รัฐบาลตอลิบันออกคำสั่งยกเลิกการบังคับแต่งงานโดยไม่สมัครใจ

เว็บไซต์ National interest รายงานเมื่อ 6 ธ.ค.64 ว่า รัฐบาลตอลิบันประกาศคำสั่งยกเลิกการบังคับการแต่งงานโดยไม่สมัครใจ (Forced marriage) โดยคำสั่งดังกล่าวลงนามโดยนาย Hibatullah Akhundzada ผู้นำสูงสุดของกลุ่มตอลิบันที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่เมืองกันดาฮาร์ รัฐบาลตอลิบันอ้างว่าการออกคำสั่งดังกล่าวเพื่อแสดงให้เห็นว่าเคารพสิทธิ์ของสตรีมากกว่าในอดีต ซึ่งคำสั่งระบุด้วยว่าหญิงหม้ายสามารถแต่งงานได้ใหม่หลังจากสามีเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 17 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามไม่มีการระบุแน่ชัดเกี่ยวกับอายุของสตรีที่สามารถแต่งงานตามกฎหมายได้ รวมทั้ง ไม่แน่ชัดว่าในพื้นที่ชนบทจะมีผลในทางปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากผู้หญิงขาดโอกาสทางการศึกษาและการทำงาน ทำให้ต้องจำใจแต่งงานโดยไม่เต็มใจ ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่าการออกกฎหมายดังกล่าวของรัฐบาลตอลิบันมีเป้าหมายเพื่อโน้มน้าวให้สหรัฐฯ ยกเลิกการอายัดทรัพย์สินของอัฟกานิสถานจำนวน 9,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

กองทัพเรือปากีสถานทดสอบขีปนาวุธแบบยิงจากพื้นสู่อากาศเป็นผลสำเร็จ

หนังสือพิมพ์Daily Times รายงานเมื่อ 8 ธ.ค.64 ว่า กองทัพเรือปากีสถานทดสอบขีปนาวุธแบบยิงจากพื้นสู่อากาศ (Land to air missile) เป็นผลสำเร็จ โดย Muhammad Amjad Khan Niazi  ผู้บัญชาการนาวิกโยธินปากีสถานที่เข้าร่วมสังเกตการณ์การทดสอบระบุว่าพอใจต่อการทดสอบขีปนาวุธดังกล่าว ขณะที่โฆษกกองทัพเรือปากีสถานระบุว่ากองทัพเรือปากีสถานพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

นิวแคลิโดเนียลงประชามติไม่สนับสนุนการแยกตัวจากฝรั่งเศส

ผลการลงประชามติครั้งที่ 3 ของนิวแคลิโดเนีย ซึ่งเป็นดินแดนภายใต้อธิปไตยของฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ ของมหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อ 12 ธ.ค.64 ปรากฏว่า ผู้มีสิทธิลงคะแนนร้อยละ 96.49 ไม่สนับสนุนการเป็นเอกราชจากฝรั่งเศส มีเพียงร้อยละ 3.51 ที่เห็นด้วย จากผู้มาใช้สิทธิทั้งหมดร้อยละ 43.90 เนื่องจากฝ่ายสนับสนุนการแยกตัวคว่ำบาตรการลงประชามติครั้งนี้ ทั้งนี้ นิวแคลิโดเนียเคยจัดการลงประชามติในประเด็นดังกล่าวแล้ว 2 ครั้ง เมื่อปี 2561 และ 2563 ซึ่งผลการลงคะแนนเสียงทั้งสองครั้งไม่สนับสนุนการแยกตัว ขณะที่การลงประชามติครั้งนี้ถือเป็นครั้งสุดท้าย ตามเงื่อนไขของข้อตกลงนูเมอา เมื่อปี 2541 ว่าด้วยการกระจายอำนาจและการจัดลงประชามติ

ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และออสเตรเลียร่วมลงทุนพัฒนาเคเบิลใต้ทะเลหมู่เกาะในแปซิฟิก

สำนักข่าว Japan Times และ Nikkei Asia รายงานเมื่อ 12 ธ.ค.64 ว่าญี่ปุ่น สหรัฐฯ และออสเตรเลียเตรียมร่วมลงทุนพัฒนาเคเบิลใต้ทะเลสำหรับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในหมู่เกาะแปซิฟิกจำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ นาอูรู คิริบาส และ ไมโครนีเซีย โดยมีเป้าหมายส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งแผนฟื้นฟูผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 ของกลุ่มQUAD (สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอินเดีย) ที่มุ่งดำเนินบทบาทเชิงรุกต่อภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก และมีนัยสำคัญต่อการสกัดกั้นการขยายอิทธิพลของจีนในหมู่เกาะแปซิฟิก เนื่องจากจีนมีแนวโน้มเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีในพื้นที่ดังกล่าว  

อาเซียนเข้าร่วมประชุมระดับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกับกลุ่ม G 7 เป็นครั้งแรก

เว็บไซต์รัฐบาลสหราชอาณาจักร เปิดเผยเมื่อ 12 ธ.ค.64 ว่า ในวันเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนเข้าร่วมการประชุมกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G 7) เป็นครั้งแรก ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองลิเวอร์พูล สหราชอาณาจักรและผ่านการประชุมทางไกล ส่วนเมียนมาไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ โดยกลุ่ม G 7 มุ่งกระชับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดขึ้นด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และความมั่นคงกับอาเซียน ทั้งยังหารือถึงการทำงานร่วมกันในประเด็นต่าง ๆ อาทิ การขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและอาชญากรรมทางไซเบอร์ ทั้งนี้ นาง Liz Truss รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร ระบุว่า จะส่งเสริมให้อาเซียนมีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานโลกเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงจะสนับสนุนขีดความสามารถทางไซเบอร์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  

กองทัพเมียนมา ปะทะกับ KNU กว่า 481 ครั้งในห้วง ต.ค.-พ.ย.64

สำนักข่าวอิระวดี รายงานเมื่อ 9 ธ.ค.64 ว่า สหภาพแห่งชนชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU) เปิดเผยว่ามีการปะทะกับกองทัพเมียนมา 481 ครั้ง ในห้วง ต.ค.-พ.ย.64 บริเวณรัฐกะเหรี่ยง รัฐมอญ และภาคพะโค  ส่งผลให้ทหารเมียนมาเสียชีวิต 461 คน และบาดเจ็บ 425 คน ขณะที่กำลังพลของ KNU เสียชีวิต 9 คน และบาดเจ็บ 30 คน  ทั้งนี้ KNU อ้างว่าการปะทะกับกองทัพเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากกองทัพนำกำลังรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของ KNU โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า  พร้อมกับปฏิเสธว่า KNU ยังไม่มีนโยบายร่วมมือกับกองกำลังป้องกันประชาชน (People’s Defence Force-PDF) ในการสู้รบกับกองทัพเมียนมา แม้จะปรากฏข่าวสารว่า KNU เป็นพื้นที่ซ่อนตัวและฝึกอาวุธของ PDF ก็ตาม

ผู้นำ SAC ของเมียนมาถูกยื่นคำร้องต่อศาล ICC ข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

สำนักข่าวอิระวดี รายงานเมื่อ 10 ธ.ค.64 ว่า องค์กร Myanmar Accountability Project (MAP) ในสหราชอาณาจักร ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court-ICC) ให้ดำเนินคดีกับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council-SAC) ในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากการใช้ความรุนแรงและทารุณกรรมประชาชนอย่างเป็นระบบและกว้างขวางนับตั้งแต่การยึดอำนาจเมื่อ ก.พ.64 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 1,323 คน โดย MAP เชื่อว่าการดำเนินการจะเป็นไปด้วยดีและสามารถออกหมายจับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ได้  อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีอาจมีข้อจำกัดจากการที่เมียนมาไม่ได้เป็นรัฐภาคีของ ICC และธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ (Rome Statute) ทำให้มีสิทธิ์ปฏิเสธอำนาจศาล  อนึ่ง MAP เป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ก่อตั้งเมื่อปี 2564 หลังการยึดอำนาจในเมียนมา ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลหลักฐานการก่ออาชญากรรมของ SAC และกองทัพต่อประชาชนเมียนมา

เวียดนามจะก่อสร้างศูนย์โลจิสติกส์และเขตอุตสาหกรรมปลอดอากรในนครไฮฟองในต้นปี 2565

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ VnExpress International รายงานเมื่อ 9 ธ.ค.64 ว่า โครงการก่อสร้างศูนย์โลจิสติกส์และเขตอุตสาหกรรมปลอดอากร Lach Huyen ในนครไฮฟอง (ทางตอนเหนือของเวียดนาม) มูลค่า 11 ล้านล้านด่ง (ประมาณ 479.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จะเริ่มดำเนินการในต้นปี 2565 หลังจากรัฐบาลเวียดนามอนุมัติโครงการเมื่อ เม.ย.64 โดยโครงการดังกล่าวดึงดูดนักลงทุนด้วยการเก็บภาษีรายได้นิติบุคคลเพียงร้อยละ 10 (ปกติจัดเก็บที่ร้อยละ 20) เป็นระยะเวลา 15 ปี การยกเว้นอากรสินค้าที่ผลิตในโครงการเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ และไม่เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเพื่อการบริโภคในสินค้าที่ค้าขายกับต่างประเทศหรือเขตปลอดอาการอื่น ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีพื้นที่ 752 เฮกตาร์ (ประมาณ 4,700 ไร่) ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ Dinh Vu – Cat Hai โดยจะเน้นด้านการส่งออก เทคโนโลยี คลังสินค้าและโลจิสติกส์ แบ่งพื้นที่โครงการเป็น 3 ระยะ ระยะแรกจะแล้วเสร็จในปี 2568 ส่วนระยะที่ 2 และระยะที่…

แคนาดาไม่ส่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่จีนเป็นเจ้าภาพในปี 2565

นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดของแคนาดาแถลงเมื่อ 8  ธ.ค.64  ว่าแคนาดาจะไม่ส่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลเข้าร่วมพิธีและกิจกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่จีนเป็นเจ้าภาพในปี 2565 เช่นเดียวกับสหรัฐฯ สหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย และแสดงความกังวลประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในซินเจียงของจีน ด้านนางเมลานี  โจลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแคนาดากล่าวว่าแคนาดาหยิบยกกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในซินเจียงของจีนขึ้นหารือในการประชุมสุดยอดกลุ่ม G-7 และการประชุมในกรอบสมาชิกเนโต ทั้งนี้ แคนาดาประสานความร่วมมือกับประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องก่อนประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางการทูตดังกล่าว

ญี่ปุ่นสนับสนุนให้ไต้หวันเข้าร่วมการประชุมขององค์การอนามัยโลกในฐานะผู้สังเกตการณ์

นายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของญี่ปุ่นเมื่อ 9 ธ.ค.64 ว่าญี่ปุ่นจะสนับสนุนไต้หวันให้เข้าร่วมการประชุมขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) ในฐานะประเทศผู้สังเกตการณ์ โดยให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ประเทศต่าง ๆ ต้องแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งไต้หวันมีแนวทางและดำเนินมาตรการควบคุมฯ ได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไต้หวันถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศ เนื่องจากจีนยืนยันว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของจีน ไม่ใช่ประเทศ ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นมีมติเมื่อ มิ.ย.64 สนับสนุนให้รัฐบาลญี่ปุ่นเรียกร้องต่อนานาประเทศให้ตระหนักถึงการมีอยู่ของไต้หวันและสนับสนุนให้ไต้หวันได้เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศที่สำคัญ