อินโดนีเซียยื่นคำร้องเข้าเป็นสมาชิก CPTPP

นายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีประสานงานฝ่ายกิจการเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย เปิดเผยเมื่อ 25 ก.ย.67 ว่า อินโดนีเซียยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเพื่อเข้าเป็นสมาชิกความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership-CPTPP) ต่อนิวซีแลนด์ในฐานะผู้เก็บรักษาข้อตกลงดังกล่าว ทั้งนี้ นายแอร์ลังกา ระบุว่า การเข้าเป็นสมาชิก CPTPP จะช่วยขยายตลาดใหม่ โดยเฉพาะเม็กซิโกและเปรู และเพิ่มมูลค่าการส่งออกของอินโดนีเซียได้ถึงร้อยละ 10 อีกทั้งยังคาดว่าการเป็นสมาชิกจะส่งเสริมบทบาทของอินโดนีเซียในเวทีโลก ปัจจุบัน สมาชิก CPTPP ประกอบด้วย 11 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา ชิลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ เปรู สิงคโปร์ และเวียดนาม

หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เชื่อว่ารัสเซียและอิหร่านใช้ AI แทรกแซงการเลือกตั้ง

สำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ (ODNI) เปิดเผยรายงานเมื่อ 24 กันยายน 2567 ว่า อิหร่านและรัสเซียใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องมือในการสร้างเนื้อหาเพื่อโน้มน้าวความคิดเห็นของชาวอเมริกันต่อการเลือกตั้งทั่วไปสหรัฐฯ ในปี 2567 เนื่องจากการใช้ AI อำนวยความสะดวกให้สามารถจัดทำเนื้อหาสำหรับเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ดังนั้น หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ สรุปว่า AI เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสร้างเนื้อหาที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกหรือความเชื่อของมนุษย์

นรม.อินเดียพบหารือกับประธานาธิบดียูเครน นอกรอบการประชุม UNGA

เว็บไซต์ The Hindu รายงานเมื่อ 24 ก.ย.67 อ้างถ้อยแถลงของนาย Vikram Misri ปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ของอินเดีย หารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน นอกรอบการประชุม UNGA เมื่อ 23 ก.ย.67 ตามคำขอของฝ่ายยูเครน ประเด็นสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน และความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างอินเดียกับยูเครน โดยไม่มีการกล่าวถึงกรณีที่อินเดียยังคงซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย ในโอกาสนี้ ประธานาธิบดีเซเลนสกี กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีโมดิ ที่สนับสนุนกระบวนการมุ่งสู่สันติภาพและเสถียรภาพ อย่างไรก็ดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ย้ำว่านายโมดิห่วงกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และมุ่งมั่นที่จะแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนจากการหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ ห้วงที่ผ่านมา

ญี่ปุ่นลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับเมียนมา

The Irrawaddy รายงานเมื่อ 24 ก.ย.67 ว่า ญี่ปุ่นปรับลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับเมียนมาโดยจะไม่ส่งเอกอัครราชทูต เข้าไปประจำการในเมียนมา หลังจากที่นาย Ichiro Maruyama เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ณ กรุงย่างกุ้ง หมดวาระ โดยจะมอบหมายให้อุปทูตรักษาการสถานเอกอัครราชทูตเป็นผู้แทนทางการทูตระดับสูงที่สุดของญี่ปุ่นในเมียนมา ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุรัฐประหารเมื่อปี 2564 หลายประเทศ โดยเฉพาะชาติตะวันตก ปรับลดระดับผู้แทนทางการทูตในเมียนมาเหลือเพียงอุปทูต เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือเพื่อหลีกเลี่ยงการรับรองสถานะรัฐบาลเมียนมา เนื่องจากเอกอัครราชทูตต้องยื่นสาส์นตราตั้งแต่ พล.อ.อาสุโส มินอองไลง์

รัสเซียยังไม่ยอมรับแผนชัยชนะของผู้นำยูเครน

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียแถลงเมื่อ 23 ก.ย.67 ว่า รัสเซียไม่ยอมรับแผนชัยชนะ (Victory Plan) ของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เว้นหากมีที่มาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากข้อมูลจากสื่อไม่น่าเชื่อถือและขัดแย้งกันในหลายประเด็น ทั้งนี้ ประธานาธิบดียูเครนประกาศการจัดทำแผนชัยชนะที่อาจยุติความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนได้ภายในสิ้นปี 2567 และจะเสนอต่อประธานาธิบดี สมาชิกรัฐสภา และผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในห้วง 24-26 ก.ย.67 หนังสือพิมพ์ The Times รายงานเมื่อ 22 ก.ย.67 ว่าแผนชัยชนะของยูเครนมีสาระสำคัญ 4 ประเด็น คือ 1) การรับประกันความมั่นคงของยูเครนที่คล้ายกับหลักการป้องกันร่วมของเนโต 2) การใช้การยึดครองแคว้นคุสค์ของรัสเซียเป็นข้อต่อรองแลกเปลี่ยนดินแดนคืนจากรัสเซีย 3) การส่งมอบอาวุธขั้นสูงแก่ยูเครน และ 4) การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ยูเครน

บราซิลต้องการผลักดันกฎระเบียบด้าน AI ให้เป็นวาระการประชุมกลุ่ม G20

นางลูเซียน่า ซานโตส รัฐมนตรีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของบราซิลกล่าวให้สัมภาษณ์เมื่อ 23 ก.ย.67 ว่าบราซิลต้องการผลักดันกฎระเบียบด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) ให้เป็นวาระการประชุมกลุ่ม G20 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพในพ.ย.67 ซึ่งบราซิลต้องการให้ที่ประชุมหาแนวทางลดความเหลื่อมล้ำด้านการพัฒนา AI ระหว่างประเทศมหาอำนาจกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะการกำหนดกฎระเบียบด้าน AI หรือการระงับการใช้ AI ในบางกรณี

รัสเซียจะใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐฯ กรณีติดตั้งขีปนาวุธในเอเชีย-แปซิฟิก

นายเซอร์เกย์ รียาคอฟ รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศรัสเซีย แถลงเมื่อ 23 ก.ย.67 ว่า รัสเซียอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการที่จำเป็นเพื่อตอบโต้อย่างสมดุลต่อกรณีสหรัฐฯ มีแผนจะติดตั้งขีปนาวุธพิสัยใกล้และกลางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยรัสเซียจะประเมินจากฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด เนื่องจากรัสเซียไม่สามารถคาดการณ์สถานการณ์เชิงบวกจากพฤติกรรมของสหรัฐฯ อีกทั้งนักการเมืองและผู้นำของสหรัฐฯ มุ่งมั่นดำเนินนโยบายที่จะยกระดับความรุนแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับรัสเซีย รวมถึงจีน ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่สื่อรายงานถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะติดตั้งระบบยิงขีปนาวุธพิสัยกลางไทฟอน (Typhon systems) บนเกาะลูซอน ทางเหนือของฟิลิปปินส์ อย่างถาวร หลังติดตั้งชั่วคราวตั้งแต่ เม.ย.64 ในห้วงฝึกร่วมทางทหารระหว่างสหรัฐ-ฟิลิปปินส์ และนายเอดูอาร์โด อาโน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติฟิลิปปินส์ ระบุเมื่อ 20 ก.ย.67 ว่า สหรัฐฯ และฟิลิปปินส์ยังไม่มีแผนจะถอนการติดตั้งขีปนาวุธดังกล่าวออกจากดินแดนฟิลิปปินส์ เนื่องจากยังจำเป็นต่อการฝึกร่วมทางทหาร สำหรับขีปนาวุธดังกล่าวมีพิสัยการโจมตีถึงชายฝั่งของจีน และสิ่งอำนวยความสะดวกในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้

ประธานาธิบดีสีแสดงความยินดีและหวังกระชับความร่วมมือใน BRI กับประธานาธิบดีศรีลังกาคนใหม่

สำนักข่าว AFP รายงานอ้างสถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีน เมื่อ 23 ก.ย.67 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน แสดงความยินดีต่อนาย Anura Kumara Dissanayake ที่ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีศรีลังกาคนใหม่เมื่อ 22 ก.ย.67 โดยแสดงความพร้อมที่จะทำงานร่วมกันเพื่อสานต่อมิตรภาพดั้งเดิม เสริมสร้างความไว้วางใจกันในทางการเมือง รวมถึงคาดหวังที่จะขยายความร่วมมือในข้อริเริ่ม Belt and Road Initiative (BRI) กับศรีลังกาให้ประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นต่อไป อนึ่ง จีนมีสถานะเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของศรีลังกาด้วยเงินกู้จำนวน 4,660 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากมูลค่าหนี้ทั้งหมด 10,580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สหรัฐฯ เตรียมคว่ำบาตรการนำเข้าชิ้นส่วนและระบบซอฟต์แวร์ยานยนต์จากจีนและรัสเซีย

สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 23 ก.ย.67 ว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เตรียมประกาศห้ามบริษัทผู้ผลิตหรือนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ของสหรัฐฯ ใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของจีนและรัสเซีย เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ โดยจะเริ่มบังคับใช้มาตรการดังกล่าวสำหรับยานยนต์ทุกประเภทที่เชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ของจีนและรัสเซียรุ่นปี 2570 และฮาร์ดแวร์รุ่นปี 2573 โดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้ระบบคำสั่งการผ่านระบบบลูทูธ อินเทอร์เน็ต ดาวเทียม และไวไฟ รถยนต์ไร้คนขับ รถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีจีนหรือรัสเซีย แม้จะผลิตในสหรัฐฯ แต่จะยกเว้นยานยนต์ที่ไม่ได้ใช้ในถนนสาธารณะ เช่น ยานยนต์สำหรับการทำเกษตรกรรม และทำเหมือง การจะประกาศดังกล่าวเนื่องจากสหรัฐฯ เชื่อว่า จีนและรัสเซียอาจใช้ประโยชน์จากการเข้าถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ในรถ อาทิ ไมโครโฟน กล้อง ระบบติดตาม GPS ระบบดาวเทียม และบลูทูธ เพื่อแทรกแซงสหรัฐฯ และรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของชาวอเมริกัน อีกทั้งยังอาจปิดระบบหรือควบคุมรถยนต์ไฟฟ้า ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือการก่อวินาศกรรมในสหรัฐฯ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นแนวทางเพิ่มเติมจากการขึ้นภาษีนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าตอบโต้กรณีจีนผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าราคาถูกจำนวนมาก โดยมีเป้าหมายลดการพึ่งพาชิ้นส่วนจากจีน และสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ภายในสหรัฐฯ

ERIA จัดการประชุม East Asia Energy Forum ครั้งที่ 7 ที่ลาว

เว็บไซต์สถาบันวิจัยทางเศรษฐกิจเพื่ออาเซียนและเอเชียตะวันออก (Economic Research Institute for ASEAN and East Asia-ERIA) รายงานว่า ERIA เป็นเจ้าภาพร่วมกับกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ของลาวจัดการประชุม East Asia Energy Forum ครั้งที่ 7 เมื่อ 23 ก.ย.67 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ภายใต้แนวคิด “Energy Policy Directions for Inclusive and Sustainable Development for ASEAN” เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจากประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน เกี่ยวกับนโยบายความมั่นคงด้านพลังงาน สำหรับสนับสนุนแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาค