อาคเนย์และเอไอ 2024 …ไปอีกไกลแค่ไหน !?

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือภูมิภาคที่ประเทศไทยเราตั้งอยู่นี้ ถือว่าเป็นจุดได้รับความนิยมอย่างมากจากนักลงทุนต่างประเทศที่สนใจพัฒนาอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เห็นได้จากการที่บบริษัทผู้พัฒนารายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Nvidia ผู้ให้บริการเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และกราฟิกของสหรัฐฯ หรือ Microsoft ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก ต่างก็ทยอยเดินทางเข้าไปดูงานกันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเตรียมทุ่มทุนสร้างศูนย์บริการคลาวด์และการเก็บข้อมูล (data) ขนาดใหญ่กันแล้ว โดยทาง Nvidia เลือกลงทุนที่เวียดนาม ส่วน Microsoft เลือกมาเลเซียเป็นฐานการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ในภูมิภาคต่อไป เหตุผลที่เชิญชวนให้ทั้ง 2 บริษัทตกลงที่จะลงทุนในภูมิภาคนี้ เป็นเพราะประชากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นกลุ่มผู้ใช้บริการเทคโนโลยีของพวกเขามากที่สุด โครงสร้างประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม middle-class ที่มีกำลังซื้อและนิยมใช้การเทคโนโลยี ทั้งการสตรีมเกมส์ออนไลน์ ชอปปิ้งออนไลน์ และการใช้งานปัญญาประดิษฐ์เพื่อผลิตข้อมูล (generative AI) เท่ากับว่าเป็นตลาดใหญ่ และมีกลุ่มผู้ใช้งานพร้อมทดลองนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ บรรยากาศการลงทุนที่คึกคักขึ้นมาในปี 2567 นี้ ทำให้เราสงสัยว่า นี่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาคเนย์ของเรากำลังเข้าใกล้การเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและให้บริการเทคโนโลยี AI แล้วจริงหรือไม่! และในปี 2568 จะเป็นอย่างไร? แม้ว่าบริษัทขนาดใหญ่จากต่างประเทศจะสนใจลงทุนพัฒนา AI และเทคโนโลยีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่กลับมีข้อมูลที่เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการและบริษัทรายเล็กในภูมิภาคอาจจะไม่ค่อยได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้สักเท่าไรเพราะอัตราการเติบโตและกำไรของผู้ประกอบการรายย่อยในภูมิภาคที่ดำเนินธุรกิจ…

บทบาทของจีนในลาตินอเมริกาและความท้าทายอิทธิพลสหรัฐฯ

ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา จีนได้แสดงบทบาทสำคัญในฐานะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจระดับโลก ด้วยการขยายการลงทุนและการค้ามากขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือลาตินอเมริกา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และเป็นตลาดสำคัญสำหรับการค้าระหว่างประเทศ บทบาทที่เพิ่มขึ้นของจีนในลาตินอเมริกายังส่งผลต่อความสัมพันธ์เชิงภูมิรัฐศาสตร์กับสหรัฐฯที่มีอิทธิพลในภูมิภาคนี้มายาวนาน ดังนั้น การเข้ามาของจีนจึงเป็นการท้าทายอำนาจเดิมของสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและพลังงาน จีนได้เป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับหลายประเทศในลาตินอเมริกา มุ่งเน้นการลงทุนไปที่ในโครงสร้างพื้นฐาน การซื้อทรัพยากรธรรมชาติ และการส่งเสริมการค้าระหว่างกัน การลงทุนรายใหญ่ในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของลาตินอเมริกาของจีน เช่น การสร้างถนน สะพาน ท่าเรือ และเครือข่ายพลังงาน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคและเสริมศักยภาพในการส่งออกทรัพยากรธรรมชาติไปยังจีน เช่น โครงการสร้าง เขื่อน Coca Codo Sinclair ซึ่งเป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในเอกวาดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของเอกวาดอร์ และเป็นแหล่งผลิตพลังงานที่สำคัญ คิดเป็นประมาณ 30% ของพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในเอกวาดอร์  นอกจากนี้ จีนยังมุ่งเน้นการลงทุนในภาคพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เวเนซุเอลาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของประเทศที่พึ่งพาการลงทุนจากจีนอย่างมาก เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงาน แม้ว่าจะมีปัญหาทางเศรษฐกิจและการเมือง การค้าและการพึ่งพาซึ่งกันและกัน จีนได้ก้าวขึ้นเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของหลายประเทศในลาตินอเมริกา โดยเฉพาะในบราซิล ชิลี และอาร์เจนตินา ลาตินอเมริกาส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์จำนวนมหาศาลไปยังจีน เช่น ถั่วเหลือง น้ำมัน ทองแดง และลิเทียม ในทางกลับกัน จีนส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เช่น เครื่องจักร…

