เศรษฐกิจเผชิญความไม่แน่นอนสูงที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนของเอกชน

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เผยรายงานเศรษฐกิจไทยที่ได้คงประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2568 ที่ร้อยละ 1.5 และร้อยละ 1.4 ในปี 2569 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เนื่องจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1) สงครามการค้าโลก 2) ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และ 3) ปัญหาเศรษฐกิจไทยที่สั่งสมและข้อจำกัดทางการคลัง  ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้การลงทุนในไทยชะลอตัวลงอย่างมาก เห็นได้จากตัวเลขการลงทุนในไตรมาสที่ 1/2568 เริ่มติดลบ แม้ว่าตัวเลขการขอส่งเสริมการลงทุน (BOI) ค่อนข้างดี ขณะเดียวกัน อัตราการเปิดกิจการใหม่ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 ลดลงร้อยละ 5.7 และอัตราการปิดกิจการเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3 โดยที่ปิดกิจการส่วนใหญ่เป็น SME

ผลผลิตทางการเกษตรเสี่ยงเจอภาวะล้นตลาดมากขึ้น

สถานการณ์ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาดมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาราคาตกต่ำ เช่น ลำไยภาคเหนือ คาดว่าในปี 2568 จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดถึง 740,000 ตัน ปริมาณสูงที่สุดในรอบ 10 ปี และเกินความต้องการตลาด  200,000 ตัน เพราะจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกส่วนใหญ่ ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ และมีการนำเข้าผลไม้จากประเทศอื่นเพื่อเพิ่มขึ้น ด้านผลผลิตทุเรียน ปัญหาคือเกษตรกรเลิกปลูกพืชชนิดอื่น และปลูกทุเรียนมากขึ้น ทำให้ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมีมากกว่าปกติ โดยคาดว่าถึง 400,000 ตัน  ซึ่งราคาทุเรียนในตลาดตอนนี้ ลดลงเหลือเฉลี่ย 110 บาท/กก. เท่านั้น  ผลกระทบในระยะต่อไปคือเกษตรกรไม่มีเงินเหลือเพียงพอหมุนเวียนเพื่อเตรียมการเพาะปลูกในฤดูต่อไป และการร้องขอความช่วยเหลือจากภาครัฐจะเพิ่มมากขึ้น 

หน่วยงานเศรษฐกิจปรับลดคาดการณ์ GDP ของไทยในปี 2568

ธนาคารโลก (World Bank) ได้ประกาศปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยลงเหลือร้อยละ 1.8 ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดเหลือร้อยละ 1.4 โดยเห็นคล้ายกันว่ามาจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลง และมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทย เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องจักรกล เหล็ก ผลิตภัณฑ์พลาสติก เคมีภัณฑ์ หดตัว  รวมถึงการแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ที่คาดว่าสัดส่วนมูลค่าการนำเข้าของธุรกิจค้าปลีกในปี 2568 จะอยู่ที่ร้อยละ 30 อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า หากอัตราภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บจากสินค้าไทยยังคงไว้อยู่ที่ร้อยละ 10 ตลอดทั้งปี คาดการณ์ว่าการส่งออกไทยจะขยายตัวได้ที่ร้อยละ 0.5 และ GDP ไทยจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้ที่ร้อยละ 1.8

เด็กและเยาวชนสนใจศึกษาและใช้ AI แต่ในทางไม่ถูกต้อง

เทรนด์การใช้ AI ในปัจจุบันได้แพร่กระจายไปยังประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ใช้ AI ในแทบทุกกิจกรรมของชีวิต แต่ปัญหาที่เริ่มพบมากขึ้นคือมีการนำ AI มาใช้อย่างไม่ถูกต้อง เช่น การให้ทำการบ้านแทน และกลุ่มนักเรียนชายแอบถ่ายใต้กระโปรงนักเรียนหญิงนำไปตัดต่อด้วย AI ให้มีลักษณะโป๊เปลือย ก่อนเผยแพร่ลงในเว็บไซต์อนาจาร หรือนำภาพศีรษะเพื่อนนักเรียนหญิงไปตัดต่อกับร่างกายบุคคลอื่นด้วย AI ในลักษณะที่โป๊เปลือยทั้งร่าง นอกจากนี้ พบผลการศึกษาว่ากลุ่มเด็กและเยาวชนใช้ Chatbot AI เช่น ChatGPT และ Gemini มากขึ้น รวมถึงแพลตฟอร์มที่ให้ผู้ใช้สร้างหรือตอบกับ Bot เลียนแบบตัวละคร โดยขาดการควบคุมที่เหมาะสมทำให้เกิดวัฒนธรรมดิจิทัลใหม่ โดยเฉพาะการสร้างมีมแบบไร้สาระและจงใจทำให้เกิดความสับสน ซึ่งแพร่กระจายผ่านวิดีโอสั้น ๆ

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงอย่างต่อเนื่อง

หอการค้าไทยเปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือน พ.ค.68 พบว่า ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 54.2 อยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ 2 ปี สะท้อนว่าเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง แม้รัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ตาม ราคาสินค้าก็มีแนวโน้มแพงขึ้น ด้านกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ธุรกิจในกลุ่มค้าปลีกจะเผชิญกับกำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง  การชะลอการการใช้จ่าย ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มมูลค่าจะเปราะบางต่อไปสะท้อนจากยอดเปิดตัวโครงการใหม่อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 15 ปี แม้จะมีมาตรการผ่อนคลายจากรัฐ แต่กระตุ้นกำลังซื้อไม่ได้ นอกจากนี้ ธุรกิจร้านอาหารได้รับผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงมากขึ้น

