อินโดนีเซียระบุการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดลงไม่น่ากังวล

นาย Airlangga Hartarto รมว.ประสานงานด้านเศรษฐกิจ อินโดนีเซียแถลง เมื่อ 5 พ.ค.68 ว่า ข้อมูลการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 4.87 แม้จะเป็นสถิติการเติบโตต่ำที่สุดในรอบสามปี แต่หากเทียบกับประเทศอื่น ๆ ไม่น่ากังวล โดยมีอัตราที่สูงเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศ G20 รองจากจีน ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 5.4 และสูงกว่าหลายประเทศนอกกลุ่ม เช่น  มาเลเซีย (ร้อยละ 4.4) สิงคโปร์ (ร้อยละ 3.3) สเปน (ร้อยละ 2.9) แต่ตามหลังเวียดนาม ซึ่งเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ ร้อยละ 6.93 นอกจากนี้ ยังแสดงความเชื่อมั่นว่างบประมาณรัฐในไตรมาสที่ 2 ซึ่งมีแนวโน้มใช้จ่ายมากขึ้นจะช่วยรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้

สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีคว่ำบาตร พ.อ.ซอชิตตู่ ผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยงในเมียนมา

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 5 พ.ค.68 ว่า กค.สหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีคว่ำบาตรกองทัพแห่งชนชาติกะเหรี่ยง ( Karen National Army-KNA)/อดีตกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) กลุ่ม พ.อ.ซอชิตตู่ และบุคคลสัญชาติเมียนมา 3 คน ได้แก่ พ.อ.ซอชิตตู่ ผู้นำ KNA พร้อมด้วยบุตรชาย 2 คน ได้แก่ นายซอทูเอมู (Saw Htoo Eh Moo/อายุ 32 ปี) และนายซอชิตชิต (Saw Chit Chit/อายุ 28 ปี) ฐานเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ เนื่องจากมีบทบาทอำนวยความสะดวกให้กับเครือข่ายหลอกลวงทางไซเบอร์ ที่มุ่งเป้าหมายต่อพลเมืองสหรัฐฯ การค้ามนุษย์ การเข้าเมืองผิดกฎหมาย และการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายข้ามแดนบริเวณพื้นที่ควบคุมของ KNA ในรัฐกะเหรี่ยง ชายแดนไทย-เมียนมา ส่งผลให้ทรัพย์สินและผลประโยชน์ทางการเงินของบุคคลดังกล่าว ทั้งที่อยู่ในสหรัฐฯ หรือการควบคุมของสถาบันการเงินสหรัฐฯ จะถูกอายัด พร้อมห้ามพลเมืองสหรัฐฯ ทำธุรกรรมกับบุคคลและองค์กรดังกล่าว ทั้งนี้…

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ และภริยาจะเยือนรัสเซีย

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 6 พ.ค.68 ว่า พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) รักษาการประธานาธิบดี และ ผบ.ทสส.เมียนมาจะนำคณะเยือนรัสเซีย ตามคำเชิญของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เพื่อเข้าร่วมงานครบรอบ 80 ปี วันแห่งชัยชนะของรัสเซีย โดยจะเข้าร่วมงานเลี้ยงและพิธีสวนสนามที่กรุงมอสโก ใน 9 พ.ค.68 รวมถึงเข้าร่วมหารือกับผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่เดินทางไปร่วมงานดังกล่าว   พร้อมกับหารือกับฝ่ายรัสเซียเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ อาทิ ความสัมพันธ์ทางการทูต เศรษฐกิจ และความมั่นคง ขณะเดียวกัน นางดอว์จูจูหละ ภริยาของ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ จะร่วมคณะเดินทางไปด้วยตามคำเชิญของนาง Valentina Matvienko สตรีหมายเลข 1 ของรัสเซีย ก่อนหน้านี้ ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย แถลงเมื่อ 4 พ.ค.68 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง…

ยูเครนระบุว่าข้อตกลงแร่หายากกับสหรัฐฯ จะให้ผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน

ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เมื่อ 1 พ.ค.68 ระบุว่า ข้อตกลงแร่หายากระหว่างยูเครนกับสหรัฐฯ จะให้ผลประโยชน์แก่ทั้งสองประเทศเท่าเทียมกัน เนื่องจากจะสร้างโอกาสการลงทุนในยูเครน และไม่ทำให้เกิดหนี้ รวมถึงการจัดตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูร่วมภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว จะนำไปสู่การลงทุนและสร้างรายได้ให้ยูเครน โดยยูเครนและสหรัฐฯ จะแบ่งปันรายระหว่างกัน ร้อยละ 50 จากการดำเนินกิจการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมแร่หายากในยูเครน ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากผู้แทนสหรัฐฯ และยูเครน ร่วมลงนามข้อตกลงเมื่อ 30 เม.ย.68 ซึ่งครอบคลุมถึงการจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนเพื่อการฟื้นฟูระหว่างสหรัฐฯ กับยูเครน ที่จะเปิดโอกาสให้สหรัฐฯ เข้าถึงแร่หายาก รวมถึงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในยูเครน อย่างไรก็ดี รัฐสภาของยูเครนยังไม่เห็นชอบข้อตกลงดังกล่าว

หน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซียยับยั้งเหตุก่อการร้ายในสาธารณรัฐดาเกสตาน

สนข.Tass รายงานเมื่อ 2 พ.ค. 68 ว่า หน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซีย (FSB) ได้ยับยั้งเหตุก่อการร้ายที่มีเป้าหมายเป็นอาคารของหน่วยงานรักษากฎหมาย ที่เขต Khasavyurtovsky ในสาธารณรัฐดาเกสตาน โดย FSB และ มท.รัสเซีย ร่วมมือกันจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เป็นสตรีสัญชาติรัสเซีย (อายุ 29 ปี/ปี 2568) ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติที่มีหมายจับในรัสเซีย และวางแผนจะจุดระเบิดที่สร้างขึ้นเอง บริเวณอาคารของหน่วยงานรักษากฎหมายใน 9 พ.ค. 68 ซึ่งตรงกับห้วงการเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะครบรอบ 80 ปี ทั้งนี้ FSB ยึดของกลางที่เป็นอุปกรณ์ประกอบระเบิด พร้อมหลักฐานที่บ่งชี้ว่าผู้ต้องสงสัยติดต่อและปวารณาตนเข้าร่วมกลุ่มก่อการร้าย

ปากีสถานใช้กฎหมายระหว่างประเทศตอบโต้การระงับสนธิสัญญาแม่น้ำสินธุของอินเดีย

เว็บไซต์ช่องโทรทัศน์ Samaa TV ของปากีสถาน รายงานเมื่อ 2 พ.ค.68 ว่า กระทรวงทรัพยากรน้ำ กระทรวงกฎหมายและยุติธรรม และ กต.ปากีสถานได้เตรียมความพร้อมด้านกฎหมายเบื้องต้นเสร็จสิ้น สำหรับการยื่นหนังสือประท้วงต่ออินเดียกรณีระงับสนธิสัญญาแม่น้ำสินธุ ปี 2503 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณา เพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐบาล ทั้งนี้ ปากีสถานมีเป้าหมายที่จะใช้กลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือกดดันให้อินเดียทบทวนจุดยืนในประเด็นดังกล่าว พร้อมย้ำว่า การดำเนินการของอินเดียเป็นการละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศ และรัฐบาลปากีสถานกำลังพิจารณาการยกระดับการประท้วงไปยังเวทีระหว่างประเทศ

ศรีลังกาขยายบทบาทในเวทีโลกผ่านการร่วมมือกับจีน เพื่อเข้ากลุ่ม BRICS

เว็บไซต์ นสพ.Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 2 พ.ค.68 ว่า ได้รับการสนับสนุนจากจีนในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS ซึ่งสะท้อนถึงพัฒนาการด้านความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ ภายหลังประธานาธิบดี Anura Kumara Dissanayake ของศรีลังกาเยือนกรุงปักกิ่งระหว่าง 14-17 ม.ค.68 ทั้งนี้ ศรีลังกาได้ยื่นคำร้องขอเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS พร้อมทั้งสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกธนาคารพัฒนาแห่งใหม่ (New Development Bank-NDB) ในการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS ซึ่งจัดขึ้นที่เมือง Kazan รัสเซีย เมื่อ ต.ค.67 โดยรัสเซียและอินเดียสนับสนุน ซึ่งธนาคาร NDB ก็ได้ตอบรับคำร้องขอเข้าเป็นสมาชิกของศรีลังกาแล้ว อย่างไรก็ดี กลุ่ม BRICS ยังไม่มีแนวนโยบายรับสมาชิกเพิ่ม

สหรัฐฯ ขู่จะคว่ำบาตรประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน

 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บน Truth social เมื่อ 1 พ.ค.68 ว่า การซื้อขายน้ำมัน และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากอิหร่านจะต้องยุติลง ประเทศหรือบุคคลใดที่ซื้อน้ำมันหรือปิโตรเคมีจากอิหร่านจะถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ รวมทั้งจะไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ   คาดว่า เป้าหมายการใช้มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้ คือจีน เนื่องจากนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านมากกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน ประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร 

สหรัฐฯ และยูเครนลงนามในข้อตกลงเพื่อให้สหรัฐฯ เข้าถึงแร่หายากในยูเครน

สนข.นิวยอร์กไทม์ส รายงานเมื่อ 30 เม.ย. 68 ว่า นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.กค.สหรัฐฯ และนางยูเลีย สวีรีเดนโก รอง นรม. คนที่ 1 ของยูเครนลงนามในข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Economic Partnership Agreement) ร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายตกลงจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนเพื่อการฟื้นฟูระหว่างสหรัฐฯ และยูเครน (United States-Ukraine Reconstruction Investment Fund)  ที่จะเปิดโอกาสให้สหรัฐฯมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาทรัพยากรแร่ธาตุ น้ำมันและก๊าซในยูเครน  โดยทรัพย์สินยังเป็นกรรมสิทธิ์ของยูเครนซึ่งรายได้ ร้อยละ 50 จากโครงการต่าง ๆ จะส่งเข้ากองทุนดังกล่าว เพื่อใช้ในการฟื้นฟูและบูรณะประเทศ  และบรรษัทการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (U.S. International Development Finance Corporation) จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบกรอบการทำงานตามข้อตกลงดังกล่าวต่อไป  อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการที่สหรัฐฯ จะรับประกันความมั่นคงให้กับยูเครน

ประธานาธิบดีทรัมป์จะเสนอชื่อนายไมเคิล วอลตซ์ เป็น ออท.สหรัฐฯ ประจำ UN

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ  เปิดเผยผ่านทางบัญชี Truth Social เมื่อ 1 พ.ค.68 ว่า จะเสนอชื่อนายไมเคิล วอลตซ์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ เป็น ออท.สหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ (UN) และจะมอบหมายให้นายมาร์โก โรบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ แทน  ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสื่อต่าง ๆ รายงานในวันเดียวกันว่า นายวอลตซ์จะลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ  รวมทั้งนายอเล็กซ์ หว่อง รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ซึ่งเคยเป็นอดีตนักการทูตที่เคยดูแลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือในช่วงที่ประธานาธิบดีทรัมป์ดำรงตำแหน่งสมัยแรก