พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผู้นำเมียนมา พบหารือกับ ผบ.ทสส.ไทย ห้วงเยือนกรุุงเนปยีดอ

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดี และ ผบ.ทสส.เมียนมา ให้การต้อนรับ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส.ไทย ที่นำคณะผู้แทนระดับสูงเยือนกรุุงเนปยีดอ เมื่อ 18 มี.ค.69 พร้อมหารือในประเด็นความร่วมมือระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การรักษาเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค ตลอดจนความมั่นคงและความสงบในพื้นที่ชายแดน การต่อต้านการค้าผิดกฎหมายผ่านพื้นที่ชายแดน แผนการจัดประชุมคณะกรรมการระดับสูงไทย–เมียนมา ความร่วมมือด้านการฝึกอบรมระหว่างกองทัพ การปราบปรามยาเสพติด การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การแก้ไขปัญหามลพิษและหมอกควันข้ามพรมแดน และความร่วมมือในการป้องกันการฉ้อโกงทางเทคโนโลยี

สหรัฐฯ ส่งนาวิกโยธินไปประจำการในพื้นที่ตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น

สนข.Newsmax รายงานเมื่อ 19 มี.ค.69 ว่า กลุ่มเรือลำเลียงพลและยกพลขึ้นบก บ็อกเซอร์ (Boxer Amphibious Ready Group) ของสหรัฐฯ ประกอบไปด้วย (1) USS Boxer (LHD-4) (2) USS Portland (LPD-27) และ (3) USS Comstock (LSD-45) พร้อมกับหน่วยกำลังรบผสมนอกประเทศของนาวิกโยธิน ที่ 11 (11st Marine Expeditionary Unit) จำนวนประมาณ 2,200 – 2,500 นาย กำลังเคลื่อนพลออกจากเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อไปประจำการในพื้นที่ตะวันออกกลาง

ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ กระชับความร่วมมือส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น พบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 19 มี.ค.69  ที่วอชิงตัน ดี.ซี. นรม.ญี่ปุ่น แสดงความพร้อมในการสนับสนุนความพยายามของสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของประชาคมโลก ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะประสานงานและสื่อสารอย่างใกล้ชิด เพื่อรับรองความปลอดภัยของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังการหารือ ทั้งสองฝ่ายยังเปิดตัวโครงการลงทุนของญี่ปุ่นในสหรัฐฯ ชุดที่สอง จำนวน 3 โครงการ รวมมูลค่า 73,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท) โดยหนึ่งในโครงการสำคัญ คือ การก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ในรัฐเทนเนสซี และแอละแบมา นอกจากนี้ ประกาศข้อตกลงเพิ่มเติมอีก 3 ฉบับ เกี่ยวกับแร่หายาก เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

มาเลเซียเฝ้าระวังผลกระทบจากความขัดแย้งใน ตอ.กลาง

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 20 มี.ค.69 ว่า มาเลเซียเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังผลกระทบด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ หลังสถานการณ์สู้รบในภูมิภาค ตอ.กลางทวีความตึงเครียด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อมาเลเซียมากขึ้น จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สตช. กองทัพ เตรียมความพร้อมรับมือระดับสูงสุด และจัดการประชุมระดับสูงบ่อยครั้งเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ที่ผ่านมา นรม.อันวาร์ ได้ติดต่อกับผู้นำหลายประเทศ เช่น อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ ตุรกี และอินเดีย เพื่อหารือถึงพัฒนาการในภูมิภาค ตอ.กลาง ซึ่งผู้นำหลายประเทศ เช่น อินเดีย แสดงความประสงค์ให้มาเลเซียทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ย

การค้าทวิภาคีกัมพูชา-ไทยลดลงร้อยละ 43.5

นาย Kun Nhim อธิบดีกรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชา (GDCE) ระบุว่า การค้าทวิภาคีระหว่างกัมพูชากับไทยเมื่อ ม.ค.69 มีมูลค่า 209 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 43.5 จากเมื่อ ม.ค.68 โดยกัมพูชาส่งออก 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลงร้อยละ 20) และนำเข้า 151 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลงร้อยละ 49.3) โดยกัมพูชายังคงนำเข้าสินค้าเพื่อการผลิตและการลงทุน อาทิ เครื่องจักร สินค้าและปัจจัยการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมและการเกษตร ทั้งนี้ GDCE ระบุว่าข้อมูลดังกล่าวแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างการค้าระหว่างกัมพูชากับไทย ไม่ใช่การตัดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

จีนเรียกร้องให้ฟิลิปปินส์ยุติการยั่วยุและรุกล้ำน่านฟ้าบริเวณเกาะหวงเหยียนในทะเลจีนใต้

  โฆษกกองบัญชาการยุทธบริเวณภาคใต้ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน แถลงเมื่อ 18 มี.ค.69 เรียกร้องให้ฟิลิปปินส์ยุติการรุกล้ำอธิปไตยจีน และการยั่วยุที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างกัน หลังตรวจพบเครื่องบินเอนกประสงค์ขนาดเล็ก C-208 ของฟิลิปปินส์ จำนวน 2 ลำ   ที่น่านฟ้าบริเวณเกาะหวงเหยียน (Huangyan Dao) ในทะเลจีนใต้โดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ กองบัญชาการยุทธบริเวณภาคใต้ได้ส่งกองกำลังทางเรือและอากาศไปยังบริเวณดังกล่าวเพื่อแจ้งเตือนและขับไล่เครื่องบินของอีกฝ่ายแล้ว และจะยังคงเฝ้าระวังการรุกล้ำของฟิลิปปินส์ต่อไป

สหราชอาณาจักรกังวลว่าจีนอาจใช้ช่องโหว่ของกฎหมายเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

รัฐบาลสหราชอาณาจักรแสดงความห่วงกังวลว่า จีนอาจกำลังใช้ประโยชน์จากกฎหมายเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร (Freedom of Information-FOI) ของสหราชอาณาจักร รวบรวมข้อมูลที่แม้จะไม่จัดเป็นความลับ แต่มีความเสี่ยงต่อการเปิดเผยข้อมูลอ่อนไหว เนื่องจากในห้วงที่ผ่านมามีการส่งคำขอเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับด้านกลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติจำนวนมาก ซึ่งอาจมีจีนอยู่เบื้องหลัง แม้กฎหมาย FOI ซึ่งเริ่มใช้เมื่อปี 2543 จะกำหนดให้ผู้ยื่นคำขอระบุชื่อและที่อยู่จริง แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีการตรวจสอบตัวตนอย่างเข้มงวด ทำให้ยากต่อการระบุแหล่งที่มาที่แท้จริง

ความขัดแย้งใน ตอ.กลางที่ยืดเยื้อจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อมนุษยธรรมทั่วโลก

โครงการอาหารโลก (World Food Programme-WFP) เตือนเมื่อ 17 มี.ค.69 ว่า หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยืดต่อไปจนถึง มิ.ย.69 อาจทำให้ประชากรทั่วโลกประสบภาวะอดอยากเฉียบพลันเพิ่มขึ้นอีก 45 ล้านคน เนื่องจากราคาน้ำมัน ราคาอาหาร และต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่ทำให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก และทำให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น  ขณะเดียวกันการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในเลบานอน รวมถึงการออกคำสั่งอพยพ ยิ่งซ้ำเติมวิกฤตมนุษยธรรมในเลบานอน โดยประชากรมากกว่าหนึ่งล้านคนต้องพลัดถิ่นและเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือ

ผอ.ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของสหรัฐฯ ลาออก

นายโจเซฟ เคนท์ ผอ.ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ (NCTC) ของสหรัฐฯ ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อ 17 มี.ค.69 เพื่อคัดค้านการทำสงครามกับอิหร่าน โดยระบุว่าไม่สามารถสนับสนุนการทำสงครามครั้งนี้ เพราะอิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามเร่งด่วน. แต่เป็นเพราะแรงกดดันจากอิสราเอล  การลาออกของนายเคนท์เป็น จนท.ระดับสูงคนแรกของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ลาออกเนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการทำสงครามกับอิหร่าน

มาเลเซียถอนตัวออกจากข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนที่ลงนามร่วมกับสหรัฐฯ

ถ้อยแถลงของนายโจฮารี อับดุล กานี รมว.กระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมมาเลเซียระบุว่า ข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade-ART) ระหว่างมาเลเซียกับสหรัฐฯ ที่ลงนามโดยผู้นำของทั้งสองประเทศ เมื่อ 26 ต.ค.68 เป็นโมฆะ หลังจากศาลฎีกาของสหรัฐฯ ตัดสินเมื่อวันที่ 20 ก.พ.69 ให้สหรัฐฯ ยกเลิกภาษีศุลกากรตอบโต้ที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศใช้  นักวิเคราะห์กล่าวว่า ท่าทีของมาเลเซียอาจกระตุ้นให้ประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ยอมรับภาษีศุลกากรในอัตราร้อยละ 15-20 และการเข้าถึงตลาดกับสหรัฐฯ อาจเริ่มพิจารณาข้อตกลงในลักษณะดังกล่าวเช่นกัน