UN เรียกร้องปฏิรูปสถาบันระหว่างประเทศ รองรับระเบียบโลกแบบหลายขั้วอำนาจ

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) แถลงในการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO Summit) ที่กรุงบิชเคก คีร์กีซสถาน เมื่อ 1 ก.ย.69 ว่า โลกกำลังเข้าสู่ระเบียบโลกแบบหลายขั้วอำนาจ ซึ่งจะเสริมสร้างระบบพหุภาคีและเพิ่มความเป็นธรรมในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศปฏิรูปสถาบันพหุภาคี โดยเสนอให้ UN และ SCO ขยายความร่วมมือใน 4 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงโลก การจัดหาเงินทุนเพื่อการพัฒนา การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งนี้ เลขาธิการ UN ยังเรียกร้องทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน เคารพข้อตกลงหยุดยิงและกฎระเยียบ

กัมพูชาเริ่มก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษและศูนย์โลจิสติกส์ Cambodia SuperPort

นายฮุน มานี รอง นรม.และ รมว.กิจการสาธารณะ เป็นผู้แทน นรม.กัมพูชา และนาย Steven Pang Chee Wee ออท.สิงคโปร์/กัมพูชา พร้อมด้วย จนท.ระดับสูงของกัมพูชา เข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการ Cambodia SuperPort ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษและศูนย์โลจิสติกส์-อุตสาหกรรมครบวงจรแห่งใหม่ เมื่อ 1 ก.ย.69 มีพื้นที่ 825 ไร่ ใน จ.กัมปงสปือ (ตอนกลางของประเทศ) มูลค่าการลงทุน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาล เอกชนกัมพูชา และบริษัท YCH Group ของสิงคโปร์ เพื่อเชื่อมโยงฐานการผลิตภายในประเทศเข้ากับระบบขนส่งมวลชนหลายรูปแบบกับตลาดภูมิภาค ตลาดโลก ยกระดับประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน และตอบสนองความต้องการของนักลงทุนและธุรกิจ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างงานในกัมพูชา

เมียนมาเข้มงวดการเปลี่ยนประเภทหนังสือเดินทางของพลเมืองในต่างประเทศ

สนข. DVB รายงานเมื่อ 31 ส.ค.69 ว่า สอท./สกญ.เมียนมาในต่างประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ไทย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เพิ่มความเข้มงวดในการดำเนินการเกี่ยวกับหนังสือเดินทางของชาวเมียนมาในต่างประเทศ โดยเฉพาะการเปลี่ยนประเภทหนังสือเดินทาง เช่น จากประเภทท่องเที่ยว   เป็นประเภททำงาน  หรือศึกษาจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติและได้รับความเห็นชอบจากส่วนกลางของรัฐบาลเมียนมา ทำให้กระบวนการใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 2 เดือน ขณะที่การต่ออายุหนังสือเดินทางประเภทเดิมยังสามารถดำเนินการผ่าน สอท./สกญ.ได้โดยตรง โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบเพิ่มเติมจากส่วนกลาง  มาตรการข้างต้นสร้างความกังวลในกลุ่มแรงงานและนักศึกษาชาวเมียนมาในต่างประเทศว่า การเพิ่มขั้นตอนตรวจสอบจากส่วนกลางอาจถูกใช้เป็นกลไกในการติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองและชาวเมียนมาที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ

จีนเผยแพร่แนวทางการชักชวนชาวจีนให้เป็นสายลับ

กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐจีน (MSS) เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ 31 ส.ค.69 รายละเอียดผลการสอบสวนนายจาง ซึ่งเป็นพลเมืองของจีน ที่จบการศึกษาจากต่างประเทศ และทำงานในบริษัทการค้าอุตสาหกรรมทางทหารของจีน  ถูกชักชวนจากนักการทูต 2 ประเทศ หลังทำความรู้จักกันในงานเลี้ยงและพัฒนาสัมพันธ์กันต่อเนื่อง จนนำไปสู่การจ้างนายจางให้ช่วยแปลเอกสารทางเทคนิค หลอกถามข้อมูลละเอียดอ่อน และข้อมูลภายในบริษัท รวมทั้งรายละเอียดการทำงาน และข้อมูลการซื้อ-ขายอาวุธสงครามของบริษัท แลกกับค่าตอบแทน   MSS เปิดเผยว่าต้องการให้กรณีดังกล่าว กระตุ้นเตือนประชาชนและเผยแพร่วิธีการชักชวนบุคคลให้เป็นสายลับของหน่วยข่าวกรองต่างชาติ ซึ่งมักกระทำต่อเป้าหมาย อาทิ นักวิจัย เจ้าหน้าที่ทางทหาร และเจ้าหน้าที่จีนที่ไปประจำการในต่างประเทศ รวมถึงนักวิชาการ และพนักงานทั่วไป

อาเซียน-จีนเตรียมจัดงานมหกรรมแสดงสินค้า (CAEXPO) ครั้งที่ 23

งานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (CAEXPO) ครั้งที่ 23  ที่เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้จีน ระหว่าง 17-21 ก.ย.69 ภายใต้หัวข้อ “ACFTA 3.0 Opportunities, Better Life” มุ่งเน้นการพัฒนาความร่วมมือภายใต้กรอบความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ฉบับปรับปรุง (ACFTA 3.0) โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อส่งเสริมการไหลเวียนข้อมูลข้ามพรมแดน ตลอดจนการพัฒนามาตรฐานและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้  การค้าระหว่างอาเซียน-จีน ระหว่าง ม.ค.-ก.ค.69 มีมูลค่า 744,410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่การลงทุนระหว่างอาเซียนกับจีน รวมถึงรายได้จากโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่บริษัทจีนดำเนินการในประเทศสมาชิกอาเซียน เมื่อ ก.ค.69 มีมูลค่ารวมกว่า 515,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ โครงการรถไฟสายตะวันออก (ECRL) ของมาเลเซีย โครงการรถไฟความเร็วสูงจาการ์ตา-บันดุง (Whoosh) และโครงการเชื่อมต่อสายส่งไฟฟ้าจีน-ลาว

เวเนซุเอลาและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงด้านพลังงานระยะ 25 ปี

น.ส.เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา แถลงผ่านการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อ 30 ส.ค.69 ว่า เวเนซุเอลาและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงด้านพลังงาน  ระยะเวลา 25 ปี ครอบคลุมการพัฒนาแหล่งน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์   และแหล่งสัมปทานใหม่ในเวเนซุเอลา โดยรัฐบาลเวเนซุเอลาตั้งเป้าว่าข้อตกลงดังกล่าว จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบของประเทศ เป็น 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าจะสร้างรายได้เข้าประเทศ ประมาณ 209,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ   ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวของรักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา มีขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุเมื่อ 28 ส.ค.69 เกี่ยวกับแผนที่สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมปริมาณสำรองน้ำมันของเวเนซุเอลา กว่า 65,000 ล้านบาร์เรล ผ่านการร่วมทุนกับภาคเอกชน

ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เรียกร้องให้ประชาชนร่วมภารกิจปกป้องประเทศ

เมื่อ 31 ส.ค.69 อ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ในโอกาสวันวีรบุรุษแห่งชาติ เรียกร้องให้ชาวฟิลิปปินส์ร่วมแบ่งปันความรับผิดชอบในการปกป้องดินแดน อธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติ ซึ่งเป็นภารกิจของทุกคน  พร้อมทั้งย้ำจุดยืนของรัฐบาลในการยืนยันสิทธิ์ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศรวมถึงให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับที่มาและความสำคัญของสิทธิทางทะเลของประเทศ และใช้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ส่งเสริมความจริง ต่อต้านข้อมูลเท็จ และส่งเสริมการสนทนาอย่างมีความรับผิดชอบ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ยังเน้นถึงบทบาทสำคัญของหน่วยยามฝั่ง กองทัพ สนง.ทรัพยากรประมงและสัตว์น้ำ และชาวประมง ที่เปรียบเสมือนแนวหน้าในการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติในทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก

สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศรอบใหม่ต่ออิหร่าน

ในช่วงเช้าของ 30 ส.ค.69 กองกำลังสหรัฐฯ ได้โจมตีทางอากาศใส่แท่นยิงจรวดของอิหร่าน 2 แห่งบนเกาะลารัค (Larak Island) ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางทหารครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งเดือน เนื่องจากตรวจพบว่าอิหร่านเตรียมยิงจรวดเพื่อวางทุ่นระเบิดรอบใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือและขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก จึงต้องโจมตีเพื่อปกป้องเสรีภาพในการเดินเรือสินค้า   การโจมตีครั้งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent  ปรับขึ้นสูงเหนือระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง (ประมาณ 90.31 ดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นอยู่ที่ 85.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล  เนื่องจากความกังวลว่าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับสู่ความรุนแรงอีกครั้ง

ศรีลังกาเฝ้าระวังเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะ

เว็บไซต์ นสพ.Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 31 ส.ค.69 ว่า ศรีลังกาเฝ้าติดตามเรือบรรทุกน้ำมันประมาณ 20 ลำ ซึ่งจอดทอดสมออยู่นอกชายฝั่งใกล้เขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone-EEZ) ของศรีลังกา โดยเป็นเรือติดธงอิหร่านประมาณ 13 ลำ และบางส่วนเป็นเรือในกองเรือที่ใช้วิธีอำพรางการปฏิบัติการ เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ทั้งนี้ เรือดังกล่าวยังอยู่นอกน่านน้ำศรีลังกา จึงไม่อยู่ภายใต้อำนาจแทรกแซงของศรีลังกาโดยตรง และรัฐบาลยืนยันว่า ไม่ได้ให้บริการหรือความช่วยเหลือใดแก่เรือดังกล่าว ขณะที่ ทร. และ ทอ.ศรีลังกายังคงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง โดยยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายหรือการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ

ลาวร่วมมือกับจีนพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ในแขวงเซียงขวาง

เว็บไซต์ข่าว Laotian Times รายงานเมื่อ 28 ส.ค.69 ว่า ลาวเตรียมก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 330 เมกกะวัตต์ ในแขวงเซียงขวาง มูลค่าการลงทุน 202.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท B Rich Namphan Power Sole เอกชนลาว กับบริษัท China Western Power Industrial และ บริษัท Dongdok Construction and Installation Engineering Sol คาดจะแล้วเสร็จในปี 2572 ระยะเวลาดำเนินการ 25 ปี เป้าหมายสำคัญเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้า เฉพาะอย่างยิ่งช่วงฤดูแล้ง ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าดังกล่าวใช้เทคโนโลยีซูเปอร์คริติคัล ซึ่งมีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินแบบเดิม และช่วยลดการปล่อยมลพิษต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้จะขายให้การไฟฟ้าลาว (EDL) เพื่อนำไปจ่ายให้แก่ภาคอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดกลางในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศ ปัจจุบัน ลาวพยายามส่งเสริมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโซลาร์รูฟท๊อป เพื่อลดการพึ่งพาโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ และเมื่อ มิ.ย.69 ลาวกับรัสเซียลงนามศึกษาความเป็นไปได้การพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์…