ไทยทำโครงการแก้ปัญหาหนี้เสียเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้

Bloomberg รายงานอ้างการเปิดเผยของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รอง นรม./รมว.กค. เกี่ยวกับการจัดทำโครงการแก้ไขปัญหาหนี้เสียผ่านกลไกการซื้อหนี้รายย่อยของบริษัทบริหารสินทรัพย์ มูลค่าประมาณ 60,000 ล้านบาท ว่า จะช่วยเหลือลูกหนี้ได้ประมาณ 2 ล้านคน นับเป็นโครงการริเริ่มสำคัญภายใต้การนำของ นรม.อนุทิน ชาญวีรกุลและนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยที่อยู่ในระดับสูงที่สุดในเอเชีย ตอ.ต.  จากที่การารระบาดของ COVID-19 ทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ส่งผลกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ไทยและสิงคโปร์ส่งออกพลังงานไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือมาเลเซีย

Bernama และ Malay Mail รายงานอ้าง Datuk Seri Fadillah Yusof รอง นรม.และ รมว.เปลี่ยนผ่านพลังงานและทรัพยากรน้ำของมาเลเซีย เปิดเผยว่า ไทยและสิงคโปร์ได้ส่งออกพลังงานไฟฟ้ารวม 800 เมกะวัตต์ ให้แก่มาเลเซียช่วงที่มาเลเซียเผชิญกับเหตุไฟดับเป็นวงกว้างใน 15 ต.ค.68 และสถานการณ์ดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกรอบความร่วมมือเพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid-APG) ในภาวะวิกฤต ทั้งนี้ รัฐบาลมาเลเซียเห็นชอบหลักการเรื่องการใช้พลังงานนิวเคลียร์เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตไฟฟ้าของประเทศ และเตรียมเริ่มดำเนินโครงการ Large Scale Solar 6 ภายในต้นปี 2569 เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของมาเลเซียด้วย

ข้อตกลงสันติภาพไทย-กัมพูชาอาจไม่ยั่งยืน

SCMP รายงานความเห็นของนักวิเคราะห์ต่อข้อตกลงสันติภาพไทย–กัมพูชา มองว่าข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยลดความรุนแรงของสถานการณ์เพียงชั่วคราว แต่ยังไม่ใช่ทางออกระยะยาว เนื่องจากยังไม่ได้แก้ไขสาเหตุหลักจากความเห็นที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับแผนที่ที่ใช้ปักปันเขตแดน และแนวทางการแก้ไขข้อพิพาท ซึ่งไทยต้องการเจรจาทวิภาคี ขณะที่กัมพูชาต้องการแก้ไขผ่านศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) นอกจากนี้ ข้อตกลงยังไม่ใช่สนธิสัญญาทางกฎหมายที่มีข้อกำหนดในการบังคับใช้ หรือผลที่ตามมาหากมีการละเมิด ซึ่งอาจยากที่จะรักษาข้อตกลงไว้ได้ เมื่อพิจารณาจากการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่เคยเกิดขึ้น และความตึงเครียดอาจปะทุขึ้นอีกจากกระแสชาตินิยมในทั้งสองประเทศ พร้อมเสนอให้ขยายคณะผู้สังเกตการณ์ให้มีทหารเข้าร่วมมากขึ้น เพื่อติดตามสถานการณ์และบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิง นักวิเคราะห์ยังตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของจีนที่ลดลง ทั้งที่จีนพยายามขยายอิทธิพลในภูมิภาค และสะท้อนว่าสหรัฐฯ ยังคงมีบทบาทสำคัญในอาเซียน

การที่จีนลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในไทยก่อให้เกิดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและสังคม

  Nikkei Asia เผยแพร่บทความเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทยที่ปัจจุบันเงินทุนจากจีนกำลังครองตลาด ทั้งการเข้ามาซื้อคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะที่กรุงเทพฯ และ จ.เชียงใหม่ รวมถึงการเข้ามาดำเนินกิจการร้านค้า และร้านอาหาร จนบางพื้นที่เกิดเป็นไชน่าทาวน์แห่งใหม่ โดยมีการใช้นอมินีในการถือครองทรัพย์สิน ซึ่งยังเป็นช่องโหว่ที่ยากต่อการตรวจสอบและควบคุม ขณะที่กิจการที่ดำเนินการโดยชาวจีนมีการจ้างงานคนท้องถิ่นและกระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจให้ไทยเพียงเล็กน้อย จึงสร้างความกังวลถึงผลกระทบต่อทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นการบิดเบือนโครงสร้างอสังหาริมทรัพย์ของไทย เสี่ยงทำให้เกิดปัญหาการเก็งกำไร ซึ่งผลักดันให้ราคาอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น ไทยต้องกำหนดกฎระเบียบการถือครองทรัพย์สินของชาวต่างชาติ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

