UN เตือนว่าสภาพอากาศสุดขั้วสะท้อนว่าโลกที่กำลังร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (UN) รายงานเมื่อ 2 ก.ย.69 ว่า รายงานของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ(United Nations Environment Programme – UNEP) ชี้ว่า โลกกำลังมุ่งสู่การทะลุขีดจำกัดอุณหภูมิ 1.5 องศาเซลเซียส (°C) ตามเป้าหมายความตกลงปารีส (Paris Agreement) ในไม่กี่ปีข้างหน้า และทุกระดับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจะยิ่งเพิ่มความสูญเสียต่อชีวิต เศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร น้ำ ระบบนิเวศ และทำลายวิถีชีวิต ทำให้ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อจุดเปลี่ยนที่อาจย้อนกลับไม่ได้ อย่างไรก็ดี UN ระบุว่า ประชาคมโลกยังสามารถจำกัดและลดอุณหภูมิโลกได้ โดยเร่งยุติการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ขยายการใช้พลังงานหมุนเวียน ลดการปล่อยก๊าซมีเทน ปกป้องป่าไม้และมหาสมุทร เสริมด้วยการปรับตัวและความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนเพิ่มเงินทุนด้านการปรับตัว โดยประเทศที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน

เกาหลีใต้ประเมินว่าผู้นำเกาหลีเหนือเตรียมการแต่งตั้งผู้สืบทอด

สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 1 ก.ย.69 อ้างการประเมินของสำนักข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ (National Intelligence Service-NIS) ต่อคณะกรรมาธิการการข่าวกรองของรัฐสภาเกาหลีใต้ว่า ด.ญ.คิม จู-แอ บุตรสาวของผู้นำเกาหลีเหนือ อยู่ในขั้นตอนเตรียมแต่งตั้งเป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อจากบิดา (the stage of being designated as successor) โดยสื่อของเกาหลีเหนือรายงานเกี่ยวกับบุตรสาวผู้นำเกาหลีเหนือบ่อยครั้ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ต่อประชาชนชาวเกาหลีเหนือในฐานะผู้นำ นอกจากนี้ เกาหลีเหนืออยู่ระหว่างวิเคราะห์เอกสารภายในของพรรคคนงานเกาหลี รวมถึงแบบพิมพ์พัฒนาขีปนาวุธ

มาเลเซียปฏิเสธข่าวเปิดรับแรงงานชาวบังกลาเทศ 200,000 คน

ดาตุ๊ก อะห์หมัด ฟะห์มี โมฮาเม็ด ฟัดซิล รมว.กระทรวงการสื่อสาร เมื่อ 2 ก.ย.69 ปฏิเสธข่าวว่า มาเลเซียจะเปิดรับแรงงานชาวบังกลาเทศทั้งหมด 200,000 คน โดยยืนยันว่าเป็นเพียงทัศนะของ รมช.กระทรวงการปกครองส่วนท้องถิ่น การพัฒนาชนบทและสหกรณ์ บังกลาเทศ ซึ่งไม่ได้แสดงถึงจุดยืนของรัฐบาล ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลัง นสพ.ท้องถิ่นบังกลาเทศรายงานว่า มาเลเซียจะเปิดรับแรงงานชาวบังกลาเทศทั้งหมด 200,000 คน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ภายใต้เงื่อนไขการจ้างงานแรงงานต่างชาติที่เข้มงวดขึ้น โดยจะแบ่งการนำเข้าแรงงานออกเป็นระยะ เริ่มระยะที่ 1 ห้วงปลาย ก.ย.69 จำนวน 10,000 คน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

อินเดียพยายามนำพลเมืองที่เข้าร่วมกับกองทัพรัสเซียกลับประเทศ

เว็บไซต์ Newspoint เผยแพร่เมื่อ 2 ก.ย.69 อ้างการให้สัมภาษณ์ของนาย Vikram Misri ปลัด กต.อินเดีย ว่า  อินเดียและรัสเซียมีการหารือกันในหลายระดับและหลายโอกาสเพื่อเร่งรัดการนำพลเมืองอินเดียที่เข้าร่วมปฏิบัติการกับกองทัพรัสเซียกลับอินเดียอย่างปลอดภัย โดยมีชาวอินเดียที่ทำสัญญารับราชการทหารกับกองทัพรัสเซียรวมจำนวน 227 คน ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่  51 คน และผู้ที่ได้รับอนุญาตจากกองทัพรัสเซียให้ปลดประจำการ 139 คน

UN เรียกร้องปฏิรูปสถาบันระหว่างประเทศ รองรับระเบียบโลกแบบหลายขั้วอำนาจ

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) แถลงในการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO Summit) ที่กรุงบิชเคก คีร์กีซสถาน เมื่อ 1 ก.ย.69 ว่า โลกกำลังเข้าสู่ระเบียบโลกแบบหลายขั้วอำนาจ ซึ่งจะเสริมสร้างระบบพหุภาคีและเพิ่มความเป็นธรรมในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศปฏิรูปสถาบันพหุภาคี โดยเสนอให้ UN และ SCO ขยายความร่วมมือใน 4 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงโลก การจัดหาเงินทุนเพื่อการพัฒนา การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งนี้ เลขาธิการ UN ยังเรียกร้องทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน เคารพข้อตกลงหยุดยิงและกฎระเยียบ

กัมพูชาเริ่มก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษและศูนย์โลจิสติกส์ Cambodia SuperPort