การควบคุมคลองปานามาได้จะทำให้สหรัฐฯ มั่นคงในทุกด้าน

คลองปานามาซึ่งขุดเมื่อเร่มใช้งานเมื่อปี 2457 กำลังเป็นประเด็นการเมืองในสหรัฐฯ เนื่องจากว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ระบุว่า สหรัฐฯ จะควบคุมคลองปานามายาว ซึ่งมีความยาวประมาณ 82 กิโลเมตร อีกครั้ง  การสร้างคลองปานามา ทำช่วยย่นระยะเวลาบริเวณคอคอดปานามา ในประเทศปานามา เนื่องจากการเดินเรือระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรแอตแลนติก ไม่ต้องอ้อมช่องแคบเดรกและแหลมฮอร์น ทางใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ ประเด็นการควบคุมคลองปานามาถูกหยิบยกขึ้นมาโดยว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่

ความเปลี่ยนแปลงในการเมืองยุโรป: นายกรัฐมนตรีเยอรมันพ่ายมติไม่ไว้วางใจ

การเมืองในเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองของยุโรป กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังจากนาย Olaf Scholz นายกรัฐมนตรีเยอรมนีพ่ายแพ้ต่อมติไม่ไว้วางใจในรัฐสภาในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงเป็นจุดเปลี่ยนในรัฐบาลเยอรมัน แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมในยุโรปที่น่าจับตามอง และมีข้อสังเกตเป็นที่วิจารณ์กันว่านายกรัฐมนตรีเยอรมนีเต็มใจให้มีการลงมติพ่ายแพ้ เพื่อพรรคคริสเตียนเดโมแครต จะได้กลับมาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งต่อไปในปี  2568 มติไม่ไว้วางใจที่เกิดขึ้นกับนาย Olaf Scholz นายกรัฐมนตรีเยอรมันในครั้งนี้ เป็นผลมาจากความขัดแย้งในนโยบายด้านเศรษฐกิจและพลังงานที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ยุโรปเผชิญกับวิกฤตพลังงานและภาวะเงินเฟ้อ หลายฝ่ายมองว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรีลดลง และเมื่อ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เริ่มมีแรงกดดันจากฝ่ายค้านและเสียงวิจารณ์จากพันธมิตรพรรคร่วมรัฐบาลเพิ่มขึ้น รัฐบาลก็เริ่มระส่ำระสายจากการที่นายกรัฐมนตรี Olaf Scholz ปลดนาย Christian Lindner รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค Free Democratic Party (FDP) เพราะไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจเยอรมนีกระเตื้องขึ้นได้ การลงมติในรัฐสภาเยอรมันเป็นกระบวนการที่แสดงถึงความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตย แต่บางครั้งก็เป็นจุดอ่อนในการบริหารประเทศเช่นในครั้งนี้ กลับสะท้อนถึงความไม่เป็นเอกภาพในรัฐบาลผสม ซึ่งประกอบด้วย พรรคสังคมประชาธิปไตย (SPD), พรรค The Greens และพรรคเสรีประชาธิปไตย (FDP) ที่มีแนวคิดแตกต่างกัน…