กัมพูชาเรียกร้องความช่วยเหลือทำความสะอาดสารเคมีที่อ้างว่าไทยใช้ในการสู้รบ

Khmers Times รายงานกรณีหน่วยงานห้ามอาวุธเคมี นิวเคลียร์ ชีวภาพ และรังสีของกัมพูชา (NACW) เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนเงินทุนในการทำลายสารอันตรายจากการปะทะชายแดนกัมพูชา-ไทย โดยอ้างว่าไทยยอมรับว่ามีการใช้สารเคมี รวมถึงกระสุนฟอสฟอรัสขาวในระหว่างการสู้รบ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลอย่างร้ายแรงจากหน่วยงานด้านมนุษยธรรมและสิ่งแวดล้อม  พล.อ. Phorn Nara เลขาธิการ NACW ระบุว่า ได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญไปเก็บตัวอย่างจากพื้นที่ต้องสงสัยว่ามีการปนเปื้อนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบมีสารเคมีมากกว่า 70 ชนิด ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในระยะกลางและระยะยาวต่อผู้คน สัตว์ และระบบนิเวศ ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและงบประมาณในการจัดการ โดยเรียกร้องให้พันธมิตรด้านการพัฒนาพิจารณานำเรื่องการทำความสะอาดสารเคมีและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ในโครงการด้านมนุษยธรรมและการฟื้นฟูที่มีอยู่

อสังหาริมทรัพย์ไทยบางส่วนยังเติบโตได้แม้เผชิญความท้าทายหลายด้าน

SCMP เผยแพร่บทความของนาย Nicholas Spiro หุ้นส่วนบริษัท Lauressa Advisory ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ในสหราชอาณาจักร เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ไทยที่บางภาคส่วนสามารถเติบโตได้ท่ามกลางวิกฤตหลายด้านที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ทั้งมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงเนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัย เงินบาทแข็งค่ากระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว เหตุการณ์อาคารถล่มจากแผ่นดินไหวในเมียนมา ตลอดจนความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบาย รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ซึ่งเป็นบททดสอบที่รุนแรงสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ขณะเดียวกันได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยในภาคธุรกิจสำนักงาน เหตุการณ์แผ่นดินไหวส่งผลให้เกิดแนวโน้มการย้ายไปยังอาคารที่มีคุณภาพ และยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างอาคารใหม่ ในภาคธุรกิจโรงแรม ความแข็งแกร่งของตลาดนักท่องเที่ยวจากเอเชียใต้ช่วยชดเชยตลาดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้อัตราค่าห้องพักรายวันและอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้น และไทยยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพของโครงการอสังหาริมทรัพย์กลุ่ม Branded Residence โดยไทยมีจำนวนยูนิตที่เปิดตัวและพร้อมขายมากที่สุดในกลุ่มตลาดชั้นนำในเอเชีย

ไทยเสี่ยงเผชิญผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ในเมียนมาเพิ่มขึ้น

Mongabay ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธที่ไม่ได้รับการควบคุมในเมียนมากำลังส่งผลกระทบอย่างมากต่อประเทศในเอเชีย ตอ.ต. โดยเฉพาะภาคเหนือของไทย ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาคการเกษตร การประมง และการท่องเที่ยว รวมประมาณ 1,300 ล้านบาท โดยข้อมูลใหม่จากดาวเทียมพบว่ามีเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในเมียนมา 513 แห่ง กระจายอยู่ตามลุ่มน้ำสาขาของแม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำอิรวดี ซึ่งเฉพาะปี 2568 มีเหมืองแร่ใหม่ 40 แห่ง มากกว่าที่เคยประเมินไว้ และสะท้อนว่าความเสี่ยงของมลพิษทางน้ำข้ามพรมแดนอาจสูงกว่าที่ประเมินไว้มากด้วย โดยนักวิจัยจากศูนย์วิจัย Stimson Center ของสหรัฐฯ เตือนว่าจำเป็นต้องมีการทดสอบการปนเปื้อนในแม่น้ำเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน พร้อมเรียกร้องให้ประเทศอื่นตรวจสอบแหล่งน้ำของตนเอง รวมถึงกัมพูชาและเวียดนาม เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่สารพิษจากการทำเหมืองจะไหลลงสู่แม่น้ำมากกว่าที่มีการรายงานก่อนหน้านี้

