มาเลเซียมีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอจนถึง 31 ก.ค.69

นายอักมัล นาซีร์ รมว.เศรษฐกิจมาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 25 พ.ค.69 ว่า บริษัทพลังงานแห่งชาติ (Petronas) ยืนยันว่า คลังน้ำมันของมาเลเซียจะมีเพียงพอสำหรับการบริโภคจนถึง 31 ก.ค.69  รัฐบาลจะเร่งจัดหาเชื้อเพลิงจากแหล่งอื่น เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีเชื้อเพลิงเพียงพอจนถึง 31 ธ.ค.69 สำหรับนโยบายให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานจากที่บ้าน (WFH) ตั้งแต่ 17 เม.ย.69 ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้กว่า 2.14 ล้านลิตร และลดภาระทางการเงินของรัฐบาลที่ใช้อุดหนุนราคาน้ำมันได้ 4.2 ล้านริงกิต อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาคสินค้าโภคภัณฑ์ของประเทศ เนื่องจากต้นทุนการขนส่งไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น ร้อยละ 50-80 และเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น ร้อยละ 3

โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาแพร่กระจายรวดเร็วในดีอาร์คองโกและยูกันดา

เมื่อ 25 พ.ค.69 องค์การอนามัยโลก (WHO) ยกระดับความเสี่ยงโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาภายในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) จากระดับสูงเป็นสูงมาก โดยมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อมากกว่า 900 คน และมีผู้เสียชีวิตที่ต้องสงสัย 220 คน ขณะที่ยูกันดามีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 5 คน และเสียชีวิต 1 คน โดยอยู่ในระดับเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ  ทั้งนี้ อุปสรรคการควบคุมการแพร่ระบาดในพื้นที่ เช่น ความไม่ไว้วางใจของชุมชนต่อเจ้าหน้าที่ และการเผยแพร่ข่าวปลอมบนสื่อสังคมออนไลน์ เป็นเหตุให้มีการลอบวางเพลิงศูนย์รักษาโรค 2 แห่ง และความขัดแย้งในพื้นที่ทำให้ประชาชนกว่า 100,000 คน ต้องอพยพย้ายถิ่น ขณะเดียวกันมาตรการฝังศพผู้เสียชีวิตจากโรคที่เข้มงวดสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชน นอกจากนี้ ยังไม่มีวัคซีนสำหรับสายพันธุ์บุนดิบูเกียว อย่างไรก็ดี WHO จัดสรรงบฉุกเฉิน จำนวน 3.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับขยายการดำเนินงานในพื้นที่อย่างเร่งด่วน

สหรัฐฯ อนุญาตให้ทำการขายทอดตลาดเรือของอิหร่าน

สนข.บลูมเบิร์ก รายงานเมื่อ 25 พ.ค.69 ว่า บริษัท GMS ผู้ประกอบการรับซื้อเรือและสิ่งปลูกสร้างทางทะเลเพื่อนำไปรีไซเคิลรายใหญ่ของโลก ได้รับอนุญาตจาก กค.สหรัฐฯ ให้สามารถซื้อเรือบรรทุกสินค้า 4 ลำ ซึ่งอยู่ในบัญชีคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เพราะมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายลักลอบขนส่งน้ำมันทางทะเลจากอิหร่านของนาย Mohammad Hossein Shamkhani (Hossein) เมื่อ กค.68  อีกทั้งเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ อนุญาตให้ทำการขายทอดตลาดเรือที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรได้ โดยเรือส่วนใหญ่ที่ถูกกักไว้โดยมาตรการของสหรัฐฯ ที่ถูกกักไว้ในท่าเรือต่าง ๆ ทั่วโลก มีจำนวนมาก และอยู่ในสภาพเก่าทรุดโทรม

รักษาการประมุขรัฐกัมพูชาเรียกร้องให้ดำเนินการเด็ดขาดต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มแสกมเมอร์

ถ้อยแถลงของ สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและรักษาการประมุขรัฐกัมพูชา ระหว่างการประชุมส่วนราชการในราชธานีพนมเปญ เมื่อ 24 พ.ค.69 ขอให้รัฐบาล และ มท. ดำเนินมาตรการเข้มงวด สอบสวนผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมในคดีหลอกลวงออนไลน์ ผู้ต้องสงสัยที่เดินทางเข้ากัมพูชาว่าผ่านประเทศหรือด่านชายแดนใด  เพื่อแจ้งให้ประชาคมโลกทราบถึงเส้นทางอาชญากรอย่างชัดเจน พร้อมย้ำว่าขบวนการหลอกลวงออนไลน์สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชื่อเสียง ศักดิ์ศรี และภาพลักษณ์กัมพูชา นอกจากนี้ สมเด็จฯ ฮุน เซน ให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง หรือละเลยการปราบปรามขบวนการดังกล่าว

สหรัฐฯ อนุมัติงบประมาณ 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาระบบข่าวกรองด้วย AI

สนข.นิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อ 23 พ.ค.69 ว่า สหรัฐฯ  อนุมัติงบประมาณ จำนวน 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่หน่วยงานข่าวกรองในการพัฒนาศักยภาพทางเทคโนโลยีจากชิปประมวลผลเพื่อใช้กับระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) โดยมุ่งเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการสนับสนุนชิป Grace Blackwell ของบริษัท Nvidia ทั้งการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล  โรงไฟฟ้า และระบบหล่อเย็น   งบประมาณดังกล่าวต้องผ่านการอนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติก่อน นอกจากนี้ สหรัฐฯ พยายามผลักดันสัญญาการใช้ AI ของบริษัท Anthropic รุ่น Mythos กับสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ  (National Security Agency – NSA) แม้ว่าทาง กห.สหรัฐฯ มีคำสั่งห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