เมื่อธุรกิจร้านอาหารกลายเป็นสนามรบใหม่สำหรับผู้ประกอบการชาวจีนในต่างประเทศ

การเติบโตของธุรกิจร้านอาหาร เครื่องดื่ม ไอศกรีม และสินค้าประเภทอื่น ๆ ที่ว่าด้วยเรื่องอาหารสัญชาติจีนในต่างประเทศเป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนถึงการมุ่งดำเนินยุทธศาสตร์ “Go Global” ของจีน ด้วยการส่งเสริมให้นักธุรกิจออกไปแสวงหาโอกาสในต่างประเทศนอกเหนือจากการลงทุนในจีน ขณะที่นักลงทุนจีนเองก็ต้องการหาโอกาสใหม่ในต่างประเทศ ธุรกิจที่ว่าด้วยเรื่องอาหารจึงเป็นดาวกระจายดวงใหม่ของจีนที่ประเทศต่าง ๆ ไม่เว้นแม้แต่ไทยที่ต้องได้รู้จัก…มากขึ้น…และมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่าจีนคงไม่ง่ายนักในการออกสู่สนามรบในต่างประเทศไม่ว่าจะด้วยธุรกิจใดจะเล็กหรือใหญ่ ในเมื่อหลายประเทศยังคงหวาดระแวงและหวาดกลัวกับการเข้ามาของทุนจีน ภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังซบเซาโดยมีจุดเริ่มต้นจากวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ เป็นหนึ่งในปัจจัยผลักดันให้ผู้ประกอบการร้านอาหารชาวจีนจำเป็นต้องออกไปหาโอกาสเติบโตในประเทศอื่นและเพื่อหนีการแข่งขันที่ดุเดือดในประเทศ แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นการหนีเสือปะจระเข้หรือไม่ เมื่อการแข่งขันในต่างประเทศที่ผู้ประกอบการชาวจีนมองว่ายังมีโอกาส ก็ร้อนแรงไม่ต่างจากรสชาติหม่าล่าของจีน เนื่องจากต้องเผชิญกับการแข่งขันกับนักลงทุนชาติอื่น ที่เล็งเห็นโอกาสจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเช่นกัน ปัจจุบันมีร้านอาหารสัญชาติจีนในต่างประเทศประมาณ 600,000 แห่ง และแน่นอนว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากจีนและมีชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ในแทบทุกประเทศ รวมถึงไทย เป็นตลาดที่มีศักยภาพในสายตานักลงทุนจีน ดังนั้น จึงไม่แปลกที่จะเห็นร้านอาหารและเครื่องดื่มสัญชาติจีนหน้าใหม่ผุดขึ้นเป็นระยะในประเทศแถบภูมิภาคนี้ เช่น ร้านชาบูหม้อไฟ haidilao ร้านกาแฟ Luckin Coffee ร้านชานมไข่มุกและไอศกรีม Mixue แต่นักลงทุนจีนยอมรับว่าความสำเร็จในการเจาะตลาดต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องอยู่รอดท่ามกลางการแข่งขันกับผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีเมนูคุ้นลิ้นคนพื้นที่และเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว หรือผู้ประกอบการต่างชาติก็เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นอาหารฝรั่ง เกาหลี และญี่ปุ่น เพราะครองส่วนแบ่งการตลาดอาหารอยู่เดิม และที่สำคัญคือต้องต่อสู้กับผู้ประกอบการชาวจีนด้วยกันที่ต่างก็มองหาโอกาสในต่างประเทศเช่นกัน บทความเรื่อง “China’s restaurant chains may be biting off…

