลเซีย ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ซึ่งเสนอค่าจ้างที่สูงกว่าและสภาพการทำงานที่ดีกว่า โดยเรียกร้องให้รัฐบาลนิรโทษกรรมให้แรงงานต่างชาติ เพื่อให้สามารถขอใบอนุญาตสำหรับการพำนักและทำงานในไทยอย่างถูกกฎหมายได้

ไทยกำลังเป็นจุดหมายใหม่ของเทศกาลดนตรีระดับโลก

สนข.Channel News Asia ของสิงคโปร์ รายงานกรณีไทยกำลังเป็นจุดหมายใหม่ของเทศกาลดนตรีระดับโลก โดยจะมีการจัดงานเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่และคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เช่น Rolling Loud ,Mariah Carey และ BLACKPINK ในขณะที่การจัดงานในประเทศอื่นชะลอตัวลง รัฐบาลไทยพยายามผลักดันการจัดเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่และงานอีเวนต์บันเทิงเพื่อกระตุ้นด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยซบเซา  จึงหันมาใช้กลยุทธ์มุ่งเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังใช้จ่ายสูง ด้านผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมแสดงความเห็นว่าไทยมีหลายปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมการเป็นสถานที่จัดงานระดับนานาชาติ ทั้งความมีชื่อเสียงของไทย โครงสร้างพื้นฐานด้านการบริการ การเดินทางมาได้ง่าย และมีนโยบายสนับสนุน แต่บางส่วนกังวลเรื่องความอิ่มตัวของตลาด และมองว่าเงินของภาครัฐกำลังถูกส่งไปยังผู้จัดงานต่างชาติ ในขณะที่เทศกาลท้องถิ่นไม่ได้รับการสนับสนุน

ไทยปราบปรามการใช้วีซ่านักศึกษาที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม

สนข.AsiaNews ของอิตาลี รายงานกรณี อว.ตรวจสอบการออกวีซ่านักศึกษา หลังจากพบว่ามีการใช้วีซ่าดังกล่าวเป็นช่องทางในการอยู่อาศัยและทำงานในประเทศอย่างผิดกฎหมาย โดยเตรียมเพิกถอนวีซ่ามากกว่า 10,000 คน ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยไทยเผชิญความท้าทายในการเป็นประเทศที่เปิดกว้างสำหรับการศึกษา ขณะที่ระบบวีซ่าถูกกลุ่มอาชญากรรมนำไปแสวงหาประโยชน์ โดยอาศัยช่องว่างของกฎหมาย และการอนุมัติวีซ่าที่ไม่เข้มงวด ซึ่งปัญหามีความรุนแรงขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ ที่มีผู้ถือวีซ่านักศึกษากว่า 13,000 คน ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งมีปัญหา ชาวต่างชาติหลายคนเกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรม ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือถูกจ้างให้ทำงานผิดกฎหมาย เช่น การหลอกลวงออนไลน์ การพนัน การค้ามนุษย์ ซึ่งอาชญากรรมที่เพิ่มมากขึ้นมักกระทำโดยคนจีนหรือคนไทยเชื้อสายจีน โดยในการแก้ไขปัญหาต้องมีความเข้มงวดทั้งสถาบันการศึกษา และ จนท.ตม. แต่สำคัญที่สุดคือการแก้ไขปัญหาการทุจริตในทุกระดับ และลงโทษผู้กระทำความผิด

ปัญหาทุ่นระเบิดเป็นอุปสรรคสำคัญต่อสันติภาพไทย-กัมพูชา

เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ DW ของเยอรมนี รายงานระบุว่า แม้ไทยและกัมพูชาจะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่เรื่องทุ่นระเบิดยังคงเป็นประเด็นหลักที่สร้างความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ โดยไทยกล่าวหาว่ากัมพูชายังคงวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บแล้วหลายนาย ด้านประชาชนในพื้นที่ชายแดนยังกังวล เนื่องจากอันตรายจากทุ่นระเบิดทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ขณะที่กัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของไทยเรื่องการวางทุ่นระเบิดใหม่ ด้านนักวิชาการมองว่าปัญหาทุ่นระเบิดเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความพยายามสร้างสันติภาพ ข้อเท็จจริงที่ทหารไทยยังคงได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดหลังจากการหยุดยิงเป็นสัญญาณถึงความไม่จริงใจจากฝ่ายกัมพูชา และทุ่นระเบิดที่เหมือนอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานทำให้ข้ออ้างของกัมพูชาที่ว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าและเสื่อมสภาพแล้วนั้นอ่อนแอลง ขณะที่การบาดเจ็บของทหารไทยครั้งใหม่ยิ่งทำให้เกิดความไม่พอใจในประเทศ และสร้างแรงกดดันให้กองทัพต้องตอบโต้

ดาต้าเซ็นเตอร์ไทยกำลังเติบโตเพื่อรองรับความต้องการด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น

สนข.Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานอ้างข้อมูลจากสมาคมดาต้าเซ็นเตอร์แห่งประเทศไทย คาดว่ากำลังการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยจะเพิ่มขึ้น 3 เท่า ในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า จาก 350 เมกะวัตต์เป็นประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ในปี 2570 ด้วยเงินลงทุนประมาณ 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 213,000 ล้านบาท) เพื่อตอบสนองความต้องการด้านคลาวด์และ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกหลายแห่ง เช่น Google Amazon Microsoft Nvidia กำลังลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ในไทยและทั่วทั้งเอเชีย ตอ.ต. ซึ่งการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไทยที่เป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์มายาวนาน กำลังเร่งผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ไทยตามทันมาเลเซียและสิงคโปร์ซึ่งเป็นผู้นำด้านดาต้าเซ็นเตอร์และบริการคลาวด์ในภูมิภาค