สหรัฐฯ เตรียมเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมร้อยละ 10 – 12.5 60 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทย

สนง.ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เผยแพร่มาตรการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมเมื่อ 2 มิ.ย.69 ซึ่งเป็นผลล่าสุดจากการสอบสวนพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมตาม Section 301 เมื่อ มี.ค.69 ที่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมร้อยละ 10 – 12.5 กับสินค้านำเข้าจาก 60 ประเทศรวมทั้งไทย  เนื่องจากประเทศดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการอย่างเพียงพอเพื่อควบคุมการค้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ (forced labor) ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อการค้าของสหรัฐฯ โดยจะเรียกเก็บภาษีร้อยละ 10 ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนการใช้แรงงานบังคับ จากสินค้าที่นำเข้าจากแคนาดา เอกวาดอร์ สหภาพยุโรป อินโดนีเซีย เม็กซิโก ปากีสถาน อาร์เจนตินา บังกลาเทศ กัมพูชา เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา มาเลเซีย ไต้หวัน และสหราชอาณาจักร ส่วนอีก 45 ประเทศที่เหลือซึ่งถูกสอบสวนในครั้งนี้ จะถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมในอัตราร้อยละ 12.5 ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นข้อเสนอของ USTR ซึ่งต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นทางการ (Public Hearing) ใน 7 ก.ค.69 จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก่อนจะมีผลบังคับใช้

เมียนมาทำพิธีเปิดใช้งานคลังสินค้าแห่งใหม่ที่ท่าเรือติลาวาในภาคย่างกุ้ง

นายเมียะทุนอู รมว.กระทรวงคมนาคม การพัฒนาด้านดิจิทัลและการสื่อสารเมียนมา เป็นประธานพิธีเปิดใช้งานคลังสินค้าแห่งใหม่ เมื่อ 31 พ.ค.69 หรือภายใต้ชื่อ “Modern Warehouse No 1” ที่ดำเนินการโดยบริษัท Myanmar Agribusiness and General Development Public Company Limited (MAGDPL) บริเวณท่าเทียบเรือหมายเลข 29 ที่ท่าเรือติลาวา ในภาคย่างกุ้ง  นายเมียะทุนอูระบุว่า ท่าเรือติลาวามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการค้าผ่านแดนและธุรกิจขนถ่ายสินค้า เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคการค้าของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้บริษัท MAGDPL ลงทุนในคลังสินค้าอีก 3 แห่ง และสนับสนุนให้นักลงทุนรายอื่น ๆ ให้เร่งดำเนินโครงการ

WMO ประเมินว่าโลกจะเผชิญปรากฏการณ์เอลนีโญ ห้วง มิ.ย. – ส.ค.69

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization – WMO) ประเมินเมื่อ 2 มิ.ย.69 ว่า มีโอกาสสูงถึงร้อยละ 80 ที่โลกจะเผชิญปรากฏการณ์เอลนีโญระหว่างห้วง มิ.ย. – ส.ค.69 ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นและส่งผลให้เกิดสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรม พลังงาน การค้า ทรัพยากรน้ำ ห่วงโซ่อุปทาน และความเป็นอยู่ของประชาชน และระบุด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทำให้ผลกระทบของเอลนีโญรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ดี WMO จะร่วมมือกับหน่วยงานด้านสภาพอากาศทั่วโลกในการติดตามตรวจสอบสภาพอากาศ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของรัฐบาล และหน่วยงานด้านมนุษยธรรม พร้อมย้ำว่าการพยากรณ์อากาศและระบบเตือนภัยล่วงหน้ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการช่วยชีวิตและลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

บริษัทจีนจะเข้าร่วมด้านวิศวกรรมติดตั้งแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติของ ปตท.สผ. ในเมียนมา

