สื่ออินเดียติดตามรายงานการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชา

สื่อหลักของอินเดียยังคงให้ความสำคัญในการติดตามรายงานสถานการณ์การปะทะระหว่างไทยและกัมพูชา  อาทิ สนข.The Press Trust of India (PTI) และเว็บไซต์ ndtv.com เมื่อ 29 ก.ค.68 อ้างสนข. AP ประเด็นการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชาว่าจะเกิดขึ้นตามกำหนดหรือไม่ โดยกองทัพไทยกล่าวว่ากัมพูชาเปิดฉากโจมตีในหลายพื้นที่หลังจากการหยุดยิงที่ควรมีผลตามกำหนด ในขณะที่กัมพูชาปฏิเสธไม่มีการยิงโจมตีสถานที่ใด ๆ

ค่าเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักของอาเซียน 4 ประเทศ มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น

  นสพ.Manila times รายงานอ้างการวิเคราะห์ของ Maybank FX Research & Strategy เมื่อ 28 ก.ค.68 ว่า ค่าเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักของอาเซียน 4 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย (รูเปียห์) มาเลเซีย (ริงกิต) ฟิลิปปินส์ (เปโซ) และไทย (บาท) มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จากปัจจัยทั้งภายนอกและภายใน ได้แก่ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ การปรับลดอัตราดอกเบี้ย และความคืบหน้าในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ นอกจากนี้ อาเซียนยังได้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจระดับมหภาคที่เอื้อต่อการไหลเข้าของเงินลงทุนในตลาดเกิดใหม่

จีน-สหรัฐฯ อาจตกลงขยายการระงับใช้ภาษีตอบโต้ระหว่างกันออกไปอีก 90 วัน

นสพ. South China Morning Post รายงานเมื่อ 28 ก.ค.68 อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดทางการจีนว่า การเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ รอบที่ 3 ที่กรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน ซึ่งจะเริ่มใน 29 ก.ค.68 มีแนวโน้มที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงขยายเวลาระงับการบังคับใช้การขึ้นอัตราภาษีนำเข้าต่อกันออกไปอีก 90 วัน และจะไม่มีการกำหนดมาตรการใหม่ทางภาษีหรือมาตรการตอบโต้ใด ๆ ที่จะเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างกัน โดยมีความเป็นไปได้ที่การหารือจะมุ่งเน้นในประเด็นที่เป็นอุปสรรค อาทิ ข้อห่วงกังวลของสหรัฐฯ ต่อการผลิตที่ล้นเกินของภาคอุตสาหกรรมจีน มากกว่าการมุ่งบรรลุข้อตกลงการค้า  

กิจกรรมชุมนุมขับไล่ นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ยอดสูงสุด 18,000 คน

สนข.The Sun รายงานเมื่อ 26 ก.ค.68 ว่า การชุมนุมขับไล่ นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ออกจากตำแหน่ง ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เนื่องจากประชาชนไม่พอใจปัญหาค่าครองชีพสูงและการขยายอัตราภาษีการขายและบริการ กับทั้งล้มเหลวในการบริหารประเทศ การชุมนุมได้ยุติด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุรุนแรง มียอดผู้เข้าร่วมชุมนุมสูงสุดประมาณ 18,000 คน   อย่างไรก็ดี ตำรวจจะตรวจสอบเนื้อหาการปราศรัยว่ามีการละเมิดกฎหมาย เฉพาะอย่างยิ่งในประเด็น 3R (ศาสนา เชื้อชาติ ราชวงศ์) หรือไม่ หากพบการละเมิด  ต้องการดำเนินตามกฎหมาย  

จีนคาดหวังว่าไทยกับกัมพูชาจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ผ่านการเจรจา

นายกัว เจียคุน โฆษก กต.จีน ตอบคำถามสื่อเมื่อ 24 ก.ค.68 กรณีการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชาบริเวณชายแดน ว่า จีนกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดขึ้น เนื่องจากไทยและกัมพูชาต่างเป็นเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรของจีนและเป็นสมาชิกสำคัญของอาเซียน และย้ำว่าการรักษาความสัมพันธ์อันดีในฐานประเทศเพื่อนบ้านและจัดการกับความแตกต่างอย่างเหมาะสมสอดคล้องจะเป็นรากฐานของผลประโยชน์ระยะยาวของทั้งสองฝ่าย โดยจีนคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาและหารือ จีนที่ยึดมั่นในจุดยืนที่ยุติธรรมและเป็นกลาง จะแสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการส่งเสริมการเจรจาและลดความตึงเครียดต่อไป

สหรัฐฯ เรียกร้องให้ไทยและกัมพูชายุติความขัดแย้ง

นาย Tommy Pigott รองโฆษกประจำ กต.สหรัฐฯ แถลงเมื่อ 24 ก.ค.68 เรียกร้องให้ไทยและกัมพูชายุติความขัดแย้งโดยทันที หลังจากการปะทะกันอย่างรุนแรงบริเวณชายแดน และเรียกร้องให้คุ้มครองพลเรือน พร้อมกับดำเนินการเข้าสู่กระบวนเจรจา นอกจากนี้ สอท.สหรัฐฯ/กรุงเทพ แถลงในวันเดียวกันว่า ได้รับรายงานการปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งมีการใช้อาวุธสงครามตามแนวชายแดน ที่ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต โดยรัฐบาลไทยได้ประกาศอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง จึงขอให้ชาวอเมริกันที่อาศัย หรือเดินทางไปบริเวณพื้นที่ชายแดน ติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามข้อแนะนำจากหน่วยงานความมั่นคงของไทยรวมทั้งหน่วยงานในพื้นที่

รมว.กต.ญี่ปุ่น หารือทางโทรศัพท์กับ รมว.กต.กัมพูชา

นายอิวายะ ทาเกชิ รมว.กต.ญี่ปุ่น หารือทางโทรศัพท์กับนายปรัก สุคน รอง นรม. และ รมว.กต.กัมพูชา เมื่อ 25 ก.ค.68 นายอิวายะกังวลต่อเหตุปะทะทางทหารระหว่างไทยกับกัมพูชา เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้น และคาดหวังให้สถานการณ์ตึงเครียด คลี่คลายอย่างสันติผ่านการเจรจา ส่วนนายปรักชี้แจงถึงท่าทีของกัมพูชา (ไม่เปิดเผยรายละเอียด) และแสดงความปรารถนาให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

รัสเซียกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา

สนข.Tass รายงานเมื่อ 24 ก.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของนางมาเรีย ซาคาโรวา โฆษก กต.รัสเซีย ว่ารัสเซียกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่รุนแรงมากขึ้น พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดกลั้นและการหารือเพื่อแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติ    รัสเซียเชื่อว่าภายใต้บริบทซึ่งสถานการณ์ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกโดยรวมเลวร้ายลง การแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยคำนึงถึงจิตวิญญาณและความเป็นเอกภาพของอาเซียนเป็นสิ่งสำคัญ

นรม.มาเลเซียหารือทางโทรศัพท์กับผู้นำไทยและกัมพูชา

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อ 24 ก.ค.68 ภายหลังการหารือทางโทรศัพท์กับ นรม.ฮุน มาเนต ของกัมพูชา และรอง นรม.ภูมิธรรม เวชยชัย โดยยืนยันว่า มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนปี 2568 เรียกร้องให้ผู้นำทั้งสองฝ่ายหยุดยิงโดยทันที เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย เปิดพื้นที่สำหรับการเจรจาสันติภาพและการแก้ไขปัญหาตามแนวทางการทูต นรม.อันวาร์ ยังแสดงความขอบคุณที่ผู้นำทั้งสองประเทศมีท่าทีเชิงบวกและมุ่งมั่นแก้ไขความขัดแย้ง มาเลเซียพร้อมช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกกระบวนการดังกล่าว เพื่อคงไว้ซึ่งความเป็นเอกภาพและความรับผิดชอบร่วมกัน อันเป็นหัวใจสำคัญของอาเซียน

EU เรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาลดระดับความรุนแรงและใช้การเจรจา

สนข.Anadolu Agency รายงานเมื่อ 24 ก.ค.68 ว่าสหภาพยุโรป (EU) เรียกร้องให้กัมพูชาและไทยลดความตึงเครียดและยุติการปะทะบริเวณชายแดนที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 รายในฝั่งไทย โดย EU กังวลอย่างยิ่งต่อการสูญเสียชีวิตของพลเรือน และเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศลดระดับความรุนแรงและแก้ไขข้อพิพาทผ่านการเจรจาและสันติวิธีอื่น ๆ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ ขณะที่ฝรั่งเศสประณามเหตุปะทะดังกล่าว แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และแนะนำให้พลเมืองฝรั่งเศสหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดน หรือเดินทางออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด