มาเลเซียปฏิเสธการยุบสภาฯ เพื่อเลือกตั้งก่อนกำหนด

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 14 ก.ค.69 ยืนยันจะไม่ยุบสภาฯ เพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนด พร้อมร้องขอฝ่ายค้านให้เวลารัฐบาลชุดปัจจุบันทำหน้าที่ให้ครบวาระ โดยอ้างถึงความต้องการของประชาชนในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบข้อซักถามของ สส.พรรคปาส (พรรคฝ่ายค้าน) ถึงความเป็นไปได้ในการยุบสภาฯ ที่ให้เหตุผลว่า ความกังวลของสาธารณชนต่อปัญหาเศรษฐกิจ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเมืองภายในที่ไร้เสถียรภาพ ประกอบกับความพ่ายแพ้ของกลุ่มการเมืองของ นรม.อันวาร์ ในการเลือกตั้งท้องถิ่นรัฐยะโฮร์ เป็นปัจจัยกระตุ้นให้รัฐบาลต้องเร่งจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด

จีนไม่พอใจกรณีสหรัฐฯ และปารากวัยโจมตีจีนประเด็นความมั่นคงไซเบอร์

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 14 ก.ค.69 อ้างนายหลิน เจี้ยน โฆษก กต.จีน ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีสหรัฐฯ และปารากวัย เผยแพร่รายงานว่า พบการแทรกซึมของแฮกเกอร์ในระบบปฏิบัติการไซเบอร์ของรัฐบาลปารากวัยซึ่งตรวจสอบพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับจีน โดย กต.จีนแสดงความไม่พอใจและคัดค้านข้อกล่าวหาดังกล่าวของสหรัฐฯ ทั้งยังระบุว่า จีนต่อต้านการกระทำของกลุ่มแฮกเกอร์ และมีการปฎิบัติการเพื่อปราบปรามรวมถึงจับกุมกลุ่มดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง กับทั้งขอให้สหรัฐฯ ยุติการใช้ประเด็นความมั่นคงไซเบอร์โจมตีจีนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง และเรียกร้องให้นานาประเทศไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของสหรัฐฯ ในการเผยแพร่ข้อมูลเท็จในประเด็นความมั่นคงและการโจมตีทางไซเบอร์ของจีนในนอนาคต

สหรัฐฯ ใช้มาตรการกีดกันเรือเข้าออกท่าเรืออิหร่านเต็มรูปแบบ

กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศเมื่อ 14 ก.ค. 69 เสร็จสิ้นโจมตีทางอากาศ และโดรนทางทะเล ต่ออิหร่านครั้งที่ 6 เป็นเวลา 7 ชม. โดยสามารถทำลายเป้าหมายทางทหารหลายจุด ได้แก่ ระบบป้องกันชายฝั่ง ฐานปล่อยและเก็บขีปนาวุธ และโดรน รวมถึงกำลังทางทะเลของอิหร่านบริเวณเมืองต่าง ๆ ตามแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของอิหร่าน เพื่อลดขีดความสามารถทางทหารของอิหร่าน ซึ่งเป็นภัยคุกคามการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังประจำเรือรบมากกว่า 20 ลำ เพื่อปฏิบัติการกีดกันเรือเข้า-ออกท่าเรือ หรือชายฝั่งของอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ

กัมพูชานำเข้าสินค้าไทยมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ห้วง ม.ค.- มิ.ย.69

นสพ. Khmer Times รายงานเมื่อ 14 ก.ค.69 อ้างสถิติของกรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชา (GDCE) ว่า การค้าทวิภาคีระหว่างกัมพูชากับไทยเมื่อห้วง ม.ค.- มิ.ย.69 อยู่ที่ 1,370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 37.5 จากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2568 โดยกัมพูชาส่งออกมาไทย 357 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลงร้อยละ 20.3) และกัมพูชานำเข้าจากไทย 1,010 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลงร้อยละ 41.9) สินค้านำเข้าส่วนใหญ่คือวัสดุอุตสาหกรรมและปัจจัยการผลิต

จีนคาดหวังสานความสัมพันธ์แบบครอบครัวกับไทยในโอกาส นรม.ไทยจะเยือนจีน

  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม.ไทย จะเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 16-20 ก.ค.69 ตามคำเชิญนายหลี่ เฉียง นรม.จีน และจะเข้าร่วมการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลกและการประชุมระดับสูงว่าด้วยธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์โลก ประจำปี 2569 (2026 World AI Conference and High-Level Meeting on Global AI Governance) ที่นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่ง นรม.ไทย จะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พร้อมทั้งหารือกับนายหลี่ เฉียง และนายจ้าว เล่อจี้ ประธานคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติ การเยือนดังกล่าวเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของนายอนุทินนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง แสดงถึงการที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์  ซึ่งจีนหวังว่าการเยือนของ นรม.ไทยจะช่วยเพิ่มความพยายามเป็นสองเท่าในการสานต่อมิตรภาพและความสัมพันธ์แบบครอบครัวของจีนกับไทย กระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม สร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน ส่งเสริมการพัฒนาทั้งสองประเทศให้ทันสมัย และมีส่วนในการสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค

เมียนมาเร่งผลักดันโครงการเชื่อมโยงการค้าและคมนาคมกับประเทศเพื่อนบ้าน

สนข. The Irrawaddy รายงานเมื่อ 13 มิ.ย.69 ว่า นายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ให้คำมั่นจะดำเนินการก่อสร้างโครงการทางหลวงไตรภาคีอินเดีย–เมียนมา–ไทย (IMT Trilateral Highway) โครงการ Kaladan Multi-Modal Transit Transport Project (KMTTP) และผลักดันโครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน–เมียนมา (CMEC) ให้มีความคืบหน้าและแล้วเสร็จภายในวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี อย่างไรก็ตาม ทั้งสามโครงการยังเผชิญข้อจำกัดด้านความมั่นคง เนื่องจากหลายพื้นที่ตามแนวเส้นทางยังอยู่ภายใต้การควบคุมหรือเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ ส่งผลให้การก่อสร้าง การเชื่อมโยงเส้นทางการค้า และการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานยังไม่สามารถเดินหน้าได้ตามแผน

มาเลเซียตรวจสอบข่าวชาวอิสราเอลตั้ง Network School ให้พื้นที่ Forest City

นายออน ฮาฟิซ มุขมนตรีรัฐยะโฮร์ มาเลเซีย ยืนยันเมื่อ 14 ก.ค.69 ว่า รัฐบาลท้องถิ่นรัฐยะโฮร์ไม่อนุญาตให้องค์กรใด ๆ ใช้รัฐยะโฮร์เป็นพื้นที่เผยแพร่แนวคิดและอุดมการณ์ที่ขัดต่อกฎหมาย อธิปไตย และผลประโยชน์แห่งรัฐยะโฮร์และมาเลเซีย หลังมีข่าวว่า ชาวอิสราเอลจำนวนหนึ่งใช้หนังสือเดินทางของอีกประเทศหนึ่ง เดินทางเข้ามาเลเซีย และจัดตั้ง Network School หรือพื้นที่ทำงานร่วมกัน  สำหรับกลุ่มคนทำงานทางไกล  และผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี ภายในโครงการ Forest City โดยเบื้องต้น รัฐบาลรัฐยะโฮร์ประสานไปยังกระทรวงความมั่นคงภายใน สนง.ตรวจคนเข้าเมือง สนง.ตำรวจแห่งชาติ และกรมศุลกากร ให้เร่งตรวจสอบและระบุสัญชาติของผู้ที่เกี่ยวโยงกับ Network School ดังกล่าว

เรือบรรทุกน้ำมันดิบที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ

เรือบรรทุกน้ำมันดิบที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นทั้งหมด ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาค ตอ.กลาง เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและออกจากอ่าวเปอร์เซียได้สำเร็จ อย่างไรก็ดี มีเรือที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นอีก 4 ลำที่ยังติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย นอกจากนี้ รมว.กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น มีถ้อยแถลง เมื่อ 14 ก.ค.69 ว่า ญี่ปุ่นให้ความสำคัญสูงสุดกับการฟื้นฟูเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และอยู่ระหว่างติดตามความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

มาเลเซียสมัครเป็นสมาชิกไม่ถาวรของ UNSC วาระปี 2579-2580

ดาตุ๊ก ลูกานิสมัน อาวัง เซานี รมช.กต.มาเลเซีย ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 13 ก.ค.69 ว่า มาเลเซียยื่นใบสมัครอย่างเป็นทางการเพื่อกลับเข้าร่วมเป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) วาระปี 2579-2580 โดยจุดยืนสำคัญ ได้แก่ 1) จำกัดการใช้สิทธิยับยั้ง (VETO) หากไม่สามารถยกเลิกสิทธิยับยั้งได้อย่างสมบูรณ์ และต้องไม่อนุญาตให้ใช้สิทธิดังกล่าวในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่เป็นความผิดร้ายแรง เช่น อาชญากรรมสงคราม การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์   2) สนับสนุนการขยายจำนวนสมาชิกถาวรและไม่ถาวรเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของทุกประเทศ 3) เห็นชอบมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่ 76/262 เมื่อปี 2565 ให้สมัชชาใหญ่ต้องเรียกประชุมโดยทันทีภายใน 10 วันทำการ หากสมาชิกถาวรของ UNSC ใช้สิทธิ VETO

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 13 ก.ค.69 ว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงร้อยละ 3 โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ตลาดลอนดอนอยู่ที่ 78.35 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์กอยู่ที่ 73.62 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังการยกระดับการโจมตีครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยอิหร่านขยายการโจมตีไปยังกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ  ยืนยันว่าช่องแคบดังกล่าวเปิดให้เรือพาณิชย์สัญจรได้ แต่จำนวนเรือที่ผ่านช่องแคบลดลงเหลือเพียง 6 ลำ ซึ่งต่ำสุดตั้งแต่ มิ.ย.69 ทั้งนี้ ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า แม้ปริมาณน้ำมันโลกในห้วง มิ.ย.69 เพิ่มขึ้น 4.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายหลังการบรรลุข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่ยังต่ำกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง ร