เว็บไซต์ Upstream Online รายงานเมื่อ 2 มิ.ย.69 ว่า บริษัท Hilong ของจีนจะเข้าร่วมดำเนินการด้านวิศวกรรมเพื่อติดตั้งแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่งของปตท.สผ. จำนวน 2 แท่น ในโครงการ Block M3 แหล่งอ่องซิงข่า บริเวณอ่าวเมาะตะมะ ภาคย่างกุ้ง เมียนมา ซึ่ง ปตท.สผ. ถือครองหุ้นส่วนอยู่ที่ร้อยละ 100 และตั้งเป้าหมายผลิตก๊าซธรรมชาติจำหน่ายในเมียนมาภายในปี 2571 อย่างไรก็ตาม นับเป็นครั้งแรกที่ ปตท.สผ. เปิดให้บริษัท Hilong เข้าดำเนินโครงการภายในเมียนมา แม้ว่าเคยทำงานร่วมกันในโครงการที่ประเทศอื่นมาก่อนแล้ว

ยูเครนคาดการณ์ว่าจะถูกรัสเซียโจมตีครั้งใหญ่ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง

รัสเซียโจมตีเมืองใหญของยูเครน ได้แก่ กรุงเคียฟและเมืองดนีโปร ด้วยโดรนประมาณ 650 ลำ และขีปนาวุธจำนวนกว่า 70 ลูก เมื่อ 2 มิ.ย.69 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 23 คนและบาดเจ็บ 130 คน ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ของรัสเซียต่อยูเครนครั้งที่ 3 ในรอบหนึ่งเดือน ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวว่ารัสเซียอาจโจมตียูเครนอีกครั้งในช่วงเย็นของ 3 มิ.ย.69  โดยปัจจุบัน ยูเครนมีระบบป้องกันภัยทางอากาศไม่เพียงพอต่อการสกัดกั้นขีปนาวุธของรัสเซีย พร้อมทั้งเรียกร้องให้พันธมิตรทุกฝ่ายรวมถึงประเทศในยุโรปคงความร่วมมือเพื่อเป็นหลักประกันว่ายูเครนจะได้รับขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ ระบบและอุปกรณ์ที่จำเป็น ข้อมูลข่าวกรองสำคัญ ตลอดจนทรัพยากรอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการโจมตีดังกล่าว

นรม.ญี่ปุ่น หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีอิหร่าน

นางคาทาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น หารือทางโทรศัพท์กับนายมัสอูด ปิซิชกียอน ประธานาธิบดีอิหร่าน เมื่อ 1 มิ.ย.69 โดย นรม.ญี่ปุ่นย้ำจุดยืนของญี่ปุ่นว่า การลดความตึงเครียดของสถานการณ์ด้วยการเจรจาสำคัญที่สุด พร้อมแสดงความคาดหวังให้อิหร่านแสดงความยืดหยุ่นอย่างเต็มที่ และสามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้โดยเร็วที่สุด พร้อมกับเรียกร้องให้อิหร่านรับประกันเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สำหรับเรือของทุกประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น และประเทศในทวีปเอเชีย ขณะที่ประธานาธิบดีอิหร่านได้ชี้แจงท่าทีและการประเมินสถานการณ์ของอิหร่าน โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะสื่อสารอย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ การหารือทางโทรศัพท์ระหว่าง นรม.ญี่ปุ่น กับประธานาธิบดีอิหร่านครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สามตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความขัดแย้งเมื่อปลาย ก.พ.69

มาเลเซียอยู่ระหว่างพิจารณาจัดซื้อขีปนาวุธโจมตีทางทะเลจากประเทศอื่น

ดาตุ๊ก ซรี โมฮาเม็ด คาเล็ด โนร์ดิน รมว.กห.มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 2 มิ.ย.69 ว่า มาเลเซียอยู่ระหว่างพิจารณาบริษัทผู้ผลิตขีปนาวุธจากอิตาลี ฝรั่งเศส ตุรกี เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ในการจัดหาขีปนาวุธโจมตีทางทะเล (Naval Strike Missile System-NSM) ที่รัฐบาลนอร์เวย์ระงับใบอนุญาตส่งออกเมื่อ 14 พ.ค.69 โดย กห.มาเลเซียจะประเมินความพร้อมในการส่งมอบขีปนาวุธก่อนตัดสินใจลงนามคำสั่งซื้อใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลา 4-5 ปีกว่าบริษัทจะผลิตและส่งมอบ แต่หากบริษัทใดมีสินค้าพร้อมจำหน่าย รัฐบาลอาจพิจารณาสั่งซื้อให้เร็วที่สุด เพื่อให้พร้อมสำหรับการส่งมอบเรือรบ Littoral Combat Ship (LCS) ใน ธ.ค.69

อินเดียส่งออกขีปนาวุธ Brahmos ให้แก่เวียดนาม

ปลัด กห.อินเดีย แถลงข่าวนอกรอบการประชุม Shangri-La Dialogue ที่สิงคโปร์ เมื่อ 30 มิ.ย.69 ยืนยันอินเดียจะส่งออกขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียง Brahmos แก่เวียดนาม ข้อตกลงมีมูลค่ากว่า 6,000 ล้านรูปี (629 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ครอบคลุมการฝึกอบรมและการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ ขณะที่อินโดนีเซียยังอยู่ในการเจรจาขั้นตอนสุดท้าย ทั้งนี้ อินเดียส่งออกขีปนาวุธ  Brahmos ให้แก่ฟิลิปปินส์เป็นรายแรกในปี 2567 และชุดที่ 2 ในปี 2568  ทั้งนี้ อินเดียให้ความสำคัญกับสมาชิกอาเซียนในการแบ่งปันเทคโนโลยีชั้นสูง และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในภูมิภาคและนอกภูมิภาคในความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ พื้นที่ทางทะเลที่ปลอดภัย และความร่วมมือด้านนวัตกรรม

รมว.กห.ประเทศสมาชิกอาเซียนย้ำสิทธิในการเดินเรือภายใต้ UNCLOS

รมว.กห./ผู้แทนของสมาชิกอาเซียน 8 ประเทศ นำโดยนายชาน ชุน ซิง รมว.กห.สิงคโปร์ และนายกิลเบอร์โต เตโอโดโร จูเนียร์ รมว.กห.ฟิลิปปินส์ พบหารือในห้วงการประชุม Shangri-La Dialogue (SLD) ที่สิงคโปร์ เมื่อ 30 พ.ค.69 ยืนยันถึงความสำคัญของกฎหมายและบรรทัดฐานระหว่างประเทศ gฉพาะอย่างยิ่ง การเดินเรือผ่าน ตามที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)  รวมทั้งย้ำความสำคัญของ SLD ในฐานะเวทีการประชุมด้านความมั่นคงประจำปี ที่เปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกอาเซียนได้พบปะและแลกเปลี่ยนกับ จนท.ด้านกลาโหมและความมั่นคงจากทั่วโลก พร้อมกันนี้ ได้แลกเปลี่ยนแนวทางที่อาเซียนจะมีส่วนช่วยส่งเสริมสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค ตลอดจนการฝึกร่วมระหว่างกองทัพของประเทศในอาเซียนกับภาคีนอกภูมิภาค ภายใต้กรอบการประชุม รมว.กห.อาเซียนกับประเทศคู่เจรจา (ADMM-Plus)

อินเดียให้การต้อนรับประธานาธิบดีเมียนมา

อินเดียให้การต้อนรับนายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา พร้อมคณะผู้แทนระดับสูงและภาคธุรกิจ ในการเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการระหว่าง 30 พ.ค.-3 มิ.ย.69 โดยเยี่ยมชมวัดมหาโพธิ เมืองพุทธคยา รัฐพิหาร เพื่อสะท้อนความเชื่อมโยงทางพุทธศาสนาและประชาชนที่มีร่วมกัน และใน 1 มิ.ย.69 พบหารือกับ นรม.นเรนทรา โมดิ ของอินเดีย  เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ และพบปะภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เมืองมุมไบ รัฐมหาราษฏระ ใน 2 มิ.ย.69 ขณะที่ นายสุพรหมณยัม ชัยศังกระ รมว.กต.อินเดีย เผยแพร่ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X  ยินดีที่ได้พบหารือกับนายมินอองไลง์ การเยือนอินเดียของนายมินอองไลง์ เป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 10 เม.ย.69