ประธานพรรคก๊กมินตั๋งของไต้หวันจะเยือนสหรัฐฯ

นางเจิ้ง ลี่เหวิน ประธานพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ของไต้หวัน จะเยือนสหรัฐฯ ใน 1 มิ.ย.69   พร้อมด้วยคณะผู้แทนพรรค  เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับแนวทางการรักษาสันติภาพข้ามช่องแคบไต้หวันอย่างยั่งยืน และจุดยืนของพรรค ที่สอดรับกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในช่องแคบไต้หวัน ตลอดจนชี้แจงข้อห่วงกังวลของสหรัฐฯ ต่อท่าทีของพรรคที่มีแนวโน้มจะเข้าหาจีนมากขึ้น โดยนางเจิ้ง จะเดินทางไปยังรัฐทางตะวันตกเป็นลำดับแรก  จากนั้นจะพบหารือกับนักการเมืองและผู้แทนสถาบันคลังสมองของสหรัฐฯ ใน นครนิวยอร์ก กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และเมืองบอสตัน ก่อนกลับมาพบปะกับชุมชนชาวไต้หวัน

ผู้นำสูงสุดเวียดนามพร้อมคณะฯ จะเยือนไทยระหว่าง 27-29 พ.ค.69

พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีเวียดนาม พร้อมภริยา และคณะผู้นำระดับสูง จะเยือนไทยอย่างเป็นทางการระหว่าง 27-28 พ.ค.69 ตามคำเชิญของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม. เป้าหมายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน ทั้งนี้ ไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของเวียดนามในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยการค้าระหว่างกันเมื่อปี 2568 มีจำนวน  22,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากเมื่อปี 2567 และมีชุมชนชาวเวียดนาม ในไทยมากกว่า 100,000 คน

กัมพูชาย้ำการคุ้มครองพลเรือนในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

นาย Keo Chhea ผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำสหประชาชาติ กล่าวถ้อยแถลงในการอภิปรายทั่วไปของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เมื่อ 21 พ.ค.69 ในหัวข้อการคุ้มครองพลเรือนในความขัดแย้งทางอาวุธ (Protecting Civilians in Armed Conflict) โดยย้ำหลักการและความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และการคุ้มครองพลเรือนในทุกความขัดแย้งทางอาวุธ นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ในกัมพูชาว่าการกระทำอันเป็นการรุกรานโดยไม่มีเหตุอันสมควรเมื่อ ก.ค.68 และ ธ.ค.68 ส่งผลให้เกิดผลกระทบทางมนุษยธรรมอย่างรุนแรง  พลเรือนมากกว่า 649,000 คนต้องเป็นผู้พลัดถิ่น บ้านเรือนและทรัพย์สินถูกทำลาย รวมถึง ปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นมรดกโลกของ UNESCO ก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีในครั้งนี้

รัสเซียเรียกร้องให้ UNSC ประชุมฉุกเฉินกรณียูเครนโจมตีมหาวิทยาลัยในแคว้นลูฮันสค์

สนข.TASS รายงานเมื่อ 22 พ.ค.69 ว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ระบุถึงกรณี ยูเครนใช้โดรนโจมตีหอพักนักศึกษา บริเวณมหาวิทยาลัยในเมือง Starobelsk แคว้นลูฮันสค์วันเดียวกันว่าเป็นอาชญากรรมสงคราม เพราะไม่มีเป้าหมายทางทหารในพื้นที่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน บาดเจ็บ 39 คน และสูญหาย 15 คน  พร้อมทั้งร้องขอคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติให้จัดประชุมฉุกเฉินหารือการโจมตีดังกล่าว ขณะที่วาระการจัดประชุมฉุกเฉิน UNSC เมื่อ 23 พ.ค.69  ไม่มีข้อมติในประเด็นนี้  ขณะที่ยูเครนปฏิเสธข้อกล่าวหา และอ้างว่ารัสเซียไม่มีหลักฐาน อีกทั้งรัสเซียไม่อนุญาตให้คนกลางเข้าไปในพื้นที่เพื่อตรวจสอบ ส่วนท่าทีประเทศมหาอำนาจ ที่สำคัญคือ จีนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดการใช้กำลัง และมุ่งเจรจาเพื่อยุติสงคราม และสหรัฐฯ เรียกร้องให้รัสเซียเปิดพื้นที่ให้องค์การระหว่างประเทศส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ ลาออกจากตำแหน่ง

นางทูลซี แกบบาร์ด ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ (DNI) ลาออกจากตำแหน่งเมื่อ 23 พ.ค.69 เพื่อดูแลสามีที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งกระดูก โดยนายอารอน ลูคัส รอง DNI (อายุ 55 ปี/2569) จะรักษาการในตำแหน่ง DNI   ทั้งนี้ มีกระแสวิจารณ์ในสื่อว่า การลาออกของนางแกบบาร์ดเป็นผลจากแนวคิดของนางแกบบาร์ดที่แตกต่างจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะการแทรกแซงหรือการใช้กำลังทางทหารในต่างประเทศ  ส่วนนายลูคัสเชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศและมีประสบการณ์ด้านข่าวกรองกว่า 20 ปี จากการเป็นอดีตผู้เชี่ยวชาญสถาบันคลังสมอง Cato Institute รวมทั้ง จนท.ฝ่ายปฏิบัติการและฝ่ายวิเคราะห์วิจัยของ CIA  และรอง ผอ.ฝ่ายรัสเซียและยุโรป สภาความมั่นคงแห่งชาติของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ ห้วงดำรงตำแหน่งสมัยแรก