ไทยเปลี่ยนแปลงนโยบายกัญชาเนื่องจากส่งผลกระทบต่อเยาวชนและสังคม

The Standard ของฮ่องกง เผยแพร่บทความระบุว่า ไทยซึ่งเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ปลดล็อคกัญชาเพื่อสันทนาการเมื่อปี 2565 กำลังเปลี่ยนแปลงนโยบายให้ใช้กัญชาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์เท่านั้น หลังพบว่ามีใช้กัญชาพุ่งสูงขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับการติดกัญชาและปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า และยังพบเหตุอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับกัญชาเพิ่มขึ้น ขณะที่ผลผลิตกัญชาล้นตลาดส่งผลให้ราคาตกต่ำ เกษตรกรล้มละลาย และมีการลักลอบส่งกัญชาไปต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างกะทันหันทำให้เกิดกระแสต่อต้านจากผู้ประกอบการที่ลงทุนในธุรกิจกัญชา จึงต้องจับตามองว่าไทยจะสามารถถอยกลับจากนโยบายดังกล่าวได้สำเร็จหรือไม่

The White Lotus 3 ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยได้เพียงระยะสั้น

  Bloomberg รายงานว่า กระแสจากซีรีส์ The White Lotus 3 ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาติตะวันตก มีไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเยือนไทยเมื่อ พ.ค. 68 ลดลงร้อยละ 14 (ลดลงเดือนที่สี่ติดต่อกันและนานที่สุดนับตั้งแต่ COVID-19) เป็นผลมาจากนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน เพราะปัญหาแก๊งหลอกลวงและค้ามนุษย์ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา เหตุแผ่นดินไหว ความนิยมการท่องเที่ยวญี่ปุ่นของจีน และเงินบาทที่แข็งค่า ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวมองว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเท่าที่ควร และเรียกร้องให้เร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยว

รัฐบาลไทยพยายามผลักดันสถานบันเทิงครบวงจรเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานกรณีรัฐบาลชี้แจงภาพรวมโครงการ Thailand Entertainment Complex โดยเฉพาะถ้อยแถลงของนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีว่าไทยจะติดตามและบันทึกเส้นทางการเงินของผู้ที่เข้ามาใช้บริการสถานบันเทิงครบวงจรเพื่อป้องกันปัญหาการฟอกเงิน โดยระบุเพิ่มเติมว่า มาตรการดังกล่าวเป็นความพยายามของรัฐบาลในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร หลังถูกสกัดกั้นจากเครือข่ายต่อต้านการพนัน กลุ่มศาสนา และกลุ่มการเมือง และหากร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการเห็นชอบเชื่อว่า จะทำให้ไทยได้ส่วนแบ่งการตลาดของอุตสาหกรรมเกมพนันในตลาดโลกที่กำลังขยายตัวควบคู่ไปกับสิงคโปร์และมาเก๊า และกลายเป็นอีกเครื่องยนต์ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซาได้

ไทยมีแผนที่จะซื้อเครื่องบินรบรุ่น Gripen JAS 39 เพื่อทดแทนเครื่องบินรบรุ่นเก่าของสหรัฐฯ

Reuters รายงานกรณี ทอ.วางแผนที่จะจัดซื้อเครื่องบินรบ Gripen JAS 39 จำนวน 12 ลำ จากบริษัท SAAB  สวีเดน เพื่อทดแทนเครื่องบินรบสหรัฐฯ ที่ใกล้ปลดประจำการ โดยมีการระบุเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ เคยปฏิเสธที่จะขายเครื่องบินรบ F-35 ให้ไทยเมื่อปี 2566 เนื่องจากปัญหาการฝึกอบรม ข้อกำหนดทางเทคนิค และความเข้ากันได้ของการบำรุงรักษา เครื่องบินรบรุ่นดังกล่าวเป็นเครื่องบินรบที่สหรัฐฯ จะจำหน่ายให้พันธมิตรใกล้ชิด เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์

มาตรการฟรีวีซ่าไม่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว

  จากกรณีสื่อมวลชนและเพจอินฟลูเอนเซอร์ในเมืองท่องเที่ยวนำเสนอภาพความเงียบเหงาตามแหล่งท่องเที่ยวนั้น ถูกนำมาขยายผลเพื่อโจมตีนโยบายฟรีวีซ่าว่า ไม่สามารถกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับผลเสีย เพราะกลับหนุนให้ไทยเป็นฐานที่ตั้งของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติและกลุ่มทุนสีเทา อีกทั้งทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยกลายเป็นกลุ่มที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งเข้ามาก่อเหตุวุ่นวายตามแหล่งท่องเที่ยว ส่งผลกระทบซ้ำเติมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่มีปัญหาการขาดความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในภาวะที่การท่องเที่ยวของไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันลดลงจากปัจจัยด้านราคา  ทำให้กระแสการเรียกร้องรัฐบาลให้ทบทวนมาตรการฟรีวีซ่า  ทั้งนี้ ภาคเอกชนเคยเสนอกำหนดร.ะยะเวลาอนุญาตให้นักท่องเที่ยวพำนักในไทยเหลือ 30 วัน เพื่อควบคุมการพำนักของชาวต่างชาติและลดปัญหาชาวต่างชาติกระทำผิดกฎหมายในไทย หรือเพิ่มมาตรการคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า