ความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลกระทบต่อการผลักดันร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรฯ

เว็บไซต์ Macao Business ของมาเก๊า รายงานระบุว่า การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจากกรณี น.ส.แพทองธาร ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ นรม.ชั่วคราว และกระแสข่าวการทำรัฐประหารในไทย รวมถึงการคัดค้านจากพรรคฝ่ายค้าน กำลังสร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อการผลักดันร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรฯ ส่งผลให้การพิจารณาร่างกฎหมายไม่เป็นไปตามแผน ในขณะที่ผู้ประกอบการกาสิโนในมาเก๊าต่างจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า หากไทยทำให้กาสิโนถูกกฎหมายไทยอาจก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 ตลาดกาสิโนชั้นนำของโลก แข่งขันกับลาสเวกัส มาเก๊า และสิงคโปร์ได้ แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองในปัจจุบันกำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลก

ยอดมูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงทางออนไลน์พุ่งสูงขึ้น

CardX ผู้ให้บริการบัตรเครดิตภายใต้กลุ่ม SCBX เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 แม้จำนวนคดีที่ประชาชนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพจะลดลงจากปี 2567 แต่จำนวนเงินที่สูญเสียต่อรายกลับเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 9 จาก 83,800 บาท เป็น 91,500 บาท สะท้อนให้เห็นว่ามิจฉาชีพเริ่มมุ่งเป้าไปยังเหยื่อที่มีศักยภาพในการหลอกลวงสูงมากขึ้น ขณะที่ยอดอายัดบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับมิจฉาชีพยังมีสูงถึงกว่า 739,000 บัญชี นอกจากนี้ กลโกงที่พบมากที่สุดยังเป็นการหลอกซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ มีสัดส่วนถึงร้อยละ 57 ของคดีทั้งหมด

กลุ่มมิจฉาชีพใช้โครงการของรัฐในการหลอกลวงประชาชน

ในช่วงที่รัฐบาลเปิดโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ กลุ่มมิจฉาชีพได้อาศัยโอกาสดังกล่าวในการหลอกลวงประชาชนในหลายรูปแบบ ได้แก่ 1) ส่งข้อความ SMS ปลอมโดยแอบอ้างว่าเป็นข้อความยืนยันสิทธิ์จากโครงการคนละครึ่ง พร้อมแนบลิงก์ให้กดเพื่อยืนยันสิทธิ์หรือรับรหัส OTP ซึ่งเป็นกลลวงเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงิน 2) ประกาศรับลงทะเบียนโครงการให้กับผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกลงทะเบียนด้วยตนเอง โดยมิจฉาชีพจะขอข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขบัตรประชาชนและรหัสหลังบัตร เพื่อใช้ในทางทุจริต 3) แอบอ้างเป็นผู้ให้บริการจองที่พักผ่านเว็บไซต์ โซเชียลมีเดียหรือโทรศัพท์ พร้อมขอข้อมูลส่วนตัวและหลอกให้โอนเงินมัดจำสำหรับการจองห้องพักในโครงการ

กรณีพบวัตถุคล้ายระเบิดหลายจุดกระทบความเชื่อมั่นของประชาชนและนักท่องเที่ยว

  ตามที่ในห้วง 24 – 26 มิ.ย. 68 พบวัตถุต้องสงสัยและวัตถุคล้ายระเบิดหลายจุดในพื้นที่ จ.พังงา กระบี่ และภูเก็ต พบเป็นกระแสความสนใจของประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ โดยความเห็นส่วนใหญ่กังวลความไม่ปลอดภัย และสันนิษฐานว่าอาจเป็นการก่อเหตุความรุนแรงที่ขยายวงมาจากพื้นที่ จชต. หรืออาจเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อหวังทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยโดยกลุ่มที่ไม่หวังดี ซึ่งอาจต้องการบั่นทอนความเชื่อมั่นรัฐบาล หรือเป็นฝีมือของกลุ่มในต่างประเทศ นอกจากนี้ พบว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศ โดยเฉพาะสื่อจีนที่มีทั้งสำนักข่าว สื่อออนไลน์ และผู้ใช้โซเชียลมีเดียจีนนำไปรายงานต่อ โดยเน้นเผยแพร่ข่าว ภาพ และคลิปขณะเจ้าหน้าที่กำลังเก็บกู้วัตถุต้องสงสัยที่มีควันและเสียงคล้ายระเบิด จึงปรากฏกระแสความคิดเห็นในลักษณะมองว่าไทยไม่ปลอดภัย เพราะเกิดเหตุความรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า และแจ้งเตือนกันให้ระมัดระวังในการเดินทางมาไทย

แรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานและกระทำผิดกฎหมายในไทยยังไม่ลดลง

พบประชาชนโพสต์โซเชียลมีเดียร้องเรียนถึงปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานและกระทำผิดกฎหมายในไทยหลายกรณี โดยเฉพาะในเขตพื้นที่เศรษฐกิจและชายแดน อาทิ กรุงเทพฯ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งมีแรงงานจากหลายเชื้อชาติ ได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา เมียนมา แอฟริกา และอุซเบกิสถาน  ส่วนใหญ่ลักลอบประกอบอาชีพค้าขายและบริการ เช่น ช่างไฟฟ้า ร้านอาหารตามงานวัดและงานเทศกาล รับจ้างทั่วไป ประเด็นที่น่ากังวลคือ บางกลุ่มมีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายอย่างจงใจและเป็นขบวนการ เช่น กลุ่มลักลอบค้าประเวณีในเมืองท่องเที่ยว เช่น พัทยา กลุ่มชาวเวียดนามลักลอบประกอบกิจการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และหลอกขายแผงโซลาร์เซลล์ปลอมที่พบมากใน จ.เชียงราย   สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้แรงงานต่างด้าวลักลอบประกอบอาชีพผิดกฎหมายได้ เพราะผู้ประกอบการไทยจำนวนมากนิยมใช้แรงงานต่างด้าวในธุรกิจของตนเอง เพราะค้าจ้างต่ำ และหากเป็นแรงงานผิดกฎหมายไม่ต้องรับผิดชอบให้สิทธิสวัสดิการตามกฎหมาย ซึ่งสะท้อนได้จากโพสต์ตามกลุ่มหาแรงงานต่างด้าวในโซเชียลมีเดียที่ยังมีผู้แสดงความต้องการแรงงานต่างด้าวให้เห็นเป็นจำนวนมาก

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างชาติย้ายมาตั้งฐานในไทยเพราะมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ

จากกรณีในช่วงที่ผ่านมามีการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เป็นชาวต่างชาติหลากหลายสัญชาติมากขึ้น เช่น ออสเตรเลีย เวียดนาม เกาหลีใต้ ซึ่งแต่ละกลุ่มคล้ายกันคือ ส่วนใหญ่เข้ามาด้วยวีซ่าฟรีสำหรับนักท่องเที่ยว และเช่าบ้านพักตามชานเมืองในการดำเนินการหลอกลวงเหยื่อ เช่น ที่ จ.ปทุมธานี สมุทรปราการ และชลบุรี ส่วนสาเหตุที่ไทยถูกเลือกเป็นฐานศูนย์กลางนั้นเพราะว่าการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามแนวชายแดนไทยเพิ่มขึ้น กับทั้งไทยเดินทางเข้ามาได้ง่าย ค่าครองชีพไม่สูง มีการให้วีซ่าฟรีกับหลายประเทศ ที่สำคัญคือไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี อินเตอร์เน็ตมีความเร็วสูง มีผู้ที่รับจ้างจดทะเบียนซิมและเปิดบัญชีม้าจำนวนมาก ซึ่งแม้มีการจับกุมมากเช่นกัน แต่ยังปรากฏแก๊งบัญชีม้าอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจร้านอาหารเผชิญกับความเสี่ยงสูง

ธุรกิจร้านอาหารในไทยต้องเผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว  เฉพาะอย่างยิ่งจากการระมัดระวังใช้จ่ายของผู้บริโภค และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง ส่งผลให้ตลาดอาหารและเครื่องดื่มขยายตัวเพียงร้อยละ 2.8  มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 646,000 ล้านบาท ซึ่งป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำ นอกจากนี้ ธุรกิจร้านอาหารยังต้องรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าสาธารณูปโภค และค่าเช่า  ทำให้วัฏจักรของธุรกิจร้านอาหารสั้นลง จากเดิมที่ร้านอาหารส่วนใหญ่สามารถอยู่รอดได้เกิน 1 ปี แต่ปัจจุบันหลายแห่งต้องปิดตัวภายใน 7 – 8 เดือน โดยเฉพาะร้านขนาดเล็กและรายย่อยได้รับผลกระทบหนัก อย่างไรก็ดี พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันมีความต้องการที่หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น โดยมุ่งเน้นความแปลกใหม่ ประสบการณ์ คุณภาพ สุขภาพ และราคาที่เหมาะสม ทำให้ลูกค้าไม่ยึดติดกับชื่อเหมือนเดิม ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายใหม่สำหรับกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร

รายได้ภาคการท่องเที่ยวลดลงและเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น

  สมาคมโรงแรมไทยเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม ประจำ พ.ค.68 พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ประเมินว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีแนวโน้มลดลง และรายได้ธุรกิจในไตรมาส 2/2568 อาจหายไปถึงร้อยละ 20 เพราะอัตราเข้าพักเฉลี่ยโดยรวมลดลง ได้แก่ ภาคเหนือมีอัตราเข้าพักอยู่ที่ร้อยละ 30.4 ภาคตะวันออกร้อยละ 62.2 ภาคกลางร้อยละ 61 และภาคใต้ร้อยละ 51.1  นักวิเคราะห์แสดงความเห็นตรงกันว่าสาเหตุมาจาก 1) การแข่งขันในตลาดท่องเที่ยวระหว่างประเทศสูงขึ้น โดยหลายประเทศต่างออกนโยบายฟรีวีซ่า หรือโปรแกรมการท่องเที่ยวฟรีสำหรับผู้โดยสารที่แวะพักเครื่อง เพื่อดึงดูดให้สายการบินเข้ามาเปิดเส้นทาง 2) ราคาที่พักและบริการท่องเที่ยวในไทยปรับตัวสูงขึ้น ทำให้เสียเปรียบคู่แข่งขัน เช่น เวียดนามที่ทำการตลาดในเรื่องความคุ้มค่า ทั้งค่าครองชีพ ค่าโรงแรม ค่าอาหาร และราคาทัวร์ที่ถูกกว่าไทย และ 3) ความกังวลในความปลอดภัยและคุณภาพในการบริการ เนื่องจากไทยถูกมองว่าไม่ปลอดภัยจากปัญหาขบวนการหลอกลวงออนไลน์ และนักท่องเที่ยวต่างชาติยังมักถูกคิดค่าบริการในราคาสูงเกินจริง เช่น ค่าแท็กซี่ ทำให้เกิดประสบการณ์ที่ไม่ดีและไม่กลับมาซ้ำ

คนไทยเสี่ยงเป็นมะเร็งปอดจากฝุ่น PM 2.5

มีข้อมูลว่าสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในปัจจุบันยังคงรุนแรง โดยค่าเฉลี่ยฝุ่น PM 2.5 รายปีเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 28 เมื่อเทียบกับปี 2565 และในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคเหนือ พบค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐานที่กำหนด จนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ขณะที่ฝุ่น PM 2.5 มีผลกระทบต่อสุขภาพเพราะสามารถแทรกซึมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจจนถึงถุงลมปอด และเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในเนื้อเยื่อปอด รวมถึงกระตุ้นการกลายพันธุ์ของเซลล์ และเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเกิดมะเร็งปอด ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทยในปัจจุบัน  จากการสำรวจพบว่า ประชาชนทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ที่อาศัยหรือทำงานกลางแจ้งที่มีการสัมผัสฝุ่น PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจ รวมถึงมะเร็งปอด

กลุ่ม BRN เรียกร้องการปกครองตนเองและตั้งรัฐปาตานีดารุสสลาม

กลุ่ม BRN เผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านทางยูทูบ ระบุว่า “ประชาคมปาตานี” ไม่ได้รับความเป็นธรรมมาโดยตลอด รัฐบาลไทยไม่ได้จริงจังกับการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง เพราะจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการแต่งตั้งคณะพูดคุยอย่างจริงจัง ทั้งยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ในทางปฏิบัติ  เนื้อหาในคลิปวิดีโอยังได้กล่าวถึงแนวคิดการปกครองตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ และตั้งรัฐปาตานีที่จะประกอบด้วยฝ่ายนิติบัญญัติ (สภาชูรอ) ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ (ศาลกฎหมายอิสลาม) พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมปาตานีออกมารวมตัวกันเพื่อปกป้องดินแดนที่เป็นสิทธิของตน โดยยืนยันว่ากลุ่ม BRN จะยืนหยัดต่อสู้จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย