ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 10 ส.ค.69 ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิหร่านระบุว่าข้อตกลงกับโอมานในการกำหนดเส้นทางเดินเรือใหม่กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย แต่ย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่น ๆ ที่อิหร่านกำหนด  โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ตลาดลอนดอน เพิ่มขึ้น 0.91 ดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ 84.46 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เพิ่มขึ้น 0.61 ดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ 78.79 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ไต้หวันจะเสนองบประมาณกลาโหมประจำปี 2570 อาจสูงถึงร้อยละ 3 ของ GDP

คณะรัฐมนตรีไต้หวันจะเสนองบประมาณประจำปี 2570 ใน 20 ส.ค.69  คาดว่า รายได้ของรัฐบาลกลางปี 2570 จะมากกว่า 3.8 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.7 จากปี 2569 ส่วนรายจ่ายจะสูงกว่า 3.6 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 โดยงบประมาณกลาโหมที่อาจสูงถึง 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน (34,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือมากกว่าร้อยละ 3 ของ GDP นอกจากนี้ ไต้หวันอาจจัดสรรงบประมาณพิเศษ 240,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ครอบคลุม 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การเสริมสร้างความสามารถของไต้หวันในการรับมือและปรับตัวต่อการพัฒนาระหว่างประเทศ การเพิ่มขีดความสามารถในการทำสงครามแบบอสมมาตร และการพัฒนายานพาหนะไร้คนขับเพื่อการป้องกันประเทศ

เกาหลีเหนือส่งทหารไปประจำการในรัสเซียประมาณ 50,000 คน

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนโพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ X เมื่อ 8 ส.ค.69 ว่า เกาหลีเหนืออาจส่งทหารไปประจำการในรัสเซีย ประมาณ 30,000-50,000 คน  รวมทั้งพบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือบางส่วนในยูเครน แต่ไม่ระบุตำแหน่งที่ตั้ง นอกจากนี้ ประธานาธิบดีเซเลนสกีเรียกร้องให้เกาหลีใต้ร่วมมือกับยูเครนอย่างใกล้ชิด เฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนระบบป้องกันทางอากาศจากเกาหลีใต้ซึ่งยูเครนขาดแคลน ทั้งนี้ หน่วยข่าวกรองทางทหารของยูเครนระบุเมื่อ ต้น ส.ค.69 ว่า หน่วยขีปนาวุธของเกาหลีเหนือเริ่มประจำการในพื้นที่ทางตะวันตกของรัสเซีย และอาจติดตั้งขีปนาวุธข้ามทวีป 120 ลูก และแท่นยิง 6 แท่ง เพื่อใช้โจมตียูเครน

ลาว-เวียดนามกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน

นายทองลุน สีสุลิด  เลขาธิการใหญ่พรรคประชาชนปฏิวัติลาว และประธานประเทศลาว พบหารือกับ พล.อ.Nguyen Trong Nghia ประธานกรมการเมืองกองทัพประชาชนเวียดนาม เมื่อ 6 ส.ค.69 ระหว่างเยือนลาว 5-7 ส.ค.69 โดยประธานประเทศลาว ระบุว่า การเยือนครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของการกระชับความสัมพันธ์ ความสามัคคีพิเศษ ความร่วมมือระหว่างพรรค รัฐ กองทัพ และประชาชน ด้าน พล.อ. Nguyen Trong Nghia ยืนยันความมุ่งมั่นของเวียดนามในการปกป้องและเสริมสร้างความสัมพันธ์พิเศษร่วมกัน พร้อมกับหารือกับ  พล.อ.คำเลียง อุทะไกสอน รอง นรม./รมว.ป้องกันประเทศลาว (เทียบเท่า กห.) ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นเสริมสร้าง และขยายความร่วมมือด้านการทหาร  การบริหารจัดการชายแดน การฝึกอบรมบุคลากร และการปลูกฝังคนรุ่นใหม่ให้ตระหนักถึงประวัติศาสตร์และคุณค่าความสามัคคีพิเศษระหว่างลาวกับเวียดนาม

ประธานอาเซียนออกแถลงการณ์กรณีผู้แทน ICRC เข้าพบนางอองซานซูจี

แถลงการณ์ประธานอาเซียน เมื่อ 7 ส.ค.69 แสดงความยินดีต่อกรณีการพบหารือระหว่างนางอองซานซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา กับนาย Arnaud de Baecque ผู้แทนคณะกรรมกาชาดสากลประจำเมียนมา (International Committee of the Red Cross-ICRC) ณ กรุงเนปยีดอ เมื่อ 3 ส.ค.69 โดยเเป็นพัฒนาการเชิงบวกที่เอื้อต่อการเจรจาและการสร้างความปรองดองระดับชาติในเมียนมา พร้อมหวังว่าจะนำไปสู่การเปิดโอกาสให้ครอบครัว ที่ปรึกษากฎหมาย บุคลากรทางการแพทย์ และผู้แทนด้านมนุษยธรรม สามารถเข้าพบนางอองซานซูจี ได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ขยายการเข้าถึงบุคคลอื่น ๆ ที่ถูกควบคุมตัวตั้งแต่ ก.พ.64 และย้ำข้อเรียกร้องให้ปล่อยตัวบุคคลดังกล่าว รวมถึงนางอองซานซูจี  พร้อมได้เน้นย้ำบทบาทของผู้แทนพิเศษประธานอาเซียนในการมีปฏิสัมพันธ์กับทุกฝ่าย ตามฉันทามติอาเซียน

WHO คืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ใหม่

  องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุเมื่อ 7 ส.ค.69 ว่า คณะที่ปรึกษาทางเทคนิคด้านการวิจัยวัคซีนประชุมเพื่อพิจารณาข้อมูลใหม่เกี่ยวกับวัคซีน Ervebo ซึ่งเป็นวัคซีนที่ได้รับอนุญาตเพียงชนิดเดียวสำหรับป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา โดยผลการศึกษาการทดลองในสัตว์ 2 ครั้ง พบว่า อาจช่วยป้องกันโรคจากไวรัสสายพันธุ์ Bundibugyo ได้บางส่วน โดยเฉพาะช่วยลดโอกาสเสียชีวิต และยังไม่พบปัญหาด้านความปลอดภัยที่น่ากังวล ทำให้คณะที่ปรึกษาของ WHO แนะนำให้นำวัคซีนนี้ไปทดลองในคนที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) ซึ่งกำลังเกิดการระบาด  ทั้งนี้ WHO จะทำงานร่วมกับหน่วยงานและชุมชนในพื้นที่เพื่อเริ่มการทดลองโดยเร็ว

เวียดนามส่งออกทุเรียนห้วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 32

เว็บไซต์ นสพ.Vietnam Plus รายงานเมื่อ 7 ส.ค.69 ว่าห้วง ม.ค.-มิ.ย.69 เวียดนามส่งออกทุเรียนไปต่างประเทศประมาณ 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 จากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2568 และจะสามารถส่งออกทั้งปี 2569 ประมาณ 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใกล้เคียงกับไทยที่มีตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดเป็นจีน (เวียดนามส่งออกทุเรียนไปจีนร้อยละ 90 ของทุเรียนที่ส่งออกทั้งหมด)  ปริมาณการส่งออกทุเรียนที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลจากการแก้ไขปัญหาสินค้าตกค้างบริเวณชายแดน ซึ่งทำให้จัดส่งล่าช้าและถูกตีกลับเพราะไม่ผ่านมาตรฐานด้านคุณภาพ ด้วยการเพิ่มศูนย์ตรวจสอบคุณภาพทุเรียนที่ทางการจีนให้การรับรองจำนวน 50 แห่ง จาก18 แห่ง ควบคู่กับปราบปรามการทุจริตและรับสินบนของเจ้าหน้าที่ รวมถึงลดขั้นตอนการขอหมายเลขระบุพื้นที่เพาะปลูกจากทางการเวียดนาม จากเดิม 10 วัน เหลือ 3 วัน

ผู้นำเมียนมาเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

นายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อ 7 ส.ค.69 ตามคำเชิญของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม. โดยผู้นำเมียนมายืนยันว่าจะผลักดันกระบวนการสันติภาพภายในประเทศ พร้อมระบุว่าเมียนมากำลังดำเนินไปบนเส้นทางประชาธิปไตยและมุ่งสู่อนาคตที่ดีขึ้น รวมทั้งจะกระชับความสัมพันธ์กับอาเซียนเพื่อประโยชน์ของประชาชน การเยือนไทยครั้งนี้เป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งที่ 4 ของนายมินอองไลง์ในฐานะประธานาธิบดี ต่อจากจีน อินเดีย และลาว ท่ามกลางความพยายามสร้างการยอมรับจากประชาคมระหว่างประเทศ

นรม.ญี่ปุ่นสงวนท่าทีต่อการแก้ไขหลักการปลอดนิวเคลียร์ของประเทศ

ถ้อยแถลงของนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น เมื่อ 6 ส.ค.69 ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกรณีผู้สื่อข่าวถามคำถามว่ารัฐบาลจะแก้ไขหลักการปลอดนิวเคลียร์สามประการ (Three Non-Nuclear Principles) พร้อมกับการแก้ไขยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของประเทศ 3 ฉบับ ในปลายปี 2569 หรือไม่ ก่อนหน้านี้ ปรากฏข่าวสารเมื่อปลายปี 2568 ว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party-LDP) พรรครัฐบาลญี่ปุ่น เรียกร้องให้มีการทบทวน Three Non-Nuclear Principles

กัมพูชาส่งออกข้าวสารห้วง 7 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่ามากกว่า 415 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นสพ.Khmer Times ฉบับ 6 ส.ค.69 อ้างรายงานของสมาคมข้าวแห่งกัมพูชาว่า เมื่อห้วง ม.ค.-ก.ค.69 กัมพูชาส่งออกข้าวสาร 707,000 ตัน มูลค่า 415.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  มีปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 68 และมูลค่าเพิ่มร้อยละ 34.3 จากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2568 โดยส่งออกข้าวไปยังสหภาพยุโรปมากที่สุดจำนวน 207,157 ตัน รองลงมาคือ จีน จำนวน 174,930 ตัน โดยส่งออกข้าวหอมมากที่สุดร้อยละ 59.23 ของปริมาณการส่งออกข้าวสารทั้งหมด รองลงมาคือ ข้าวขาว ข้าวหัก ข้าวอินทรีย์ และข้าวกล้อง ตามลำดับ นอกจากนี้ กัมพูชาส่งออกข้าวเปลือกมากกว่า 3 ล้านตัน มูลค่ารวม 665 ล้านดอลลาร์สหรัฐ