น่านน้ำไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน

ห้วงเดือนที่ผ่านมากระแสร้อนแรงระหว่างไทยเพื่อนบ้านยังไม่มีทีท่าว่าจะลดระดับลง โดยเฉพาะ ความขัดแย้งที่เกี่ยวพันน่านน้ำหรือเขตแดนทางทะเล ทั้งพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนไหล่ทวีปในทะเลอ่าวไทย (Overlapping Claims Area-OCA) หรือล่าสุดอย่างกรณีเรือรบเมียนมายิงเรือประมงของไทย โดยอ้างว่าเรือประมงของไทยรุกล้ำน่านน้ำของเมียนมา เหล่านี้คือตัวอย่างของสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน ทำให้ประเด็นน่านน้ำและเส้นเขตแดนทางทะเล (Maritime Boundary) เป็นประเด็นที่ค่อนข้างยุ่งยากและมีความซับซ้อนมากที่สุดเรื่องหนึ่งในการทำความเข้าใจ อาจจะเป็นเพราะว่าในทะเลไม่มีเส้นเขตแดนที่แบ่งได้อย่างชัดเจนเหมือนเส้นเขตแดนบนบก ขอบเขตน่านน้ำของแต่ละประเทศก็เลยยากที่จะบอกได้ชัดว่าจุดไหนเป็นของใคร ไทยเรามีน่านน้ำที่ติดต่อทั้งพื้นที่ทะเลอ่าวไทย ทะเลอันดามัน รวมถึงช่องแคบมะละกาตอนเหนือ ซึ่งก็ทำให้ไทยเรามีน่านน้ำที่ติดกับเพื่อนบ้านทั้งกัมพูชา เมียนมา เวียดนาม และมาเลเซีย ซึ่งระหว่างปี 2502 จนถึงปี 2538 ประเทศไทยของเราประกาศเขตแดนทางทะเล สอดคล้องตามหลักเกณฑ์กฎหมายทางทะเลเกี่ยวกับทะเลอาณาเขต ซึ่งหลักกฎหมายสากลที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ทางทะเลที่ยึดถือกันทั่วโลก ก็คือ “อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ.1982” (The United Nations Convention on the Law of the Sea 1982) หรือว่าเรียกสั้น ๆ คุ้นหูกันว่า UNCLOS 1982 ตามหลักกฎหมาย UNCLOS 1982 ทำให้มีการกำหนดเขตน่านน้ำทางทะเลของทุกประเทศ…

แนวคิด “ผลิตเท่ากับใช้”..สู่เป้าหมายพลังงานเป็นศูนย์

พลังงานเป็นสิ่งจำเป็นในปัจจุบัน และแหล่งพลังงานที่ดีควรมาจากทรัพยากรที่สะอาด ไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อบรรลุเป้าหมายของ COP 29 ที่จะทำให้ทั่วโลกใช้พลังงานสะอาด ซึ่งนอกจากทั่วโลกจะพยายามทดแทนการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาดแล้ว ในตอนนี้ยังมีการตีมูลค่า “ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม” จากการใช้พลังงานไม่สะอาดด้วย เพื่อให้ผู้ผลิตและผู้ใช้จะต้องรับผิดชอบต่อการใช้พลังงานที่ไม่สะอาดเหล่านั้น  ขณะเดียวกัน ทั่วโลกก็เกิดการคิดค้นเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดไฟ เพื่อลดการใช้พลังงาน นับว่ามนุษย์ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานสะอาดแล้ว แต่บทความนี้ อยากจะชวนช่วยกันคิดว่า…มันจะดีกว่าไหม!? ถ้าหากว่าเราสามารถผลิตพลังงานใช้ได้เอง ถือเป็นการผลิตและใช้ในวงจรเดียวกัน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเลย ตามแนวคิด Net Zero Energy แนวคิดการผลิตและประหยัดพลังงาน ได้รับความนิยมและแพร่กระจายไปทุกวงการ รวมทั้งผู้พัฒนาอาคารที่อยู่อาศัยด้วย ผู้พัฒนาอาคารที่อยู่อาศัยไม่ได้คิดแค่เรื่องการลดการใช้พลังงานระหว่างการใช้อาคารเท่านั้น แต่ครอบคลุมตั้งแต่การเริ่มก่อสร้างอาคาร ที่จะต้องเลือกใช้วัสดุและวิธีการก่อสร้างที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ลดระยะเวลาการก่อสร้างที่หน้างานให้น้อยที่สุด เตรียมวัสดุอุปกรณ์จากโรงงานผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำไปประกอบและติดตั้งจนสำเร็จ …ทั้งหมดนี้ดำเนินการไปโดยต้องวางแผนอย่างดีเรื่อง “เวลา” เพราะยิ่งใช้เวลาน้อยเท่าใด ก็จะสิ้นเปลืองพลังงานน้อยลงเท่านั้น แน่นอนว่าอาคารขนาดใหญ่มีแนวโน้มจะใช้พลังงงานสูง โดยเฉพาะจากการใช้เครื่องปรับอากาศ แต่เมื่อนึกดูดี ๆ แล้ว หัวใจสำคัญของการปรับอากาศ คือ การต่อสู้กับอุณหภูมิภายนอกอาคาร หากเปลือกอาคารไม่สามารถลดความแตกต่างของห้องภายในอาคารได้ ก็จะทำให้เครื่องปรับอากาศยิ่งทำงานหนัก และสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมาก ดังนั้น การเลือกใช้วัสดุที่เป็นเหมือน “เปลือก” ของอาคาร ทั้งผนัง ประตู…

ทัวร์ลงชี้นำสังคมตามกระแสโซเชียล

สังเกตกันไหมคะว่า…สังคมไทยมีประเด็นดรามาต่าง ๆ นานา เป็นข่าวกันอยู่ทุกวัน จนเกิดปรากฎการณ์คำว่า “ทัวร์ลง” ซึ่งก็คือการที่ผู้เล่นหรือผู้ใช้สื่อดิจิทัลสมัยใหม่เข้ามาแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่กำลังเป็นที่สนใจในสังคมขณะนั้น แล้วข้อความนั้นก็จะกระตุ้นให้ชาวเน็ตแห่ลากกันเข้าไปแสดงความคิดเห็น มีทั้งความเห็นสนับสนุน ความเห็นขัดแย้ง ความเห็นก่อกวน หลากหลายปนเป ทะเลาะกันไปมาบนสื่อสังคมออนไลน์ แม้ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียจะมารวมตัวโดยมิได้นัดหมายกัน แต่หากความเห็นในโลกโซเชียลเทไปทางไหน กลุ่มคนก็จะมีแนวโน้มจะทำตามกัน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างหนึ่งที่กลุ่มคนมีพฤติกรรมไปในทางเดียวกัน มีคิดทำนองเดียวกัน และสนับสนุนความเห็นแบบเดียวกัน “ทัวร์ลง” จึงเรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือ หรืออาวุธของชาวโซเชียลที่รวมกลุ่มกันได้เป็นกลุ่มใหญ่ มีพลังมากพอที่จะบังคบให้ผู้ที่กำลังตกเป็นเป้าหมาย ได้รับแรงกดดันมากจนต้องยอมปฏิบัติตามความต้องการของคณะทัวร์ ส่งผลกระทบ และสะเทือนถึงการใช้ชีวิตประจำวัน  บางเรื่องก็เป็นเรื่องราวที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี แต่บางเรื่องก็เป็นการคุกคามชีวิตมนุษย์ถึงกับเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลกันทีเดียว การที่คนหมู่มากมารวมตัวกัน มักจะเกิดอุปทานหมู่ เกิดการยั่วยุ โน้มเอียงพฤติกรรม และจิตใจไปในทางเดียวกัน จนขาดการยับยั้งชั่งใจ อาศัยพวกมากเข้าว่าคือความถูกต้อง ไปถล่มฝ่ายตรงข้ามหรือฝ่ายที่เห็นต่าง ก่อให้เกิดกระบวนการยุติธรรมแบบไม่เป็นทางการ ทั้ง ๆ ที่ชาวเน็ตเหล่านี้ ไม่ใช่ผู้รักษาความยุติธรรมตามกฎหมาย และไม่ได้มีหน้าที่พิสูจน์พยานหลักฐาน หรือข้อเท็จจริง เพียงแค่อาศัยความคึกคะนองบนโซเชียลพิพากษาผู้ที่กำลังตกเป็นประเด็นในสังคม บางครั้ง กลุ่มคนเห็นต่างรู้สึกอึดอัดใจเมื่อต้องแสดงความคิดเห็นที่ไม่เห็นพ้องกับคนหมู่มาก แต่ก็กลัวโดนทัวร์ลง เพราะหากว่าใครแสดงความเห็นต่างสวนกระแส กลุ่มคนหมู่มากที่เห็นพ้องกันก็พร้อมจะต่อว่าพวกเห็นต่าง เหมารวมคนเห็นต่างเป็นพวกเดียวกับเป้าหมาย ซึ่งกว่าความจริงจะปรากฏ บุคคลนั้นก็ได้รับผลกระทบ และหากร้ายแรงก็สูญเสียสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตไปมากมาย…