นายฮุน มานี รอง นรม.และ รมว.กิจการสาธารณะ เป็นผู้แทน นรม.กัมพูชา และนาย Steven Pang Chee Wee ออท.สิงคโปร์/กัมพูชา พร้อมด้วย จนท.ระดับสูงของกัมพูชา เข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการ Cambodia SuperPort ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษและศูนย์โลจิสติกส์-อุตสาหกรรมครบวงจรแห่งใหม่ เมื่อ 1 ก.ย.69 มีพื้นที่ 825 ไร่ ใน จ.กัมปงสปือ (ตอนกลางของประเทศ) มูลค่าการลงทุน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาล เอกชนกัมพูชา และบริษัท YCH Group ของสิงคโปร์ เพื่อเชื่อมโยงฐานการผลิตภายในประเทศเข้ากับระบบขนส่งมวลชนหลายรูปแบบกับตลาดภูมิภาค ตลาดโลก ยกระดับประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน และตอบสนองความต้องการของนักลงทุนและธุรกิจ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างงานในกัมพูชา

เมียนมาเข้มงวดการเปลี่ยนประเภทหนังสือเดินทางของพลเมืองในต่างประเทศ

สนข. DVB รายงานเมื่อ 31 ส.ค.69 ว่า สอท./สกญ.เมียนมาในต่างประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ไทย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เพิ่มความเข้มงวดในการดำเนินการเกี่ยวกับหนังสือเดินทางของชาวเมียนมาในต่างประเทศ โดยเฉพาะการเปลี่ยนประเภทหนังสือเดินทาง เช่น จากประเภทท่องเที่ยว   เป็นประเภททำงาน  หรือศึกษาจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติและได้รับความเห็นชอบจากส่วนกลางของรัฐบาลเมียนมา ทำให้กระบวนการใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 2 เดือน ขณะที่การต่ออายุหนังสือเดินทางประเภทเดิมยังสามารถดำเนินการผ่าน สอท./สกญ.ได้โดยตรง โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบเพิ่มเติมจากส่วนกลาง  มาตรการข้างต้นสร้างความกังวลในกลุ่มแรงงานและนักศึกษาชาวเมียนมาในต่างประเทศว่า การเพิ่มขั้นตอนตรวจสอบจากส่วนกลางอาจถูกใช้เป็นกลไกในการติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองและชาวเมียนมาที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ

จีนเผยแพร่แนวทางการชักชวนชาวจีนให้เป็นสายลับ

กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐจีน (MSS) เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ 31 ส.ค.69 รายละเอียดผลการสอบสวนนายจาง ซึ่งเป็นพลเมืองของจีน ที่จบการศึกษาจากต่างประเทศ และทำงานในบริษัทการค้าอุตสาหกรรมทางทหารของจีน  ถูกชักชวนจากนักการทูต 2 ประเทศ หลังทำความรู้จักกันในงานเลี้ยงและพัฒนาสัมพันธ์กันต่อเนื่อง จนนำไปสู่การจ้างนายจางให้ช่วยแปลเอกสารทางเทคนิค หลอกถามข้อมูลละเอียดอ่อน และข้อมูลภายในบริษัท รวมทั้งรายละเอียดการทำงาน และข้อมูลการซื้อ-ขายอาวุธสงครามของบริษัท แลกกับค่าตอบแทน   MSS เปิดเผยว่าต้องการให้กรณีดังกล่าว กระตุ้นเตือนประชาชนและเผยแพร่วิธีการชักชวนบุคคลให้เป็นสายลับของหน่วยข่าวกรองต่างชาติ ซึ่งมักกระทำต่อเป้าหมาย อาทิ นักวิจัย เจ้าหน้าที่ทางทหาร และเจ้าหน้าที่จีนที่ไปประจำการในต่างประเทศ รวมถึงนักวิชาการ และพนักงานทั่วไป

อาเซียน-จีนเตรียมจัดงานมหกรรมแสดงสินค้า (CAEXPO) ครั้งที่ 23

งานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (CAEXPO) ครั้งที่ 23  ที่เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้จีน ระหว่าง 17-21 ก.ย.69 ภายใต้หัวข้อ “ACFTA 3.0 Opportunities, Better Life” มุ่งเน้นการพัฒนาความร่วมมือภายใต้กรอบความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ฉบับปรับปรุง (ACFTA 3.0) โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อส่งเสริมการไหลเวียนข้อมูลข้ามพรมแดน ตลอดจนการพัฒนามาตรฐานและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้  การค้าระหว่างอาเซียน-จีน ระหว่าง ม.ค.-ก.ค.69 มีมูลค่า 744,410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่การลงทุนระหว่างอาเซียนกับจีน รวมถึงรายได้จากโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่บริษัทจีนดำเนินการในประเทศสมาชิกอาเซียน เมื่อ ก.ค.69 มีมูลค่ารวมกว่า 515,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ โครงการรถไฟสายตะวันออก (ECRL) ของมาเลเซีย โครงการรถไฟความเร็วสูงจาการ์ตา-บันดุง (Whoosh) และโครงการเชื่อมต่อสายส่งไฟฟ้าจีน-ลาว

เวเนซุเอลาและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงด้านพลังงานระยะ 25 ปี

น.ส.เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา แถลงผ่านการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อ 30 ส.ค.69 ว่า เวเนซุเอลาและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงด้านพลังงาน  ระยะเวลา 25 ปี ครอบคลุมการพัฒนาแหล่งน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์   และแหล่งสัมปทานใหม่ในเวเนซุเอลา โดยรัฐบาลเวเนซุเอลาตั้งเป้าว่าข้อตกลงดังกล่าว จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบของประเทศ เป็น 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าจะสร้างรายได้เข้าประเทศ ประมาณ 209,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ   ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวของรักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา มีขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุเมื่อ 28 ส.ค.69 เกี่ยวกับแผนที่สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมปริมาณสำรองน้ำมันของเวเนซุเอลา กว่า 65,000 ล้านบาร์เรล ผ่านการร่วมทุนกับภาคเอกชน