ความต้องการรถยนต์ EV ในภาคธุรกิจของไทยเพิ่มขึ้น

Nikkei Asia รายงานว่า ความต้องการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในกลุ่มลูกค้าองค์กรของไทยกำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยบริษัท Bolt บริษัทเรียกรถสัญชาติเอสโตเนีย ตั้งเป้าหมายจะเพิ่มรถยนต์ EV อย่างน้อย 1,000 คัน ภายในปี 2571 ด้านบริษัท Sumitomo Mitsui Auto Service ของญี่ปุ่นมีแผนจะเพิ่มรถแท็กซี่ EV และรถยนต์ประเภทอื่นอีก 1,000 คัน เพื่อรองรับความต้องการของบริการเช่ารถและแท็กซี่สำหรับการท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้น และยังมีการร่วมทุนของบริษัท Marubeni ของญี่ปุ่น กับบริษัทบ้านปูของไทย ในการจัดตั้งธุรกิจบริหารจัดการรถยนต์ EV เชิงพาณิชย์ โดยมีแผนใช้รถประมาณ 3,000 คันภายในปี 2571 เช่นกัน โดยรถยนต์ EV ได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจมากขึ้น เนื่องจากมีต้นทุนการบำรุงรักษาที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แม้ว่าตลาดรถยนต์ EV ในไทยจะชะลอตัวจากปัญหาทางการเงินของบริษัท Neta Auto จากจีน แต่ผู้ผลิตรถยนต์จากจีนรายอื่น เช่น BYD Guangzhou Automobile Group…

ผู้ใช้งานชาวไทยของแอปฟลิเคชัน Taobao เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

  นสพ.SCMP ของฮ่องกง รายงานระบุว่า แอปพลิเคชัน Taobao แพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของจีนซึ่งเป็นของบริษัท Alibaba มีการเติบโตของผู้ใช้งานในไทยอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก Alibaba พบว่า จำนวนผู้ใช้งานใหม่ชาวไทยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 60 เมื่อเทียบกับปี 2567 หลังจากการเปิดตัว Taobao เวอร์ชันภาษาไทย ซึ่งสามารถชำระเงินเป็นสกุลบาทได้ ถือเป็นความพยายามล่าสุดในการขยายธุรกิจในเอเชียของ Alibaba เนื่องจากความต้องการภายในจีนชะลอตัว และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากคู่แข่งรายใหม่ เช่น Pinduoduo Douyin โดยด้วยจำนวนประชากรวัยหนุ่มสาวทำให้เอเชีย ตอ.ต.กลายเป็นหนึ่งในตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ในขณะที่ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยสร้างรายได้ 1.1 ล้านล้านบาท ในปี 2567 เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากปี 2566

โครงการดิจิทัลวอลเล็ตอาจได้ผลดีกว่าหากแจกในรูปแบบบัตรของขวัญดิจิทัล

นิตยสาร The Diplomat ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความของนาย David Hutt นักวิจัยจาก Central European Institute of Asian Studies (CEIAS) ในสโลวาเกีย เกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่เป็นนโยบายหลักของพรรค พท. ซึ่งเริ่มแจกเงินในเฟสแรกให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ และเฟสที่ 2 ให้ผู้สูงอายุ แต่ได้ยกเลิกเฟสสำหรับประชาชนส่วนใหญ่ รัฐบาลอ้างว่าเป็นเพราะนโยบายภาษีของสหรัฐฯ แต่ที่แท้จริงคาดว่าเป็นเพราะการดำเนินโครงการ 2 เฟสแรกไม่สามารถกระตุ้นการบริโภคได้  ผู้เขียนบทความมองว่า การแจกเงินเป็นแนวคิดที่ดี แต่นโยบายนี้ไม่ได้ผล เพราะการแจกที่แจกเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสม เพราะประชาชนอาจเก็บเงินไว้ หรือนำไปใช้ชำระหนี้สินมากกว่าจะนำไปใช้จ่าย จึงไม่เห็นผลในการกระตุ้นการบริโภค โดยเสนอให้แจกเงินในรูปแบบบัตรของขวัญดิจิทัลที่มีวันหมดอายุสั้น และใช้ได้เฉพาะร้านค้าที่กำหนด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายอย่างรวดเร็ว

สังคมไทยวิพากษ์วิจารณ์การลงโทษนักเรียนด้วยการตัดผม

นสพ.Independent ของสหราชอาณาจักร รายงานกรณีกระแสความไม่พอใจและวิพากษ์วิจารณ์การลงโทษนักเรียนโดยการตัดผมของโรงเรียนนารีวุฒิ จ.ราชบุรี ซึ่งหลายคนมองเป็นวิธีการลงโทษที่ล้าสมัย ในขณะที่ศาลปกครองสูงสุดให้ยกเลิกกฎระเบียบเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความพยายามในการผลักดันสิทธิของนักเรียน แต่การบังคับตัดผมยังคงเป็นการลงโทษทางวินัยของโรงเรียนไทยหลายแห่ง ซึ่งทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนมาแล้วหลายครั้ง โดยยกกรณีการตัดผมนักเรียนกว่า 10 คนของโรงเรียนใน จ.นครราชสีมา เมื่อปี 2565 ซึ่งมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอทางออนไลน์ จนเกิดการประณามว่าเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก รวมถึงกรณีครูโรงเรียน จ.เพชรบูรณ์ลงโทษด้วยการตัดผมนักเรียนกว่า 100 คน เมื่อปี 2566

กลุ่มค้ายาในเกาหลีใต้แอบอ้างส่งออกยาเอโทมิเดตไปไทย

นสพ.Korea JoongAng Daily ของเกาหลีใต้ รายงานกรณีสำนักงานอัยการเขตกลางกรุงโซลสั่งฟ้องผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายยาเอโทมิเดตปริมาณ 35,000 มิลลิลิตร มูลค่า 100 ล้านวอน (ประมาณ 2.3 ล้านบาท) โดยรายงานเท็จว่ายาดังกล่าวเป็นสินค้าส่งออกไปยังไทย แต่กลับนำไปกระจายในตลาดมืดในเกาหลีใต้แทน  จนท.ตั้งข้อสังเกตว่าพัสดุส่งออกไปยังไทยมีน้ำหนักเบาผิดปกติ เมื่อติดต่อผู้รับจึงทราบว่าไม่มีการสั่งซื้อยาดังกล่าว และสืบสวนจนพบว่ายาถูกส่งไปที่คลินิกผิวหนังปลอมที่ตั้งอยู่ในเขตกังนัม ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการฉีดยาเอโทมิเดตให้กับผู้ที่ติดยา ปัจจุบันยาเอโทมิเดตถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดมากขึ้น  เกาหลีใต้อยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมายให้ยาเอโทมิเดตเป็นยาเสพติด

ไทยกำลังถอยกลับจากนโยบายกัญชาเสรี 

นิตยสาร The Week ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับนโยบายกัญชาของไทยที่ประกาศเมื่อ มิ.ย. 68 กรณีเตรียมนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด ซึ่งจะเป็นการพลิกกลับครั้งใหญ่จากนโยบายกัญชาเสรี จากเมื่อปี 2565 ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ปลดล็อกออกจากบัญชียาเสพติด ซึ่งช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างอุตสาหกรรมกัญชาที่มีมูลค่าถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ก็มีเสียงเรียกร้องให้ควบคุมกัญชา รวมถึงแรงกดดันจากสหราชอาณาจักรที่พบการลักลอบนำเข้ากัญชาจากไทยจำนวนมาก มีคนหนุ่มสาวถูกล่อลวงโดยแก๊งค้ายาเสพติดให้ขนกระเป๋าเดินทางที่บรรจุกัญชากลับประเทศ  การจะเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลทำให้อุตสาหกรรมกัญชาเกิดความสับสน ผู้ประกอบการกังวลว่าจะถูกผลักออกจากตลาดอย่างไม่เป็นธรรม อาจต้องปิดตัว หรือไปอยู่ใต้ดิน  การเปลี่ยนแปลงนโยบายกัญชายังถูกทำให้เป็นประเด็นทางการเมือง ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากพรรคภูมิใจไทยที่เป็นผู้ผลักดันให้กัญชาถูกกฎหมาย ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล

การส่งกลับชาวอุยกูร์จากไทยสะท้อนความล้มเหลวในการต่อต้านการกดปราบข้ามชาติ

เว็บไซต์ของโครงการสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์ (Uyghur Human Rights Project – UHRP) ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความครบรอบ 10 ปี ที่ไทยส่งตัวชาวอุยกูร์ 109 คน กลับจีน เมื่อ 8 ก.ค. 58 นับเป็นเครื่องหมายของการกดขี่ และปราบข้ามชาติที่ขยายตัวอย่างน่ากังวล และเมื่อ 27 ก.พ. 68 ไทยได้ส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คน กลับจีน ซึ่งตามมาด้วยการประณามของ OHCHR และ UNHCR ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ ยังประกาศมาตรการคว่ำบาตรวีซ่าต่อ จนท.ไทย แต่ทั้งหมดไม่ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง โดย 10 ปีผ่านไปการส่งตัวชาวอุยกูร์จากไทยกลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวของประชาคมระหว่างประเทศในการตอบสนองต่อการกดปราบข้ามชาติที่ขยายตัวของจีน ขณะที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างถอยหลัง สิทธิของผู้เปราะบางถูกแลกเปลี่ยนเพื่อผลประโยชน์ทางการทูต อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงสามารถเกิดขึ้นได้ หากมีรัฐบาลประเทศที่เคารพสิทธิมนุษยชน และพร้อมสนับสนุนเงินทุน รวมถึงกดดันให้หน่วยงานต่าง ๆ ปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง

แพลตฟอร์มคริปโตไทยถูกใช้เป็นช่องทางการฟอกเงิน 

มหาวิทยาลัยเท็กซัส เมืองออสติน สหรัฐฯ รายงานว่า องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ใช้วิธีกระจายเงินที่หลอกลวงเหยื่อมายังแพลตฟอร์มคริปโตในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต หลายแห่ง ซึ่งมีแพลตฟอร์ม Bitkub ของไทยเกี่ยวข้องด้วย โดยใช้วิธีโอนคริปโต เช่น USDT จากแพลตฟอร์มต่างประเทศเข้าสู่แพลตฟอร์มไทย เพื่อแปลงเป็นเงินบาทและถอนออกผ่านบัญชีม้าของธนาคารพาณิชย์ในไทย ซึ่งเหตุผลที่องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเลือกใช้แพลตฟอร์มคริปโตในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต เนื่องจาก 1) อยู่นอกเขตอำนาจของหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ และ 2) มาตรฐานการตรวจสอบและยืนยันตัวตนยังอยู่ในระดับต่ำ

จีนเร่งเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูงกับประเทศเพื่อนบ้าน

ถ้อยแถลงของนาย Zhang Guoqing รอง นรม.จีน ในพิธีเปิด World Congress on High-Speed Rail ครั้งที่ 12 เมื่อ 10 ก.ค.68 ที่กรุงปักกิ่ง ว่า จีนจะส่งเสริมให้รถไฟความเร็วสูงเป็นหลักในการขับเคลื่อนโครงการ Belt and Road Initiative โดยจะเพิ่มการสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและการฝึกอบรมทักษะให้โครงการรถไฟความเร็วสูงในต่างประเทศ ซึ่งจีนจะยังคงเดินหน้าโครงการรถไฟสำคัญ เช่น รถไฟฮังการี-เซอร์เบีย รถไฟจีน-คีร์กีซสถาน-อุซเบกิสถาน และรถไฟจีน-ไทย พร้อมมีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรฐานด้านระบบราง ทั้งนี้ โครงการรถไฟความเร็วสูงจีน-ไทย ได้รับการอนุมัติระยะที่ 2 เมื่อต้นปี 2568 และคาดว่าจะเริ่มให้บริการในปี 2573 โดยโครงการล่าช้าไปเกือบ 10 ปีจากแผนเดิม เนื่องจากการก่อสร้างล่าช้า  ปัญหาการเงินและการออกแบบ รวมถึงผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19

การเปลี่ยนแปลงนโยบายกัญชาส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ

สนข.Al Jazeera ของกาตาร์ รายงานกรณีรัฐบาลกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ให้ใช้กัญชาเฉพาะทางการแพทย์ และเตรียมนำกัญชากลับเข้าบัญชียาเสพติด โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมการใช้กัญชาเชิงสันทนาการ หลังจากไทยทำให้กัญชาถูกกฎหมายเมื่อปี 2565 ซึ่งก่อให้เกิดธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่รัฐบาลอ้างว่าเป็นสาเหตุให้มีการใช้กัญชาในกลุ่มเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้น และมีการลักลอบขนยาเสพติดไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างกระทันหันกำลังส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องทำให้ขาดทุนและต้องปิดกิจการ โดยผู้ประกอบการมองว่า ผลกระทบด้านลบของการปลดล็อคกัญชาถูกกล่าวเกินจริง พร้อมเตือนว่า การจำกัดให้ใช้กัญชาเฉพาะทางการแพทย์จะเป็นการผลักดันให้อุตสาหกรรมกัญชาลงสู่ใต้ดินซึ่งยากต่อการควบคุมมากขึ้น และยังเห็นว่าเรื่องกัญชากลายเป็นประเด็นทางการเมืองระหว่างพรรค พท.กับพรรค ภท. โดยกลุ่มสนับสนุนกัญชาเตรียมจัดการชุมนุมประท้วงใน 7 ก.ค. 68 และมีแผนจะยื่นฟ้องรัฐบาลด้วย