เมืองหลวงสู้วิกฤตน้ำท่วม

จอห์น อิงก์แลนเดอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระดับความสูงของน้ำทะเล ได้เผยแพร่ข้อมูล 10 เมืองสำคัญทั่วโลกที่มีความเสี่ยงที่จะจมน้ำ อันเนื่องมาจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน ที่ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายลงสู่น้ำทะเลมากขึ้น และการทรุดตัวของแผ่นดิน …“กรุงเทพมหานคร” อยู่ในลำดับที่ 5 รองจาการ์ตา (อินโดนีเซีย) มะนิลา(ฟิลิปปินส์)โฮจิมินห์  (เวียดนาม) และนิวออร์ลีนส์ (สหรัฐอเมริกา) เมืองหลวงหรือเมืองสำคัญหลาย ๆ เมืองเริ่มตั้งรกรากจากการแสวงหาพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์กับการเพาะปลูกสร้างแหล่งอาหารให้กับชุมชนขนาดใหญ่ หรือติดกับแหล่งน้ำพื้นที่ใกล้ทะเลเพื่อการคมนาคมที่สะดวก แต่ location ที่ใกล้ชายฝั่งนี้ก็เป็นความเปราะบางของเมือง เมื่อระยะเวลาประมาณ 1,000 ปีก่อน ในช่วง  Medieval Warm Period ซึ่งเป็นช่วงที่โลกมีความอบอุ่น น้ำแข็งขั้วโลกมีขนาดเล็กกว่าปัจจุบัน น้ำส่วนใหญ่ของโลกอยู่ในทะเล ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงท่วม 7 จังหวัดในภาคกลางของประเทศไทย ตั้งแต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนถึงจังหวัดสมุทรสาคร ดังนั้น เมืองที่มีการตั้งถิ่นฐานในช่วงนั้น จะมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์สำคัญที่หลงเหลืออยู่ คือ โบราณสถานที่ขยายอาณาเขตมาถึงจังหวัดลพบุรี สุพรรณบุรี นครปฐมในสมัยทวารวดี ซึ่งเป็นขอบเขตที่น้ำท่วมไม่ถึง และเมื่อยุคน้ำแข็งกลับมา น้ำเริ่มแข็งตัวที่ขั้วโลก ทำให้ระดับน้ำทะเลลดลงจนเกิดเป็นพื้นที่ที่ตั้งที่ราบลุ่มภาคกลางและกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน ที่กำลังเสี่ยงจะหวนกลับสู่ใต้บาดาลอีกครั้ง!! โดยมีการกระทำของมนุษย์เป็นตัวเร่งวัฏจัก โดยเฉพาะการปลดปล่อยคาร์บอน  เพื่อให้อยู่รอดต่อไปได้…

มรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก คุณค่าที่คู่ควร

องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization-UNESCO) เพิ่งเผยแพร่รายชื่อที่เป็นรายการใหม่ของมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ ปี 2567  (List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity 2024) หลายประเทศในเอเชีย รวมทั้งไทย รู้สึกตื่นเต้นดีใจที่ “วัฒนธรรม” ความรู้ ประเพณี การแสดงออก หรือทักษะประจำท้องถิ่นได้รับการยกย่องในระดับโลก วัฒนธรรมของไทยที่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อเพิ่มเติมครั้งนี้ คือ “ต้มยำกุ้ง” ซึ่งเป็นไปตามที่ไทยเสนอไปตั้งแต่มีนาคม 2564 การประชุมของคณะกรรมการยูเนสโกครั้งที่ 19 ได้พิจารณาเมื่อ 3 ธันวาคม 2567 ที่สาธารณรัฐปารากวัย ด้วยการยก “ต้มยำกุ้ง” ให้มีสถานะเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ เหมือนกับ โขน (ปี 2561) นวดไทย (ปี 2562) โนรา (ปี…