นักวิเคราะห์ประเมินเงินบาทปลายปี 2568 แข็งค่าน้อย

ผลสำรวจนักวิเคราะห์ของ Bloomberg คาดการณ์ว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นประมาณร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ภายในสิ้นปี 2568 ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของค่าเฉลี่ยการแข็งค่าของเงินบาทในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจัยมาจากการท่องเที่ยวและการส่งออกที่ซบเซา นอกจากนี้ ธปท.อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย 1 ครั้ง ภายใน 6 เดือนข้างหน้า โดยหาก ธปท.มีท่าทีผ่อนคลายนโยบายทางการเงินมากขึ้น และรัฐบาลมีการเก็บภาษีการค้าทองคำ อาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงไปถึงระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้น หากเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัว ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีนคลี่คลาย และราคาทองคำยังคงสูงใกล้ระดับสถิติ เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นไปถึง 31.3 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ภายในสิ้นปี 2568

ไทยเตรียมแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจ

Bloomberg และ Reuters รายงานกรณีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รอง นรม./รมว.กค. เปิดเผยว่า เตรียมเสนอแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศต่อ ครม. รวมถึงมาตรการลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการท่องเที่ยว หลังจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยเผชิญกับการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ เฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวจีนที่ยังกังวลเรื่องความปลอดภัย ตลอดจนปัญหาเงินบาทแข็งค่าที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทาง ขณะที่นักท่องเที่ยวภายในประเทศยังมีการใช้จ่ายน้อย ทั้งนี้มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีเป้าหมายให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 2.2 ในปี 2568 ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันมีระยะเวลาเพียงสั้น ๆ ในการทำผลงาน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปใน เม.ย. 69

กัมพูชาและไทยควรเรียนรู้บทเรียนจากความขัดแย้งปากีสถาน-อินเดีย 

Cambodianess เผยแพร่บทความของนาย Khath Bunthorn นักวิจัย Cambodia Development Resource Institute และนาย Ngin Chanrith นักวิชาการ University of Auckland นิวซีแลนด์ เกี่ยวกับความขัดแย้งไทย-กัมพูชา โดยเปรียบเทียบกับความขัดแย้งอินเดีย-ปากีสถาน ที่มีสาเหตุคล้ายกันจากข้อพิพาทเขตแดน ชาตินิยมทางศาสนาและวัฒนธรรม รวมถึงบาดแผลทางประวัติศาสตร์  ความขัดแย้งได้พัฒนาไปสู่การแข่งขันที่ซับซ้อน เกิดการเผชิญหน้าทางทหารและสงครามหลายครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้พลัดถิ่นจำนวนมาก การค้าระหว่างประเทศตกต่ำ การใช้จ่ายด้านการทหารที่สูงทำให้สูญเสียงบประมาณในการพัฒนาภาคส่วนสำคัญอื่น เช่น การศึกษา สาธารณสุข แม้จะมีการเจรจา  แต่ความขัดแย้งยังคงไม่ได้รับการแก้ไข เนื่องจากความไม่ไว้วางใจต่อกันอย่างลึกซึ้ง ชาตินิยมกลายเป็นปัจจัยทางการเมือง   ซึ่งกรณีของไทย-กัมพูชายังไม่สายเกินไป หากต้องการแก้ไข โดยนำบทเรียนมาปรับใช้ ได้แก่ 1) อย่าปล่อยให้ข้อพิพาทเขตแดนกลายเป็นสิ่งกำหนดอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจของชาติ 2) รักษากลไกการเจรจาทวิภาคีและใช้ประโยชน์จากกลไกระดับภูมิภาค 3) หลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหารและมุ่งเน้นการพัฒนาแนวชายแดน 4) ผู้นำต้องแยกความขัดแย้งออกจากการเมือง 5) ฟื้นฟูความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และ 6) ใช้วัฒนธรรมและศาสนาร่วมกันในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน