ประชาคมข่าวกรองสหรัฐฯ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการทำงาน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13

เว็บไซต์ สำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ (Director of National Inteiligence -DNI) รายงานเมื่อ 13 ก.ค.65 ว่า องค์กร Partnership for Public Service   ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงกำไรของสหรัฐฯ จัดให้ประชาคมข่าวกรองสหรัฐฯ เป็น 1 ใน 17 หน่วยงานที่ดีที่สุดในการทำงาน หรือ “The Best Place to Work” ประจำปี 2564 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 โดย รองผู้อำนวยการ DNI เข้าร่วมการประกาศและรับรางวัลดังกล่าว ด้าน ผู้อำนวยการ DNI ระบุว่า ประชาคมข่าวกรองสหรัฐฯ มีบุคลากรที่พิเศษ และจะสนับสนุนการทำงานของบุคลากรต่อไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านการทำงาน พัฒนานวัตกรรม และรักษาสมดุลระหว่างการทำงานกับชีวิตส่วนตัว ทั้งนี้ ประชาคมข่าวกรองสหรัฐฯ ได้รับการประเมินที่ 73.4 คะแนน มากเป็นอันดับ 4 รองจาก…

สหรัฐฯ เรียกร้องให้รัสเซียยุติการบังคับชาวยูเครนให้ออกจากพื้นที่

กระทรวงการต่างประเทศ(กต.)สหรัฐฯ แถลง เมื่อ 13 ก.ค.65 เรียกร้องให้รัสเซียยุติปฏิบัติการแบ่งแยกชาวยูเครน การบังคับใช้ชาวยูเครนออกจากพื้นที่ที่รัสเซียควบคุมด้วยปฏิบัติการทางทหาร และการบังคับให้ชาวยูเครนย้ายไปอยู่ในรัสเซีย พร้อมเสนอให้รัสเซียเปิดโอกาสให้ผู้สังเกตการณ์เข้าไปติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ กต.สหรัฐฯ รายงานว่า ปัจจุบันรัสเซียบังคับชาวยูเครนประมาณ 1.6 ล้านคน รวมทั้งเด็กชาวยูเครนประมาณ 260,000 คน ย้ายไปรัสเซีย คล้ายกับปฏิบัติการที่รัสเซียแบ่งแยกเชชเนีย และพื้นที่อื่น ๆ ทั้งนี้ ท่าทีของสหรัฐฯ มีขึ้นหลังจากรัสเซียประกาศออกหนังสือเดินทางให้ชาวยูเครน และรับเด็กชาวยูเครนเข้าไปอยู่ในรัสเซียมากขึ้น โดยให้แยกจากครอบครัวเดิมที่อยู่ในยูเครน

จีนเตือนประเทศในเอเชียให้ระวังถูกมหาอำนาจใช้ประโยชน์เพื่อนโยบายต่างประเทศ

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 11 ก.ค. 65 ว่า นายหวัง อี้ มุขมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวระหว่างการหารือกับเลขาธิการอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ว่า ประเทศในเอเชียควรระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงไม่ให้มหาอำนาจใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันอำนาจในภูมิภาค พร้อมเสนอว่า อนาคตของภูมิภาคควรอยู่ในมือของประเทศในเอเชีย นอกจากนี้ นาย หวัง อี้ยังพูดคุยกับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า ทั้งสองฝ่ายควรสนับสนุนความเป็นแกนกลางของอาเซียน เคารพสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมระหว่างกัน มากกว่าการดำเนินนโยบายเป็นปฏิปักษ์กัน หรือดำเนินนโยบายปิดล้อมอีกฝ่าย ทั้งนี้ ปัจจุบัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่เผชิญการแข่งขันและความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ เนื่องจากมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่ประเทศในภูมิภาคระมัดระวังท่าทีท่ามกลางการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่เข้มข้นขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียเยือนสหรัฐฯ เพื่อหารือประเด็นความมั่นคง

สำนักข่าว The Guardian รายงานเมื่อ 12 ก.ค. 65 ว่า นายริชาร์ด มาร์เลส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียให้คำมั่นระหว่างการเยือนสหรัฐฯ ว่า ออสเตรเลียจะร่วมมือกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดในประเด็นการจัดสรรงบประมาณกลาโหม และดำเนินการตามข้อตกลง AUKUS เพื่อสร้างสมดุลอำนาจทางการทหารในภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก ตลอดจนแก้ไขวิกฤตสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นประเด็นด้านความมั่นคงที่สำคัญของออสเตรเลีย ทั้งนี้ การเยือนสหรัฐฯ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีขึ้นในขณะที่ออสเตรเลียรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับจีนหลังจากระงับการเยือนระหว่างกันเป็นเวลาหลายปี โดยเริ่มการประชุมระดับรัฐมนตรีกับจีนอีกครั้งเมื่อ มิ.ย. 65 ซึ่งนายมาร์เลสพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีนที่สิงคโปร์ และเมื่อ 8 ก.ค. 65 นางเพนนี หว่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลียพบกับนายหวัง อี้ มุขมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนที่อินโดนีเซีย

จีนเตือนญี่ปุ่นเกี่ยวกับแนวคิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังพรรค LDP ชนะการเลือกตั้งวุฒิสภา

สำนักข่าว Japan Today รายงานเมื่อ 12 ก.ค.65 ว่า จีนเตือนรัฐบาลญี่ปุ่นของนายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ เกี่ยวกับแนวคิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับสันติภาพของญี่ปุ่น ซึ่งจีนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 9 ว่าด้วยการประกาศละเลิกสงครามในฐานะสิทธิของรัฐอธิปไตย ซึ่งอาจทำให้ญี่ปุ่นกลับมาเป็นประเทศยุทธาภิวัฒน์อีกครั้ง โดยจีนระบุว่า ญี่ปุ่นควรยึดมั่นกับหลักสันติ และเน้นการสร้างความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงให้ประเทศเพื่อนบ้านและนานาชาติ ทั้งนี้ ท่าทีของจีนมีขึ้นหลังจากพรรคเสรีประชาธิปไตย  (Liberal Democratic Party – LDP) ของนายกรัฐมนตรีคิชิดะ ชนะการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาญี่ปุ่น เมื่อ 10 ก.ค.65 โดยได้เสียงข้างมาก จำนวน 2 ใน 3 ของที่นั่งทั้งหมดในวุฒิสภา ทำให้นายกรัฐมนตรีคิชิดะ ยืนยันจะเดินหน้าแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึง มาตรา 9 ต่อไป อย่างไรก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก 2 ใน 3 ของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนในการลงมติ

ไต้หวันระบุจีนส่ง บ.รบรุกล้ำเขต ADIZ บ่อยครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2565

หนังสือพิมพ์ South China Morning Post รายงานอ้างกระทรวงกลาโหมไต้หวันเมื่อ 10 ก.ค.65 ว่า ในห้วงครึ่งแรกของปี 2565 จีนส่งเครื่องบินรุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defense Identification Zone- ADIZ)ของไต้หวันถึง 555 ครั้ง  ในจำนวนนี้เป็นปฏิบัติการด้วยเครื่องบินรบ 398 ครั้ง เมื่อเทียบกับ 187 ครั้งในห้วงเดียวกันของปี 2564  ซึ่งผู้เชี่ยวชาญไต้หวันระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2565 จีนใช้เตรื่องบินรบปฏิบัติการข่มขู่ไต้หวันหนักขึ้น รวมทั้งรุกเข้ามาใกล้ Bashi Channel (เส้นทางเดินเรือระหว่างไต้หวันกับฟิลิปินส์) ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญสู่มหาสมุทรแปซิฟิกทางใต้

สหรัฐฯ คว่ำบาตรบริษัทจีนและบริษัทในประเทศอื่น ๆ กรณีซื้อน้ำมันจากอิหร่าน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 6 ก.ค. 65 ว่า สหรัฐฯ กำหนดมาตรการคว่ำบาตรบริษัทจีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบริษัทในประเทศอื่น ๆ เพื่อกดดันให้อิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ Joint Comprehensive Plan of Action (JCPOA) โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์ว่า บริษัทดังกล่าวและเครือข่ายมีส่วนช่วยส่งและขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีของอิหร่านไปยังเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะโรงกลั่นของจีนที่ซื้อน้ำมันอิหร่านจำนวนมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าสหรัฐฯ จะคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่านก็ตาม การนำเข้าของจีนจึงช่วยให้อิหร่านไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เนื่องจากน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญในเศรษฐกิจของอิหร่าน ทั้งนี้ การเจรจาทางอ้อมระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯประเด็นข้อตกลงนิวเคลียร์ เมื่อ 29 มิ.ย. 65 สิ้นสุดลงโดยไม่มีความคืบหน้า ทำให้ลดโอกาสในการฟื้นฟูข้อตกลง JCPOA ที่จะให้ความมั่นใจว่าอิหร่านจะพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ในทางสันติเท่านั้น

ผู้นำสหรัฐฯ จะเยือนตะวันออกกลางระหว่าง 13-16 ก.ค.65

หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อ 10 ก.ค.65 ว่าประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนของสหรัฐฯจะเยือนอิสราเอล เขตเวสต์แบงก์ และซาอุดีอาระเบีย ระหว่าง 13-16 ก.ค.65 ซึ่งสะท้อนว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากนี้ สื่อตั้งข้อสังเกตว่า การเยือนอิสราเอลก่อนการเลือกตั้งทั่วไปกลางสมัยของสหรัฐฯ อาจช่วยกระตุ้นคะแนนนิยมของพรรคเดโมแครต ส่วนการเยือนซาอุดีอาระเบียจะเป็นความท้าทายของประธานาธิบดีไบเดนที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างความพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์เพื่อรักษาผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาค และความมั่นคงพลังงาน กับปัญหาสิทธิมนุษยชนในซาอุดีอาระเบีย

UN เผยระดับความหิวโหยเพิ่มขึ้นทั่วโลกอยู่ในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 6 ก.ค. 65 อ้างรายงานของโครงการอาหารโลก (World Food Programme-WFP) และองค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO) เกี่ยวกับความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการของสหประชาชาติฉบับปี 2565 ว่า สงครามรัสเซีย-ยูเครนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ระดับความหิวโหยเพิ่มขึ้นทั่วโลก เนื่องจากอัตราความอดอยากและการย้ายถิ่นฐานเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน พร้อมกันนี้ WFP และ WHO เรียกร้องให้ทั่วโลกปรับนโยบายเกษตรกรรมใหม่ ที่ส่งเสริมการผลิตอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เข้าถึงเกษตรกรรายย่อย และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวระบุว่า เมื่อปี 2564 ผู้คนกว่า 828 ล้านคนได้รับผลกระทบจากความหิวโหย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2563 ประมาณ 46 ล้านคน ถือเป็นตัวเลขที่น่ากังวลอย่างมาก  

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ-ปากีสถาน หารือเรื่องความสัมพันธ์ทวิภาคี

สำนักข่าว U.S. News รายงานเมื่อ 6 มิ.ย.65 ว่า นายแอนโทนี  บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กับ นายบิลาวัล บุตโต ซาร์ดารี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศปากีสถาน หารือผ่านทางโทรศัพท์ เมื่อ 6 มิ.ย.65 เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยมีการเจรจาให้สหรัฐฯอนุญาตเรื่องวีซ่าให้ชาวปากีสถาน และยืนยันเป้าหมายความร่วมมือ ด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสาธารณสุข พร้อมหาทางผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างกันที่เป็นผลจากนโยบายในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีอิมราน ข่าน ซึ่งเป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯ และยินยอมให้กลุ่มตอลิบันเข้ายึดครองอัฟกานิสถาน และกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าอยู่เบื้องหลังการถอดถอนนายกรัฐมนตรีข่าน ออกจากตำแหน่ง โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ และปากีสถาน ปฏิเสธข้อกล่าวหา นอกจากนี้ ยังมีการหารือเกี่ยวกับผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารในปากีสถาน สืบเนื่องจากเหตุการณ์ความขัดแย้งรัสเซียและยูเครน